เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 ฉันจะไปแล้ว

ตอนที่ 3 ฉันจะไปแล้ว

ตอนที่ 3 ฉันจะไปแล้ว


ในวันที่โลกพังพินาศแบบนี้ และไม่หลงเหลืออารยธรรมใดๆ อยู่เลย

ทำให้สัตว์และพืชพันธ์ไม้ต่างๆ ก็กลายพันธ์ และถูกเรียกว่าสัตว์อสูร

มนุษย์เองก็เช่นเดียวกัน แต่การกลายพันธ์ของมนุษย์นั้นเหนือกว่า

การกลายพันธ์ของมนุษย์แบ่งออกเป็นสามประเภท 1.ผู้ตื่น 2.ผู้กลายพันธ์ 3.ผู้ทรงพลัง

ผู้ตื่นนั้นเกิดขึ้นได้หนึ่งในหมื่นคนเท่านั้น ผู้ตื่นจะได้รับทักษะหรือความสามารถพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีความหลากหลาย

ผู้กลายพันธ์ เกิดขึ้นได้หนึ่งในพัน โดยผู้กลายพันธ์ร่างกายของพวกเขาจะเปลี่ยนไปตามยีนส์พันธุกรรมที่เปลี่ยนไป อย่างเช่นกลายเป็นมนุษย์ครึ่งสัตว์เป็นต้น

ผู้ทรงพลังเช่นเดียวกับผู้กลายพันธ์ ร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้น แต่ยังคงสภาพมนุษย์อยู่

ข้อมูลพวกนี้คือสิ่งที่มู่เหลียงได้เรียนรู้มาจากมินโฮในช่วงที่เขาพักฟื้นตัว

“เอ๋! มู่เหลียงเป็นผู้ตื่นงั้นหรอ”

แววตาของมินโฮนั้นดูไม่ได้ยินดีกับสิ่งนี้เลย

“ใช่ ความสามารถของฉันคือการฝึกฝนสัตว์และสิ่งมีชีวิต”

มู่เหลียงกล่าวต่อและพยักหน้าน้อย

แต่ความจริงแล้ว ความสามารถของเขามาจากระบบ แต่มู่เหลียงโกหกว่ามันคือทักษะของการเป็นผู้ตื่น

“มู่เหลียง นายน่ะ….คงแข็งแกร่งมากเลยสินะ”

มินโฮเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ก็คว้าแขนของมู่เหลียงเอาไว้โดยที่ไม่รู้ว่าจะแสดงสีหน้าอย่างไร

เด็กน้อยเคยได้ยินจากพี่สาวของเธอว่า ในค่ายของพวกเขาไม่มีใครเป็นผู้ตื่นเลยสักคน มีแต่พวกผู้กลายพันธุ์และผู้ทรงพลังเท่านั้น

“จุ๊ๆ อย่าพูดดังไปเดี๋ยวคนอื่นผ่านมาได้ยิน!”

มู่เหลียงเอานิ้วชี้ขึ้นมาแตะริมฝีปากเป็นท่าบอกให้มินโฮนั้นพูดเบาๆ

“อ้า…ใช่ๆ ฉันลืมไปว่าเรื่องของนายเป็นความลับ!”

มินโฮเอามือขึ้นมาปิดปากน้อยๆ ของเธอ พร้อมกับพยักหน้าขึ้นลงอย่างเชื่อฟัง

แต่เด็กน้อยก็ได้มีปัญหาใหม่เข้ามาในชีวิตอีกครั้ง นั้นคือมู่เหลียงนั้นเป็นผู้ตื่น คงไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะอยู่กับเธอที่นี่ต่อ

มู่เหลียงเห็นความเปลี่ยนแปลงจากมินโฮ และมองด้วยความประหลาดใจ เพราะอยู่ๆ ท่าทีของมินโฮก็ดูกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก

มู่เหลี่ยงเองก็ไม่ใส่ใจมากนัก ก่อนจะถามคำถามขึ้นในใจ

“ระบบนี้ไม่ได้หมายความว่าฉันได้รับสืบทอดพลังของเจ้าเต่ามาแล้วงั้นหรอ?”

-ติ๊ง! เจ้านายต้องการสืบทอดพลังมาจากเต่าหิน และรับทักษะ หนามหินหรือไม่-

“รับ”

-ติ๊ง! ทักษะหนามหิน….กำลังถ่ายโอนข้อมูล….ปรับแต่ง…..การสืบทอดพลังเสร็จสิ้น-

มู่เหลียงฟังเสียงที่ดังขึ้นภายในใจราวกับเสียงของคอมพิวเตอร์ แล้วอยู่ๆ ทั่วทั้งร่างของเขาก็รู้สึกได้ถึงความเย็นสบายมันได้ไหลผ่านไปทุกอณูของร่างกาย และตามมาด้วยความรู้สึกราวกับถูกกระแสน้ำอุ่นพัดผ่านอีกที

“ระบบ ขอดูค่าสถานะของฉันอีกรอบ”

ผู้ฝึก : มู่เหลียง

ถึกทน 6

ว่องไว 4.3

กำลัง 5

ปราณ 8.7

อายุไข 24 / 100 ปี

แต้มฝึกฝน 0 (คืนค่าทุกวัน และสะสมได้)

แต้มวิวัฒนาการ 0

ความสามารถ หนามหิน

…..

สิ่งที่ฝึกฝน เต่าหิน(ระดับ 1)

…..

หลังจากที่เห็นหน้าต่างแสดงข้อมูลเขาก็ถึงกับตกใจ

ค่าสถานะต่างๆ ของเขาเปลี่ยนไป แม้แต่อายุไขก็เพิ่มขึ้นเป็น 100 ปี

หากแบบนี้เขาฝึกฝนเจ้าเต่าจนมันวิวัฒนาการไปเรื่อยๆ อายุขัยของเขาจะไม่เพิ่มขึ้นเป็นพันปี หมื่นปีเลยงั้นหรอ?

แล้วแต้มฝึกฝนที่ใช้ในการทำสิ่งต่างๆ ในระบบจะฟื้นคืนกลับมาทุกๆ วัน และเขาจะสามารถฝึกสัตว์อสูรตัวอื่นเพิ่มได้อีก

ตราบใดที่เขาได้รับพลังจากสัตว์อสูรที่เขาฝึกฝนได้ อายุขัยของเขาก็จะยืดออกไปเรื่อยๆ อีกทั้งพลังเองก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไร้ขีดจำกัด

“แล้ว…หนามหิน มันเป็นความสามารถแบบไหน?”

มู่เหลียงเห็นว่าที่ชื่อความสามารถไม่บอกรายละเอียดเกี่ยวกับหนามหินเลย แม้แต่น้อยทำให้เขาตัดสินใจทดสอบมันด้วยตัวของเขาเอง

เขาเรียกใช้งานหนามหินผ่านความคิด ก่อนที่พื้นดินที่ห่างออกไปจากตัวของเขาจะพุ่งขึ้นมาจากพื้นเป็นหนามแหลม ขนาดเท่าฝ่ามือได้

เต่าหินนั้นมองมู่เหลียงก่อนที่จะเอียงหัวของมัน และมองมู่เหลียงด้วยนัยน์ตาสีเขียวมรกตของมันด้วยความสงสัย

“พลังนี้ไม่เลวเลย! เอาไว้เล่นงานเท้าของศัตรูแบบทีเผลอได้!! และช่วยลดความคล่องตัวของคนที่โดนเข้าไป!”

“แล้วถ้าเกิดว่าศัตรูล้มลงกับพื้น ก็ใช้หนามหินโจมตีซ้ำได้ และปิดฉากได้ในครั้งเดียว!”

ความรู้และกลยุทธ์ทางการทหารของมู่เหลียงนั้นอยู่ๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุดกับแนวทางการใช้หนามหินนี้

ก่อนที่เขาจะมองไปยังหน้าจอข้อมูลสถานะตัวเองอีกครั้ง และเห็นว่าการใช้ความสามารถพวกนี้จะต้องใช้ค่าสถานะของปราณ กับกำลังหรือความถึกทน

“จากค่าสถานะของเราตอนนี้สามารถใช้หนามหินนี้ได้ 6 ครั้ง และทุกครั้งถึกทนจะลดลงจนหมด”

“หากเป็นแบบนี้เราต้องสงวนเอาไว้ใช้ยามฉุกเฉินสามครั้ง และสามารถใช้ได้ต่อวันแค่ 3 ครั้งเท่านั้น”

มู่เหลี่ยงเริ่มวางแผนการใช้พลังอย่างดิบดี

สิ่งที่เขากำลังคิดอยู่ว่าของอะไรที่จะใช้ในการเพิ่มพลังให้กับเต่าตัวนี้ได้ จากที่ระบบเคยบอกเอาไว้ว่าสามารถหาแต้มฝึกฝนได้จากทางอื่น

และเขาได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า เขาจะทำให้เต่าหินตัวนี้กลายเป็นสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์อย่างเต่าทมิฬในตำนาน

“มู่เหลียง…ถ้านายเป็นผู้ตื่น…ทำไมวันนั้นมู่เหลียงถึงเป็นลมล้มพับแบบนั้นได้ล่ะ?”

จู่ๆ มินโฮก็ถามขึ้นมาทำให้มู่เหลี่ยงหันมาสนใจมินโฮอีกครั้ง

“วะ..วันนั้นข้าถูกสัตว์มีพิษเล่นงานเข้าน่ะ”

มู่เหลี่ยงเตรียมข้อแก้ตัวและเหตุผลไว้นานแล้วที่จะหลอกเด็กสาว

เขายังไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้ว่าเขาเป็นผู้ข้ามโลก และคงบอกใครไม่ได้

“ถ้างั้นอาการบาดเจ็บของมู่เหลียงดีขึ้นแล้ว …..นายก็คงจะไปจากที่นี่แล้วใช่ไหม…”

มินโฮนั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย

หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่สักพักแล้ว เด็กน้อยก็พอจะคิดได้ว่า

มู่เหลียงเป็นถึงผู้ตื่น เขาจะอยู่ต่อหรือไม่ ต่อให้ไม่ต้องถามเด็กน้อยก็รู้คำตอบและไม่อยากจะถามมันออกไป

“อืมใช่…ยังไงฉันก็คงจะออกเดินทางต่อ”

มู่เหลียงพยักหน้าเบาๆ

ยังไงวันหนึ่งเขาก็ต้องออกไปจากค่ายแห่งนี้

การออกไปข้างนอกนั้น มู่เหลียงจะได้พบเจอกับสัตว์อสูรใหม่ๆ ที่เขาสามารถฝึกฝนพวกมันได้ และได้รับพลังใหม่ๆ อย่างที่ไม่มีที่สิ้นสุด

มินโฮนั้นกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะพูดออกมา

“แล้วมู่เหลียงจะไปเมื่อไหร่…”

“อีกสองวันข้างหน้า”

มู่เหลียงตอบ และวางแผนแล้วว่าอีกสองวันเขาจะออกเดินทาง

เพราะร่างกายของเขาพอที่จะแข็งแรงมากขึ้นแล้ว และฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ

เหตุผลที่เขายังอยู่ต่อ ก็เพื่อหาดูว่าอะไรในค่ายแห่งนี้พอจะเป็นแหล่งพลังงานให้กับระบบได้

“นั้นมัน…เร็วจัง….ชะ—ช่วยอยู่ต่อจากนั้นอีกสองสามวันไม่ได้เหรอ”

มินโฮเวลานี้กำลังกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา และพยายามไม่มองไปทางมู่เหลียง

“ลืมไปแล้วหรอ….ว่าอีกสามวันมินโฮต้องจ่ายค่าส่วยแล้ว”

มู่เหลียงนั้นเข้าไปใกล้ๆ มินโฮแล้วเอามืดเช็ดคาบฝุ่นออกจากแก้มของเด็กน้อย

แต่เด็กสาวคนนี้ยังพยายามที่จะปลอมตัวเป็นเด็กชายต่อ และเอาฝุ่นขึ้นมาทาหน้าทาตาอีกครั้ง

จากนั้น เด็กน้อยก็จัดผ้าที่โพกหัวของเธอให้แน่นขึ้น และกระชับถุงผ้าข้างเอวที่สภาพนั้นถูกปะแล้วปะอีก

“ฉันจะไปจับกิ้งก่ามาเพิ่มเอง!! นายต้องเชื่อในตัวฉัน!”

มินโฮคว้ามือของมู่เหลียงและบีบไว้จนแน่น ราวกับกำลังให้สัญญากับมู่เหลียง

“งั้นมินโฮฉันขอถามอะไรสักหน่อย”

มู่เหลียงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“เอาเป็นว่าในอีกสองวันข้างหน้านี้ มินโฮสนใจเดินทางไปกับฉันไหม?”

“ฉะ…ฉัน ฉัน…”

มินโฮถึงกับตอบไม่ถูกและพูดอย่างกระอักกระอ่วน

เด็กสาวนึกถึงตอนที่พี่ของเธอจากไป โดยคำพูดสุดท้ายที่พี่สาวของเธอพูดเอาไว้คือ “น้องรอพี่อยู่ที่นี่น่ะ ไม่นานพี่จะกลับมา”

“มินโฮไม่ต้องรีบตอบตอนนี้ก็ได้ เอาเป็นว่าอีกสองวันค่อยให้คำตอบอีกที”

มู่เหลียงนั้นพูดปลอบใจมินโฮอย่างอ่อนโยน

มู่เหลี่ยงเข้าใจดีว่าทั้งคู่พึ่งจะรู้จักกันได้ 5 วัน การจะขอให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งออกเดินทางไปกับเขาด้วยนั้นคงเป็นเรื่องยาก และตัดสินใจลำบากสำหรับเด็ก

“อื้อ….”

มินโฮผงกหัวเบาๆ ตอนนี้ทั้งสีหน้าแววตา และจิตใจของเด็กสาวว้าวุ้นไปหมด

จะไปกับมู่เหลียงดี หรือว่าจะรอพี่สาวของเธอกลับมา?

แต่หากเธอไปก็จะไม่มีวันได้เจอหน้าพี่สาวของเธออีกเลย

การตัดสินใจนี้มันยากมากสำหรับเด็กสาวคนหนึ่ง!

จบบทที่ ตอนที่ 3 ฉันจะไปแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว