เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 205 หมู่บ้านที่ขาดแคลนทุกอย่าง

บทที่ 205 หมู่บ้านที่ขาดแคลนทุกอย่าง

บทที่ 205 หมู่บ้านที่ขาดแคลนทุกอย่าง


รอบนอกหมู่บ้านเทพช้างมีรั้วไม้ล้อมรอบทั้งหมู่บ้าน

สายลมเย็นพัดผ่านเป็นระยะ ทำให้รู้สึกสดชื่น

มองดูปุยเมฆขาวที่ลอยอยู่ใกล้แค่เอื้อม ให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

โดยเฉพาะเมื่อเห็นแปลงผักเขียวขจีตรงหน้า ผักสีเขียวและเหลืองเหล่านั้นทำเอาน้ำลายสอ

ไม่ไกลนักยังมีต้นแอปเปิล ผลแอปเปิลสีแดงสด แม้แต่เฉินเยี่ยเห็นแล้วยังอดกลืนน้ำลายไม่ได้

ปกติเฉินเยี่ยไม่ชอบกินแอปเปิล แต่ตอนนี้เห็นแอปเปิลแดงเต็มต้น ก็อดใจไม่ไหว

ตั้งแต่วันสิ้นโลกมา แม้แต่ผักยังหากินยาก อย่าว่าแต่ผลไม้เลย

ไกลออกไปมีทุ่งข้าวสาลีที่เพิ่งสุกงอม รวงข้าวสีทองพลิ้วไหวตามสายลม

มีคนทำงานอยู่ในทุ่งนาสองสามคน

เสียงตาแก่ขี้โมโหคนนั้นตะคอกด่าดังมาเป็นระยะ

ทำเอาเฉินเยี่ยเดาะลิ้น

ตาแก่นี่เสียงดังชะมัด แถมพลังปอดดีเยี่ยม คนที่โดนด่าต่างพยักหน้าหงึกหงัก ไม่มีใครโกรธ แถมยังดูเคารพแกมาก

ผู้ใหญ่บ้านหัวโตพาพวกเฉินเยี่ยเดินชมจนทั่วหมู่บ้านเทพช้าง

ชีวิตรอนแรมมานาน ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่ง

แม้ชาวบ้านจะแต่งตัวซอมซ่อ บางคนดูมอมแมม แต่ทุกคนดูมีสุขภาพจิตดี

และทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง

อย่างทุ่งนาเมื่อกี้ ก็มีคนดูแลอยู่ไม่น้อย

ในหมู่บ้านยังเลี้ยงไก่เป็ดไว้บ้าง จำนวนไม่เยอะ ดูซูบผอมไม่มีแรง

คงเพราะขาดแคลนอาหาร คนยังแทบไม่มีกิน จะเอาอะไรมาเลี้ยงไก่เป็ด

แม้จะมีทุ่งนาและแปลงผัก แต่ต้องเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้าน ยังไงก็ไม่พอ

"หมู่บ้านเราตอนนี้ทำได้ดีที่สุดเท่านี้แหละครับ"

"ทุกระยะหนึ่ง เราจะจัดคนลงไปหาเสบียง แต่เดี๋ยวนี้เสบียงน้อยลงทุกที หายากขึ้นเรื่อยๆ"

"ของส่วนใหญ่ก็หมดอายุไปแล้ว"

"ถ้าไม่ใช่เพราะศาสตราจารย์หลิว พวกเราคงอดตายไปนานแล้ว คงประคองหมู่บ้านมาไม่ถึงตอนนี้..."

ผู้ใหญ่บ้านหัวโตพร่ำบ่นเรื่องราวในหมู่บ้านให้ฟัง

ดูจริงใจมาก

ราวกับไม่คิดจะปิดบังอะไรพวกเฉินเยี่ยเลย

...

ตกค่ำ หมู่บ้านเทพช้างจัดงานเลี้ยงต้อนรับแบบเรียบง่าย

ช่วยไม่ได้ การจัดงานเลี้ยงใหญ่ต้องใช้เสบียง

สถานการณ์ตอนนี้ เสบียงไม่พอจัดงานใหญ่โต

แต่ฉู่เช่อก็ใจป้ำ สั่งให้เอาเนื้อปลาสามสิบชั่ง ข้าวสารหมดอายุห้าสิบชั่ง และแป้งสาลีหมดอายุห้าสิบชั่ง มาร่วมสมทบงานเลี้ยง

แถมยังควักเหล้าขาวออกมาอีกสองขวด

ทำเอาผู้ใหญ่บ้านหัวโตซาบซึ้งใจน้ำตาแทบไหล

การเลี้ยงคนสี่สิบคน สำหรับหมู่บ้านเทพช้างก็ตึงมือเหมือนกัน

การบริจาคของฉู่เช่อ ทำให้งานเลี้ยงดูดีขึ้นเยอะ

โดยเฉพาะเหล้าขาวสองขวดนั้น ทำเอาผู้ใหญ่บ้านตาหยีด้วยความปลื้มปริ่ม

ต้องเข้าใจว่า เวลาออกไปหาเสบียง ทุกคนมุ่งเป้าไปที่ข้าวสารอาหารแห้ง

บุหรี่กับเหล้ามักถูกมองข้าม

ของพวกนี้เลยยิ่งหายากและมีค่า!

ต่อให้เป็นถึงผู้ใหญ่บ้าน ก็คงไม่ได้ดมกลิ่นเหล้ามานานแล้ว

งานเลี้ยงจัดกลางแจ้งที่ลานกว้างของหมู่บ้าน

เห็นได้ชัดว่าลานกว้างแห่งนี้เป็นศูนย์รวมกิจกรรมของชาวบ้านหมู่บ้านเทพช้าง

ชาวบ้านแต่ละบ้านขนโต๊ะเก้าอี้ของตัวเองมาร่วมงาน

คนหน้าตาดีมีฐานะในหมู่บ้านมาร่วมงานกันครบ

แน่นอน ชาวบ้านธรรมดาไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมงานเลี้ยงแสนอัตคัดนี้

ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่ชื่อเสี่ยวเจิ้ง ถึงขั้นจัดพิธีต้อนรับ

ระหว่างงาน มีผู้หญิงใส่ชุดราตรียืนสง่าอยู่กลางลาน

พอเห็นผู้หญิงคนนี้ ผู้รอดชีวิตจากขบวนรถถึงกับฮือฮา

"พระเจ้าช่วย นั่นมันซูม่านเซิง! ซูม่านเซิงตัวจริงเสียงจริง!"

"ซูม่านเซิงคือใคร? ชื่อคุ้นๆ แฮะ"

"เฮ้ย เพื่อน นายไม่รู้จักซูม่านเซิงเหรอ? เทพธิดาของชาวโอตาคุไง รายการ 'เสียงแห่งเที่ยงคืน' เคยฟังไหม?"

"หมายถึงดีเจสาวคนดังในเน็ตคนนั้นน่ะเหรอ?"

"เชี่ย ตัวจริงเสียงจริง! แม่เจ้าโว้ย ไม่นึกว่าชาตินี้จะได้เจอซูม่านเซิงตัวเป็นๆ มาเป็นพิธีกรให้เรา คุ้มแล้ว ชาตินี้คุ้มแล้ว!"

"ฝันกลางวันอยู่หรือไง? คิดว่าซูม่านเซิงมาเพราะนายเหรอ เธอมาเพราะเฉินเยี่ยกับหัวหน้าฉู่ต่างหาก ผู้หญิงระดับนี้ไม่ใช่คนที่นายจะเอื้อมถึง!"

ตอนแรกเฉินเยี่ยจำเธอไม่ได้ แค่รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้สวย บุคลิกดี เหมือนพิธีกรรายการทีวี

และเสียงพูดก็ไพเราะมาก

พอได้ยินคนรอบข้างคุยกัน เฉินเยี่ยถึงนึกออก

ก่อนวันสิ้นโลก มีรายการวิทยุรายการหนึ่งดังมาก

ยุคนั้นเป็นยุคของคลิปสั้น การที่รายการวิทยุจะดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมาได้ ถือว่าหายากมาก

สาเหตุหลักมาจากรายการชื่อ "เสียงแห่งเที่ยงคืน"

ดีเจสาวในรายการดัดเสียงได้ร้อยแปด บทจะเป็นสาวมาดนิ่งก็ทำเอาใจสั่น บทจะเป็นสาวน้อยโลลิก็ทำเอายิ้มแก้มปริ

เสียงคนแก่ เสียงเด็กสาว เสียงผู้ชาย เธอทำได้หมด และทำได้เหมือนเปี๊ยบ

ไม่มีอะไรที่เธอทำไม่ได้!

เพราะการปรากฏตัวของเธอ วงการวิทยุที่กำลังจะตายเลยกลับมาคึกคักอีกครั้ง

ต่อมามีคนขุดเจอแอคเคานต์คลิปสั้นของเธอ

ดีเจสาวที่ชื่อซูม่านเซิง ยอดผู้ติดตามพุ่งทะลุสิบล้านอย่างรวดเร็ว

ทนเสียงเรียกร้องจากแฟนคลับนับสิบล้านไม่ไหว ดีเจสาวเลยยอมอัดคลิปเปิดหน้า

ไม่นึกว่าคลิปนั้นจะขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่งทันที

ปกติพวกเสียงดีมักจะหน้าตาธรรมดา ถ้าจินตนาการจากเสียงอาจผิดหวังได้

แต่ซูม่านเซิงไม่เหมือนใคร ไม่ใช่แค่เสียงดี รูปร่างหน้าตาก็ระดับนางฟ้า

เทียบกับเซวียหนาน เน็ตไอดอลสาวประเภทสองแล้ว ความดังของซูม่านเซิงดูจะเป็นตำนานกว่าเยอะ

ไม่นึกว่าดีเจสาวระดับตำนานจะมาอยู่ที่นี่

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่

จนกระทั่งซูม่านเซิงลงจากเวที เสียงถึงค่อยซาลง

สิ่งที่น่าพูดถึงอีกอย่างคืออาหารในงานเลี้ยง

แม้จะเป็นอาหารพื้นบ้านธรรมดา แต่ในวันสิ้นโลกที่แค่อาหารร้อนๆ สักคำยังหรูหรา การมีอาหารเต็มโต๊ะถือว่าหายากมาก

ชาวบ้านเห็นเนื้อปลาในงานเลี้ยง ต่างกลืนน้ำลายเอือกๆ

กลับเป็นผู้รอดชีวิตจากขบวนรถที่ดูไม่ค่อยเจริญอาหาร

กินปลาติดต่อกันมาหลายวัน จนเบื่อจะแย่แล้ว

ในงานเลี้ยง เฉินเยี่ยเห็นผักที่หาได้ยาก

โดยเฉพาะมันฝรั่งอบจานหนึ่ง รสชาติอร่อยเหาะ

มันฝรั่งที่เก็บมาจากหมู่บ้านอายุยืนกินหมดไปนานแล้ว

ยังมีผัดผักกาดหอม รสชาติสดชื่น

และผักอื่นๆ อีกหลายจาน ทำเอาเฉินเยี่ยน้าลายสอ

แถมยังมีข้าวสวยถ้วยเล็กๆ

ไม่ใช่ข้าวหมดอายุที่พวกเฉินเยี่ยหามา

แต่เป็น... ข้าวใหม่!!!

แค่กลิ่นหอมก็ทำเอาน้ำตาไหลพรากด้วยความสุข

ของพวกนี้ก่อนวันสิ้นโลกเป็นของธรรมดามาก แต่ตอนนี้คือของล้ำค่าที่สุด

แน่นอนว่าผักมีหลายอย่าง แต่ปริมาณต่อคนน้อยนิด

แต่จัดวางอย่างประณีต แม้แต่ละถ้วยจะมีแค่นิดเดียว แต่ก็วางเต็มโต๊ะของทุกคน

ใช่แล้ว งานเลี้ยงใช้ระบบแบ่งอาหารเป็นชุดส่วนตัว

ผู้รอดชีวิตได้รับส่วนแบ่งน้อยกว่า

แต่ทุกคนกินอย่างเอร็ดอร่อย

ฉู่เช่อกับผู้ใหญ่บ้านหัวโตคุยกันอย่างถูกคอ

จุดประสงค์หนึ่งของการพบปะครั้งนี้คือแลกเปลี่ยนข้อมูล เล่าประสบการณ์ที่พบเจอ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในการเดินทางครั้งต่อไป

"หัวหน้าฉู่ พวกคุณมาจากเมืองต้าอู้ใช่ไหมครับ?"

"ใช่ครับ ผู้ใหญ่บ้านเคยไปเมืองต้าอู้ด้วยเหรอ?"

พอพูดถึงเมืองต้าอู้ สีหน้าผู้ใหญ่บ้านหัวโตฉายแววหวาดกลัว "เคยผ่านไปแถวนั้นครับ ในแม่น้ำอู้มีงูยักษ์อยู่ตัวหนึ่ง แม่เจ้าโว้ย ถ้าไม่ใช่เพราะเทพช้าง พวกเราคงไม่รอด"

พอพูดถึงงูยักษ์ เฉินเยี่ยหูผึ่งทันที

คนอื่นๆ ก็เหมือนกัน ต่างเงียบเสียงลง รอฟังเรื่องราว

เรื่องงูยักษ์ สาวน้อยผมชมพูและคนอื่นแค่เคยได้ยินเฉินเยี่ยเล่า และเห็นแวบๆ ตอนออกจากเมืองต้าอู้

"ผู้ใหญ่บ้านก็เจองูยักษ์ในแม่น้ำอู้เหรอครับ?"

"เจอสิครับ หมู่บ้านเทพช้างเราขาดแคลนทุกอย่าง ยา ของใช้ เสื้อผ้า เครื่องมือ ไม่มีสักอย่าง ช่วงก่อนเลยกะว่าจะไปหาเสบียงที่เมืองต้าอู้"

"แต่เมืองต้าอู้ถูกหมอกปกคลุม ท่านนักพรตจ้านกับหลวงพี่ต้าซานพาชาวบ้านไปกันไม่กี่คน"

จบบทที่ บทที่ 205 หมู่บ้านที่ขาดแคลนทุกอย่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว