- หน้าแรก
- พลังลำดับฝ่าวันสิ้นโลก
- บทที่ 170 เทพช้าง
บทที่ 170 เทพช้าง
บทที่ 170 เทพช้าง
ฉู่เช่อตบไหล่เฉินเยี่ย ทำท่าเหมือนผู้นำ "ทำได้ดี แต่ยังมีบางจุดที่หยาบไปหน่อย คราวหน้าปรับปรุงด้วย"
เฉินเยี่ย: "..."
ไอ้หมอนี่ลืมไปแล้วใช่ไหมว่าเมื่อกี้ตัวเองแอบหัวหดอยู่หลังรถ
หลังจากเฉินเยี่ยโชว์ฝีมือไป ไม่มีใครกล้าหืออีกเลย
เพราะพลังของเฉินเยี่ยน่ากลัวเกินไป
คนหนึ่งไฟลุกท่วม อีกคนเหมือนเป็นบ้า ควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้
ต่อให้โง่แค่ไหน ก็ดูออกว่าสองคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา
โดยเฉพาะไอ้คนตาซ้ายแดงฉานนั่น ดูยังไงก็อันตรายสุดๆ
ทุกคนยืนตัวสั่นงันงก มองเฉินเยี่ยและฉู่เช่ออย่างหวาดกลัว ราวกับมองปีศาจสองตน
งานเก็บกวาดเป็นงานถนัดของหัวหน้าทีมอย่างฉู่เช่อ
ปกติงานแบบนี้เป็นหน้าที่ของอาเป่า หรือไม่ก็เสี่ยวหวัง
แต่ตอนนี้ทั้งสองคนป่วยหนัก
ฉู่เช่อเลยต้องจัดการเอง
"เรื่องหน้ากากอนามัยมันยังไงกันแน่?"
ฉู่เช่อถามคำถามนี้ก่อน
เพราะอาการของเสี่ยวหวังแย่ลงเรื่อยๆ
เสี่ยวหัวกัดฟันมองเฉินเยี่ยด้วยความแค้น ก่อนจะตอบว่า "หมอกมีพิษ!"
"มียาแก้ไหม?"
เสี่ยวหัวส่ายหน้า "ไม่มี ถ้าเริ่มไอเมื่อไหร่ ก็หมดทางรักษา!"
"งั้นพวกเธอรอดมาได้ยังไง?"
"ตอนแรกพวกเราก็ไม่รู้ ตายกันไปเยอะ!"
ประโยคสั้นๆ แต่แฝงความหมายถึงชีวิตคนนับไม่ถ้วนที่ต้องสังเวย
ฉู่เช่อมมองไปที่รถด้วยความเป็นห่วง เสี่ยวหวังสวมหน้ากากอนามัยนอนหมดสภาพอยู่ที่เบาะข้างคนขับ หน้าซีดเผือด ไอเป็นพักๆ
เฉินเยี่ยแค่นเสียงเฮอะ แววตาสีแดงวูบวาบ
สีหน้าเสี่ยวหัวเปลี่ยนไปทันที มือขวาถือมีดค่อยๆ เลื่อนเข้าหาคอตัวเอง
มีดเล่มนี้เธอซ่อนไว้ในแขนเสื้อตลอด ไม่นึกว่าจะเอาออกมาทำท่าจะฆ่าตัวตายในเวลาแบบนี้
แต่ดูจากสีหน้าเธอแล้ว ไม่เหมือนคนอยากตายเลย!
มือซ้ายของเสี่ยวหัวจับมือขวาไว้แน่น เหมือนพยายามต้านทานคมมีดที่กำลังจ่อคอ
ดวงตาที่โผล่พ้นหน้ากากแดงก่ำ
ฉู่เช่อเห็นฉากนี้แล้วแอบถอนหายใจ: ไอ้หมอนี่ ลูกเล่นเยอะจริง ไม่รู้ถ้าสู้กับเชี่ยนเชี่ยน ใครจะชนะ
ตาซ้ายเฉินเยี่ยยังคงวูบวาบ อักขระในรูม่านตาหมุนวน
น้ำเสียงเย็นยะเยือกบาดลึกถึงกระดูก "เธอจะบอกฉันว่าแค่หน้ากากอันเล็กๆ ก็กันพิษจากหมอกได้งั้นเหรอ?"
มือซ้ายหญิงสาวจับมือขวาไว้แน่น คอพยายามถอยหนีสุดชีวิต
"ปละ... ปล่อยฉัน! ขะ... ขอร้อง!"
หญิงสาวเริ่มอ้อนวอน
ก่อนหน้านี้เห็นเสี่ยวหลงถูกฟันคอขาด เธอแค่รู้สึกสยดสยอง
แต่ตอนนี้ เธอสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังอย่างแท้จริง
เหมือนมือขวาของเธอมีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเอง
ที่สำคัญที่สุดคือ เธอไม่รู้ตัวเลยว่าโดนเล่นงานตอนไหน
ป้องกันไม่ได้เลย
น่ากลัวเกินไปแล้ว
เห็นสีหน้าเฉินเยี่ยไม่เปลี่ยน หญิงสาวถึงได้พยายามพูดออกมาอย่างยากลำบาก:
"ฉันก็... ไม่รู้ แต่ขอแค่... ใช้หน้ากากกันหมอกไว้ รับรองว่าตอนแรก... ไม่ไอ หลังจากนั้นก็... ไม่มีปัญหา!"
คมมีดจ่อคอขาวเนียนของหญิงสาว
แม้ตัวเธอจะดูมอมแมม แต่ลำคอกลับสะอาดสะอ้าน เห็นได้ชัดว่าเป็นเด็กรักสะอาด
เลือดสีแดงสดซึมออกมาที่ลำคอ
"ปล่อยพี่เสี่ยวหัวนะ!"
เด็กหนุ่มคนหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
ผู้รอดชีวิตคนที่ฟันคอเสี่ยวหลงเมื่อกี้รีบคว้าตัวเด็กหนุ่มไว้ ทั้งสองกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันทันที
"เสี่ยวเหยียน ขอโทษนะ ฉัน... ฉันก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร..."
"เสี่ยวเหยียน ขอโทษ!... ฉัน... ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้!"
ทุกคนในที่นั้นขวัญหนีดีฝ่อ
คนคนนี้มีพลังลำดับอะไรกันแน่ น่ากลัวเกินไปแล้ว
เฉินเยี่ยถอนหายใจเบาๆ ยกเลิกการควบคุมแห่งอเวจี
เสี่ยวหัวและคนที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันหยุดชะงักทันที
หญิงสาวสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเฮือกใหญ่ รู้สึกเหมือนเพิ่งปีนขึ้นมาจากนรก
เหงื่อเม็ดโตไหลย้อยลงบนพื้น
ผู้ชายคนนี้... น่ากลัวเกินไปแล้ว น่ากลัวเกินไป!
ผู้ชายคนนี้... เหมือนสัตว์ประหลาดบนหลังเทพช้างไม่มีผิด!
เฉินเยี่ยถอนหายใจ เสี่ยวหวังเป็นเด็กซื่อๆ
ปกติในขบวนรถมีอะไร แค่ตะโกนบอกคำเดียว เด็กคนนี้ก็จัดการให้เรียบร้อย
แม้จะพูดน้อย แต่ได้รับความไว้วางใจจากฉู่เช่อมาก
อาเป่าล้มหมอนนอนเสื่อไปแล้ว เด็กคนนี้คงไม่รอดเหมือนกัน
คาดว่าตอนหมอกเริ่มลงจัด เจ้าเด็กนี่คงสูดพิษเข้าไปเต็มปอด
กว่าจะรู้ตัวว่าต้องใส่หน้ากาก ก็สายไปแล้ว
ส่วนเฉินเยี่ยกับฉู่เช่อ ทั้งคู่เป็นผู้มีพลังลำดับ ร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมาก
เฉินเยี่ยมองเสี่ยวหวังด้วยความเวทนา
น่าเสียดายเด็กคนนี้จริงๆ!
การเก็บกวาดที่เหลือก็ง่ายแล้ว
ฉู่เช่อเข้าไปดูในซูเปอร์มาร์เก็ตสะดวกซื้อ ออกมาหน้าตาดูไม่ได้
เห็นชัดว่าไปเจออะไรที่ไม่ควรเจอเข้า
สีหน้าหญิงสาวดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่ยังพยายามทำใจดีสู้เสือ
ฉู่เช่อเรียกผู้รอดชีวิตมาถามอีกสองสามคน
ผู้รอดชีวิตมองเฉินเยี่ยอย่างหวาดระแวง ตอบคำถามตะกุกตะกัก เพราะอยู่ไกลหน่อย เฉินเยี่ยเลยได้ยินไม่ชัด
มองเห็นผ่านม่านหมอกแค่ฉู่เช่อเข้าไปคุยกับผู้รอดชีวิตไม่กี่คน
แต่สีหน้าฉู่เช่อยิ่งดูแย่ลงเรื่อยๆ มือที่กำหมัดแน่นสั่นระริก
เฉินเยี่ยก้มดูนาฬิกา ตั้งแต่เจอลุงขาหักจนถึงตอนนี้ ผ่านไปสี่สิบนาทีแล้ว
"หัวหน้าฉู่ ได้เวลาแล้ว!"
ฉู่เช่อเดินมาหาเฉินเยี่ย กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุก "คนพวกนี้ สมควรตายให้หมด สมควรตาย!"
"เหลือไว้สักสองสามคนเถอะ อย่างน้อยก็ต้องมีคนนำทาง!~~~"
"นายไม่รู้หรอกว่าพวกมันทำอะไรลงไป แม่มเอ๊ย ฉันอยู่ในวันสิ้นโลกมาตั้งนาน เพิ่งเคยเจอเรื่องแบบนี้ นาย..."
เฉินเยี่ยรีบขัดจังหวะ "พอ ไม่ต้องเล่าให้ฉันฟัง แค่นายคลื่นไส้คนเดียวก็พอแล้ว อย่าเอามาติดฉัน!"
ฉู่เช่อ: "..."
"หัวหน้าฉู่ สายแล้ว เราต้องไปกันแล้ว..."
ไม่กี่นาทีต่อมา
บนกระบะท้ายรถฉู่เช่อมีคนเพิ่มมาสองคน คนหนึ่งคือลุงเจิ้งขาหักคนเดิม
อีกคนคือเด็กหนุ่มชื่อเสี่ยวเหยียน
เด็กหนุ่มจ้องมองเฉินเยี่ยด้วยสายตาเหมือนมองปีศาจ ปากพึมพำอะไรบางอย่างไม่หยุด
ส่วนคนอื่น...
ปีศาจไม่จำเป็นต้องอยู่บนโลกมนุษย์
เสี่ยวหัวนั่งตัวสั่นงันงกอยู่ที่เบาะข้างคนขับรถเฉินเยี่ย
ตอนนี้เธอกลัวจนไม่กล้าคิดต่อต้านผู้ชายตรงหน้าแม้แต่นิดเดียว
ชาตินี้เธอคงลืมภาพเมื่อกี้ไม่ลง
ปีศาจเคียวที่โผล่ออกมาจากควัน ตวัดเคียวไม่กี่ที...
คนตั้งเยอะ ไม่มีใครหนีรอดสักคน!
"ต่อจากนี้ ให้ความร่วมมือดีๆ พอถึงที่หมาย เธอจะได้มีชีวิตรอด!"
"เข้าใจไหม?"
ไม่ได้ยินเสียงตอบรับ เฉินเยี่ยหันไปมอง
หญิงสาวสะดุ้งโหยงเพราะสายตาเรียบเฉยของเฉินเยี่ย "ข... ขะ... เข้าใจค่ะ..."
จากนั้นก็พยักหน้ารัวๆ ทำหน้าตาน่าสงสาร
"ฉัน... ฉันไม่เคยกินคนนะ ขอร้องล่ะ อย่าฆ่าฉันเลย!"
น้ำตาไหลอาบแก้มหญิงสาว
เฉินเยี่ยตอบกลับเย็นชาสองคำ "ไม่เชื่อ!"
ได้ยินสองคำนี้ หญิงสาวสติแตกทันที
ร้องไห้โฮออกมากลางรถ
เฉินเยี่ยรำคาญ ชักมีดพร้ามาจ่อคอเธอ
เสียงร้องไห้เงียบกริบทันที!
เสแสร้ง ยังจะมาเสแสร้งกับฉันอีก?
เมื่อกี้ยังทำตัวฉลาดเป็นกรด ตอนนี้มาแอ๊บเป็นสาวน้อยอ่อนแอ?
ในกลุ่มนั้น เธอต่างหากที่เป็นหัวหน้าตัวจริง
พอมีหญิงสาวบอกทาง แม้หมอกในเมืองต้าอู้จะยังไม่จาง
แต่ความเร็วรถก็เพิ่มขึ้นมาก
ไม่นานก็ขึ้นถนนสายหลัก ขอแค่ข้ามแม่น้ำสายหมอกไปได้ อีกไม่นานก็จะผ่านเมืองต้าอู้
เวลาสี่สิบนาทีที่เสียไปถือว่าคุ้มค่า
การเดินทางครั้งนี้ดูจะราบรื่นเกินคาด
รถแล่นไปเรื่อยๆ ฉู่เช่อขับตามหลังรถเฉินเยี่ย
แม้ทัศนวิสัยจะแย่ แต่โชคดีที่ทั้งเมืองไม่มีคนอื่น
เจอรถขวางทางก็ชนกระเด็น
ขับตามเส้นจราจรสีขาวบนพื้น ก็พอจะไม่ชนเกาะกลางถนน
มีคนท้องถิ่นนำทาง บวกกับสัมผัสทิศทางของฉู่เช่อ และแผนที่ในมือ
สามประสาน ทำให้ทำความเร็วได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
มีแผนที่อยู่ ฉู่เช่อไม่กลัวหญิงสาวจะเล่นตุกติก
"คุณ... คุณเป็นคนที่ลงมาจากเทพช้างใช่ไหม?"
จู่ๆ หญิงสาวก็ถามขึ้น!
ได้ยินคำนี้ เฉินเยี่ยนึกถึงคำพูดของโม่หวายเหริน
ตอนนั้นโม่ไหวเหรินเคยบอกว่าเห็นช้างตัวมหึมา บนหลังช้างมีปราสาท
หรือว่าเทพช้างที่ว่า คือเจ้านี่?
"เทพช้าง?"
"อื้มๆ... ช้างตัวใหญ่มาก บนหลังช้างมีหมู่บ้าน พวกคุณ... พวกคุณเป็นคนที่มาจากเทพช้างใช่ไหม??"