- หน้าแรก
- พลังลำดับฝ่าวันสิ้นโลก
- บทที่ 120 กลายเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ งั้นก็...
บทที่ 120 กลายเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ งั้นก็...
บทที่ 120 กลายเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ งั้นก็...
หลายคน ไม่มีแม้แต่โอกาสได้เอ่ยคำลาครอบครัว หรือเพื่อนรัก ก็ต้องจากกันไปตลอดกาล
คำพูดสุดท้ายที่พูดกับคนรัก อาจเป็นแค่คำบ่นพร่ำเพรื่อ
ผู้รอดชีวิตในวันสิ้นโลก แต่ละคนย่อมมีปมในใจไม่มากก็น้อย
เพียงแต่ในเวลาปกติ ไม่ได้แสดงออกมา
บางคนทนไม่ไหว เลือกที่จะเดินออกจากขบวนรถหายไปในความมืดมิดยามค่ำคืน
เฉินเยี่ยเห็นมาหลายครั้งแล้ว ผู้รอดชีวิตเดินเหม่อลอยเข้าไปในความมืดตอนที่ทุกคนหลับ แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย
เรื่องแบบนี้มีให้เห็นเกลื่อน
และตอนนี้ การปรากฏตัวของอูเจี้ยนซาน ทำให้พวกเขาได้พบญาติมิตรที่จากกันไปนาน ความประหลาดใจระคนยินดีนี้ มากพอที่จะทำให้มองข้ามสิ่งผิดปกติหลายอย่างไป
อย่างเช่นตอนนี้ ท่ามกลางผู้คนมากมาย ไม่มีใครสักคนรู้สึกว่าความสัมพันธ์นี้มัน... แปลกพิกล
"ไอ้เกลอ ไม่นึกเลยว่าแกจะเป็นน้าของยัยหนูนี่ ถ้านับตามศักดิ์แล้ว เธอต้องเรียกฉันว่าอาสินะ ฮ่าๆๆ..."
ขณะที่สาวผมชมพูกำลังน้ำตาคลอเบ้า เฉินเยี่ยก็โพล่งประโยคนี้ออกมา
"หลานสาว เรียกอาให้ชื่นใจหน่อยซิ ฮ่าๆๆๆ..."
"นายด้วย เถี่ยซือ ต่อไปฉันคืออาเฉินของนาย"
"ติงตงก็ด้วย แหม... ไม่นึกเลยว่า วันนี้ฉันเฉินเยี่ยจะได้เลื่อนยศเป็นผู้หลักผู้ใหญ่กับเขาบ้าง การเป็นผู้ใหญ่มันดียังงี้นี่เอง"
สีหน้าสาวผมชมพูเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที มือจับด้ามกระบี่แน่น
เถี่ยซือกลับเรียกซื่อๆ ว่า "อาเฉิน!"
ขวางซือตะคอก "เถี่ยซือ มึงปัญญาอ่อนรึเปล่า? เขาให้เรียกมึงก็เรียก?"
หน้าติงตงดำทะมึนเหมือนก้นหม้อ รู้สึกอีกครั้งว่าเฉินเยี่ยมันน่ากระทืบจริงๆ
เฉินเยี่ยเลือกที่จะหยุดแหย่แต่พอดีอย่างชาญฉลาด
คนอื่นไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าไปแหย่แม่สาวขาโหดซุนเชี่ยนเชี่ยนจนของขึ้น ยัยนี่ฟันจริงเจ็บจริง
แต่ว่านะ ความสัมพันธ์ระหว่างอากับหลานสาวเนี่ย... มันจะแบบว่า...
หยุดจินตนาการเดี๋ยวนี้ ไอ้สมองลามก!!!
"ตาเฒ่าอู เดี๋ยวค่อยคุยกัน"
พูดจบ เฉินเยี่ยก็เดินไปแถวๆ หนวดปลาหมึกที่ถูกตัดขาดเมื่อครู่
หนวดที่ถูกตัดขาด อาจเป็นวัตถุดิบชั้นดีสำหรับวัตถุพิศวง
แต่กลับไม่เจออะไรเลย
ฉู่เช่อเคยบอกไว้ ไม่ใช่ทุกครั้งที่ฆ่าสิ่งลี้ลับแล้วจะได้วัตถุดิบวัตถุพิศวง
เฉินเยี่ยเดินหาอยู่อีกสองสามรอบด้วยความเจ็บใจ สุดท้ายก็ต้องเดินกลับมามือเปล่า
แน่นอน ก็ไม่ได้คว้าน้ำเหลวซะทีเดียว
การต่อสู้กับปลาหมึกแปดหน้าเมื่อกี้ ได้แต้มสังหารมาหกพันกว่าแต้ม
หลักๆ คือสู้กันแป๊บเดียว แถมเขาออกแรงไม่เยอะ แต้มที่ได้เลยน้อยตามไปด้วย
รวมกับของเก่าสี่พันกว่าแต้ม ตอนนี้มีแต้มสังหารหมื่นกว่าแต้มแล้ว
ก็ถือว่าได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง
คนอื่นกำลังรุมล้อมคุยกับอูเจี้ยนซานอย่างออกรส
ส่วนใหญ่ก็คุยเรื่องราวที่ผ่านมา
สาวผมชมพูเป็นคนเล่าเป็นส่วนใหญ่ อูเจี้ยนซานยิ้มฟังอย่างตั้งใจ
เฉินเยี่ยเดินเข้าไปถาม "แล้วแกมาทำอะไรที่หรงเฉิง? ยังอยู่ในเมืองอีกเหรอ? ไม่กลัวสิ่งลี้ลับในเมืองจับกินรึไง?"
สรรพนามที่เฉินเยี่ยเรียกอูเจี้ยนซานเปลี่ยนเป็น "ตาเฒ่าอู" ทันที
ตามหลักแล้ว คนธรรมดาอยู่ไม่ได้ในเมืองหรอก
ต่อให้เป็นผู้มีพลังลำดับก็เถอะ
เพราะสิ่งลี้ลับจะสัมผัสกลิ่นอายสิ่งมีชีวิตได้ แล้วแห่กันมา
อูเจี้ยนซานไม่ถือสา บอกเหตุผลกับเฉินเยี่ยตรงๆ
"ฉันเป็นลำดับบูชาเทพ ลำดับของพวกเราไม่เหมือนลำดับอื่น..."
ตามคำอธิบายของอูเจี้ยนซาน สาเหตุหนึ่งที่เขาใช้ชีวิตในเมืองได้ ก็เพราะลำดับพลังของเขานั่นแหละ
ลำดับบูชาเทพ ความหมายตามตัวอักษรคือบูชาเทพเจ้า
และเทพเจ้าที่อูเจี้ยนซานบูชา ก็คือสิ่งลี้ลับตนหนึ่ง
นั่นก็คือหญิงสาวผู้เย้ายวนงดงามที่นั่งอยู่บนเกี้ยวนั่นเอง
อูเจี้ยนซานเรียกเธอว่ายมทูต และยังก่อตั้งลัทธิยมทูตขึ้นมา
คนธรรมดาที่สวมชุดคลุมพวกนั้น คือสาวกของลัทธิยมทูต
ตามคำบอกเล่าของอูเจี้ยนซาน สาวกของลัทธิยมทูตมีกว่าเจ็ดสิบคน
ภายใต้การคุ้มครองของยมทูต พวกเขาสามารถใช้ชีวิตในเมืองได้ โดยไม่ถูกสิ่งลี้ลับอื่นโจมตี
"เฉินเยี่ย เชี่ยนเชี่ยน ติงตง เถี่ยซือ สนใจเข้าร่วมลัทธิยมทูตไหม ด้วยฐานะผู้มีพลังลำดับของพวกนาย ฉันให้เป็นผู้คุมกฎเลย"
"ขอแค่มีการคุ้มครองจากยมทูต พวกนายไม่ต้องเร่ร่อนไปไหนอีก ปักหลักอยู่ที่หรงเฉิงได้เลย ชีวิตดีกว่าเมื่อก่อนเยอะ"
"แถมมีบารมียมทูตคุ้มหัว ไม่ต้องกลัวลมหนาวหิมะตก"
"ดูพวกเขาสิ หิมะตกหนักขนาดนี้ ใส่แค่ชุดคลุมบางๆ ตัวเดียวก็ไม่หนาว แถมร่างกายยังแข็งแรงขึ้นด้วย"
"เป็นไง? สนใจไหม?"
หลังจากแนะนำสถานการณ์คร่าวๆ อูเจี้ยนซานก็เริ่มชักชวนพวกเฉินเยี่ยเข้าลัทธิทันที
เฉินเยี่ยมองตามนิ้วอูเจี้ยนซานไป
คนธรรมดาที่ยืนท่ามกลางพายุหิมะ ใส่ชุดบางๆ กันจริงๆ
ดูจากเสื้อผ้า ใต้ชุดคลุมไม่มีเสื้อนวมหนาๆ หรือเสื้อไหมพรมเลย
และทุกคนก็ดูไม่หนาวสั่นเลยสักนิด
จะบอกว่าเป็นผู้มีพลังลำดับกันหมด คงเป็นไปไม่ได้ แต่คนธรรมดาอยู่ในอุณหภูมิต่ำขนาดนี้ พายุหิมะขนาดนี้ ใส่แค่ชุดคลุมตัวเดียวกลับไม่รู้สึกหนาว
มันเหลือเชื่อจริงๆ!
แต่ด้วยนิสัยระแวงขี้สงสัย เฉินเยี่ยเลยหัวเราะกลบเกลื่อน "ตาเฒ่าอู ไว้ค่อยคุยกัน ตอนนี้พวกเรามีธุระ"
"น้า ในค่ายเรามีคนป่วยเยอะเลย น้าอยู่ในเมือง ต้องรู้แหล่งร้านขายยาแน่ๆ พาพวกเราไปหน่อยสิคะ พวกเราต้องรีบกลับ"
พอเฉินเยี่ยเตือน สาวผมชมพูก็นึกภารกิจขึ้นได้
รีบเอายากลับไป ก็ช่วยชีวิตคนได้มากขึ้น
"ยา?"
"ใช่ค่ะ น้า..."
ซุนเชี่ยนเชี่ยนเล่าเรื่องในค่ายให้ฟัง ในมุมมองของเธอ นี่คือน้าชายแท้ๆ ไม่มีเหตุผลต้องปิดบังเรื่องในค่าย
คนอื่นก็ไม่ได้คัดค้าน
มีแต่เฉินเยี่ยที่ตะขิดตะขวงใจ ในความคิดเขา ซุนเชี่ยนเชี่ยนเล่นบอกหมดเปลือกแบบนี้
นี่มันวันสิ้นโลกนะ ต่อให้เป็นน้าชาย ก็ไม่มีอะไรการันตีว่าจะไม่เปลี่ยนไป
แต่เฉินเยี่ยก็พูดอะไรไม่ออกในสถานการณ์นี้
คนอื่นดูตื่นเต้น วางใจ และเชื่อใจอูเจี้ยนซานกันหมด
พอได้ยินว่ามีคนอีกหลายสิบคน ตาอูเจี้ยนซานก็ลุกวาว
ลำดับบูชาเทพฝึกฝนด้วยพลังศรัทธา
ยิ่งมีคนเข้าลัทธิยมทูตมากเท่าไหร่ ยมทูตก็ยิ่งแข็งแกร่ง เขาก็ยิ่งแข็งแกร่ง สาวกเองก็ได้ประโยชน์
นี่คือวงจรบวก
ขอแค่มีคนมากพอ เขาก็จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
แถมยังมีลำดับผู้นำทางอีกคน
ยมทูตคงดีใจเนื้อเต้น
เรื่องนี้สำคัญมาก!
"เอางี้ ฉันจะให้เลือดน้ำตายมทูตไปขวดหนึ่ง เอาไปผสมน้ำให้พวกเขากิน ก็จะหายดี ดีกว่ายาพวกนั้นเยอะ"
อูเจี้ยนซานล้วงขวดแก้วใสออกมาจากอกเสื้อ ในขวดมีของเหลวสีแดงจางๆ ก้นขวด สีแดงฉานเหมือนเลือด
"นี่คือ..."
อูเจี้ยนซานไม่พูดอะไร หยิบอีกขวดออกมา ขวดนี้มีน้ำยาสีแดงจางๆ เต็มขวด
"นี่คือน้ำยาที่เจือจางจากเลือดน้ำตายมทูต"
พูดจบ อูเจี้ยนซานก็เดินไปหาผู้รอดชีวิตกลุ่มนั้น
ผู้รอดชีวิตกลุ่มนี้อาการไม่สู้ดีนัก
ความสามารถของปลาหมึกแปดหน้าก่อนหน้านี้ ดูดกลืนพลังชีวิตเป็นวงกว้าง
คนธรรมดาพวกนี้โดนลูกหลง หน้าซีดเผือดกันเป็นแถว แทบจะลุกไม่ไหว
คนชุดคลุมดำคนหนึ่งเดินเข้ามา รับน้ำยาสีแดงจางจากมืออูเจี้ยนซานด้วยความเคารพ สายตามองน้ำยานั้นด้วยความศรัทธาแรงกล้า
ราวกับสิ่งที่ถืออยู่ไม่ใช่น้ำยา แต่เป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในโลก
ข้างกายโจวเสี่ยวเสี่ยวมีเสบียงกระจัดกระจายอยู่ เธอสวมเสื้อขนเป็ดตัวสั้นสีดำ กางเกงขนเป็ด ดูตัวบวมๆ แต่ใบหน้ายังคงงดงาม เพียงแต่ซีดขาวจนน่ากลัว
เมื่อคืนหนาวแทบตาย กว่าจะรอดมาได้
วันนี้ออกมาหาเสบียงในเมือง เพิ่งจะอุ่นขึ้นมาหน่อย ก็โดนปลาหมึกแปดหน้าดูดพลังชีวิตไปอีก
ทำให้โจวเสี่ยวเสี่ยวมีอาการชักกระตุกเหมือนคนป่วยหนัก
ถ้าไม่ได้พักผ่อนรักษาตัวดีๆ อนาคตคงป่วยหนักแน่
ในวันสิ้นโลก การป่วยหนักหมายถึงจุดจบของชีวิต
คนชุดคลุมดำค่อยๆ หยดน้ำยาสีแดงหนึ่งหยดเข้าปากโจวเสี่ยวเสี่ยว
ใบหน้าซีดเผือดของโจวเสี่ยวเสี่ยวกลับมามีเลือดฝาดอย่างรวดเร็ว ด้วยตาเปล่า
คนชุดคลุมดำวางโจวเสี่ยวเสี่ยวลง แล้วไปหยดน้ำยาให้คนที่สอง...
คนเหล่านี้ฟื้นคืนชีพในเวลาอันสั้น
ซุนเชี่ยนเชี่ยนและคนอื่นมองด้วยความตกตะลึง
"พวกเธอเอาน้ำยานี้กลับไป เจือจางแล้วป้อนให้คนป่วย อีกไม่นานคงหายดี"
"ช่างเถอะ เชี่ยนเชี่ยน เฉินเยี่ย เถี่ยซือ ติงตง ฉันกลับไปพร้อมกับพวกเธอด้วยดีกว่า"