เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 แบ่งสรรเสบียง

บทที่ 41 แบ่งสรรเสบียง

บทที่ 41 แบ่งสรรเสบียง


การปรากฏตัวของรถไฟฟ้าจิ๋วคันนี้ ดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนมากในทันที

ในการเดินทางครั้งนี้ ผู้รอดชีวิตที่เป็นคนแก่และเด็กอ่อนแอตายไปเกือบหมด

คู่ยายหลานที่มีเรื่องกับเฉินเยี่ย ยายตายที่หมู่บ้านฉางโซ่ว ส่วนเด็กเปรตอายุเจ็ดแปดขวบนั่นก็ไม่เห็นหัวเลย น่าจะตายระหว่างหนีเมื่อคืนเหมือนกัน

ด้วยความน่ารังเกียจของสองยายหลานคู่นี้ คงไม่มีใครอยากช่วยหรอก

ในสถานการณ์เมื่อคืน ขนาดผู้ชายแข็งแรงๆ หลายคนยังเอาตัวไม่รอด

แต่ตาแก่ขับรถไฟฟ้าจิ๋วคนนี้กลับรอดมาได้

เรื่องนี้มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

ตาแก่คนนี้เข้าไปในเขตหวงห้ามของมนุษย์ถึงสองครั้ง ทั้งเมืองซิ่งฮวาและหมู่บ้านฉางโซ่ว แกไม่พลาดสักงาน

คนตายไปตั้งเยอะ แต่แกกลับรอดมาได้หน้าตาเฉย

รถไฟฟ้าจิ๋ววิ่งส่ายไปส่ายมาราวกับจะพังแหล่มิพังแหล่ได้ทุกเมื่อ

สภาพรถตอนนี้ก็ดูไม่จืด นอกจากรอยขีดข่วนเต็มคัน ตัวถังยังบุบเบี้ยวผิดรูป

แถมยังมีคราบโคลนเกาะเต็มไปหมด

บนหลังคารถยังมีแร็คหลังคาโยกเยก ผูกถุงอะไรไว้ก็ไม่รู้หลายใบ ทำท่าเหมือนจะร่วงลงมาได้ตลอดเวลา

เห็นได้ชัดว่ารถไฟฟ้าจิ๋วคันนี้ผ่านศึกหนักมาเมื่อคืน

หลายคนมองด้วยสายตาประหลาดใจ

รถไฟฟ้าจิ๋ววิ่งมาจอดข้างค่ายพักแรมแบบทุลักทุเล

ตาแก่ท่าทางเจ้าเล่ห์กระโดดลงมาจากรถ

ผมขาวโพลนปลิวไสว ท่อนบนใส่แค่เสื้อกล้ามสีขาว ท่อนล่างใส่กางเกงขาสั้นสีดำ สวมรองเท้าแตะหูคีบ

ตาแก่มองทุกคนด้วยแววตาดีใจ

"ในที่สุดก็ถึงซะที! ข้าเกือบตายแล้วนะเนี่ย!"

"แม่*เอ๊ย!"

"พวกแกนี่นะ ไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่บ้างเลย ไม่คิดจะมาช่วยคนแก่หน่อยเหรอ!"

"เสี่ยวจ้าว เสี่ยวเจิง เสี่ยวจาง เห็นปู่จางแล้วทำไมไม่มาช่วย!"

ตาแก่เอ่ยชื่อเรียกพวกคนหนุ่มสาวให้มาช่วยอย่างไม่เกรงใจ

คนหนุ่มสาวเหล่านั้นแค่ปรายตามอง แล้วก็เมินเฉยไม่สนใจ

ตาแก่บ่นพึมพำด่าทออยู่พักใหญ่

สุดท้ายก็ต้องกางเต็นท์กันสาดด้วยตัวเอง

เฉินเยี่ยเห็นแล้วก็อดทึ่งไม่ได้

นึกไม่ถึงว่าตาแก่จะมีเสบียงเยอะขนาดนี้ ถึงขั้นมีเต็นท์กันสาดด้วย

ยังไม่จบแค่นั้น ตาแก่ยังขนแผงโซลาร์เซลล์ออกมาจากรถไฟฟ้าจิ๋วอีกหลายแผ่น

แล้วก็เอามาวางเรียงกันบนพื้นทรายเป็นแผงใหญ่

นี่มันเวอร์วังอลังการเกินไปแล้ว!

เฉินเยี่ยอยากได้แผงโซลาร์เซลล์ของหัวหน้าฉู่มาตลอด นึกไม่ถึงว่าตาแก่คนนี้จะมีเยอะขนาดนี้

ผ่านไปประมาณสองชั่วโมง อากาศในทะเลทรายเริ่มเย็นลง

ที่ปลายสุดของเส้นทางที่ผ่านมา ก็ปรากฏเงาร่างสองร่างขึ้นอีกครั้ง

เฉินเยี่ยหันไปมองทันที

เป็นผู้ชายสองคนปั่นจักรยานมา

แต่สภาพของทั้งคู่ดูย่ำแย่สุดขีด จักรยานเคลื่อนที่ไปอย่างเชื่องช้า ราวกับเพิ่งคลานขึ้นมาจากนรก สภาพดูไม่ได้เลย

คนหนึ่งเฉินเยี่ยจำได้ คือเด็กหนุ่มนักศึกษาแว่นที่เจอห้องใต้ดินบ้านผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านฉางโซ่ว

อีกคนไม่คุ้นหน้า แต่สภาพก็ดูย่ำแย่พอๆ กัน

เบาะหลังจักรยานของทั้งคู่มีห่อผ้าขนาดใหญ่ เป็นเสบียงที่รวบรวมมาจากหมู่บ้านฉางโซ่ว

ในสถานการณ์เมื่อวาน นอกจากตาแก่รถไฟฟ้าจิ๋ว นึกไม่ถึงว่ายังมีคนรอดมาได้อีก

เรื่องนี้ทำเอาเฉินเยี่ยแปลกใจมาก

ทั้งคู่ปั่นมาถึงหน้าค่ายพักแรม จู่ๆ ก็หมดแรงล้มลงกับพื้น

"เสี่ยวหลี่ เสี่ยวเจิง แล้วก็พวกแกอีกสองสามคน มาช่วยกันหน่อย!"

คนพูดคือลุงอาเป่า สั่งให้ผู้รอดชีวิตหนุ่มๆ สองสามคนไปช่วย

ลุงอาเป่าเปรียบเสมือนพ่อบ้านของขบวนรถ เรื่องราวหลายอย่างในขบวนรถลุงอาเป่าเป็นคนจัดการ

ดังนั้นบารมีของลุงอาเป่าจึงมีมากกว่าตาแก่รถไฟฟ้าจิ๋วเยอะ

ผู้รอดชีวิตทั้งสองถูกหามไปพักในที่ร่มอย่างรวดเร็ว

เฉินเยี่ยมองกลับไปที่เส้นทางเดิมอีกครั้ง สองคนนี้น่าจะเป็นผู้รอดชีวิตกลุ่มสุดท้ายที่กลับมาถึงขบวนรถแล้วล่ะมั้ง

ขบวนรถเสียคนไปกลุ่มหนึ่งที่เมืองซิ่งฮวา

ต่อมาก็เสียคนไปอีกกลุ่มที่หมู่บ้านฉางโซ่ว

การออกหาเสบียงสองครั้ง คนหายไปเป็นร้อย เหมือนไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้

นี่คือความโหดร้ายของวันสิ้นโลก

เฉินเยี่ยจุดบุหรี่สูบ สูดหายใจลึก แสงไฟริบหรี่ส่องสว่างใบหน้าเพียงเสี้ยววินาที

พ่นควันบุหรี่ออกมาเบาๆ

ควันบุหรี่ลอยออกไปไกลราวกับงูเลื้อย ก่อนจะจางหายไป

เฉินเยี่ยชะงักไปเล็กน้อย ลองสูบอีกครั้งเพื่อทำแบบเดิม

แต่คราวนี้กลับทำไม่ได้

"เฉินเยี่ย! หัวหน้าฉู่ตื่นแล้ว! เรียกให้นายไปหา!"

"เหล่าหลี่ เถี่ยซือยังไม่ตื่น นายมาแทนเถี่ยซือก็แล้วกัน!"

หลังจากจัดการเรื่องผู้รอดชีวิตสองคนนั้นเสร็จ ลุงอาเป่าก็เดินมาเรียกเฉินเยี่ยที่หน้ารถบัส

เฉินเยี่ยเห็นเหล่าหลี่สั่งให้ผู้รอดชีวิตสองคนปีนขึ้นไปบนหลังคารถ เอาห่อผ้าภูเขาย่อมๆ ลงมา

เฉินเยี่ยรู้ว่าถึงเวลาแบ่งสมบัติแล้ว

ตามข้อตกลงก่อนเข้าหมู่บ้านฉางโซ่ว ฉู่เช่อและนาน่าได้สามส่วน เฉินเยี่ยและเถี่ยซือได้สองส่วน

เฉินเยี่ยกลับไปที่มอเตอร์ไซค์สามล้อ หยิบเป้สองใบในกระบะท้ายรถ เดินตรงไปที่รถออฟโรดของฉู่เช่อ

ตอนที่เฉินเยี่ยเห็นฉู่เช่อ ฉู่เช่อกำลังนั่งยองๆ เท้าเปล่าบนพื้นทราย กำทรายขึ้นมาเคี้ยวกิน

ฉู่เช่อรู้สึกถึงสายตาของเฉินเยี่ย หันมามองแล้วยิ้มให้ สีหน้าซีดเซียวดูอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย

"พลังลำดับผู้นำทาง ต้องสื่อสารกับผืนดิน เราถึงจะสัมผัสการมีอยู่ของสิ่งลี้ลับได้"

"และทรายพวกนี้ก็เป็นสื่อกลางที่ดีที่สุด!"

เพราะเหตุการณ์ที่หมู่บ้านฉางโซ่ว ท่าทีของฉู่เช่อที่มีต่อเฉินเยี่ยจึงดูเป็นกันเองมากขึ้น ถึงขนาดอธิบายให้ฟัง

"เข้าใจได้ แต่ว่า... ทรายรสชาติเป็นยังไง?"

เฉินเยี่ยสงสัย เห็นฉู่เช่อกินทรายหน้าตาเฉย ไม่มีความทุกข์ทรมานสักนิด กลับดูเหมือนกำลังลิ้มรสอาหารเลิศรส

"ทรายจะมีรสชาติอะไรได้ ก็รสทรายนั่นแหละ ต่อให้เป็นผู้มีพลังลำดับผู้นำทาง ฉันก็ยังเป็นคน ไม่ต่างจากพวกนายหรอก"

ฉู่เช่อกลืนทรายลงคอ แล้วพาเฉินเยี่ยไปนั่งใต้เต็นท์กันสาด

ในเต็นท์มีชุดโต๊ะเก้าอี้สนามกางรอไว้แล้ว

"แล้วนายสัมผัสอะไรได้บ้าง?"

เฉินเยี่ยโยนเป้ไว้ข้างๆ นั่งลงรินชาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว

"เราพักที่นี่ได้ถึงเก้าโมงเช้าพรุ่งนี้!"

ฉู่เช่อหยิบเหยือกชาเติมชาให้เฉินเยี่ย

แม้เฉินเยี่ยจะไม่เข้าใจว่าผู้มีพลังลำดับผู้นำทางใช้อะไรตัดสินใจ แต่ก็อดทึ่งในความสามารถของหัวหน้าฉู่ไม่ได้

ขณะเดียวกันก็ยิ่งคาดหวังกับพลังลำดับของตัวเองมากขึ้นไปอีก

ยังไม่ทันได้คุยอะไรกันต่อ สาวขายาวก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางอ่อนแรง

คนสองคนที่ตามหลังนาน่ามาต่างถือเป้ใบใหญ่คนละใบ

เมื่อเทียบกันแล้ว เป้สองใบของเฉินเยี่ยดูเล็กจิ๋วไปเลย

ไม่นาน เป้ภูเขาย่อมๆ ของเถี่ยซือก็ถูกหามมาวางตุ้บลงบนพื้น

ผู้รอดชีวิตหลายคนมองด้วยความอิจฉา

นาน่าก้าวเรียวขายาวอันน่าหลงใหล ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเฉินเยี่ย คว้าเหยือกชาจากมือหัวหน้าฉู่มากรอกใส่ปากทันที

น้ำชาล้นออกจากปากหญิงสาว ไหลลงมาตามลำคอถึงไหปลาร้า ดูเซ็กซี่และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต

จบบทที่ บทที่ 41 แบ่งสรรเสบียง

คัดลอกลิงก์แล้ว