เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 โจวเสี่ยวเสี่ยว: ฉันไม่เชื่อว่าเขาจะแล้งน้ำใจ

บทที่ 31 โจวเสี่ยวเสี่ยว: ฉันไม่เชื่อว่าเขาจะแล้งน้ำใจ

บทที่ 31 โจวเสี่ยวเสี่ยว: ฉันไม่เชื่อว่าเขาจะแล้งน้ำใจ


"ทำไมยังไม่มีใครออกมาอีก!"

"ตอนนี้จะสี่โมงเย็นแล้ว เหลือเวลาอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง!"

"หมู่บ้านนี้มันยังไงกันแน่!"

"หรือว่าพวกเขา... ตายกันหมดแล้ว?"

"เป็นไปไม่ได้ พวกเขามีผู้มีพลังลำดับตั้งสามคน จะตายได้ยังไง!"

นับตั้งแต่เฉินเยี่ยและอีกสองคนพาผู้รอดชีวิตกลุ่มอื่นเข้าไปรวบรวมเสบียงในหมู่บ้านฉางโซ่ว ก็ยังไม่มีใครออกมาจากหมู่บ้านเลยแม้แต่คนเดียว

สถานการณ์แบบนี้ผิดปกติมาก

ตอนอยู่ที่เมืองซิ่งฮวา ยังมีผู้รอดชีวิตทยอยหนีออกมาเรื่อยๆ

บางคนได้เสบียงพอแล้วก็รีบกลับออกมาก่อน

บางคนหาเสบียงได้ช้าหน่อย ก็จะออกมาทีหลัง

แต่ตั้งแต่นาทีแรกที่ผู้รอดชีวิตกลุ่มนี้ก้าวเท้าเข้าสู่หมู่บ้านฉางโซ่ว ก็ยังไม่มีใครกลับออกมาเลย

ความผิดปกตินี้แผ่ปกคลุมจิตใจของทุกคนราวกับเงามืด

แม้แต่หัวหน้าฉู่เช่อผู้มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาบ้างแล้ว

ผู้รอดชีวิตที่รออยู่นอกหมู่บ้านฉางโซ่วเริ่มกระสับกระส่าย

คนที่ไม่มีความกล้าพอจะเข้าไปหาเสบียงด้วยตัวเอง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะร่างกายไม่แข็งแรง รู้ตัวว่าคงหาเสบียงไม่ได้

อีกส่วนหนึ่งคือไม่กล้าเผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับ จึงหวังพึ่งเสบียงจากคนอื่นแทน

ทันทีที่มีคนขนเสบียงกลับมาเยอะๆ คนพวกนี้ก็จะเอาของมีค่าที่มีมาแลกเปลี่ยน

ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเป็นประจำในขบวนรถ

ตราบใดที่ทั้งสองฝ่ายยินยอมพร้อมใจ ฉู่เช่อก็ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยว

นี่คือกฎการเอาตัวรอดของผู้คนในขบวนรถ

คนที่เข้าไปหาเสบียงในหมู่บ้าน ก็คือความหวังของคนเหล่านี้

แต่ตั้งแต่เช้าจดเย็น ยังไม่มีใครขนเสบียงออกมาจากหมู่บ้านแม้แต่คนเดียว

ทำให้หลายคนเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี

ฉู่เช่อมมองดูหมู่บ้านที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทา

ตอนมาถึงเมื่อสิบเอ็ดโมงเช้า ฉู่เช่อยังพอมองเห็นสภาพภายในหมู่บ้านได้บ้าง

แต่ตอนนี้ ภายในหมู่บ้านถูกบดบังจนมองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากความมืดมัวสลัวราง

แม้แต่เสียงเล็ดลอดออกมาสักนิดก็ไม่มี

นี่ยิ่งทำให้ฉู่เช่อไม่สบายใจ

ไม่ไกลนัก หญิงสาวคนหนึ่งแววตาลุกลี้ลุกลน

เธอคือสวีเจียวเจียว

หลังจากถูกฉู่เช่อสั่งสอนไปคราวก่อน สวีเจียวเจียวก็ทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัวขึ้นเยอะในขบวนรถ

แต่ถ้าคิดว่าเธอจะไม่ทำอะไรเลย ก็คงเป็นไปไม่ได้

ช่วงเวลาที่ผ่านมา สวีเจียวเจียวได้แอบรวบรวมพรรคพวกที่เป็นผู้หญิงไว้หลายคน

สวีเจียวเจียวเริ่มวางแผนในใจ ถ้าไม่มีใครออกมาจากหมู่บ้านฉางโซ่ว เธอก็จะไม่นั่งรอความตายเฉยๆ

จากข้อมูลที่เธอรู้มา หัวหน้าฉู่เช่อแม้จะเป็นผู้มีพลังลำดับ แต่ดูเหมือนจะไม่มีพลังในการต่อสู้มากนัก

สวีเจียวเจียวแอบวางแผนเงียบๆ

ถ้าถึงสี่โมงเย็นแล้วยังไม่มีใครออกมาล่ะก็...

ในขณะที่ขบวนรถนอกหมู่บ้านเริ่มกังวลใจ

สถานการณ์ภายในหมู่บ้านกลับเข้าขั้นวิกฤต

ต้นหลิวใหญ่ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกยั่วโมโห

ศพนับร้อยที่ถูกกิ่งหลิวพันธนาการเริ่มฟื้นคืนชีพ

ดวงตาขุ่นมัวที่เต็มไปด้วยความกระหายอันชั่วร้ายจ้องมองเหล่าผู้รอดชีวิต ราวกับกำลังมองไก่ย่างรสเลิศ

ศพนับร้อยถูกปลุกขึ้นมาพร้อมกัน ความรู้สึกเหมือนกำลังดูฉากในหนังซอมบี้ ทำให้ทุกคนขนลุกซู่ไปทั้งตัว

ศพหนึ่งที่ถูกกิ่งหลิวรัดคอ พุ่งเข้าใส่เถี่ยซือราวกับหุ่นเชิด

เมื่อศพหนึ่งขยับ ศพอื่นๆ ก็เริ่มขยับตาม

ศพเหล่านี้ถูกกิ่งหลิวควบคุม ราวกับเครื่องบินบังคับในมือเด็ก เปิดฉากโจมตีจากกลางอากาศ

"ไสหัวไป!"

เถี่ยซือตั้งใจจะพุ่งเข้าไปที่ต้นหลิวใหญ่ ใช้พละกำลังทำลายต้นหลิวประหลาดนี้ให้สิ้นซาก

นี่อาจเป็นวิธีเดียวที่จะออกจากหมู่บ้านฉางโซ่วได้

แต่ศพตรงหน้ากลับเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ

หมัดยักษ์ชกเข้าใส่ศพตัวหนึ่ง จนศพนั้นกระเด็นถอยหลังไปกลางอากาศ

แต่เพียงพริบตาเดียว ศพนั้นก็พุ่งกลับเข้ามาใหม่

หมัดของเถี่ยซือทำอะไรศพพวกนี้ไม่ได้เลยงั้นเหรอ?

ต้องรู้ว่า หมัดของเถี่ยซือสามารถต่อยผู้ชายตัวโตๆ จนตัวแตกได้สบายๆ

แต่กลับไม่มีผลอะไรกับศพพวกนี้เลย

เห็นฉากนี้ เฉินเยี่ยรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ

ศพพวกนี้เห็นได้ชัดว่าเทียบไม่ได้กับหุ่นเชิดเฒ่าหลังค่อมหรือผีสาวกรรไกรชุดขาว

แต่กลับรับมือยากขนาดนี้

ทำให้หัวใจของเฉินเยี่ยค่อยๆ ดิ่งลงเหว

ไม่นานศพอื่นๆ ก็พุ่งเข้ามาอีก

ศพตัวหนึ่งกระโจนขึ้นเกาะหลังเถี่ยซือ อ้าปากเตรียมกัดเข้าที่ต้นคอของเขา

"ฟุ่บ!"

ลูกดอกชุบเลือดสุนัขดำปักเข้าที่กลางหลังของศพ

"ซู่!"

ควันสีขาวลอยขึ้น

ศพตัวนั้นปล่อยมือจากหลังเถี่ยซือด้วยความเจ็บปวด

[คุณสร้างความเสียหายให้กับหุ่นเชิดศพ คุณได้รับแต้มสังหาร +100]

ได้ผล?

ที่แท้พวกมันเรียกว่าหุ่นเชิดศพ

ยังไม่ทันที่เฉินเยี่ยจะดีใจ หุ่นเชิดศพที่มีลูกดอกปักอยู่กลางหลังก็พุ่งเข้าใส่เฉินเยี่ยอีกครั้ง

ยังไม่ทันจะถึงตัว กลิ่นเหม็นเน่าก็ลอยมาแตะจมูกเฉินเยี่ย

สาวขายาวใช้นิ้วชี้มือซ้ายลูบตัวกระบี่ ปากท่องคาถา "แสงสว่างชุบคม ส่องทะลุแดนยมโลก!..."

"เบิก!"

กระบี่ของหญิงสาวเปล่งแสงเรืองรอง ฟันฉับเข้าใส่หุ่นเชิดศพ!

หุ่นเชิดศพขาดเป็นสองท่อนตกลงพื้น

ถึงกระนั้น ท่อนบนของหุ่นเชิดศพก็ยังตะเกียกตะกายคลานเข้าหาเฉินเยี่ย

ไอ้เชี่ยเอ๊ย...

เฉินเยี่ยอยากจะสบถออกมาดังๆ

นึกไม่ถึงว่าหุ่นเชิดศพจะรับมือยากขนาดนี้

"กรี๊ด~~~"

เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังขึ้น

ผู้รอดชีวิตคนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากเฉินเยี่ย ถูกหุ่นเชิดศพหลายตัวหิ้วร่างลอยขึ้นไปบนฟ้า

เลือดสดๆ สาดกระเซ็นลงมาเต็มพื้น

หุ่นเชิดศพบินไม่ได้ แต่เมื่อมีกิ่งหลิวช่วยดึง พวกมันก็บินได้

"เสี่ยวฟู่ เสี่ยวฟู่ ช่วยป้าด้วย!"

ยายแก่ที่แบกเสบียงจนตัวแอ่นยังไม่ตาย แม้จะเคลื่อนไหวเชื่องช้าเพราะแบกของหนักเกินไป

แต่แกก็ยังพยายามหลบหลีกการโจมตีของหุ่นเชิดศพอย่างสุดชีวิต

เมื่อครู่หุ่นเชิดศพพุ่งเป้ามาที่แก แต่แกกลับผลักผู้รอดชีวิตข้างๆ ไปรับเคราะห์แทน

ฉากนี้ผู้รอดชีวิตหลายคนเห็นเต็มตา ยิ่งทำให้รังเกียจและเคียดแค้นยายแก่คนนี้มากขึ้นไปอีก

มีแต่พ่อหนุ่มนักศึกษาซื่อบื้อคนนั้นที่ไม่เห็น

แต่ตอนนี้เสี่ยวฟู่เองก็เอาตัวแทบไม่รอด ควงท่อเหล็กสู้กับหุ่นเชิดศพตัวหนึ่งอย่างทุลักทุเล ดูท่าจะต้านไว้ได้อีกไม่นาน

สองพี่น้องโจวหลานและโจวเสี่ยวเสี่ยวก็ตกอยู่ในสภาพย่ำแย่

หุ่นเชิดศพพุ่งเข้าใส่ผู้รอดชีวิตจากทุกทิศทุกทาง

สถานะดาราของโจวหลานไม่มีความหมายใดๆ ต่อหน้าหุ่นเชิดศพพวกนี้

เมื่อเห็นเพื่อนร่วมทางที่เพิ่งยืนอยู่ข้างๆ ถูกหุ่นเชิดศพหิ้วไปฉีกกินกลางอากาศพร้อมเสียงร้องโหยหวน

สองพี่น้องก็ขวัญหนีดีฝ่อ

เดิมทีสองพี่น้องหวังพึ่งบารมีเถี่ยซือและนาน่าให้อยู่รอด

แต่น่าเสียดาย ตอนนี้เถี่ยซือพุ่งเข้าไปหาต้นหลิวใหญ่ อยู่ห่างจากสองพี่น้องไปหลายสิบเมตร

ส่วนสาวขายาวคงไม่มีทางมาปกป้องสองพี่น้องแน่

ตอนนี้สาวขายาวต้องคอยคุ้มกันเถี่ยซือ พร้อมกับปกป้องเฉินเยี่ย ไม่มีเวลามาสนใจสองพี่น้องหรอก

หุ่นเชิดศพตัวหนึ่งห้อยโหนกิ่งหลิวลงมาจากฟ้า พุ่งตรงเข้าใส่โจวหลาน

"พี่! ระวัง!"

โจวเสี่ยวเสี่ยวไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เหวี่ยงเป้บนหลังกระแทกใส่หุ่นเชิดศพเต็มแรง ช่วยให้โจวหลานรอดพ้นความตายไปได้หวุดหวิด

แต่ไม่นานหุ่นเชิดศพตัวอื่นก็พุ่งเข้ามาอีก

"เสี่ยวเสี่ยว!"

โจวเสี่ยวเสี่ยวเห็นลูกดอกของเฉินเยี่ยปักเข้าที่หุ่นเชิดศพ แล้วมันก็ถอยหนีไปพร้อมควันสีขาว

โจวเสี่ยวเสี่ยวกัดฟันแน่น "พี่ ไปหาเฉินเยี่ยกัน ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะแล้งน้ำใจเห็นคนตายแล้วไม่ช่วย!"

จบบทที่ บทที่ 31 โจวเสี่ยวเสี่ยว: ฉันไม่เชื่อว่าเขาจะแล้งน้ำใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว