เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 เสบียงอุดมสมบูรณ์

บทที่ 28 เสบียงอุดมสมบูรณ์

บทที่ 28 เสบียงอุดมสมบูรณ์


เสบียงที่เก็บไว้ในห้องใต้ดินหรือห้องเก็บของใต้ดินนั้นมากมายมหาศาลเกินกว่าที่ทุกคนคาดคิด

เฉินเยี่ยเดาว่าผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านฉางโซ่วน่าจะรู้ตัวว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล จึงได้สะสมเสบียงไว้ในห้องใต้ดินที่บ้าน

ตามคำบอกเล่าของคนที่ลงไปข้างล่าง ในห้องใต้ดินไม่ได้มีแค่มันฝรั่งและมันเทศ แต่ข้างในยังมีอาหารกระป๋อง ข้าวสาร และแป้งสาลีอีกจำนวนมาก

ตอนนี้เฉินเยี่ยถึงเพิ่งตระหนักว่า วิทยุแอบฟังของหัวหน้าฉู่เป็นของล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง

ถ้าไม่มีข้อมูลจากวิทยุแอบฟัง

การจะหาเสบียงมากมายขนาดนี้ โดยใช้เวลาไม่ถึงวันสองวันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจดังลอดออกมาจากห้องใต้ดินเป็นระยะ

"ป้าจ้าว รีบขึ้นมาเถอะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวไม่ทันเวลา"

เด็กหนุ่มสวมแว่นตะโกนเรียกยายแก่ที่ยังก้มหน้าก้มตาโกยมันฝรั่งอยู่ในห้องใต้ดินผ่านปากหลุมอย่างร้อนรน

เฉินเยี่ยถึงเพิ่งรู้ว่ายายแก่คู่กรณีของเขาแซ่จ้าว

"เสี่ยวฟู่ รอฉันแป๊บนึง อุตส่าห์หาเสบียงเจอเยอะแยะขนาดนี้ ถ้าไม่โกยไปเยอะๆ เสียดายแย่!"

เสียงยายแก่ดังตอบกลับมาจากห้องใต้ดิน

เด็กหนุ่มสวมแว่นถือท่อเหล็กน่าจะอายุราวๆ ยี่สิบปี ดูเหมือนยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย แววตายังมีความใสซื่อแบบนักศึกษา

คนที่เจอห้องใต้ดินนี้ก็คือเด็กหนุ่มนักศึกษาแซ่ฟู่คนนี้นี่เอง

ตอนนี้สองยายหลานคู่นี้กลายเป็นที่รังเกียจของคนทั้งขบวนรถ มีแต่พ่อหนุ่มนักศึกษาคนนี้ที่ยังยอมคุยด้วย

ผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ทยอยปีนขึ้นมาจากห้องใต้ดินกันหมดแล้ว

ตอนออกมาจากร้านชำ เป้ของหลายคนใส่ของได้แค่ครึ่งเดียว แต่ตอนนี้เป้ของทุกคนตุงจนแทบปริ ใบหน้าเปื้อนยิ้มด้วยความพึงพอใจ

หลายคนถึงขนาดยอมเทขนมที่ได้จากร้านชำทิ้ง เพื่อเอาที่ว่างไปใส่มันฝรั่ง มันเทศ ข้าวสาร และแป้งสาลีแทน

เพราะเมื่อเทียบกับมันฝรั่งทอดและขนมรสเผ็ด เสบียงจากบ้านผู้ใหญ่บ้านทำให้อิ่มท้องได้นานกว่า เหมาะกับการเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกมากกว่า

บางคนถึงกับถอดเสื้อตัวนอกออกมาห่อเสบียงแล้วอุ้มไว้แนบอก

เป้ยักษ์บนหลังเถี่ยซือตอนนี้อัดแน่นจนล้น

เถี่ยซือแบกเป้ใบยักษ์นี้ราวกับแบกภูเขาลูกย่อมๆ ไว้บนหลัง เห็นแล้วอดทึ่งไม่ได้

เป้แบบนี้ คงมีแต่ยักษ์ใหญ่อย่างเถี่ยซือเท่านั้นแหละที่แบกไหว

เจ้านี่ไม่ได้มีแค่เป้ยักษ์บนหลัง ในอ้อมแขนยังมีห่อผ้าขนาดใหญ่อีกหลายห่อ ดูท่าข้างในคงมีเสบียงไม่น้อยเช่นกัน

แม้แต่สองพี่น้องโจวหลานและโจวเสี่ยวเสี่ยวก็ขนเสบียงมาเต็มพิกัด

โจวหลานสะพายเป้ทั้งหน้าและหลัง มือยังหิ้วถุงอีกใบ

เสบียงบนตัวโจวเสี่ยวเสี่ยวก็ไม่ได้น้อยหน้าพี่สาวเลย

ใบหน้าของทุกคนเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม

กลับกัน นาน่าและเฉินเยี่ยเป็นสองคนที่มีเสบียงติดตัวน้อยที่สุด

"สายแล้ว รีบไปจากที่นี่กันเถอะ!"

เฉินเยี่ยเร่ง

นาน่าก้มดูนาฬิกาข้อมือ สีหน้าเริ่มเคร่งเครียด

"อีกสี่สิบนาทีจะสี่โมงเย็น เราต้องออกจากหมู่บ้านภายในสี่สิบนาทีนี้!"

"ไป!"

ทุกคนรีบเร่งฝีเท้าออกจากบ้านผู้ใหญ่บ้าน

มีเพียงเฉินเยี่ยที่กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง

การเดินทางครั้งนี้มันราบรื่นเกินไป

ความราบรื่นแบบนี้ทำให้เฉินเยี่ยสังหรณ์ใจไม่ดี รู้สึกเหมือนมีหายนะรออยู่ข้างหน้า

"พวก... พวกแกรอฉันด้วยสิ!"

ยายแก่ในห้องใต้ดินเหมือนจะได้ยินว่าทุกคนกำลังจะไปแล้ว จึงตะโกนเรียกด้วยน้ำเสียงร้อนรน

นอกจากเสี่ยวฟู่พ่อหนุ่มนักศึกษา ไม่มีใครสนใจยายแก่คนนี้เลย หลายคนถึงกับแอบสมน้ำหน้าด้วยซ้ำ

คงเพราะคนเลวตายยากกระมัง

สุดท้ายยายแก่ก็ปีนขึ้นมาจากห้องใต้ดินได้ด้วยความช่วยเหลือของพ่อหนุ่มนักศึกษาใจดี

พอเฉินเยี่ยเห็นสภาพการขนเสบียงของยายแก่ ก็ถึงกับอึ้งไปเลย

ยายแก่ขนเสบียงมาเต็มอัตราศึก

ไม่นับเป้ใบใหญ่บนหลัง สองมือยังหิ้วห่อผ้าใบโต ที่คอยังแขวนห่อผ้าอีกห่อหนึ่ง

เทียบกับผู้รอดชีวิตคนอื่น ยายแก่คนนี้รวบรวมเสบียงได้มากที่สุด

พอเห็นคนอื่นมองมา ยายแก่ก็ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ

อย่าคิดว่าคนแก่จะไม่มีแรงนะ

เมื่อเทียบกับพวกหนุ่มสาววัยทำงานที่โดนระบบ 996 สูบเลือดสูบเนื้อ พลังงานของคนแก่พวกนี้เรียกได้ว่าเหลือเฟือ

ไม่เชื่อลองไปดูมหกรรมแย่งไข่ไก่ลดราคาในห้าง หรือตามสถานที่ท่องเที่ยวดูสิ

แต่ในสถานการณ์แบบนี้ การแบกของพะรุงพะรังขนาดนี้ ไม่ต่างอะไรกับการหาที่ตาย

เฉินเยี่ยไม่สนใจยายแก่ กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง

หุ่นเชิดเฒ่าหลังค่อมเมื่อกี้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

"ไปกันเถอะ!"

แม่นางเซียนกระบี่นาน่าถือกระบี่เดินนำหน้า

ตามด้วยยักษ์ใหญ่เถี่ยซือ

แต่เพราะเป้ของเถี่ยซือใหญ่เกินไป ตอนออกจากประตูเลยทุลักทุเลหน่อย

สุดท้ายต้องพังประตูบ้านผู้ใหญ่บ้านถึงจะเอาเป้ออกมาได้

บรรยากาศในลานบ้านไม่ต่างจากตอนขามา

รถเก๋งหรูสีดำจอดนิ่งสนิท

เฉินเยี่ยอยากเอารถคันนี้ออกไปเหมือนกัน ถ้าเอาออกไปได้ คงมีอะไหล่ดีๆ ไว้โมดิฟายด์รถสามล้อของเขาเพียบ

แต่ด้วยขีดจำกัดตอนนี้ คงต้องรอโอกาสหน้า

ทุกคนเดินย้อนกลับทางเดิม

ท้องฟ้ายังคงมัวหมอง

ดวงอาทิตย์สีเทาลอยเด่นอยู่เหนือหมู่บ้าน

ไม่มีใครพูดอะไร แต่บรรยากาศดีกว่าขามาเยอะ

มีแต่นาน่าที่เดินไปดูนาฬิกาไปตลอดทาง

ในใจแม่นางเซียนกระบี่มีความรู้สึกไม่ต่างจากเฉินเยี่ย คือรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย

ปกติการหาเสบียงแต่ละครั้งต้องเสี่ยงตายแทบเอาชีวิตไม่รอด

แต่ครั้งนี้กลับราบรื่นผิดปกติ

"ไม่ถูก!"

ทันใดนั้น เรียวขายาวก็ชะงักกึก

เถี่ยซือเบรกตัวโก่ง เป้ยักษ์บนหลังทำเอาเซเกือบล้ม ดีที่พละกำลังมหาศาลช่วยพยุงตัวไว้ได้

เฉินเยี่ยยกหน้าไม้ขึ้นทันควัน

"เกิดอะไรขึ้น?"

"ทางเส้นนี้ เราเดินผ่านไปแล้ว!"

เด็กสาวชี้ไปที่บ้านชาวบ้านประตูเปิดอ้าหลังหนึ่งข้างทาง

บ้านหลังนี้คุ้นตามาก ก่อนหน้านี้มีคนเข้าไปแล้วไม่ได้กลับออกมา

ผู้รอดชีวิตมองหน้ากันเลิ่กลั่ก พูดอะไรไม่ออก

เฉินเยี่ยจุดบุหรี่สูบ แสงไฟวูบวาบส่องกระทบดวงตา

ขมวดคิ้วสำรวจสภาพแวดล้อมตรงหน้า

ถึงเฉินเยี่ยจะหลงทิศหน่อยๆ แต่สภาพแวดล้อมตรงหน้าดูยังไงก็คุ้นตา

"ข้างหน้าคือ... ต้นหลิวใหญ่?"

เสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวสุดขีดดังขึ้น

ทุกคนสะดุ้ง รีบเงยหน้ามอง

เห็นต้นหลิวใหญ่ยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล พ้นหัวมุมข้างหน้าไปก็จะเจอกับร้านชำใต้ต้นหลิวใหญ่

ตามหลักแล้ว ต้นหลิวใหญ่น่าจะอยู่ข้างหลังพวกเขาไม่ใช่เหรอ ทำไมจู่ๆ ถึงมาโผล่ข้างหน้าได้

ใบหน้าของทุกคนซีดเผือด

ความดีใจที่ได้เสบียงมามลายหายไปจนหมดสิ้น

"เราหลงทางแล้ว!"

นาน่าก้มดูนาฬิกา สีหน้าเคร่งเครียดถึงขีดสุด "เหลือเวลาอีกสามสิบนาที เราต้องเดินย้อนกลับ เร่งฝีเท้าหน่อยยังทัน!"

จบบทที่ บทที่ 28 เสบียงอุดมสมบูรณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว