เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23 เรื่องเล่าอันแสนตื่นเต้น มาถึงอลาบัสต้า

ตอนที่ 23 เรื่องเล่าอันแสนตื่นเต้น มาถึงอลาบัสต้า

ตอนที่ 23 เรื่องเล่าอันแสนตื่นเต้น มาถึงอลาบัสต้า


หลังจากจบเหตุการณ์ที่เกาะดรัมแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือมุ่งตรงไปยังอาณาจักรอลาบัสต้า ซึ่งจะได้พบกับพี่ชายของลูฟี่ เอสหมัดอัคคีผู้โด่งดัง โรบิน และเจ็ดเทพโจรสลัด คร็อกโคไดล์

พูดให้ถูกก็คือคร็อกโคไดล์เวอร์ชั่นโดนเนิร์ฟ เพราะเขาแพ้ให้กับลูฟี่ คนที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฮาคิคืออะไร

เพียงเพราะคร็อกโคไดล์เป็นเจ็ดเทพคนแรกที่เป็นคู่ต่อสู้ของกลุ่มหมวกฟางอย่างเป็นทางการ เลยต้องปรับให้อ่อนลงไม่งั้นตัวเอกสู้ไม่ได้

ในแง่ของการวางแผนกลยุทธ์ คร็อกโคไดล์ถือว่าอยู่ในอันดับต้นๆของโลกวันพีช

ในแง่ของความแข็งแกร่ง หลังสงครามมารีนฟอร์ด ไม่ได้เห็นฉากต่อสู้ของเขาเลย

ไป๋ซานยังคงรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยที่จะได้พบกับโจรสลัดระดับตำนานคนนี้

แต่สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการเล่าเรื่องให้ลูฟี่และพรรคพวกฟัง

นับตั้งแต่ที่ช็อปเปอร์พูดกับพวกลูฟี่ว่าไป๋ซานมีเรื่องเล่าน่าสนุกมากมาย ลูฟี่ยังคงตั้งตารอฟังเสมอ

ดังนั้นทันทีที่มาถึงเรือโกอิ้ง แมรี่ ลูฟี่ก็เร่งเร้าให้ไป๋ซานเล่าเรื่องให้เขาฟัง

การคิดว่าต้องล่องเรือบนมหาสมุทรอันกว้างใหญ่แบบไม่มีอะไรทำแล้ว ไป๋ซานก็เลยตัดสินใจเล่าเรื่องไซอิ๋วให้ฟัง

รายละเอียดบางอย่างที่เขาจำไม่ได้ เขาก็จะพูดมั่วๆทันที

“ในอีสต์บลูมีเกาะที่ชื่อว่า ง่าวล่ายก๊ก มีภูเขาชื่อฮวยก๊วยซัว...”

ตอนแรกมีเพียงลูฟี่และช็อปเปอร์เท่านั้นที่ฟัง แต่เมื่อถึงเวลากินข้าว ซันจิที่เห็นว่าลูฟี่ไม่ได้มาเรียกร้องหาอาหารเหมือนอย่างทุกที ก็เกิดสงสัย เลยเดินเข้ามาฟังด้วย

หลังจากนั้นไม่นาน นามิและเจ้าหญิงวีวี่ก็ตระหนักว่าพ่อครัวไม่ได้เตรียมอาหารไว้อย่างทุกที จึงเข้าไปฟังด้วยเหมือนกัน

สุดท้ายเป็นโซโลเพิ่งกลับมาที่ห้องอาหารหลังจากออกกำลังกายเสร็จ เขาก็พบว่าไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลย

“หืม? วันนี้ไม่มีข้าวเที่ยงเหรอ หรือฉันมาช้าจนกินกันหมดแล้ว?”

ในที่สุดทุกคนก็มารวมตัวกันฟังนิทานที่ไป๋ซานเล่า

ลูฟี่ติดนิทานมากจนถึงขั้นเลื่อนการกินอาหารออกไปก่อน

เสน่ห์ของเรื่องราวไซอิ๋วปรากฏให้เห็นเด่นชัด

เรื่องราวส่วนใหญ่ในโลกวันพีชเป็นเรื่องเกี่ยวกับสมบัติและการผจญภัย และล้วนเป็นเรื่องราวเรียบง่ายที่ไม่มีรายละเอียด

มีเรื่องราวแบบไซอิ๋วไม่มากนักในโลกนี้ ที่มีทั้งเรื่องราวการผจญภัย การต่อสู้ ความรัก ความเศร้ารวมกันแต่กลับลงตัว และให้มุมมองใหม่ๆที่มีต่อโลกได้อย่างดีเยี่ยม

“โอ้ ฉันอยากจะสำรวจโลกแบบนั้นจริงๆนะ ล้อมรอบไปด้วยป่าและต้นไม้ใหญ่ น่าทึ่งสุดๆ”

ลูฟี่พูดด้วยสีหน้าโหยหา

“มันเป็นแค่เรื่องเล่า วันนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นนะ เนื้อเรื่องต่อไป ‘ผจญเภทภัยเก้าเก้าแปดสิบเอ็ดประการ’ ที่จะเล่าพรุ่งนี้จะสนุกและน่าตื่นเต้นกว่านี้อีก”

นามิจินตนาการถึงสมบัติและคาถาวิเศษทุกประเภท

“ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าจะเปลี่ยนหินให้เป็นทองได้ยังไง”

“ฉันสงสัยจริงๆว่าลิงที่เป็นอมตะรสชาติเป็นยังไง… ไม่สิ ฉันควรใช้มีดแบบไหนในการหั่นมัน…”

ในใจของซันจิตอนนี้ได้จินตนาการถึงการปรุงอาหารและรสชาติของมันแล้ว

“เฮ้ ถ้าการแปลงร่างเป็นมนุษย์คือเวทมนต์ของพวกนั้น พวกสัตว์ในโลกนั้นก็เป็นผู้ใช้พลังผลปีศาจเหมือนกันนะเซ่ะ”

ทันใดนั้นช็อปเปอร์ก็ตระหนักได้ว่าเขาอาจจะเพื่อนที่เป็นแบบเดียวกับเขา

“ฮ่าฮ่า ฉันบอกแล้วไงว่ามันเป็นแค่นิทานเรื่องเล่าน่ะ”

“พี่ไป๋ซาน นี่เป็นเรื่องที่คุณแต่งขึ้นหรือเปล่า?”

“ไม่ใช่ ผู้แต่งชื่ออู๋เฉิงเอิน เป็นนักเขียนที่มีชีวิตอยู่เมื่อนานมาแล้ว”

“อะไรนะ ชื่อแปลกจัง ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน เขาเป็นนักเขียนจากทะเลอื่นหรือเปล่า?”

ไม่มีใครที่เกิดและเติบโตในทะเลอีสต์บลูเคยได้ยินเรื่องนี้ และช็อปเปอร์ที่เติบโตบนเกาะดรัมยิ่งแล้วใหญ่

“ใครจะรู้ล่ะ เรื่องนั้นช่างมันเถอะ มากินข้าวกันก่อนดีกว่า แล้วค่อยมาเล่าต่อพรุ่งนี้”

วันรุ่งขึ้น เดิมทีโซโลกำลังจะออกกำลังกาย แต่เขาได้ยินว่าไป๋ซานกำลังจะเล่าให้พวกเขาฟังเรื่อง ‘ผจญเภทภัยเก้าเก้าแปดสิบเอ็ดประการ’ เมื่อเขาได้ยินว่า ‘ผ่านผจญเภทภัยเก้าเก้าแปดสิบเอ็ดประการและได้ตระหนักรู้จนบรรลุ’ เขาก็ตัดสินใจมาฟัง

แน่นอนว่าโซโลสนใจเพียงว่าซุนหงอคงจะเอาชนะพวกปีศาจได้ยังไง

ดูเหมือนว่าเขาจะถือว่าพวกปีศาจต่างๆ เป็นศัตรูในจินตนาการ และมักจะพึมพำกับตัวเองว่า "จะเป็นยังไงถ้าฉันต้องเจอกับศัตรูที่ไม่กลัวดาบฟัน..."

"ร่างกายที่แข็งแกร่งประดุจเหล็ก? ดูเหมือนว่าฉันจะต้องหาวิธีฝึกดาบของฉันให้มันฟันเหล็กได้"

ช่างมันเถอะ ปล่อยมันไปตามกรรม

เพราะมีไป๋ซานเป็น "นักเล่าเรื่อง" อยู่ที่นี่ แม้แต่เจ้าหญิงวีวี่ที่กำลังกังวลเกี่ยวกับอาณาจักรตัวเองก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

แต่ถึงยังไงเรือก็ยังคงแล่นไปตามความเร็วเท่าเดิม

การฟังนิทานเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแต่ละวันเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการรีบไปที่อลาบัสต้าและหยุดแผนการชั่วร้ายของคร็อกโคไดล์

แม้แต่ลูฟี่ก็เข้าใจว่าอะไรสำคัญที่สุดในตอนนี้

"เรื่องเล่าน่ะจะฟังตอนไหนก็ได้ แต่ฉันอยากจะฆ่าเจ้าคร็อกโคไดล์นั่นให้เร็วที่สุด!"

หลังจากล่องลอยอยู่บนทะเลเป็นเวลาหลายวัน ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงนาโนฮาราในอลาบัสต้า

มีความโกลาหลมากมายระหว่างทาง แต่ไป๋ซานก็เพิกเฉย

เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำลายโครงเรื่องดั้งเดิม

แต่เขาจะดำเนินการเมื่อจำเป็น

หลังจากตามลูฟี่ไปเรื่อยๆ ในที่สุดไป๋ซานก็ได้พบกับเอส หมัดอัคคี!

ผู้ชายคนนี้กำลังกินข้าวอยู่ในร้านอาหารแล้วก็เผลอหลับไป

เขายังได้เจอกับสโมคเกอร์และทักทายกัน

"เฮ้ เฒ่าควัน ทำไมนายถึงมาที่นี่?"

"มาจับคนข้างๆแกที่มีค่าหัว30ล้านเบรีไง แล้วนี่แกเป็นทหารเรือจริงๆแน่นะ? "

"ฮ่าๆๆๆ ไม่ได้มีอะไรซะหน่อย ถ้านายจะจับเจ้านี่ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ? "

"จริงเหรอ? ไม่ใช่ว่านายควรเป็นคนจับเขาแค่แรกหรอ"

ในที่สุดก็เป็นตอนที่เอสกับสโมคเกอร์ต่อสู้กัน

เปลวไฟและควันที่ลุกไหม้ก่อให้เกิดพายุทอร์นาโด สูงขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดก็หยุดลง

"สู้ๆนะเฒ่าควัน! ฉันไปก่อนล่ะ!"

"มาช่วยฉันก่อนสิเจ้าบ้า! ฉันเอาชนะเจ้านี่ไม่ได้! นี่คือหัวหน้าหน่วยที่สองของกลุ่มโจรสลัดหนวดขาว! เป็นโจรสลัดที่มีค่าหัวนะ!" สโมกเกอร์ตะโกนใส่ไป๋ซาน

“อะไรนะ ไม่ได้ยินเลยอ่ะ! ลมมันแรงเกินฟังไม่ชัดเลย ฉันไปก่อนดีกว่า”

ไป๋ซานแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินแล้วรีบหนีไปอย่างรวดเร็ว

เขาจะไม่เข้าไปแทรกแทรง

ไป๋ชานชอบเอซมากทั้งในด้านอารมณ์และเหตุผล (เอ่อ…)

นอกเหนือจากการที่ชอบกินอาหารมากเกินไปแล้วเอสก็ไม่มีข้อเสียอื่นอีก การเป็นเพื่อนกับคนแบบนี้ไม่มีอะไรเสียหายเลย

หลังจากเห็นพลังของหมัดอัคคีแล้ว ในที่สุดกลุ่มหมวกฟางก็ออกมาจากที่นั่น

"ให้ฉันแนะนำหน่อยแล้วกัน นี่คือเอส เป็นพี่ชายของฉัน"

"นี่ไป๋ซาน เป็นทหารเรือ"

ลูฟี่ทำหน้าที่เป็นคนกลางและแนะนำทุกคน

เอสไม่แปลกใจนักเมื่อได้ยินว่าไป๋ซานเป็นสมาชิกกองทัพเรือ

“กองทัพเรือ? อยู่สาขาไหน?”

“ฉันยังไม่มีสาขาประจำการ ฉันพึ่งจบการประเมินจากสาขาใหญ่ ตอนนี้ฉันขาอาสามาแกรนด์ไลน์เพียงลำพังเพื่อหาประสบการณ์”

“ทำไมไม่ไปทะเลทั้ง4ล่ะ ที่นั่นมีสาขากองทัพเรือมากมาย พร้อมจะช่วยเหลือตลอดเวลา อยู่ในแกรนด์ไลน์ถ้าพวกโจรสลัดรู้ว่านายเป็นกองทัพเรือแถมมาแค่คนเดียวคงโดนหมายหัวแน่”

"ก็เพราะแบบนั้นแหละฉันถึงมาอยู่ที่นี่ไง"

เอซที่ได้ยินแบบนั้นมองไป๋ชานแล้วหัวเราะออกมา "ฉันชอบคนแบบนายจริงๆ เป็นคนที่น่าสนใจมาก!"

"นายก็เหมือนกัน"

"ถ้าอย่างงั้นอยากลองประมือกันหน่อยไหม?"

"กำลังรออยู่เลย"

จบบทที่ ตอนที่ 23 เรื่องเล่าอันแสนตื่นเต้น มาถึงอลาบัสต้า

คัดลอกลิงก์แล้ว