- หน้าแรก
- รวยทะลุมิติ ผมข้ามภพไปสร้างอาณาจักรพันล้าน
- บทที่ 18 ลูกหลานคนรู้จัก?
บทที่ 18 ลูกหลานคนรู้จัก?
บทที่ 18 ลูกหลานคนรู้จัก?
พอลู่เหวยจัดการธุระที่ตลาดค้าส่งผักเสร็จ เขาก็รีบบึ่งไปหาคุณยายอู๋ที่ตลาดเช้าทันที
ตอนที่ไปถึง ตลาดเช้ากำลังคึกคักถึงขีดสุด
ฝูงชนเบียดเสียด ส่วนใหญ่เป็นคนแก่ที่ตื่นเช้ามาเดินออกกำลังกายแล้วแวะซื้อกับข้าว จับกลุ่มเดินคุยกันอย่างสนุกสนาน
ลู่เหวยมองเห็นแผงของคุณยายอู๋มีคนมุงอยู่เต็มไปหมด ใจหายวาบ นึกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น รีบสาวเท้าเบียดผู้คนเข้าไป
พอไปถึงก็โล่งอก ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร ที่แท้ขายดีจนทำไม่ทันต่างหาก
หน้าแผงเต็มไปด้วยลูกค้าที่กำลังเลือกผักถามราคา คุณยายอู๋คนเดียวต้องทั้งชั่งน้ำหนัก รับเงิน ทอนเงิน ดูท่าทางจะรับมือไม่ไหว เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก
ลู่เหวยไม่นึกเลยว่าผักที่เก็บมาฟรีๆ จะขายดีขนาดนี้ เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบมุดเข้าไปช่วยทันที
"ยายครับ วันนี้ทำไมคนเยอะจัง?" ลู่เหวยถามด้วยความประหลาดใจพลางช่วยคุณลุงท่านหนึ่งใส่ผักลงถุงอย่างคล่องแคล่ว
คุณยายอู๋เห็นลู่เหวยมาก็เหมือนเห็นพระมาโปรด รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเหี่ยวย่น "ก็มันถูกไงลูก! คนเดินตลาดเช้าเขาเน้นของถูกคุ้มค่ากันทั้งนั้น ดูสิ ผักเราสภาพใช้ได้ แต่ราคาถูกกว่าเจ้าอื่นครึ่งต่อครึ่ง จะไม่ให้แย่งกันซื้อได้ไง?"
ลู่เหวยคิดตาม ก็จริงอย่างที่ยายว่า คนมาเดินตลาดเช้าส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านละแวกนี้ โดยเฉพาะคนแก่ เรื่องราคานี่ละเอียดอ่อนมาก
ขอแค่ของดูดี ราคาถูก ต่อให้ยังไม่จำเป็นต้องกินเดี๋ยวนี้ ก็ยอมซื้อตุนไว้ก่อน รู้สึกว่าถ้าไม่ซื้อคือกำไรหาย ยิ่งเป็นผักที่ต้องกินทุกวันยิ่งแล้วใหญ่
แถมผักพวกนี้ ลู่เหวยคัดมาอย่างดีแล้ว นอกจากจะเหี่ยวหน่อย แทบดูไม่ออกเลยว่าเป็นของเก็บตก เอาไปวางปนกับผักสวยๆ ก็แยกไม่ออก
ทั้งสองคนช่วยกัน คนหนึ่งชั่งน้ำหนักใส่ถุง อีกคนรับเงินทอนเงิน เริ่มรู้ใจกันมากขึ้นเรื่อยๆ วุ่นวายอยู่พักใหญ่ ฝูงชนถึงเริ่มซาลง
บนแผงเหลือแค่ผักเกรดต่ำที่โดนคนเลือกทิ้งไว้
ลู่เหวยเห็นว่าสายแล้ว เลยบอกคุณยายอู๋ "ยายครับ เหลือไม่เยอะแล้ว เก็บแผงเถอะครับ ที่เหลือเดี๋ยวผมเอาไปจัดการต่อเอง"
คุณยายอู๋มองผักเหลือๆ อย่างเสียดาย "ยังเหลืออีกตั้งเยอะนะ ขายต่ออีกหน่อยไหม?"
ลู่เหวยเริ่มเก็บของอย่างรวดเร็ว ยิ้มปลอบใจ "ยายครับ ของพวกนี้ผมจัดการได้ ยายยืนมาทั้งเช้าแล้ว กลับบ้านพักผ่อนเถอะครับ" เขาดูออกว่าคุณยายเริ่มเหนื่อยล้าเต็มที
คุณยายอู๋พยักหน้ายอมแพ้ ทั้งสองเก็บข้าวของเสร็จสรรพ เข็นรถสามล้อกลับบ้านอย่างสบายอารมณ์
ระหว่างทาง คุณยายอู๋ถามไถ่เรื่องงานของลู่เหวยเมื่อเช้า พอรู้ว่าเขาขนของได้เงินมาสามร้อย แถมเถ้าแก่ลู่ยังใจป้ำให้เพิ่มอีกร้อยเป็นรางวัล แล้วยังได้มือถือเก่ามาอีกเครื่อง คุณยายยิ้มแก้มปริยิ่งกว่าตัวเองหาเงินได้เสียอีก
"ดี! ดีมาก! ยายรู้แล้วว่าเด็กดีอย่างเสี่ยวเหวย ไปที่ไหนก็ต้องได้ดี!"
ลู่เหวยเขินม้วน "ยายครับ ผมไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอกครับ"
"ยายอาบน้ำร้อนมาก่อน น้ำเย็นอย่างเธอ ยายดูออกน่า เด็กขยัน ซื่อสัตย์ จิตใจดีแบบนี้ หาไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะ" คุณยายอู๋พูดอย่างมั่นใจ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง "เอ้อ แล้วที่บอกว่าเถ้าแก่ให้มือถือเก่ามาเหรอ?"
"ครับ เครื่องเก่าที่แกเลิกใช้แล้ว ผมปฏิเสธไปตั้งหลายรอบ แต่แกยัดเยียดให้"
"วันหลังไม่ต้องปฏิเสธหรอก" คุณยายอู๋โบกมือ "พวกเถ้าแก่รวยๆ ทรัพย์สินเป็นสิบล้านร้อยล้าน มือถือเก่าทิ้งไว้ก็ฝุ่นจับเปล่าๆ ไป ยายพาไปเปิดซิม" ว่าแล้วก็พาลู่เหวยเลี้ยวเข้าร้านมือถือข้างทาง
ลู่เหวยยังอึ้งกับคำพูดคุณยาย "สิบล้านร้อยล้าน"? เงินจำนวนมหาศาลขนาดนั้น เขาจินตนาการไม่ออกเลย
คุณยายอู๋ใช้บัตรประชาชนตัวเองเปิดซิมให้ลู่เหวย
พนักงานในร้านใจดี สอนลู่เหวยโหลดแอพ ลงทะเบียนวีแชท
พอลู่เหวยรู้ว่าเจ้าสิ่งนี้ที่เรียกว่า "วีแชท" สามารถคุยเห็นหน้ากันได้แม้จะอยู่ห่างไกลเป็นพันลี้ เขาก็แทบไม่เชื่อหูตัวเอง
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นระคนตื่นเต้น เขาลองกดวิดีโอคอลหาคุณยายอู๋ตรงนั้นเลย
พอมองเห็นใบหน้ายิ้มแย้มปรากฏบนหน้าจอ แล้วหันไปมองคุณยายตัวจริงที่ยืนอยู่ข้างๆ ลู่เหวยถือมือถือค้าง ยืนอึ้งพูดไม่ออก
โลกใบนี้มันล้ำยุคเกินไปแล้ว ล้ำจนเหมือนเขาหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง
พอกดวางสาย ลู่เหวยก็โทรหาลู่เหย่ตามนามบัตรที่ได้มา เพื่อบอกเบอร์โทรศัพท์ของตัวเอง
เป็นอันว่า ในสมุดรายชื่อของลู่เหวยตอนนี้ มีผู้ติดต่ออยู่สองคนถ้วน
ขากลับ คุณยายอู๋เล่าเรื่องขายผักเมื่อเช้าให้ฟัง
ปลาไหลขายหมดเกลี้ยงในพริบตา ปลาไหลธรรมชาติราคาไม่แพง เป็นที่นิยมในตลาดมาก
ผักร้อยกว่าจินก็ขายไปเกือบหมด เพราะคุณยายอู๋ขายราคาเดียวกับลู่เหวย คือจินละ 1 หยวน
คุยกันเพลินๆ ก็มาถึงหน้าบ้านคุณยายอู๋
พอเดินเข้าลานบ้าน ประตูไม้ของห้องปีกตะวันออกก็เปิดออกเบาๆ หญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมา
เธอน่าจะอายุราวๆ ยี่สิบห้าหยิบหก รูปร่างสูงโปร่งระหง สูงประมาณร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร บุคลิกโดดเด่นสะดุดตา
ใบหน้ารูปไข่จิ้มลิ้ม ผิวขาวผ่อง ดวงตากลมโตเป็นประกาย ฟันขาวเรียงตัวสวย คิ้วเรียวได้รูป แฝงความเย็นชาและมาดมั่น
ผมยาวดัดลอนคลายๆ ปล่อยสยายเคลียไหล่ เพิ่มเสน่ห์ของความเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เธอสวมเชิ้ตดำพอดีตัว ทับด้วยเสื้อโค้ทตัวยาวคัตติ้งเนี้ยบ กางเกงขายาวสีดำเรียบง่าย ดูทะมัดทะแมงแต่แฝงความหรูหรา
กรอบแว่นตาบางๆ บนใบหน้าช่วยเสริมลุคสาวเก่ง ดูปราดเปรียวและมั่นคง มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นสาวออฟฟิศระดับหัวกะทิในเมืองใหญ่
เพียงแต่บุคลิกของเธอ ดูจะขัดกับห้องเช่าซอมซ่อแห่งนี้ไปหน่อย
ลู่เหวยเห็นเธอแวบแรก ถึงกับยืนตะลึง
ไม่ใช่เพราะไม่เคยเห็นคนสวย แต่เพราะผู้หญิงคนนี้ ให้ความรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน
ทันใดนั้น ภาพของใครคนหนึ่งก็วาบเข้ามาในหัว
ไม่ใช่สิ อายุไม่ตรงกัน ถึงโลกนี้จะมีคนคนนั้นอยู่จริง ป่านนี้ก็ต้องห้าสิบกว่าแล้ว อายุห่างกันลิบลับ
หรือจะเป็นลูกสาว?
พอคิดว่าเธออาจจะมีลูกสาวแล้ว ลู่เหวยก็รู้สึกจุกในอกอย่างบอกไม่ถูก
ตัวเองอุตส่าห์ให้ผู้ใหญ่ไปสู่ขอ โดนปฏิเสธกลับมา แต่ตอนนี้ดันมาเจอลูกสาวของเธอกับคนอื่น
ตอนนั้นเอง คุณยายอู๋ก็ทักทายหญิงสาวคนนั้น
"เว่ยเว่ย จะไปทำงานเหรอจ๊ะ?"
หญิงสาวพยักหน้าเบาๆ ยิ้มอย่างอ่อนโยน "ค่ะคุณยายอู๋ อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณยายไปทำอะไรมาคะเนี่ย?"
คุณยายอู๋ชี้ไปที่รถสามล้อด้านหลัง "ไปขายของที่ตลาดเช้ามาจ้ะ
เอ้อ แนะนำให้รู้จัก นี่ลู่เหวย พักอยู่ห้องตรงข้ามหนูนี่เอง เป็นเด็กดีมาก ต่อไปก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะลูก"
หลานเว่ยเว่ยสังเกตเห็นลู่เหวยตั้งนานแล้ว เห็นเสื้อผ้าเก่าๆ เปื้อนฝุ่น ก็รู้ทันทีว่าเป็นแรงงาน
เธอไม่ได้รังเกียจคนใช้แรงงานหรอก แค่รู้สึกว่าเธอกับคนแบบนี้อยู่คนละโลก คงไม่มีวันได้ข้องเกี่ยวกัน
แถมอีตานี่ยังจ้องเธอตาไม่กระพริบตั้งแต่แรกเห็น ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด ประทับใจแรกพบติดลบไปเลย
แต่เพื่อรักษามารยาทและเห็นแก่หน้าคุณยายอู๋ หลานเว่ยเว่ยจึงพยักหน้าให้ลู่เหวย
"สวัสดีค่ะ"
ได้ยินเสียงทักทาย ลู่เหวยถึงได้สติ
"หะ? อ้อๆๆ สวัสดีครับ"
หลานเว่ยเว่ยไม่สนใจเขาอีก บอกลาคุณยายอู๋แล้วเดินไปทางป้ายรถเมล์
"ยังจะมองอีก เขาไปจนลับสายตาแล้วพ่อคุณ"
เสียงแซวของคุณยายอู๋ดึงสติลู่เหวยกลับมา
ลู่เหวยหน้าแดงด้วยความเขิน "ผมแค่รู้สึกว่าหน้าตาคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหน ไม่ได้มองอย่างอื่นสักหน่อย"
คุณยายอู๋หัวเราะร่า "แม่หนูคนนี้สวยจริง แต่หยิ่งเอาเรื่อง ไม่ใช่คนระดับเราจะไปเอื้อมถึงหรอกลูก จะหาเมียทั้งที หาคนที่พร้อมจะกัดก้อนเกลือกินกับเราดีกว่า
ไว้วันหลังยายจะแนะนำสาวดีๆ ให้ รับรองเหมาะกับเธอแน่"
ลู่เหวยยิ่งเขินหนักเข้าไปอีก รีบเข็นรถสามล้อเข้าลานบ้านไป
แต่ในใจยังคงครุ่นคิดไม่ตก ว่าผู้หญิงคนเมื่อกี้ จะเกี่ยวข้องอะไรกับ "คนคนนั้น" หรือเปล่า