- หน้าแรก
- รวยทะลุมิติ ผมข้ามภพไปสร้างอาณาจักรพันล้าน
- บทที่ 10 การแก้แค้นของเด็กหญิงตัวน้อย
บทที่ 10 การแก้แค้นของเด็กหญิงตัวน้อย
บทที่ 10 การแก้แค้นของเด็กหญิงตัวน้อย
เด็กหญิงตัวน้อยมองหน้าพี่ชายด้วยดวงตาชุ่มน้ำ "จริงเหรอ?"
ลู่เหวยพยักหน้าอย่างจริงใจ "จริงสิ พี่ซื้อกลับมาให้แน่นอน"
"หนูไม่เชื่อหรอก" ยัยหนูเบ้ปาก
หล่อนไม่ได้โง่นะ ทีวีที่พ่อแม่ยังไม่มีปัญญาซื้อ พี่ชายจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อได้
ลู่เหวยขยี้หัวน้องสาวอย่างเอ็นดูปนขำ "ยังไม่เชื่อพี่อีก? งั้นของอร่อยที่พี่มีนี่เธอก็อย่ากินเลย"
ยัยหนูกระพริบตาปริบๆ "ของอร่อยอะไร?"
"รอก่อน" ลู่เหวยพูดจบก็เดินเข้าไปในห้อง
สักพักเขาก็ออกมาพร้อมถุงผ้าสามเหลี่ยม ล้วงเอาแอปเปิ้ลลูกใหญ่สีแดงสดออกมาแกว่งไปมาตรงหน้าน้องสาว
"ดูสิ นี่อะไร?"
ยัยหนูกรี๊ดกร๊าดด้วยความดีใจ "ว้าว! แอปเปิ้ลยักษ์! ใหญ่จังเลย! หนูจะกิน หนูจะกิน!"
พ่อกับแม่เองก็ตะลึงไม่แพ้กัน แอปเปิ้ลลูกใหญ่ขนาดนี้ พวกเขายังไม่ค่อยจะได้เห็นเลย อย่าว่าแต่ซื้อกิน
"ไปเอามาจากไหน?" แม่ตาโตถามเสียงหลง
ลู่เหวยวางถุงลงกับพื้น เปิดปากถุงออกเผยให้เห็นผักผลไม้ข้างใน
"ผมมีเพื่อนที่โรงเรียนป่าไม้ บ้านเขาขายผัก วันนี้เขารถตกหล่มตรงถนนทิศใต้หมู่บ้านเรา ขึ้นไม่ได้
ผมเลยเอาพลั่วกับจอบไปช่วยขุดดินเข็นรถขึ้นมา
พ่อเขาจะให้เงินผม แต่ผมไม่รับ เพื่อนกันทั้งนั้น
พ่อเขาเลยให้ผักผลไม้พวกนี้มาแทน
ตอนแรกผมก็จะไม่รับ แต่เขาบอกว่าของพวกนี้มันช้ำ ขายไม่ได้ราคา กะว่าจะเอาไปแจกคนอยู่แล้ว ก็เลยยกให้ผมมา
ผมคิดดูแล้ว ของฟรีไม่เอาได้ไง เดี๋ยวเขาจะหาว่าเรารังเกียจ
แม่ดูสิ มีทั้งแอปเปิ้ล แตงกวา พริก มะเขือยาว มะเขือเทศ ขิง ขึ้นฉ่าย ถึงจะมีรอยช้ำนิดหน่อยขายไม่ได้ราคา แต่เอามากินเองหรือแจกคนอื่นก็ยังดี"
พ่อฟังแล้วก็พยักหน้าอย่างพอใจ "ลูกทำถูกแล้ว อย่าว่าแต่เพื่อนเลย ต่อให้เป็นคนแปลกหน้า เราช่วยเขาจะไปเอาเงินได้ไง
แต่ผักผลไม้พวกนี้ก็มีราคา น้ำใจเขาให้มา ปฏิเสธไปก็น่าเกลียด
เอาอย่างนี้ ไว้คราวหน้าเจอเขา เราก็เอาของไปฝากเขาบ้าง ถือว่าเป็นการตอบแทนน้ำใจกัน"
ลู่เหวยพยักหน้ารับ "ผมคิดไว้แล้ว พรุ่งนี้ผมจะเข้าเมือง พ่อเอาปลาไหลที่จับมาได้วันนี้ฝากผมไปให้ที่บ้านเขาหน่อยสิครับ"
ลู่ต้าไห่พยักหน้า "ได้สิ ปลาไหลวางไว้ตรงนั้น พรุ่งนี้เช้าค่อยเอาไป มันไม่ตายหรอก"
หน้าหนาวที่มณฑลหลง ปลาไหลกับปลาเหล่าโถว ไม่กลัวหนาว เพราะพวกมันชินกับอุณหภูมิติดลบ ต่อให้ตัวแข็งโป๊ก แค่เอาน้ำเย็นราดก็ฟื้นคืนชีพได้
ปลาเหล่าโถวถึงขั้นฝังตัวในดินแข็งๆ ข้ามหนาวไปจนถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้าก็ยังรอด
เพราะงั้นปลาน้ำเย็นตามธรรมชาติของมณฑลหลงถึงรสชาติดีมาก
แม่ยิ้มแก้มปริ รีบเก็บผักและผลไม้เข้าที่
ปากก็พร่ำชมไม่หยุด "ผักสดอะไรขนาดนี้ ดูแตงกวานี่สิ หนามยังอยู่ครบเลย รอยช้ำแค่นี้จิ๊บจ๊อย ไม่ต่างกับของใหม่เลย หาซื้อยังไม่ได้เลยนะเนี่ย
พริกนี่ก็สวยสด กระเทียมอีก?
เดี๋ยวนี้กระเทียมแพงจะตาย ได้ยินว่าโลละตั้งสองหยวนห้าสิบ ดีเลย ปีใหม่นี้ไม่ต้องซื้อกระเทียมแล้ว กินได้อีกนาน"
แม่ยิ่งเก็บก็ยิ่งมีความสุข ผักพวกนี้ช่วยให้ฉลองปีใหม่ได้อย่างไม่อัตคัด
ลู่เหวยมองแม่ที่ตื่นเต้นดีใจ จู่ๆ ก็รู้สึกจุกในอก
ถ้าแม่รู้ว่าผักผลไม้พวกนี้เป็นของที่คนเขาทิ้งขว้าง ไม่รู้จะรู้สึกยังไง
พอเก็บผักเสร็จ แม่ก็รวบส้ม แอปเปิ้ล และกล้วยหอมเก็บตาม
ยัยหนูเห็นแม่จะเก็บหมดก็เริ่มประท้วง
"แม่ หนูจะกินกล้วย ขอลูกนึง"
"จะกินอะไร? แม่ว่าแกหน้าเหมือนกล้วยอยู่แล้ว เก็บไว้กินตอนปีใหม่ ตอนนี้กินหมดปีใหม่จะกินอะไร? ได้แอปเปิ้ลไปลูกนึงก็ดีถมแล้ว ไปๆ" แม่ไม่สนใจเสียงประท้วง ล็อคกุญแจตู้เก็บของทันที
ยัยหนูกอดแอปเปิ้ล หน้ามุ่ย "หนูยังไม่เคยชิมกล้วยเลย ขอชิมคำเดียวไม่ได้เหรอ?"
ลู่เหวยช่วยพูดอีกแรง "แม่ ให้น้องกินเถอะ ของอย่างอื่นเก็บได้ แต่กล้วยมันเก็บไม่ได้นะ วันนี้ไม่กินอีกสองวันก็เน่าแล้ว"
ถึงหน้าหนาวที่นี่จะเย็นจัด เชื้อโรคไม่โต อาหารไม่บูดง่าย ผักผลไม้เก็บได้เป็นสิบวัน
แต่กล้วยมันไม่ใช่ ลู่เหวยเอาของเก่าเก็บมา ขืนเก็บต่ออีกนิดเละแน่
แม่ขมวดคิ้ว "กล้วยเก็บไม่ได้เหรอ?"
ลู่เหวยพยักหน้า "ครับ เพื่อนผมบอกมาว่าเก็บไม่ได้ เดี๋ยวเน่า"
"เฮ้อ... งั้นก็กินเถอะ" แม่หยิบกล้วยออกมาอย่างเสียดาย
ลู่เหวยเอากล้วยมา 8 ลูก แบ่งกันคนละลูก 4 คน ที่เหลือ 4 ลูกจะเอาไปให้บ้านย่า
ยัยหนูคว้ากล้วยจะกัดทั้งเปลือก ลู่เหวยต้องรีบห้าม แล้วปอกเปลือกส่งให้
ยัยหนูกัดไปคำนึง เคี้ยวตุ้ยๆ ตาหยีด้วยความฟิน
"กล้วยอร่อยจัง พี่กินสิ" ยื่นกล้วยที่เต็มไปด้วยน้ำลายมาจ่อปากลู่เหวย
ลู่เหวยส่ายหน้าหนีกล้วยเปียกน้ำลาย "พี่ไม่กิน พี่มีส่วนของพี่ เธอกินเถอะ"
ยัยหนูทำตาเจ้าเล่ห์ เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ คว้ากล้วยวิ่งตึงตังออกไปนอกบ้าน
ลู่เหวยตะโกนถาม "จะไปไหน?"
"เดี๋ยวมา" เสียงยัยหนูลอยมาจากในลานบ้าน
ลู่เหวยส่ายหน้า ไม่สนใจ แล้วหยิบกล้วย 4 ลูกออกมา
"แม่ เดี๋ยวผมเอากล้วยไปให้ย่านะ"
แม่พยักหน้าอย่างปลื้มใจ "ไปเถอะ รีบกลับมากินข้าวนะ"
พ่อเสริมขึ้นมา "อาสะใภ้เอ็งคงได้เห็นเงินกลับคืนบ้างล่ะงานนี้"
แม่เบ้ปาก "ลูกฉันมีน้ำใจจะตาย กินข้าวบ้านเขาไปเท่าไหร่ ก็ช่วยงานเขาไปเท่านั้น มีของดีก็ไม่เคยลืมแบ่ง"
ลู่เหวยถือกล้วยเดินออกจากบ้าน พอเลี้ยวตรงมุมตึก ก็เห็นน้องสาวตัวแสบยืนอยู่ริมรั้วกั้นบ้านตระกูลซู แกว่งกล้วยในมือยั่วซูเอ้อเป่า
"ซูเอ้อเป่า เคยกินกล้วยไหม? ดูสิ นี่แหละกล้วย หวานเจี๊ยบเลย อั้ม! หูย... อร่อยจัง หอมหวานสุดๆ"
สมัยนั้น ในพื้นที่ห่างไกลอย่างมณฑลหลง อย่าว่าแต่กินกล้วยเลย คนทั่วไปแค่เห็นของจริงยังยาก ส่วนใหญ่เห็นแต่ในทีวี
มีแต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เท่านั้นแหละถึงจะมีวาสนาได้กิน
ซูเอ้อเป่าเห็นกล้วยในมือน้องสาว น้ำลายไหลย้อย
"เวินฮุ่ย ขอฉันกินคำนึงสิ ให้ฉันกินคำนึง ต่อไปฉันให้เธอมาดูทีวีบ้านฉันทุกวันเลย"
"ไม่ให้!" ยัยหนูปฏิเสธเสียงแข็ง
"งั้นขอเลียทีนึงก็ได้ ทีเดียวพอ"
หวังกุ้ยอิงเดินออกมาเห็นลูกชายทำตัวน่าสมเพช ก็โกรธเลือดขึ้นหน้า ลากตัวลูกชายกลับเข้าบ้าน
ซูเอ้อเป่าร้องไห้จ้า ดิ้นพราดๆ จะกินกล้วยให้ได้
บ้านตระกูลซูวุ่นวายโกลาหลไปหมด
ลู่เหวยส่ายหน้าขำๆ ตบหัวน้องสาวเบาๆ "ไป กลับบ้านไป หนาวจะตายอยู่แล้ว"
ยัยหนูแก้แค้นสมใจ ยิ้มร่า "ไม่เอา หนูจะไปบ้านย่ากับพี่"
"งั้นก็ไป"