เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 198 กองทัพต้องเดินด้วยท้อง... กินอิ่มแล้วค่อยตีกัน! (ฟรี)

บทที่ 198 กองทัพต้องเดินด้วยท้อง... กินอิ่มแล้วค่อยตีกัน! (ฟรี)

บทที่ 198 กองทัพต้องเดินด้วยท้อง... กินอิ่มแล้วค่อยตีกัน! (ฟรี)


หยางหลินขับรถเข้าไปในโรงเรียนได้อย่างราบรื่น อาศัยไฟหน้ารถส่องหาตึกหอพัก

หอพักหญิงหาไม่ยากเลย เสื้อผ้าที่ตากไว้แน่นขนัดมองปราดเดียวก็เห็นชุดชั้นในหลากสีสัน แตกต่างจากหอชายที่แม้แต่ถุงเท้าสักคู่ยังหาไม่เจออย่างสิ้นเชิง

จังหวะเดียวกับที่ลู่ เยียนเยียนส่งข้อความมาพอดี

“พี่หยางหลิน หนูเห็นพี่แล้ว”

หยางหลินเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นหัวเล็ก ๆ ผลุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่บนกำแพง

แม้จะเป็นกลางคืนและเธอยืนย้อนแสงไฟ แต่เขาก็ยังเห็นรอยยิ้มกว้างของลู่ เยียนเยียนได้ชัดเจน

หยางหลินก้าวเข้าไปหา กางแขนออกกว้าง “กระโดดลงมาเลย พี่รับเอง”

กำแพงสูงตั้งสองเมตร กว่าลู่ เยียนเยียนจะปีนขึ้นมาได้ก็ทุลักทุเล พอชะโงกหน้ามองลงไปข้างล่างก็เริ่มใจฝ่อ

ชุดนักเรียนบางนิดเดียว ถ้าตกลงไปกระแทกพื้น ผิวคงถลอกปอกเปิกแน่

“เอาล่ะนะ!”

เสียงใส ๆ ของเด็กสาวดังขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว สองเท้าถีบตัวส่งแรง กระโดดข้ามกำแพงลงมา

“ว้าย!” หยางหลินรับตัวเธอไว้ได้อย่างมั่นคง

ลู่ เยียนเยียนหลับตาปี๋ด้วยความหวาดเสียว

“ไม่เป็นไรแล้ว ลงมาเถอะ ตัวแค่นี้คิดว่าพี่จะรับไม่ไหวหรือไง?”

ลู่ เยียนเยียนตัวสูงก็จริงแต่น้ำหนักไม่ถึงห้าสิบกิโลฯ สำหรับหยางหลินในตอนนี้ ต่อให้เป็นของหนักสามร้อยกิโลฯ เขาก็รับไหวสบาย ๆ

“พี่หยางหลิน เราจะไปไหนกันคะ?” ลู่ เยียนเยียนเท้าแตะพื้นยืนมั่นคงแล้ว ถึงเพิ่งจะเริ่มตื่นเต้น

“ก็บอกว่าจะพาไปกินมื้อดึกไง ไป ขึ้นรถ กินเสร็จแล้วค่อยมาส่ง!”

“อื้ม!”

หยางหลินขับรถออกจากโรงเรียนอย่างราบรื่น สุ่มขับไปทางทิศที่มีตลาดโต้รุ่ง

เวลานี้โรงเรียนเงียบสงบแล้ว แต่โลกภายนอกเพิ่งจะเริ่มต้นความคึกคัก

“เยียนเยียน อยู่โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง?”

“ก็ดีค่ะ ม.6 แล้วทุกคนก็ตั้งใจเรียนกันหมด ไม่ค่อยมีเรื่องวุ่นวาย ส่วนใหญ่ก็อ่านหนังสือกัน”

หยางหลินพยักหน้า

คิดว่าสาวน้อยคงอุดอู้อยู่แต่ในโรงเรียนจนเบื่อ เลยดูไม่ค่อยร่าเริงในตอนดึก ๆ แบบนี้

“แล้วหลิว ฮุยไม่ได้มาหาเรื่องเราอีกใช่ไหม?”

ดวงตาของลู่ เยียนเยียนเป็นประกาย “ไม่เลยค่ะ ตั้งแต่คราวนั้นเขาก็ไม่โผล่หัวมาหน้าโรงเรียนอีกเลย ช่านช่านบอกว่าพ่อของหลิว ฮุยโดนสอบสวน ที่บ้านเลยคุมเข้ม เตรียมจะส่งไปเรียนต่อต่างมณฑลแล้วค่ะ!”

“เออ ค่อยสมกับเป็นพ่อคนหน่อย”

“พี่หยางหลิน คืนนี้หนูขอดื่มเหล้าได้ไหมคะ?”

หยางหลินชะงัก “ทำไมจู่ ๆ ถึงอยากดื่มเหล้าล่ะ?”

“ก็ไม่เคยดื่มนี่คะ!”

“ตอนอยู่จินปี้ฮุยหวงก็ไม่เคยดื่มเหรอ?”

“ไม่เคยค่ะ ต่อให้ดื่มเข้าไปหนูก็แอบไปคายทิ้งทีหลัง”

หยางหลินไม่นึกว่าภายใต้ภาพลักษณ์เด็กสาวเรียบร้อย ลู่ เยียนเยียนจะมีความดื้อรั้นแฝงอยู่ในกระดูกดำ

“ก็ได้ แต่ห้ามดื่มเยอะนะ”

ถนนสายอาหารยามค่ำคืนคึกคักมาก ลานจอดรถแทบไม่มีที่ว่าง

ทั้งสองเลือกร้านปิ้งย่างริมทางร้านหนึ่ง สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ พร้อมเบียร์เย็นเจี๊ยบอีกหนึ่งขวด

ลู่ เยียนเยียนรีบเปิดขวด รินใส่แก้วจิบเล็กน้อย ก่อนจะทำหน้าพึงพอใจ “พี่หยางหลิน ช่วงนี้พี่ยุ่งมากเหรอคะ? หนูไม่เห็นพี่ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเลย”

หยางหลินพยักหน้า “ยุ่งนิดหน่อย แล้วก็ย้ายบ้านด้วย ย้ายไปอยู่ชิงสุ่ยวานน่ะ”

“อ๋อ หนูรู้แล้วค่ะ พี่เหมาบอกหนูแล้ว” ลู่ เยียนเยียนหลุบตาลงเล็กน้อย แต่ไม่นานก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มสดใส “อาการพ่อดีขึ้นมากเลยค่ะ เมื่อวานอาจารย์เกายังโทรมาบอกให้หนูพาพ่อไปหาอีกรอบในอีกสองวัน”

“อาจารย์โทรหาเธอเองเลยเหรอ?”

“ใช่ค่ะ หนูคิดว่าพ่อต้องกลับมายืนได้อีกครั้งแน่ ๆ เมื่อก่อนหนูไม่กล้าแม้แต่จะหวังเลย” ลู่ เยียนเยียนหน้าแดงระเรื่อ มือถือแก้วเหล้าใบเล็ก จิบไปคุยไปเป็นระยะ

ทั้งสองนั่งกินลมชมวิวข้างทาง ลู่ เยียนเยียนซัดเบียร์ไปหมดขวด แถมกวาดของปิ้งย่างไปกว่าครึ่ง อิ่มจนเรอออกมา

หยางหลินขับรถมาส่งเธอที่โรงเรียน แต่พอมาถึงหน้าหอพักหญิงก็เจอปัญหาใหญ่

ลู่ เยียนเยียนเมาแอ๋ แขนขาอ่อนแรง ปีนกำแพงกลับเข้าไปไม่ไหวแน่

ไม่มีทางเลือก หยางหลินจำต้องไปเคาะเรียกป้าคุมหอ

ป้าคุมหอที่กำลังหลับฝันหวานถูกปลุกขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด เสียงด่าลอยมาก่อนตัว หยางหลินเห็นป้าแกถือไฟฉายเดินอาด ๆ ออกมาด้วยท่าทางเอาเรื่อง แต่พอไฟฉายส่องมาโดนหน้าเขา สีหน้าป้าแกก็แสดงโชว์เปลี่ยนหน้ากากงิ้วเสฉวนให้ดูสด ๆ

“คุณหยาง?”

“ป้ารู้จักผมด้วยเหรอครับ?”

รปภ.รู้จักก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ป้าคุมหอก็ไปมุงดูเรื่องสนุกหน้าโรงเรียนกับเขาด้วยเหรอเนี่ย?

“รู้จักสิคะรู้จัก! คุณหยางจะเข้ามาข้างในไหมคะ?” ป้าคุมหอรีบเปิดประตู ยิ้มแย้มแจ่มใสราวกับเชิญหยางหลินเข้าบ้านตัวเอง

“ไม่ดีกว่าครับ หอพักหญิง ผู้ชายเข้าไปคงไม่เหมาะ”

ลู่ เยียนเยียนที่กำลังมึน ๆ พอเห็นหน้าป้าคุมหอก็สร่างเมาไปครึ่งหนึ่ง

“ป้าคะ... หนู... หนู...”

“รีบขึ้นห้องไปเถอะลูก ดึกแล้ว”

ลู่ เยียนเยียนแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

นี่ใช่ป้าคุมหอคนเดิมที่ปกติเห็นผู้ชายกล้ามโตแล้วยิ้มหน้าบานเป็นจานเชิง แต่พอเห็นนักเรียนหญิงแล้วทำหน้ายักษ์เหมือนเปาบุ้นจิ้นคนนั้นจริงเหรอ?

ป้าแกยิ้มให้เธอด้วย!

ลู่ เยียนเยียนบอกลาหยางหลินอย่างงง ๆ แล้วเดินโซซัดโซเซขึ้นตึกไป พอล้างหน้าล้างตาเสร็จถึงได้สติเต็มร้อย

หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นข้อความจากหยางหลินบอกให้รีบเข้านอน

“อยู่กับพี่หยางหลินดีจังเลยน้า...”

หยางหลินขับรถออกจากโรงเรียน เรื่องของลู่ เยียนเยียนทำให้เขาไม่มีเวลาคิดเรื่องทางฝั่งราชวงศ์ซ่งเหนือ

เขาหายตัวไปต่อหน้าต่อตาจาง โม่ แม้ไอ้หมอนั่นจะสมองนิ่ม แต่ก็คงไม่โง่พอที่จะคิดว่าเขาเป็นลูกพลับนิ่มให้เคี้ยวเล่นง่าย ๆ อีก

แล้วถ้าเขาโผล่กลับไปต่อหน้าต่อตาล่ะ?

หยางหลินจอดรถ ตั้งสมาธิเรียกชื่อจาง โม่ในใจ

“ไอ้เด็กนั่นหายไปแล้วจริง ๆ!” จาง โม่ไม่รู้จะโกรธหรือกลัวดี เขาค้นหาบริเวณใกล้เคียงจนทั่ว แต่ไม่เจอแม้แต่เงาของหยางหลิน

แม้แต่ทางวิบากที่ไม่มีคนเดิน เขาก็ให้คนไปหาตั้งสามรอบ แต่ก็ไม่เจอแม้แต่เส้นขน

โจว ถงเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ในฐานะผู้ฝึกวรยุทธ์ เขาคิดว่าตัวเองผ่านโลกมาเยอะ เห็นวิชามาหลายสำนัก แต่ไม่เคยได้ยินว่ามีวิชาตัวเบาสำนักไหนที่เร็วขนาดมองตามไม่ทันแบบนี้

หรือว่าจะหายตัวไปจริง ๆ?

โจว ถงไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็หาหลักฐานมาคัดค้านไม่ได้

ตอนนี้จาง โม่เริ่มกลัวขึ้นมาแล้ว

ถ้าเป็นเทพเซียนจริง ๆ แล้วเขาจะทำยังไง?

“โย่ ตามหาฉันอยู่เหรอ?”

เสียงของหยางหลินดังมาจากด้านหลัง

คนตระกูลจางที่เหนื่อยจนลิ้นห้อย หอบแฮก ๆ กันถ้วนหน้า ต่างพากันตัวแข็งทื่อ บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งไปชั่วขณะ

จาง โม่รีบหันขวับไปมอง ก็เห็นหยางหลินยืนเอามือไพล่หลังทำท่าสบายใจเฉิบ

แถมบนตัว... ยังมีกลิ่นหอมของอาหารลอยฟุ้งออกมาด้วย

“แก... แกมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“ก็เมื่อกี้นี้เอง ชั่วพริบตาเดียว”

จาง โม่ อ้าปากค้าง พูดไม่ออกไปครึ่งค่อนวัน

โจว ถงเดินเข้าไปหาหยางหลิน ประสานมือคารวะ แววตาฉายแววเคารพยำเกรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน “คุณชายหยาง ข้าขอบังอาจถาม นี่คือวรยุทธ์แขนงใด?”

“วรยุทธ์? ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเป็นเทพเซียน ถึงจะเป็นวรยุทธ์ก็ต้องเรียกว่าวิชาเซียน” หยางหลินตอบ

โจว ถงทำสีหน้าเคร่งขรึม กึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ “ไม่ทราบว่าคุณชายหยางยินดีจะชี้แนะประลองฝีมือกับข้าสักหน่อยหรือไม่?”

“จะตีกับฉันเหรอ?” หยางหลินรู้สึกว่าเนื้อย่างเมื่อกี้กินมาคุ้มค่าจริง ๆ

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง กินอิ่มแล้วถึงจะมีแรงตีกัน

“ได้สิ แต่เปลี่ยนเป็นแบบนุ่มนวลหน่อยดีไหม ถ้าสนใจเรามาลอง ‘ประลองผลักมือ’ (ทุยโส่ว) กันดู!”

จบบท

จบบทที่ บทที่ 198 กองทัพต้องเดินด้วยท้อง... กินอิ่มแล้วค่อยตีกัน! (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว