- หน้าแรก
- ซุปเปอร์มาร์เก็ตข้ามมิติ เปิดระบบเศรษฐีแห่งยุค
- บทที่ 152 อาณาจักรของเจิ้น (ฟรี)
บทที่ 152 อาณาจักรของเจิ้น (ฟรี)
บทที่ 152 อาณาจักรของเจิ้น (ฟรี)
ณ ชานเมือง
ข้าวของกองพะเนินทับผักป่าจนเละเทะ แถมยังเกือบจะทำเอารถพังไปด้วย
หยางหลินลูบหน้าอกด้วยความโล่งใจ ถ้ารถเป็นรอยอีกเขาคงปวดใจตายแน่ๆ
ของมีเยอะเกินไปจริงๆ หยางหลินยัดของชิ้นที่ขนาดไม่ใหญ่มากเข้าไปในรถ ทั้งเบาะหลังและกระโปรงท้ายรถถูกอัดจนแน่นเอี๊ยด
ส่วนที่เหลือทำได้แค่เรียกเรถบรรทุกมาขน
กว่าเขาจะลากสังขารพาของทั้งหมดมาถึงซูเปอร์มาร์เก็ตได้ ก็ประจวบเหมาะกับที่ทางศูนย์บริการ BMW นำรถมาส่งคืนพอดี
ซ่อมอยู่นานหลายวัน ในที่สุดก็เสร็จเสียที
“ขนของทั้งหมดเข้าไปข้างในได้เลย”
ระหว่างที่กำลังขนของ เหมา ตงตงมองเห็นเข้าจึงรีบวิ่งออกมา “ว้าว พี่หยาง ของพวกนี้พี่ซื้อมาเหรอครับ? ทำจากไม้ล้วนๆ เลยนี่นา! ตะปูสักตัวก็ไม่มี! แพงน่าดูเลยใช่ไหมเนี่ย!”
“อืม งานแฮนด์เมดน่ะ กะว่าจะเอามาวางไว้ในโซนบันเทิง!”
“ป๋าจริงๆ เลยพี่! พี่หยางไปพักเถอะครับ เดี๋ยวผมช่วยขนเอง!”
หยางหลินก็ไม่เกรงใจ เพราะเมื่อกี้ขนของพวกนี้ทำเอาเขาปวดแขนไปหมดแล้ว
ห้องข้างๆ เดิมทีเป็นร้านหม่าล่าเซียงกัว (ผัดหม่าล่าแห้ง) การตกแต่งจึงค่อนข้างเรียบง่าย พอทุบกำแพงออกก็เลยดูโล่งตากว่าเดิม หยางหลินกะว่าจะเอาของไปวางพักไว้ที่ห้องข้างๆ ก่อน แล้วค่อยจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาด จากนั้นตกแต่งง่ายๆ สักหน่อย ก็น่าจะใช้เวลาจัดเตรียมประมาณสองสามวัน
ที่ยุ่งยากหน่อยก็คือลิฟต์ กว่าจะเปิดใช้งานได้อย่างเป็นทางการคงต้องใช้อีกอย่างน้อยครึ่งเดือน
“เสี่ยวเหมา เพื่อนๆ ของนายล่ะ?” หยางหลินนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ให้พวกนั้นไปย้อมผมกลับ
“ย้อมกลับตามที่พี่หยางสั่งเรียบร้อยแล้วครับ!” เหมา ตงตงลูบผมอันเงางามของตัวเอง พี่หยางดีกับเขาจริงๆ ที่ไม่บังคับให้เขาย้อมกลับ
ตอนนี้ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด มีแค่เขาคนเดียวที่ยังหัวทอง ส่วนคนอื่นผมดำสนิทดูธรรมดากันหมดแล้ว
“เดี๋ยวฉันจะให้คนเอาเตียงมาส่ง พวกนายพักที่ชั้นสองไปก่อน ตอนนี้ไปเรียกเพื่อนมาช่วยขนชั้นวางของไปไว้ห้องข้างๆ ที”
“ได้ครับ!” เหมา ตงตงโทรศัพท์เรียกเพื่อน ไม่นานคนก็มาถึง ทุกคนช่วยกันจัดเก็บชั้นวางและสินค้าอย่างขยันขันแข็ง เพียงชั่วโมงเดียวห้องข้างๆ ก็เริ่มดูเป็นรูปเป็นร่าง
เพียงแต่มันดูโล่งๆ ไปหน่อย ขาดของตกแต่ง พอเทียบกับฝั่งซูเปอร์มาร์เก็ตซิ่งฝูแล้ว ที่นี่ดูเหมือนร้านโชห่วยในชนบทไปเลย
ของเล่นที่หลู่ต้าทำถูกจัดวางไว้ในมุมที่เคลียร์พื้นที่ไว้ แม้จะดูเรียบง่าย แต่ถ้าจะเปิดให้บริการจริงๆ ก็ไม่มีปัญหา
“พี่หยาง ของพวกนี้เจ๋งชะมัด!” เหมา ตงตงสังเกตเห็นตั้งแต่ตอนขนแล้ว ว่าเจ้าพวกอัลตร้าแมน โดราเอมอนพวกนี้ ไม่ใช่แค่ดูประณีตสวยงาม แต่ยังสามารถบังคับขยับเขยื้อนได้ด้วย
สมัยนี้งานฝีมือก็แพงอยู่แล้ว ยิ่งทำออกมาได้ขนาดนี้ ต้องทุ่มเงินมหาศาลแน่ๆ!
“พี่หยาง พี่กะจะคิดราคาเท่าไหร่ครับ?”
“ถามได้ดี ฉันยังไม่ได้คิดเลยแฮะ...” มัวแต่ห่วงทำภารกิจระบบ ลืมคิดไปเลยว่าของพวกนี้ต้องเก็บเงินเท่าไหร่
เก็บเงินเหรอ? ทำไมต้องเก็บเงินด้วยล่ะ?
ให้เล่นฟรีไม่ได้หรือไง?!
“ไม่คิดตังค์ ใครที่มาซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตครบสองร้อยหยวน ให้เข้าไปเล่นฟรีได้เลย!”
“ไม่คิดตังค์เหรอครับ?”
“พี่หยางใจป้ำสุดๆ สมกับเป็นนักธุรกิจใหญ่!”
เหล่าลูกน้องพากันเยินยอ เหมา ตงตงเองก็อดชูนิ้วโป้งให้ไม่ได้ “พี่หยาง สุดยอด!”
“พอๆ เลิกอวยได้แล้ว เสี่ยวเหมานายไปตามแม่บ้านมา พยายามให้ทำความสะอาดเสร็จภายในสองชั่วโมง ส่วนคนอื่นๆ เดี๋ยวไปขนเตียง ชั้นสองเคลียร์ให้พวกนายแล้ว!”
“พี่หยาง แล้วพี่ล่ะครับ?” มีคนถามขึ้น
“ฉันน่ะเหรอ ฉันก็นอนคฤหาสน์หรูน่ะสิ!”
...
ช่วงบ่าย
ลู่ เยียนเยียนมองซูเปอร์มาร์เก็ตที่เปลี่ยนโฉมไปจนจำแทบไม่ได้แล้วอดทึ่งไม่ได้ “พี่หยางหลิน พี่ทำงานไวมากเลย หนูไม่ได้มาแค่ไม่กี่วันร้านก็เปลี่ยนไปแล้ว ร้านข้างๆ จำสภาพเดิมไม่ได้เลย พอทุบกำแพงเชื่อมกันแบบนี้ ดูใหญ่โตขึ้นเยอะเลยค่ะ!”
“เหลือแค่ของตกแต่งที่ยังไม่เสร็จ แต่ก็ไม่ต้องรีบ ไม่กระทบการเปิดร้านหรอก!” หยางหลินล้างผลไม้ที่ลู่ เยียนเยียนเอามาให้แล้วจัดใส่จาน เรียกพวกเสี่ยวเหมามากินด้วยกัน
“เยียนเยียน สองสามวันนี้ที่โรงเรียนไม่มีใครมาหาเรื่องใช่ไหม?”
“ไม่มีค่ะ ไม่มีใครมาหาเรื่องหนูเลย แต่ว่า... รุ่นพี่หลิวฮุยคนนั้นดูท่าจะแย่ เห็นว่าโดนชาวเน็ตขุดประวัติเอามาประจาน ช่านช่านบอกว่าพ่อของเขาก็โดนสั่งลงโทษทางวินัยด้วย” ลู่ เยียนเยียนยิ้มตาหยีจนตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว
“เจ้าหมอนั่นสมควรได้รับบทเรียนแล้วล่ะ”
ลู่ เยียนเยียนไม่ได้อยู่นานนักก็กลับบ้านไป ช่วงมัธยมปลายปีสามเวลาเป็นเงินเป็นทอง เธอมีวันหยุดแค่ครึ่งวัน หักเวลาเดินทางไปกลับแล้ว ก็ได้อยู่บ้านแค่ไม่กี่ชั่วโมง
หยางหลินตั้งใจว่าจะให้ลู่ เยียนเยียนยืมรถ BMW ไปขับ จะได้ไม่ต้องลำบากโหนรถเมล์ไปโรงเรียน แต่ติดตรงที่เธอไม่มีใบขับขี่ อยากขับก็ขับไม่ได้
ขณะที่กำลังคิดเพลินๆ จู่ๆ เหยา น่า ก็เดินดุ่มๆ เข้ามาด้วยท่าทางเอาเรื่อง
พอเห็นว่าเป็นตำรวจหญิงคนนี้ เหมา ตงตงก็รีบจ้องเขม็งทันที
“หยางหลิน รถสามคันข้างนอกนั่นรถนายใช่ไหม?”
“ใช่ครับ ทำไมเหรอ?”
“มีคนร้องเรียนว่านายจอดรถมั่วซั่ว กินที่จอดรถคนอื่น รีบไปเลื่อนเดี๋ยวนี้!”
“...นั่นมันที่จอดรถส่วนกลางไม่ใช่เหรอครับ?” หยางหลินมองไปข้างนอกที มองหน้าเหยา น่าที ด้วยความงุนงง
เหมา ตงตงนึกอะไรขึ้นได้ รีบพุ่งเข้ามาบอก “พี่หยาง เมื่อวานเพิ่งเปลี่ยนกฎครับ หนึ่งร้านค้าจอดได้มากสุดสองคัน เกินกว่านั้นต้องจ่ายเงิน!”
“กฎบ้าบออะไร... คุณตำรวจเหยา ผมไปเลื่อนเดี๋ยวนี้แหละ” หยางหลินสบถพลางเดินออกจากร้าน แต่เดินไปได้ครึ่งทางก็นึกขึ้นได้ว่า ตอนนี้เขามีร้านค้าสองห้องแล้วนี่หว่า ก็เลยเดินกลับมา
เหยา น่าถาม “ไม่เลื่อนรถแล้วหรือไง?”
“เลื่อนกะผีน่ะสิ คุณบอกมาเลยดีกว่า ใครเป็นคนร้องเรียน!”
เหยา น่าขมวดคิ้ว “ทำไม? คิดจะไปหาเรื่องคนอื่นรึไง? หยางหลิน ทำแบบนั้นมันผิดกฎหมายนะ!”
“...ผมจะไปหาเรื่องใครที่ไหน ผมแค่อยากรู้ว่าเป็นใคร วันหลังเจอหน้าผมจะได้เดินหลบไปไกลๆ ไม่ได้เหรอ?”
“อย่ามาพูดมาก รีบไปเลื่อนรถ!”
“คุณตำรวจเหยา ดูตรงนั้นสิ...” หยางหลินชี้ไปที่ร้านหม่าล่าเซียงกัวเดิม เพราะยังไม่ทันได้สั่งทำป้าย ‘ซูเปอร์มาร์เก็ตซิ่งฝู’ อันใหม่ ป้ายร้านหม่าล่าฯ ก็เลยยังไม่ได้ปลดลงมา
เหยา น่ามองตามไปที่ร้านหม่าล่าฯ แล้วก็สังเกตเห็นว่าข้าวของเครื่องใช้ข้างในกลายเป็นชั้นวางของซูเปอร์มาร์เก็ตไปแล้ว
“นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
“ผมเพิ่งซื้อร้านนั้นมา เมื่อเช้านี้เอง เพิ่งจะขนของเข้าไป ยังไม่ทันได้เปิดร้านเลย ป้ายก็เลยยังไม่ได้เปลี่ยน”
“นายซื้อมา?” เหยา น่าเผยอปากสีแดงสดค้างไว้เล็กน้อยด้วยความตกตะลึง
ไอ้หนุ่มนี่มีเงินซื้อร้านค้าแล้วเหรอ?
พอมองดูรถหรูที่จอดอยู่หน้าร้าน เธอถึงกับมีความคิดแวบหนึ่งว่าอยากจะลาออกไปเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตบ้าง
“ตอนนี้ร้านค้าสองห้องนี้เป็นของนายหมดเลยเหรอ?” เหยา น่าอดไม่ได้ที่จะถามย้ำ
“ถูกต้อง ทั้งหมดนี้คืออาณาจักรที่เจิ้นกอบกู้มาเองกับมือ!”
“...เออ ก็ได้ งั้นเรื่องนี้ก็ช่างมันเถอะ แต่คราวหลังก็ระวังหน่อย อย่าจอดรถซี้ซั้ว” เหยา น่ากรอกตามองบนอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหันหลังเดินกลับ
พอเห็นเธอจะไป หยางหลินรีบคว้าแขนเธอไว้ แล้วยิ้มกว้าง “คุณยังไม่บอกผมเลยว่าใครร้องเรียน ผมรับรองว่าจะไม่ไปหาเรื่อง”
เหยา น่ามองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ถอนหายใจ แล้วปรายตามองไปทางประตูอีกฝั่งอย่างมีนัย
จาง เหว่ย!
ไอ้หมาลอบกัด!
หยางหลินมองส่งเหยา น่าจนลับสายตา เหมา ตงตงวิ่งออกมาพอดี “พี่หยาง ใครมันกล้ามีปัญหากับเรา เดี๋ยวผมพาพวกไปสั่งสอนมันหน่อย!”
“ก็ไอ้จาง เหว่ย นั่นแหละ กัดไม่ปล่อยเหมือนหมาบ้า ช่างหัวมันเถอะ!” หยางหลินเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าที่เก็บรวบรวมไว้ เตรียมตัวจะไปนอนที่คฤหาสน์หรูของเขา
“จริงสิเสี่ยวเหมา วันหลังถ้าเห็นจาง เหว่ยกับเมียทำตัวลับๆ ล่อๆ อยู่หน้าร้านเรา โทรแจ้งตำรวจเลยนะ บอกว่ามีแก๊งค้ามนุษย์ แถวชุมชนเราเด็กเยอะอยู่แล้วด้วย...”
พอเห็นเธอจะไป หยางหลินรีบคว้าแขนเธอไว้ แล้วยิ้มกว้าง “คุณยังไม่บอกผมเลยว่าใครร้องเรียน ผมรับรองว่าจะไม่ไปหาเรื่อง”
เหยา น่ามองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ถอนหายใจ แล้วปรายตามองไปทางประตูอีกฝั่งอย่างมีนัย
จาง เหว่ย!
ไอ้หมาลอบกัด!
หยางหลินมองส่งเหยา น่าจนลับสายตา เหมา ตงตงวิ่งออกมาพอดี “พี่หยาง ใครมันกล้ามีปัญหากับเรา เดี๋ยวผมพาพวกไปสั่งสอนมันหน่อย!”
“ก็ไอ้จาง เหว่ย นั่นแหละ กัดไม่ปล่อยเหมือนหมาบ้า ช่างหัวมันเถอะ!” หยางหลินเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าที่เก็บรวบรวมไว้ เตรียมตัวจะไปนอนที่คฤหาสน์หรูของเขา
“จริงสิเสี่ยวเหมา วันหลังถ้าเห็นจาง เหว่ยกับเมียทำตัวลับๆ ล่อๆ อยู่หน้าร้านเรา โทรแจ้งตำรวจเลยนะ บอกว่ามีแก๊งค้ามนุษย์ แถวชุมชนเราเด็กเยอะอยู่แล้วด้วย...”
จบบท