- หน้าแรก
- ซุปเปอร์มาร์เก็ตข้ามมิติ เปิดระบบเศรษฐีแห่งยุค
- บทที่ 71 ธุรกิจรุ่งเรืองสุดขีด!
บทที่ 71 ธุรกิจรุ่งเรืองสุดขีด!
บทที่ 71 ธุรกิจรุ่งเรืองสุดขีด!
เหยา น่า ขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตซิ่งฝูไปอย่างเท่ ทิ้งให้ไทยมุงที่กำลังสนุกปากจับกลุ่มคุยเรื่องเมื่อกี้กันต่ออย่างออกรส
เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ แม้จะเกือบโดนกินฟรีแล้วชักดาบ แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้ชื่อเสียงของ ‘แฮมแผ่นละ 380’ ดังกระฉ่อนไปทั่ว มีคนพูดถึงเรื่องนี้ไม่น้อย บางคนถึงขนาดแวะมาที่ร้านเพื่อขอดูเมนูให้เห็นกับตา
คนสมัยนี้ชอบแชร์เรื่องราวที่เจอลงโซเชียล พอหยางหลินเปิดแอป Kuaishou ดู ก็เจอคนโพสต์บ่นเรื่องราคาอาหารร้านเขาเพียบ แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนที่เคยกินมาแล้วมาช่วยคอมเมนต์ยืนยันความอร่อย
โดยรวมถือว่ากระแสดีใช้ได้
ถือว่าไม่เสียเที่ยวที่โดนหาเรื่อง
หยางหลินนั่งเล่นมือถืออยู่หลังเคาน์เตอร์แคชเชียร์พักใหญ่ ระหว่างนั้นก็มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาซื้อของไม่ขาดสาย
“เถ้าแก่ ไข่ไก่หมดแล้วเหรอคะ?” ลูกค้าเป็นหญิงสาวรูปร่างผอมบาง หน้าตาสะสวยแต่ตอนนี้คิ้วขมวดมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์
เธอเลิกงานแล้วก็รีบบึ่งมาที่นี่เพื่อจะซื้อไข่ไก่โดยเฉพาะ
ช่วงนี้เธอกำลังลดน้ำหนัก กินอะไรมากไม่ได้ มื้อเช้ากินแค่ไข่ดาวฟองเดียวก็อยู่ท้อง ไข่ไก่ทั่วไปหรือจะสู้ไข่ของร้านนี้ได้ รสชาติของมันคือสิ่งปลอบประโลมใจเพียงหนึ่งเดียวในช่วงเวลาลดน้ำหนักอันโหดร้ายนี้
ถ้าไม่มีไข่ไก่ของซูเปอร์มาร์เก็ตนี้ แค่คิดเธอก็นอนไม่หลับแล้ว
หยางหลินเพิ่งสังเกตว่าไข่ไก่ขายหมดเกลี้ยงจริงๆ ไม่ใช่แค่ไข่ไก่ ไข่เป็ดก็แทบไม่เหลือ มีแต่ไข่นกกระทาที่ยอดขายยังนิ่งสนิท
“คุณผู้หญิงครับ ลองทานไข่เป็ดดูไหมครับ?”
“ฉันไม่ชอบกินไข่เป็ด”
“งั้นไข่นกกระทาล่ะครับ? ถึงจะฟองเล็กไปหน่อย แต่รสชาติไม่แพ้กันเลยนะครับ ลองดูไหม?”
“งั้นก็ได้ค่ะ เอามาห้าฟอง ถ้าอร่อยเดี๋ยววันหลังมาอุดหนุนใหม่ แต่เถ้าแก่คะ อย่าลืมเอาไข่ไก่มาเติมนะ ไข่ร้านคุณอร่อยมากจริงๆ!”
หยางหลินช่วยหยิบไข่นกกระทาใส่ถุงห้าฟอง พอรับเงินเสร็จและมองส่งลูกค้าสาวออกไป ก็บังเอิญเห็นเมียจางเหว่ยยืนถลึงตาใส่เขาอยู่ที่หน้าประตู
“มองอะไร ไม่เคยเห็นผู้หญิงหรือไง!”
หยางหลินมุมปากกระตุก สะบัดหน้าหนีไม่สนใจ
พูดถึงจางเหว่ย ป่านนี้ยังนอนอยู่ในคุกเลย คราวที่แล้วตอนใส่ร้ายป้ายสีหลิวหงซานยังถูกปล่อยตัวออกมาเร็วมาก แต่คราวนี้กลับเงียบกริบ ดูท่าเรื่องจะร้ายแรงกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ
ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง เขาก็ขี้เกียจไปยุ่ง พอเห็นว่าได้เวลาแล้ว ก็เริ่มเก็บร้านเตรียมปิดประตู
ทันทีที่ไฟในร้านดับลง หยางหลินเดินขึ้นชั้นสอง หัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย
ในความฝัน เขาพาหลี่ต้ากวงและพรรคพวกสร้างหมู่บ้านเถาหยวนอันสมบูรณ์แบบในยุคซ่งเหนือ บนฟ้ามีขาแฮมบินว่อนไปมา แฮมแต่ละขาหั่นตัวเองเป็นแผ่นๆ แล้วลอยลงจาน ก่อนจะกลายสภาพเป็นธนบัตรใบละ 380 หยวนโดยอัตโนมัติ ภาพตัดมาที่เขาอยู่ในครัว ผมเผ้ารุงรัง เนื้อตัวมันย่อง ทำหมูตงโพเสร็จก็ต่อด้วยปลาดิบแล่บาง ต่อด้วยบะหมี่หยุนอิง...
หยางหลินสะดุ้งตื่นขึ้นมา พบว่าปวดเมื่อยไปทั้งตัว
“ฝันว่าทำอาหารทั้งคืน เหนื่อยจะตายชัก!”
สะบัดแขนไล่ความเมื่อยขบ หยางหลินกำลังจะล้มตัวลงนอนต่อ มือถือข้างหมอนก็ดังขึ้น
“อาเหยียน? โทรมาแต่เช้ามีธุระอะไรหรือเปล่า?”
ปลายสายมีเสียงดังจอแจ
เสียงใสๆ ของถงเหยียนเจือไปด้วยความตื่นเต้น “หยางหลิน นายยังนอนอยู่อีกเหรอ! หน้าซูเปอร์มาร์เก็ตคนแน่นเอี๊ยดแล้ว! รีบมาเปิดประตูเร็วเข้า ฉันก็รออยู่ข้างนอกเนี่ย!”
“อะไรนะ?” หยางหลินสะดุ้งโหยง ตาสว่างทันที เขารีบวิ่งไปที่หน้าต่างมองลงไปข้างล่าง ก็เห็นฝูงชนยืนออหน้าประตูร้านเต็มไปหมด
“พวกเขามารอซื้ออาหารเช้ากัน! นายเจ๋งมากเลยนะ ธุรกิจรุ่งเรืองสุดขีด! ถ้าไม่เห็นกับตาฉันคงไม่เชื่อ!” ถงเหยียนตื่นเต้นยังกะเป็นเจ้าของร้านเอง
หยางหลินรีบสวมรองเท้าวิ่งเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตาแบบลวกๆ แล้วรีบวิ่งลงไปข้างล่าง
ลู่เยียนเยียนเพิ่งลงจากรถเมล์ พอเห็นฝูงชนปิดล้อมหน้าร้านจนแทบไม่มีทางเดิน ก็ตกใจแทบแย่
“น้องพนักงานเก็บเงินมาแล้ว! แม่หนูรีบเปิดประตูเร็วเข้า ป้าต้องรีบไปส่งหลานไปโรงเรียน เจ้าเด็กนี่ดื้อจะกินอาหารเช้าร้านหนูให้ได้เลย!”
“ใช่ๆ รีบเปิดประตูเร็วเข้า”
ลู่เยียนเยียนถูกใครบางคนคว้าแขนไว้ พอหันไปดูก็พบว่าเป็นถงเหยียน
“พี่อาเหยียน?”
“ฮี่ๆ ยังจำพี่ได้ด้วย รีบเปิดร้านเถอะ พี่ก็ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเหมือนกัน!”
ทันทีที่หยางหลินเปิดประตูร้านจากด้านใน ฝูงชนก็กรูเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก
“เถ้าแก่ เอาซาลาเปาไส้มันปูสองลูก!”
“ฉันเอาบะหมี่หยุนอิงหนึ่งที่!”
“ฉันด้วย เอาบะหมี่หยุนอิง!”
ภายในซูเปอร์มาร์เก็ตโกลาหลวุ่นวาย ถงเหยียนถูกเบียดไปอยู่มุมห้อง เธอยืนงงมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจหยิบมือถือขึ้นมาไลฟ์สด
“อาเหยียนไลฟ์สดตอนหกโมงครึ่ง? ฉันตาฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย?”
“พ่อ! เพิ่งโต้รุ่งเสร็จกำลังจะนอน นางฟ้าดันมาไลฟ์เวลานี้เนี่ยนะ?”
“ที่ไหนเนี่ย? ไลฟ์พาเที่ยวเหรอ?”
“ดูเหมือนจะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตนะ”
“ลองเดาเล่นๆ นะ คราวที่แล้วกินข้าวกับเจ้าของร้าน ครั้งนี้คงไม่ได้บุกไปถึงร้านเขาหรอกนะ!”
ถงเหยียนหันกล้องเข้าหาตัวเอง แล้วหันหลังให้ฝูงชนที่กำลังส่งเสียงดังจอแจเป็นฉากหลัง
“ทุกคนลองทายดูสิคะว่าตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน? ถูกต้องค่า! ฉันอยู่ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตซิ่งฝู! คนเยอะมหาศาลมาก ทุกคนมาเพื่อกินอาหารเช้าของที่นี่! ตอนแรกฉันก็ไม่รู้หรอกค่ะ นึกครึ้มอกครึ้มใจอยากมาหาเพื่อนเฉยๆ ไม่นึกว่าจะเจอสถานการณ์แบบนี้ ร้านเขาปังมากจริงๆ! เดี๋ยวฉันก็จะลองสั่งมาทานเหมือนกัน ถ้าอร่อย เดี๋ยวจะทำคลิปรีวิวให้นะคะ!”
หยางหลินตอนนี้ไม่มีเวลามาสนใจถงเหยียนแล้ว เขาพาลู่เยียนเยียนมุดเข้าครัว ยุ่งจนหัวหมุน
ในหัวเขายังคงนึกถึงความฝันเมื่อเช้า
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เขาคงได้ฝันว่าทำอาหารทุกคืนแน่ๆ...
หยางหลินอยากจะร้องไห้ นี่มันความสุขปนความเจ็บปวดของการหาเงินชัดๆ
วิกฤตหนักกว่าเดิมคือ ปูหมดเกลี้ยงแล้ว
หยางหลินจำใจต้องให้ลู่เยียนเยียนไปแจ้งลูกค้าว่าซาลาเปาไส้มันปูหมดแล้ว โชคดีที่คนส่วนใหญ่ตั้งใจมากินบะหมี่หยุนอิง เสียงบ่นกระปอดกระแปดเลยถูกเสียงออเดอร์กลบจนมิด
“พี่หยางหลิน วันนี้ทำไมคนเยอะขนาดนี้คะเนี่ย!” ลู่เยียนเยียนถือจานชามเข้ามาล้างอย่างรวดเร็ว พลางบ่นอุบด้วยความตกใจ
เมื่อวานคนก็พอสมควร แต่วันนี้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว!
หยางหลินคิดไปคิดมา ก็สรุปได้ว่าลูกค้าเมื่อวานคงเอาไปบอกต่อปากต่อปาก บวกกับเรื่องแจ้งความเมื่อคืน ทำให้กระแสความสนใจพุ่งสูงเกินคาด
เมื่อคืนตอนเห็นคลิปใน Kuaishou เขาควรจะเอะใจได้แล้ว อย่างน้อยก็น่าจะแวะไปเติมของที่ฟาร์มสักหน่อย
แต่เขากลับไม่ได้คิดถึงจุดนั้นเลย มัวแต่ดีใจแล้วก็นอนหลับปุ๋ยไป
ถ้ามีเครื่องทำอาหารอัตโนมัติก็คงดี! อย่างน้อยเขาจะได้ไม่ต้องหมุนเป็นลูกข่างแบบตอนนี้
กว่าจะผ่านช่วงพีคของมื้อเช้าไปได้ หยางหลินเพิ่งจะได้หายใจหายคอ ถงเหยียนก็ยิ้มแป้นเข้ามาหา
“เถ้าแก่หยาง ฉันเห็นบะหมี่หยุนอิงร้านนายขายดีมาก ขอที่นึงสิ!”
หยางหลินถอนหายใจ “รับแฮมสักแผ่นด้วยไหม? 380 เองนะ”
ถงเหยียนยังไม่ทันพูดอะไร ช่องแชทในไลฟ์ของเธอก็ระเบิดลง
“ปล้นกันชัดๆ! อย่ามาใช้ความหล่อล่อลวงนางฟ้าของฉันนะเว้ย!”
“แฮมบ้าอะไรแผ่นละ 380 เนื้อขาคนหรือไง?!”
“ไอ้เถ้าแก่นี่ไม่ใช่คนดี เห็นอาเหยียนเป็นแม่สาวเปย์หนักกะจะฟันหัวแบะล่ะสิ”
ถงเหยียนแค่แปลกใจเล็กน้อย เธอไม่ได้คิดว่าหยางหลินจะโกงเธอหรอก เพียงแต่ราคาแฮมแผ่นละ 380 หยวนนี่ทำเอาอึ้งไปเหมือนกัน
“ได้สิ งั้นเอาแฮมมาสองแผ่นเลย!”
หยางหลินซาบซึ้งจนน้ำตาแทบไหล รีบลวกบะหมี่หยุนอิงให้เธอชามโต พร้อมโปะแฮมไปให้อีกสองแผ่น
“แฮมนี่ต้องอร่อยมากแน่ๆ ไม่งั้นนายคงไม่แนะนำเป็นพิเศษหรอกเนอะ” ถงเหยียนแพนกล้องไปที่แฮม แล้วหันกลับมาทางหยางหลิน
หยางหลินยิ้มกว้าง “อร่อยน่ะอร่อยแน่ แต่เหตุผลหลักที่แนะนำให้เธอก็คือ... มันง่ายดี...”
แค่เอามีดหั่นฉับเดียวก็ได้เงินแล้ว สองแผ่น 760 หยวน หาเงินได้เร็วกว่าลวกบะหมี่ตั้งเยอะ!
หายเซ็งไปได้ครึ่งหนึ่งเลยแฮะ!
จบบท