- หน้าแรก
- สองโลกผสานวิวัฒนาการอสูร
- บทที่ 11 - เทือกเขาเหมันต์ร่วงโรย
บทที่ 11 - เทือกเขาเหมันต์ร่วงโรย
บทที่ 11 - เทือกเขาเหมันต์ร่วงโรย
รู้สึกได้ว่าสติกลับมาแจ่มชัดอีกครั้ง หลินซู่ลืมตาขึ้นมองดูห้องของตัวเองในโลกเสินอู่
จากนั้นเขาก็หลับตาลงเพื่อตรวจสอบมิติสัตว์อสูร
แม้เขาจะเชื่อว่าสัตว์อสูรที่เข้าไปอยู่ในมิติสัตว์อสูรแล้วจะสามารถข้ามไปมาระหว่างสองโลกพร้อมกับเขาได้ แต่ก็ยังไม่เคยทดลองจริงๆ สักครั้ง
และภาพที่เห็นในมิติสัตว์อสูรตอนนี้ก็ทำให้หลินซู่กินยาหอมได้เลย
ฉิวฉิวนอนอยู่ในมิติสัตว์อสูรอย่างสงบสุข ไม่มีอะไรผิดปกติ
"ฉิวฉิว เมื่อกี้แกรู้สึกอะไรแปลกๆ ไหม" หลินซู่เอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
สำหรับเขาแล้ว แค่นอนหลับในโลกหนึ่งก็สามารถไปโผล่อีกโลกหนึ่งได้ แต่สำหรับสัตว์อสูรล่ะ จะรู้สึกแตกต่างออกไปยังไงบ้าง
"มิ มิ!" (ถึงแล้วเหรอ ฉันไม่รู้สึกอะไรเลยนะ!)
น้ำเสียงของฉิวฉิวเจือความงุนงง มันคิดว่ายังไม่ได้เริ่มข้ามโลกด้วยซ้ำ
สัตว์อสูรที่อยู่ในมิติสัตว์อสูรจะไม่รู้สึกตัวเลยตอนข้ามโลกงั้นเหรอ
หลินซู่พยักหน้าอย่างครุ่นคิด จากนั้นแค่คิดในใจ แสงสีเหลืองอ่อนก็สว่างวาบ ร่างของฉิวฉิวมาปรากฏตัวในโลกเสินอู่เป็นครั้งแรก
การเรียกออกมาก็ไม่มีปัญหา
เขาโล่งใจได้อย่างสมบูรณ์
ฉิวฉิวที่ออกมาจากมิติสัตว์อสูรเริ่มมองสำรวจสภาพแวดล้อมรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะหันมามองหลินซู่
พอมองปุ๊บ ฉิวฉิวก็ตกใจปั๊บ
"มิ!" (นายเปลี่ยนไปแล้ว!)
ร่างกายของหลินซู่ในโลกเสินอู่ฝึกฝนวิถียุทธ์มาตั้งแต่เด็ก รูปร่างหน้าตาจึงแตกต่างจากหลินซู่ในดาวบลูสตาร์อยู่บ้าง แต่เค้าโครงหน้าก็ยังคล้ายกันมาก
คือหล่อเหมือนเดิมนั่นแหละ
ดังนั้นหลินซู่จึงไม่แปลกใจที่ฉิวฉิวจะตกใจ เขาอธิบายให้ฟังคร่าวๆ จากนั้นก็ยิ้มอย่างมีเลศนัยให้ฉิวฉิว "ฉิวฉิว ฉันมีข่าวดีจะบอกแก"
"มิ" (ข่าวดีอะไรเหรอ)
ฉิวฉิวกระโดดขึ้นมานั่งบนตักหลินซู่ เบิกตากลมโตมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หลินซู่หยิบหนังสือข้อมูลแนะนำเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรที่หัวเตียงขึ้นมา เปิดหน้าที่พับไว้ แล้วกางให้ฉิวฉิวดู "แกมีร่างวิวัฒนาการด้วยนะ"
ฉิวฉิว: (⊙ω⊙`)!
เห็นท่าทางเอ๋อรับประทานของฉิวฉิวแล้วหลินซู่ก็หลุดขำ
ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้พาฉิวฉิวมาโลกเสินอู่ด้วย ก็เลยยังไม่ได้บอกเรื่องนี้
เอ๋อไปพักใหญ่ ฉิวฉิวถึงจับใจความสำคัญได้
"มิ มิ (≧ω≦)" (ร่างวิวัฒนาการคืออะไร แล้ววิวัฒนาการยังไงเหรอ)
"ร่างวิวัฒนาการของแกก็คือ..." หลินซู่กำลังจะอธิบายเส้นทางวิวัฒนาการให้ฉิวฉิวฟังอย่างละเอียด แต่จู่ๆ สีหน้าก็แข็งค้าง เขาเก็บฉิวฉิวเข้ามิติสัตว์อสูรทันที
วินาทีต่อมา ประตูห้องก็ถูกแง้มออกเบาๆ อาอวิ๋นชะโงกหน้าเข้ามาในห้อง "นายน้อย เมื่อครู่บ่าวเหมือนได้ยินเสียงแมวร้องเจ้าค่ะ"
"อ่า... อะแฮ่ม เจ้าคงหูแว่วไปเองล่ะมั้ง" หลินซู่ฝืนยิ้ม แอบถอนหายใจว่าตัวเองประมาทไปหน่อย
การพาฉิวฉิวข้ามมาได้อย่างราบรื่นทำให้เขาเกือบลืมสถานการณ์ของตัวเองไปเลย
ตอนนี้ยังให้ใครเห็นฉิวฉิวไม่ได้ ต้องรอให้แผนตบตาฟ้าข้ามสมุทรสำเร็จลุล่วงเสียก่อน
ภายในมิติสัตว์อสูร ฉิวฉิวอยากรู้เรื่องร่างวิวัฒนาการของตัวเองใจจะขาด แต่ด้วยความที่สื่อใจถึงกันมันจึงรู้ว่าตอนนี้ยังออกไปไม่ได้ เลยได้แต่นอนกลิ้งไปมาอย่างเกียจคร้าน พลางจินตนาการไปเรื่อยเปื่อย
หลินซู่บอกว่าฉันมีร่างวิวัฒนาการด้วย
อนาคตฉันจะวิวัฒนาการเป็นตัวแบบไหนกันนะ
คิดไปคิดมา มันก็อดไม่ได้ที่จะกลิ้งไปมาในมิติสัตว์อสูรอย่างมีความสุข
ภายนอก หลังจากคุยกับอาอวิ๋นสองสามประโยค หลินซู่ก็แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเดินออกจากห้อง ฝากอาอวิ๋นไปบอกหลินเจิ้นหนานกับแม่ว่าเขาจะไปดูลาดเลารอบๆ เขตสัตว์อสูรสักหน่อย จากนั้นก็พกแผนที่เดินออกจากตระกูลหลิน มุ่งหน้าตรงไปยังเทือกเขาเหมันต์ร่วงโรย
ฉิวฉิวก็มาแล้ว ร่างกายเขาก็หายดีแล้ว ไม่มีเหตุผลต้องรออีกต่อไป รีบลงมือทำตามแผน ฉิวฉิวจะได้ออกมาเดินเล่นในโลกเสินอู่อย่างเปิดเผยเสียที
เทือกเขาเหมันต์ร่วงโรยอยู่แถบชานเมืองหย่งหนาน เดินออกจากเมืองไปก็ถึงแล้ว
เมื่อก้าวเข้าสู่เทือกเขาเหมันต์ร่วงโรยที่ถูกปกคลุมด้วยพายุหิมะขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา ใบหน้าของหลินซู่ก็ผ่อนคลายลง
ถึงที่หมายแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็ง่ายนิดเดียว
เขตสัตว์อสูรแบบนี้ ยิ่งสัตว์อสูรที่เก่งกาจก็จะยิ่งอยู่ลึกเข้าไปข้างใน แค่หาที่ซ่อนตัวแถวๆ รอบนอกก็แทบจะไม่เจอสัตว์อสูรเก่งๆ แล้ว รอสักชั่วโมงสองชั่วโมงค่อยออกไปก็เป็นอันเสร็จพิธี
มองซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่าไม่มีใคร หลินซู่ก็เรียกฉิวฉิวออกมาอย่างเบใจ
พื้นที่ที่มีแต่น้ำแข็งและหิมะคือถิ่นของเหมันต์ไร้รอย ด้วยความช่วยเหลือจากฉิวฉิว เขาจึงหาถ้ำน้ำแข็งธรรมชาติสำหรับหลบภัยชั่วคราวได้อย่างรวดเร็ว
มันเป็นแค่ถ้ำตื้นๆ เล็กๆ แต่ก็พอให้หลินซู่ใช้บังลมหนาวได้
เมื่อเข้ามาตั้งหลักในถ้ำน้ำแข็งแล้ว หลินซู่ก็หยิบหนังสือข้อมูลแนะนำเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรออกมาจากแหวนมิติ มองฉิวฉิวในอ้อมกอด "มาเถอะ เรามาคุยเรื่องเส้นทางวิวัฒนาการในอนาคตของแกกัน"
"มิ (>ω<)" (ดีเลย)
...
ท่ามกลางพายุหิมะโหมกระหน่ำ สัตว์อสูรตัวหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายแมวผสมเสือ ขนสีขาวปลอด กำลังพุ่งทะยานไปตามทุ่งหิมะอย่างปราดเปรียว
ใบหูของมันโค้งมน เล็กกว่าหูแมว หางสั้นกุด ขาทั้งสี่ล่ำสันทรงพลัง ยามวิ่งฝ่าเท้าจะมีดอกน้ำแข็งผลิบาน ไร้ร่องรอยตีนใดๆ ทิ้งไว้เบื้องหลังแม้แต่น้อย
นี่คือทักษะรอยหิมะขั้น II
แม้ทักษะนี้จะเป็นที่มาของชื่อเผ่าพันธุ์เหมันต์ไร้รอย แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ทักษะผูกขาดเฉพาะเผ่าพันธุ์นั้น
นี่คือสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์ระดับบัญชาการขั้นสูง แมวป่าหิมะ
ห่างออกไปราวร้อยเมตรเบื้องหน้าแมวป่าหิมะ มีสัตว์อสูรที่หน้าตาเหมือนกระต่ายหิมะแต่มีหางยาวสามเส้นกำลังวิ่งหนีสุดชีวิต หูของมันกระดิกยิกๆ เหมือนสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
แต่อนิจจา ความเร็วของมันเทียบแมวป่าหิมะไม่ได้เลยสักนิด ระยะห่างระหว่างผู้ล่าและเหยื่อกำลังหดสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด
เหยื่อผู้ตื่นตระหนกวิ่งเตลิดหนีตายออกมาทางรอบนอกของทุ่งหิมะ พาเอานักล่าที่แข็งแกร่งจากส่วนลึกของทุ่งหิมะตามติดมาด้วย
เมื่อเหยื่อเข้ามาอยู่ในระยะโจมตี รูม่านตาของแมวป่าหิมะก็หดแคบลงราวกับห้วงเหวลึกที่กลืนกินเงาของเหยื่อที่สะท้อนอยู่ในนั้นจนหมดสิ้น
แมวป่าหิมะกระโจนทะยานขึ้นกลางอากาศอย่างไร้สุ้มเสียง กรงเล็บหน้าอันทรงพลังอาบไปด้วยแสงสีฟ้าเยือกแข็ง ทันทีที่มันตวัดกรงเล็บอย่างแรง รอยกรงเล็บน่าสะพรึงกลัวยาวกว่าสิบเมตรก็พุ่งเข้าใส่เหยื่อที่ชะตาขาด
ไม่มีปาฏิหาริย์ใดๆ เกิดขึ้น เหยื่อถูกฟันขาดเป็นท่อนๆ สิ้นใจตายคาที่โดยไม่ทันได้ตั้งตัว
ทักษะพรสวรรค์อีกอย่างของแมวป่าหิมะ กรงเล็บรอยน้ำแข็ง
เมื่อร่อนลงพื้น แมวป่าหิมะที่หิวโซก็กระโจนเข้าใส่ซากเหยื่อที่ยังอุ่นๆ แล้วสวาปามอย่างตะกละตะกลาม
"โฮก" (กินตอนกำลังร้อนๆ นี่แหละอร่อย)
หลังจากกินเสร็จ แมวป่าหิมะก็ฉายแววตาไม่พอใจ
ยังไม่อิ่มเลย
มันหันมองซ้ายมองขวา รูม่านตาหดแคบลงอีกครั้ง สอดส่องหาร่องรอยของเหยื่อรายต่อไป
ผ่านไปครู่ใหญ่
"โฮก" (นี่มันที่ไหนวะเนี่ย)
...
"น่าจะครบหนึ่งชั่วโมงแล้วนะ" หลินซู่ชะโงกหน้าออกไปดูท้องฟ้าหน้าถ้ำน้ำแข็งแล้วพึมพำกับตัวเอง เขากระชับฉิวฉิวในอ้อมกอด "ไปกันเถอะฉิวฉิว เราออกไปได้แล้ว"
"มิ มิ" (ไปกันเลย ออกเดินทาง)
ตอนนี้ฉิวฉิวรู้แล้วว่าร่างวิวัฒนาการในอนาคตของตัวเองคืออะไร ท่าทางของมันก็เลยดูกร้าวใจขึ้นเยอะ ถึงจะเป็นแค่เผ่าพันธุ์ระดับสูง แต่ทำตัวหยิ่งผยองหยั่งกับเผ่าพันธุ์ระดับราชันย์
ฉัน ฉิวฉิว ว่าที่เผ่าพันธุ์ระดับราชันย์
มันกำลังหลงระเริง
พอเห็นว่าฉิวฉิวเริ่มเหลิง หลินซู่ก็เคาะหัวเจ้าตัวเล็กเบาๆ "อย่าเพิ่งได้ใจไป ถึงจะมีเส้นทางวิวัฒนาการ แต่ก่อนจะวิวัฒนาการได้ แกก็ต้องพยายามพัฒนาตัวเอง สะสมพลังไปเรื่อยๆ ก่อนนะ"
"มิ (ω)" (รู้แล้วน่า)
พอเห็นฉิวฉิวเริ่มกลับมามีสติ หลินซู่ก็โล่งใจ
ความประมาทและเย่อหยิ่งเป็นนิสัยที่ไม่ดีสำหรับสัตว์อสูร ถึงฉิวฉิวจะเพิ่งเริ่มออกอาการ เขาก็ต้องรีบดับไฟแต่ต้นลม
แผนตบตาฟ้าข้ามสมุทรสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขั้นตอนต่อไปก็แค่กลับไปตระกูลหลิน เขาก็จะสามารถเรียกฉิวฉิวออกมาได้อย่างเปิดเผย แล้วบอกพ่อกับแม่ว่านี่คือสัตว์อสูรที่เขาทำสัญญาด้วยในเทือกเขาเหมันต์ร่วงโรย
คิดได้ดังนั้น หลินซู่ก็เดินออกจากถ้ำน้ำแข็งมุ่งหน้ากลับเมืองหย่งหนานอย่างไม่ลังเล
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว หูของฉิวฉิวในอ้อมกอดก็กระดิกเบาๆ
"มิ" (มีบางอย่างกำลังเข้ามาใกล้)
หืม
หลินซู่รีบกวาดสายตามองรอบๆ ตามคำเตือนของฉิวฉิว ไม่นานเขาก็เห็นเงาสีขาวพุ่งพรวดเข้ามาหาด้วยความเร็วราวกระสุนปืน ด้วยพลังยุทธ์ขั้นหลอมกายา สายตาของหลินซู่จึงเฉียบคมขึ้น ทำให้พอมองเห็นรูปร่างของมันได้ลางๆ
แมวป่าหิมะ
พอจำได้ว่าเป็นสัตว์อสูรชนิดไหน หน้าของหลินซู่ก็ถอดสี
นี่มันเผ่าพันธุ์ระดับบัญชาการขั้นสูงเลยนะ
แถมความเร็วที่เหนือกว่าฉิวฉิวหลายขุมแบบนี้ ไม่มีทางเป็นสัตว์อสูรระดับทารกแน่ๆ
นี่มันสัตว์อสูรระดับสูงชัดๆ
ฉิวฉิวโผล่หัวออกมาจากอ้อมกอดของหลินซู่ รูม่านตาหดแคบลง สบตากับดวงตาเรียวเล็กดุจเข็มของแมวป่าหิมะ วินาทีต่อมา มันก็พ่นพายุหิมะลูกใหญ่เข้าใส่แมวป่าหิมะที่กำลังกระโจนเข้ามา
แมวป่าหิมะคำรามลั่น จังหวะที่กำลังจะกระโจนถูกรบกวนด้วยพายุหิมะไปชั่วขณะ เกล็ดน้ำแข็งคมกริบแทรกซึมผ่านเส้นขนหนานุ่ม ทิ้งรอยแผลตื้นๆ ไว้ตามตัวนับไม่ถ้วน
แต่ด้วยความที่เป็นสัตว์อสูรระดับสูง พายุเหมันต์ของฉิวฉิวจึงทำอันตรายแมวป่าหิมะไม่ได้มากนัก บาดแผลพวกนั้นเป็นแค่รอยถลอก ไม่นานก็คงหาย
แต่พายุเหมันต์ก็ช่วยซื้อเวลาให้หลินซู่ได้ เขาตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว อุ้มฉิวฉิวแล้ววิ่งหน้าตั้งกลับไปทางเมืองหย่งหนาน
เขตสัตว์อสูรคือพื้นที่ที่ยอดฝีมือเผ่าพันธุ์มนุษย์กันไว้ให้สัตว์อสูรอาศัย และเป็นสถานที่ให้ผู้ฝึกยุทธ์เข้าไปฝึกปรือฝีมือ หรือให้ผู้ใช้อสูรเข้าไปหาสัตว์อสูรคู่สัญญา
หากถูกสัตว์อสูรทำร้ายหรือฆ่าตายในเขตนี้ ก็ถือว่าอ่อนแอเอง
แต่ถ้าสัตว์อสูรป่าหลุดออกมาทำร้ายคนนอกเขต พวกมันจะถูกกำจัดทิ้งทันที
ดังนั้นขอแค่หนีพ้นเขตสัตว์อสูรไปได้ แมวป่าหิมะตัวนี้ก็ไม่กล้าตามมาแน่
"ฉิวฉิว เตรียมพายุเหมันต์ไว้ให้พร้อมนะ"
"มิ (◣_◢)" (รับทราบ)
ด้วยพละกำลังของฉิวฉิวตอนนี้ การใช้พายุเหมันต์ติดกันสองครั้งคือขีดจำกัดแล้ว มันใช้ได้อีกแค่ครั้งเดียว จึงต้องเก็บไว้ใช้ในยามคับขันที่สุด
รอยแผลเล็กๆ ตามตัวสมานตัวอย่างรวดเร็วด้วยพลังชีวิตอันเปี่ยมล้นของสัตว์อสูรระดับสูง ความรู้สึกคันยิบๆ ปนเจ็บแปลบทำให้แมวป่าหิมะคลุ้มคลั่ง ดวงตาเรียวเล็กจ้องเขม็งไปที่แผ่นหลังของหลินซู่ที่กำลังวิ่งหนี พอเหลือบไปเห็นเมืองหย่งหนานที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ แววตาของมันก็ฉายความหวาดหวั่น
แมวป่าหิมะเร่งความเร็วขึ้น ดอกน้ำแข็งผลิบานใต้ฝ่าเท้า พุ่งทะยานตามหลินซู่ไปติดๆ
ระยะห่างระหว่างมันกับหลินซู่สั้นลงเรื่อยๆ พอๆ กับระยะห่างระหว่างหลินซู่กับเส้นแนวเขตเทือกเขาเหมันต์ร่วงโรย
วินาทีที่หลินซู่เหยียบลงบนเส้นแนวเขต แมวป่าหิมะก็คำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว กรงเล็บรอยน้ำแข็งพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่กลางหลังของหลินซู่อย่างโหดเหี้ยม
"ตอนนี้แหละ"
"มิ" (พายุเหมันต์)
พายุเหมันต์พุ่งเข้าปะทะกับกรงเล็บรอยน้ำแข็งที่กำลังฟาดฟันลงมา หลินซู่กอดฉิวฉิวที่หมดแรงข้าวต้มไว้แน่น ขดตัวหันหลังรับการโจมตีของแมวป่าหิมะ
วินาทีต่อมา ความเจ็บปวดเจียนตายก็แล่นปลาบเข้ามาที่แผ่นหลัง
แม้กรงเล็บรอยน้ำแข็งจะถูกพายุเหมันต์บั่นทอนพลังไปบ้าง แต่มันก็ยังรุนแรงมากเมื่อเทียบกับความห่างชั้นของพลัง กรงเล็บที่ถูกทอนพลังลงแล้วก็ยังคงน่าสะพรึงกลัวอยู่ดี
ขณะที่แมวป่าหิมะกำลังลำพองใจ เตรียมจะก้าวข้ามเส้นแนวเขตเพื่อลากตัวหลินซู่กับฉิวฉิวกลับเข้าเขตสัตว์อสูร เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
พายุหิมะในเทือกเขาเหมันต์ร่วงโรยหยุดชะงักอย่างกะทันหัน กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่อธิบายไม่ได้แผ่ซ่านลงมาพร้อมแรงกดดันที่ทำให้วิญญาณสั่นสะท้าน สัตว์อสูรตัวมหึมาขนาดเท่าภูเขาย่อมๆ ปรากฏกายขึ้นในพริบตา
มันคืออินทรีสีทองขนาดมหึมา ขนทุกเส้นเปล่งประกายเย็นยะเยือกดุจใบมีด กรงเล็บอันคมกริบแหวกลมจนเกิดระลอกคลื่นในอากาศ ดูราวกับว่าแค่ตวัดกรงเล็บเบาๆ ก็ฉีกกระชากมิติได้
และบนหัวของสิ่งมีชีวิตสุดสยองตัวนี้ กลับมีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่
ชายคนนั้นมองลงมายังแมวป่าหิมะที่ถูกแรงกดดันตรึงไว้กับพื้นหิมะจนแทบจะหมดสติด้วยความหวาดกลัว เขาเอ่ยเสียงเรียบ "ถือว่าเจ้ายังดวงดี ถ้าก้าวข้ามมาอีกก้าวเดียว ข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งตรงนี้ซะ"
"ในเมื่อยังไม่ล้ำเส้นก็ไสหัวไปซะ"
ทันทีที่แรงกดดันคลายลง แมวป่าหิมะที่ได้อิสระก็รีบโกยอ้าวกลับเข้าไปในส่วนลึกของเทือกเขาเหมันต์ร่วงโรยแบบไม่คิดชีวิต
ชายคนนั้นกระโดดลงมาจากหัวอินทรียักษ์ เขามองดูเด็กหนุ่มที่คุกเข่าพยุงตัวอยู่บนพื้น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขามองรอยแผลลึกถึงกระดูกบนแผ่นหลังของเด็กหนุ่ม และเหมันต์ไร้รอยในอ้อมกอดที่ไร้รอยขีดข่วน แล้วก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
ลวดลายแสงสีม่วงดำถักทอเป็นวงเวทย์สลับซับซ้อนงดงามที่ใต้เท้าของเขา ต้นไม้ยักษ์สูงตระหง่านปรากฏขึ้นเบื้องหลัง ทันทีที่มันปรากฏตัว บริเวณรอบๆ ก็ถูกปกคลุมไปด้วยสีเขียวขจีและพลังชีวิต ละอองแสงสีเขียวอ่อนนับไม่ถ้วนล่องลอยไปมาดุจหิ่งห้อย นำพาเอาพลังแห่งชีวิตและการเยียวยามาให้
"พฤกษาหยาดทิพย์ รักษาเขา"
"ซัว ซัว ( ̄▽ ̄)ノ" (ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง)
แสงสีเขียวหลั่งไหลเข้าสู่บาดแผลบนแผ่นหลังของหลินซู่ราวกับเกลียวคลื่น บาดแผลสมานตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หลินซู่รู้สึกได้ว่าความชาและปวดแสบปวดร้อนที่แผ่นหลังหายไปจนหมดสิ้น ความรู้สึกเย็นสบายทำให้เขาเผลอร้องครางออกมา
เมื่อบาดแผลเริ่มสมานตัว ใบหน้าของหลินซู่ก็เริ่มมีสีเลือด เขามองผู้มาเยือนด้วยความซาบซึ้งใจ "ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยเหลือ"
ชายคนนั้นไม่พูดอะไร เขาเก็บต้นไม้ยักษ์กลับไป แล้วเหยียบหลังอินทรียักษ์ทะยานขึ้นฟ้า หายลับไปในพริบตา
หลินซู่จดจำใบหน้าของผู้อาวุโสท่านนั้นไว้ในใจ เขามองฉิวฉิวในอ้อมกอดที่มองเขาด้วยความร้อนรนและเป็นห่วง เขายิ้มบางๆ "เอาล่ะ ไม่เป็นไรแล้ว เรากลับบ้านกันเถอะ"
"มิ (﹏)" (เป็นเพราะฉันอ่อนแอเกินไปแท้ๆ)
"อย่าคิดแบบนั้นสิ" หลินซู่ลูบหัวฉิวฉิว รอยยิ้มประดับบนใบหน้า "เรามาฝึกด้วยกันเถอะ เดี๋ยวเราก็จะเก่งขึ้นแล้ว นี่เพิ่งเริ่มต้นเองนะ"
ผู้ใช้อสูรที่โผล่มาช่วยชีวิตหลินซู่ไว้เพียงแค่รักษาบาดแผลฉกรรจ์และห้ามเลือดให้แผลสมานตัวเร็วขึ้นเท่านั้น แผลของหลินซู่ยังไม่หายสนิท การเสียเลือดมากทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ขากลับเขาจึงเดินโซซัดโซเซไปตลอดทาง
เมื่อเห็นหลินซู่กลับมาในสภาพสะบักสะบอม แม่ของหลินซู่ก็ทั้งห่วงทั้งต่อว่า น้ำตาคลอเบ้าด้วยความสงสาร ส่วนหลินเจิ้นหนานแม้ปากจะบอกว่า "ลูกผู้ชายเจ็บแค่นี้เรื่องเล็กน้อย" แต่ก็รีบสั่งให้อาอวิ๋นไปต้มยาให้เร็วกว่าใครเพื่อน
หลินซู่ไม่ลืมว่าตัวเองไปเจ็บตัวมาเพราะอะไร ข้ออ้างที่เตรียมไว้ถูกนำมาใช้ พ่อแม่ของหลินซู่เชื่ออย่างสนิทใจว่าเขาไปทำสัญญากับเหมันต์ไร้รอยที่เทือกเขาเหมันต์ร่วงโรยมา
แม้จะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นนิดหน่อย แต่แผนตบตาฟ้าข้ามสมุทรก็ถือว่าสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
หลังจากดื่มยาบำรุงรักษาอาการบาดเจ็บ หลินซู่ก็เก็บฉิวฉิวเข้ามิติสัตว์อสูร ไม่นานเขาก็หลับสนิทด้วยฤทธิ์ยา
...
ดาวบลูสตาร์
หลินซู่เพิ่งตื่นนอนก็เรียกฉิวฉิวออกมาจากมิติสัตว์อสูร จากนั้นก็เปิดอุปกรณ์สื่อสาร
เขาไม่ลืมหรอกนะว่าก่อนไปโลกเสินอู่ เขาได้ส่งเส้นทางวิวัฒนาการสายใหม่ไปให้สมาคมผู้ใช้อสูรตรวจสอบ
แม้จะรู้ว่าคงตรวจไม่เสร็จเร็วขนาดนั้น แต่ก็อดใจไม่ไหวที่จะเข้าไปดู
พอล็อกอินเข้าแพลตฟอร์มของสมาคมผู้ใช้อสูร ข้อความแจ้งเตือนที่ยังไม่ได้อ่านก็เด้งขึ้นมาทันที
[ใบตอบรับผลการตรวจสอบเส้นทางวิวัฒนาการ]
หืม
รู้ผลเร็วขนาดนี้เลยเหรอ
หลินซู่ชะงักไปนิด ก่อนจะหน้าเสีย
ส่งใบตอบรับมาในคืนเดียว...
หรือว่าตรวจไม่ผ่าน
(จบแล้ว)