- หน้าแรก
- ฟุตบอล เริ่มจากลีกทูอังกฤษ ปั้นซูเปอร์สตาร์แห่งอนาคต
- บทที่ 50 ค่ำคืนแสนหวาน
บทที่ 50 ค่ำคืนแสนหวาน
บทที่ 50 ค่ำคืนแสนหวาน
บทที่ 50 ค่ำคืนแสนหวาน
สองทุ่มตรง หลินฟานมาถึงร้านอาหารอิตาเลียนตามนัด
ผ่านกระจกบานใหญ่ เขาเห็นซูซี่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
เมื่อผลักประตูเข้าไป เสียงแจ๊ซนุ่ม ๆ ลอยคลอไปทั่วร้าน กลิ่นน้ำมันมะกอกกับสมุนไพรอบอวลในอากาศ
คืนนี้ซูซี่ดูแตกต่างจากปกติโดยสิ้นเชิง
ชุดเดรสสีดำเข้ารูปขับเน้นสัดส่วนที่มักถูกซ่อนอยู่ใต้ชุดทำงานผู้นักข่าว
ผมของเธอมัดหลวม ๆ มีปอยผมบางเส้นตกลงมาข้างลำคอ เพิ่มความอ่อนโยนอย่างเป็นธรรมชาติ
ในแสงไฟ เธอโดดเด่นจนดึงสายตาของลูกค้าคนอื่นในร้านอยู่เงียบ ๆ
“ขอโทษนะ มาช้าไปรึเปล่า” หลินฟานดึงเก้าอี้แล้วนั่งลง
“ไม่เลย ชั้นมาถึงก่อนเองนิดหน่อย” ซูซี่ยิ้มบาง ดวงตาดูอ่อนโยนเป็นพิเศษใต้แสงเทียน “นายดูดีนะ”
“เธอก็ดูดีเหมือนกัน” หลินฟานพูดจากใจ “ชุดนั้นสวยมาก”
พนักงานมาเสิร์ฟน้ำแร่และเมนู หลังจากสั่งอาหาร บทสนทนาก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติจากเรื่องฟุตบอล
“ชั้นดูเกมที่พวกนายเจอกับชาร์ลตันมาแล้ว” ซูซี่พูด “การประสานงานของหลี่เว่ยกับเบลลิงแฮมยิ่งดีขึ้นเรื่อย ๆ เลย”
หลินฟานพยักหน้า “สองคนนั้นเข้าใจกันโดยสัญชาตญาณ บางครั้งในสนามซ้อม แค่มองตาก็รู้ใจกันแล้ว”
“ได้ยินว่าแบล็กเบิร์นส่งคนมาดูอีกแล้วใช่ไหม”
หลินฟานยิ้มขม ๆ “ไม่ใช่แค่แบล็กเบิร์น ตอนนี้แทบทุกเกมจะมีแมวมองจากแชมเปียนชิพสามสี่ทีมมานั่งดู”
“กังวลไหม เรื่องจะเสียพวกเขาไป” ซูซี่หมุนแก้วน้ำเบา ๆ
“กังวลทุกวัน” หลินฟานตอบตรงไปตรงมา
“แต่นี่แหละฟุตบอล สโมสรเล็กปั้นนักเตะเก่ง สโมสรใหญ่ก็ดึงตัวไป เป็นวงจร ชั้นทำได้แค่พยายามยืดระยะเวลาของวงจรนี้ให้นานที่สุด”
อาหารเรียกน้ำย่อยมาถึง เป็นคาร์ปาชโชเนื้อวัวกับสลัดซีฟู้ด ทั้งคู่กินไปคุยไป บทสนทนาค่อย ๆ ขยายออกไปนอกสนามฟุตบอล
หลินฟานเล่าเรื่องขำ ๆ ตอนเพิ่งเข้ารับช่วงสโมสรใหม่ ๆ
เช่น ตอนแรกถูกโค้ชเข้าใจผิดว่าเป็นนักเตะมาทดสอบฝีเท้า หรือสายตาสงสัยของนักเตะตอนเขาเดินเข้าห้องแต่งตัวครั้งแรก
ซูซี่ฟังอย่างตั้งใจ บางครั้งก็หัวเราะใสแจ๋ว
พอถึงตาเธอ เธอเล่าถึงความลำบากในฐานะนักข่าวกีฬาผู้หญิง “บางทีในโซนสัมภาษณ์ นักข่าวผู้ชายจะเบียดชั้น หรือทำหน้าเบื่อ ๆ เวลาโดนถาม”
“แล้วเธอทำยังไง”
ซูซี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ “ก็ใช้คำถามที่มืออาชีพกว่าพวกเขา แย่งความได้เปรียบกลับมา”
“แล้วตอนนี้ ชั้นก็มีแหล่งข่าวเอ็กซ์คลูซีฟด้วย ไม่ใช่เหรอ”
พูดจบ เธอยกแก้วชนกับหลินฟาน
อาหารจานหลักคือสเต็กเนื้อลูกวัวแบบมิลานและพาสต้าซีฟู้ด
อาหารอร่อยกับไวน์ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายยิ่งขึ้น
ซูซี่เล่าว่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เธอเคยเล่นกองหน้าให้ทีมมหาลัย หลินฟานเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ
“ไม่คิดล่ะสิ” ซูซี่พูดอย่างภูมิใจ “ชั้นยิงประตูได้เยอะด้วยนะ”
“งั้นชั้นคงต้องชวนมาทดสอบฝีเท้าแล้วล่ะ” หลินฟานแซว “ทีมเรากำลังขาดกองหน้าอยู่พอดี”
เมื่อมื้อค่ำใกล้จบ ดวงตาของซูซี่เริ่มพร่าเล็กน้อย
เธอหมุนแก้วไวน์แดงเบา ๆ แสงเทียนสะท้อนในของเหลวสีเข้ม
“หลิน นายไม่เหนื่อยบ้างเหรอ ที่ทุ่มทุกอย่างให้ทีม เคยคิดไหมว่า…จะหยุด แล้วใช้ชีวิตให้มากขึ้น”
หลินฟานมองเธอ แสงเทียนสะท้อนในดวงตา “เหนื่อย แต่คุ้มค่า แต่ตอนนี้…”
เขาหยุดนิดหนึ่งก่อนยิ้ม “บางที ตอนนี้ก็กำลังใช้ชีวิตอยู่แล้วก็ได้”
ทั้งคู่ยิ้มให้กัน ระยะห่างใต้โต๊ะเหมือนจะใกล้ขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
ปลายรองเท้าของซูซี่แตะรองเท้าหลินฟานเบา ๆ และเธอไม่ได้ขยับหนีในทันที
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของหลินฟานก็ดังขึ้นอย่างไม่เข้าท่า
เขามองหน้าจอ เป็นสายจากผู้อำนวยการสโมสร
โทรมาดึกขนาดนี้ มักหมายถึงเรื่องเร่งด่วน
แววผิดหวังวาบผ่านดวงตาซูซี่ แต่เธอก็เก็บอาการทันที “ต้องรับไหม”
หลินฟานลังเล
แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น เห็นซูซี่ในแสงเทียน เห็นสายตาที่คาดหวังของเธอ เขาก็ตัดสินใจ
หลินฟานตัดสาย แล้วกดปิดเครื่อง วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ
“ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าตอนนี้แล้ว” เขาพูดเบา ๆ
ริมฝีปากซูซี่โค้งเป็นรอยยิ้มงดงาม แววตาเป็นประกายอีกครั้ง
พอดีกับที่พนักงานยกของหวานมา ทิรามิสุและพานาคอตตา
ซูซี่ตักพานาคอตตาคำหนึ่ง แล้วยื่นไปที่ปากหลินฟานอย่างเป็นธรรมชาติ
“ลองนี่ดู เป็นของขึ้นชื่อร้านนี้”
หลินฟานชะงักเล็กน้อย ก่อนอ้าปากรับ
พานาคอตตาละลายในปาก หวานพอดีไม่เลี่ยน
“อร่อยไหม” ซูซี่ถามอย่างคาดหวัง
“อร่อยมาก” หลินฟานยิ้ม “แต่ยังไม่อร่อยเท่าคำแนะนำของเชฟ”
สายตาเขาหมายความไปที่ซูซี่
แก้มเธอขึ้นสีเรื่อ ดูมีเสน่ห์เป็นพิเศษในแสงเทียน
เธอไม่หลบสายตา แต่สบกลับอย่างตรงไปตรงมา
หลังอาหาร หลินฟานหยิบเสื้อคลุมมาคลุมให้ซูซี่
เมื่อก้าวออกจากร้าน ลมยามค่ำคืนพัดเย็นสบาย
ซูซี่ขยับเข้าใกล้เขาโดยไม่รู้ตัว แขนของทั้งคู่เสียดสีกันเบา ๆ
“ให้ชั้นไปส่งไหม” หลินฟานถาม
ซูซี่ส่ายหน้า แล้วพยักหน้า ก่อนพูดเบา ๆ “อพาร์ตเมนต์ชั้นอยู่ใกล้ ๆ ขึ้นไปดื่มกาแฟหน่อยไหม”
หลินฟานไม่ตอบทันที
เขามองซูซี่ ลมกลางคืนพัดผมเธอ เธอยกมือรวบผมตามสัญชาตญาณ
“ได้สิ” หลินฟานตอบในที่สุด “ยินดีเลย”
อพาร์ตเมนต์ของซูซี่อบอุ่นและเรียบหรู ชั้นหนังสือเต็มไปด้วยชีวประวัติกีฬาและหนังสือวารสารศาสตร์ ผนังแขวนภาพศิลปะร่วมสมัยหลายชิ้น
เธอชงกาแฟให้หลินฟาน ทั้งคู่นั่งบนโซฟา ใกล้กันกว่าตอนอยู่ร้าน
บทสนทนายังคงดำเนินต่อ แต่ค่อย ๆ เป็นเรื่องส่วนตัวมากขึ้น
โดยไม่รู้ตัว มือของทั้งคู่ประสานกันแล้ว
นิ้วของซูซี่เรียวยาวและอุ่น หลินฟานรับรู้ถึงชีพจรที่เต้นอยู่
เมื่อหลินฟานดึงเธอเข้าใกล้ ซูซี่ก็ไม่ขัดขืน
นอกหน้าต่าง แสงไฟเมืองเรดดิงตันระยิบระยับ เป็นพยานให้ค่ำคืนแสนหวานนี้
และสำหรับหลินฟาน นี่คือครั้งแรกนับตั้งแต่ข้ามโลกมา ที่เขาลืมเรื่องฟุตบอลไปโดยสิ้นเชิง จมอยู่กับความอ่อนโยนของช่วงเวลา…
เมื่อแสงแรกของเช้าวันใหม่ส่องผ่านม่าน หลินฟานลืมตา เห็นซูซี่ยังคงหลับสนิท
ศีรษะเธอหนุนอยู่บนแขนเขา ลมหายใจสม่ำเสมอ
ทุกอย่างเมื่อคืนงดงามราวความฝัน
เขาลุกขึ้นอย่างเงียบ ๆ ไม่อยากปลุกเธอ
ในครัว เขาเจอเครื่องชงกาแฟและเริ่มเตรียมอาหารเช้า
กลิ่นกาแฟลอยอบอวล เขาเปิดโทรศัพท์ เห็นสายที่ไม่ได้รับกว่าสิบสาย และข้อความอีกหลายข้อความ
ข้อความล่าสุดจากผู้อำนวยการฟุตบอล วิลสัน: “ด่วน! โทรกลับทันที!”
หลินฟานขมวดคิ้ว แต่ยังไม่ตอบ
เขาหันกลับไปมองห้องนอน ซูซี่ยังหลับอย่างสงบ
เช้านี้ช่างเงียบงันและงดงาม เขาตัดสินใจให้ตัวเองได้ดื่มด่ำกับช่วงเวลาแสนสงบนี้อีกสักหน่อย
เขารินกาแฟใส่ถ้วยสองใบ เติมนมและน้ำตาลพอดี แล้วถือกลับไปที่ห้องนอน
ศึก…ยังไม่จบ
โปรดติดตามตอนต่อไป