เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 134 ความในใจจากผู้เขียน (ตอนฟรี-สารจากผู้เขียนและผู้แปล)

บทที่ 134 ความในใจจากผู้เขียน (ตอนฟรี-สารจากผู้เขียนและผู้แปล)

บทที่ 134 ความในใจจากผู้เขียน (ตอนฟรี-สารจากผู้เขียนและผู้แปล)


'วัวหนิว' (นามปากกาผู้เขียน) ไม่ใช่นักเขียนที่มีพรสวรรค์ ผลงานในช่วงสองปีที่ผ่านมาก็ธรรมดา จากผลงานสี่เรื่องที่แนวทางแตกต่างกัน จะเห็นได้ว่าวัวหนิวพยายามค้นหาแนวทางการเขียนที่เหมาะกับตัวเองมาตลอด ตอนเขียนหนังสือเล่มนี้บอกได้คำเดียวว่าใจตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะกลัวว่าจะเป็นความพยายามที่ล้มเหลวอีกครั้ง

แต่วัวหนิวก็ยังเขียน เพื่อเลือดร้อนและความฝันที่มีต่อนิยายเน็ตที่ไม่เคย มอดดับ เพื่อที่จะเขียนผลงานที่ได้รับความนิยมอย่างแท้จริงสักเรื่อง

วัวหนิวคงไม่พูดอะไรมาก หวังเพียงทุกคนจะสนุกับผลงานของวัวหนิวให้มาก

ความฝันของข้าพเจ้าอยู่กับพวกท่าน

พร้อมกันนี้ต้องขอโทษบ.ก. 'หูหยา' ที่น่ารักของข้าพเจ้าด้วย ช่วงก่อนหน้านี้อาจจะมีการเปลี่ยนบ.ก.บ่อย อยู่ในสถานะถูกปล่อยเกาะ คนเลยขี้เกียจไปบ้าง พันคำหมื่นคำสรุปเป็นประโยคเดียวคือ ขอบคุณ

...

จากผู้แปล ตอนนี้เบื้องต้นผมแปลทั้งหมดของนิยายเรื่องนี้ไว้จนจบแล้วครับ เหลือเกลาคำอีกรอบหนึ่ง เรื่องนี้มีการใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษจากต้นฉบับค่อนข้างเยอะ เพราะด้วยความสามารถของพระเอกด้วย และยุคสมัยด้วย (ยุคที่กำลังเข้าสู่ยุคล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก) เลยต้องเกลาคำละเอียดเป็นพิเศษ

จะเห็นว่าบางจุดผมก็ต้องแปลงคำพูดของตัวละครเพื่อให้อธิบายคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษลงไปด้วย เพื่อที่จะได้ใช้คำนั้นในนิยายต่อไปได้ครับ ถ้าแปลตรงตัวเลยผมว่ามันไม่ค่อยลื่นและค่อนข้างงงประมาณนึงเลย

สำหรับคนที่สนใจเกล็ดประวัติศาสตร์ในเรื่องผมสรุปไว้ให้ดังนี้นะครับ

1. ยุคในนิยาย

เป็นยุคสมมติของจีน ในราชวงศ์ที่ชื่อว่า "ต้าอวี้" (Great Yu)

บริบทของเรื่องคล้ายกับช่วง ปลายราชวงศ์หมิง หรือ ต้นราชวงศ์ชิง ของจีน เนื่องจากมีภัยคุกคามจากชนเผ่าคนเถื่อนทางเหนือ (คล้ายมองโกลหรือแมนจู) และราชสำนักเริ่มอ่อนแอ ขุนนางแบ่งฝักฝ่าย

2. ช่วงยุคของตะวันตก

ใน บทที่ 195 เซียวหมิงระบุชัดเจนว่าช่วงเวลานี้คือ "ปลายศตวรรษที่ 17 กำลังจะเข้าสู่ศตวรรษที่ 18" (ช่วงปี ค.ศ. 1690 - 1700) ตรงกับยุค:

-ยุคแห่งการรู้แจ้ง (Age of Enlightenment): วิทยาศาสตร์และปรัชญาในยุโรปกำลังเฟื่องฟู

-ยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม (Pre-Industrial Revolution): เทคโนโลยีดืนปืนและการเดินเรือของตะวันตกพัฒนาไปมาก (เซียวหมิงกังวลว่าชาติตะวันตกจะเริ่มล่าอาณานิคมและมาถึงแถวกวางโจว)

-มีการกล่าวถึง อาณาจักรออตโตมัน (Ottoman Empire) ว่ากำลังทำสงครามแย่งชิงเส้นทางการค้ากับคนเถื่อน

3. ตรงกับยุคของไทย

ช่วงปลายศตวรรษที่ 17 ถึงต้นศตวรรษที่ 18 (พ.ศ. 2230 - 2250 โดยประมาณ) ตรงกับ สมัยอยุธยาตอนปลาย (ราชวงศ์บ้านพลูหลวง)

เหตุการณ์เทียบเคียง:

    ตรงกับช่วงสิ้นสุดรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (ครองราชย์ถึง พ.ศ. 2231 / ค.ศ. 1688)

    ต่อด้วยรัชสมัยของ สมเด็จพระเพทราชา (ต้นราชวงศ์บ้านพลูหลวง)

    และ สมเด็จพระเจ้าเสือ (ขุนหลวงสรศักดิ์)

สรุปภาพรวม: เรื่องราวเกิดขึ้นในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่าน เทคโนโลยีดินปืนเริ่มมีบทบาทสำคัญในการทำสงคราม (เปลี่ยนจากยุคอาวุธเย็นสู่อาวุธร้อน) และการค้าขายทางทะเลเริ่มเชื่อมโลกเข้าด้วยกันครับ

สุดท้ายนี้ขอให้มีความสุขกับการอ่านนิยายเรื่องนี้นะครับ

 

(จบตอน)

หมายเหตุ: เนื้อเรื่องหลักจะต่อที่บทที่ 135 ครับ

จบบทที่ บทที่ 134 ความในใจจากผู้เขียน (ตอนฟรี-สารจากผู้เขียนและผู้แปล)

คัดลอกลิงก์แล้ว