- หน้าแรก
- หลังจากหย่าร้าง ทั้งผมกับภรรยาต่างได้เกิดใหม่
- บทที่ 54 ตัวอย่างคลอดแล้ว
บทที่ 54 ตัวอย่างคลอดแล้ว
บทที่ 54 ตัวอย่างคลอดแล้ว
บทที่ 54 ตัวอย่างคลอดแล้ว
วิ่งเหยาะๆ ตลอดทางกลับมาถึงบ้าน สองผู้เฒ่ากำลังนอนดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟา เจียงเซี่ยโยนกระเป๋านักเรียนลงบนเตียงของตัวเอง แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือทันที
“เอ้ๆ เดี๋ยวสิ จะไปไหน?” เซี่ยซานซานเรียกเขาไว้ได้ทันเวลา
เจียงเซี่ยตอบอย่างมั่นใจ: “เล่นเน็ตครับ”
“คะแนนสอบรายเดือนออกมาหรือยัง? สอบได้เท่าไหร่ คราวที่แล้วเราตกลงกันไว้แล้วนะ ถ้าลูกสอบแย่ คอมพิวเตอร์กับมือถือก็อย่าหวังจะได้แตะเลย”
“คะแนนรวมไม่รู้ครับ แต่ลำดับของทั้งโรงเรียนคือที่ 48”
“จริงหรือเปล่าเนี่ย?”
เซี่ยซานซานมีสีหน้าสงสัย เพราะลำดับนี้มันเกินความคาดหมายของเธอไปไกลมาก จะมีใครที่ไหนคะแนนพุ่งพรวดรุนแรงขนาดนี้ในเวลาสั้นๆ
“แม่มีดวงตาดุจไฟบรรลัยกัลป์ ผมปิดบังได้ชั่วคราว แต่จะปิดบังไปตลอดชีวิตได้เหรอ?” เจียงเซี่ยจนใจ
“นั่นก็จริง คิดว่าลูกคงไม่กล้าหลอกแม่ตัวเองหรอก” เซี่ยซานซานถามต่อ: “แล้วพี่สาวของเสี่ยวหม่านสอบเป็นยังไงบ้าง?”
“เหมือนเดิมครับ ที่หนึ่งของโรงเรียน”
“ถ้าอย่างนั้นลูกยังต้องพยายามอีกเยอะเลยนะ” เธอพูดอย่างมีเลศนัย
“เพราะอย่างนั้น ตอนนี้ผมไปเล่นเน็ตได้หรือยังครับ?”
“ไปเถอะๆ ระวังเรื่องเวลาด้วย เดี๋ยวอีกสักพักก็รีบไปนอนล่ะ”
เจียงเซี่ยพยักหน้ารับคำ เดินเข้าห้องหนังสือเปิดคอมพิวเตอร์และเริ่มตัดต่อวิดีโอต่อ
ปัจจุบันระยะเวลาการผลิตตอนแรกเกินสิบวันแล้ว ต้องรีบจบกระบวนการตอนนี้ เพื่อส่งวิดีโอที่สมบูรณ์ให้หลินเยียนหว่านทำเสียงพากย์ในขั้นตอนหลังการผลิตต่อไป
…..
สามวันต่อมา ในที่สุดเจียงเซี่ยก็เสร็จสิ้นงานตัดต่อ
เมื่อตัวอย่างหนังตอนแรกออกมา เขาเปิดดูซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบด้วยตัวเอง ปรับแก้ค่าเฟรมเรตไปหลายจุด หลังจากยืนยันว่าไม่มีข้อผิดพลาดแล้ว จึงใช้ QQ ส่งตัวอย่างหนังไปให้ภรรยาของเขา
[เจ้าทึ่มเจียง]: ที่รัก งานต่อไปยกให้คุณแล้วนะ โปรดมอบจิตวิญญาณให้กับผลงานระดับเทพชิ้นนี้ที
[หลินเปาเป่า]: จะพยายามนะ
หลินเยียนหว่านกดเปิดวิดีโอขึ้นมาดู มันไม่เหมือนกับคลิปสั้นสามสิบวินาทีก่อนหน้านี้ วิดีโอนี้มีความยาวรวมเจ็ดนาทีสี่สิบแปดวินาที รวมฉากเปิดและฉากปิดที่สมบูรณ์ ภาพลื่นไหล ความละเอียดสูง นอกจากไม่มีเสียงแล้ว ก็แทบไม่มีความแตกต่างจากผลงานฉบับสมบูรณ์เลย
มีบางฉากที่เธอไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับมันเลย น่าจะเป็นสิ่งที่เจียงเซี่ยสร้างสรรค์ขึ้นมาเอง แต่วิธีการแสดงออกของทั้งตอนนั้นเหมือนกับต้นฉบับ เพราะถึงแม้คนเราจะมีความจำดีแค่ไหน ก็ไม่สามารถก๊อปปี้ออกมาแบบเฟรมต่อเฟรมได้เป๊ะขนาดนั้น
สิ่งที่เจียงเซี่ยถ่ายทอดออกมา คือทอมกับเจอร์รี่ในอุดมคติของเขา
…..
บ่ายวันเสาร์ หลินเยียนหว่านส่งข้อความหาเจียงเซี่ย บอกว่าการพากย์เสียงเสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้เขาหาเวลาแวะมาดูว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร
จิตวิญญาณของเขาฮึกเหิมขึ้นมาทันที แทบไม่ต้องคิดอะไรมาก หยิบกระเป๋านักเรียนแล้วเดินออกไป
“แม่ครับ ผมไปห้องสมุดเดี๋ยวนะ นัดคนไว้แล้ว”
“นัดใคร?”
“ที่หนึ่งของระดับชั้นครับ”
“งั้นลูกก็รีบไปสิ จะรออยู่ที่บ้านให้แม่ทำข้าวให้กินหรือไง?”
มุมปากของเจียงเซี่ยกระตุกอย่างแรง พอพูดถึงที่หนึ่งของระดับชั้น ท่าทีของแม่เปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้เลยเหรอ
ประตูห้องปิดลงเบาๆ เซี่ยซานซานรู้สึกอีกครั้งว่าการตัดสินใจของเธอในตอนแรกนั้นถูกต้องที่สุด
ตั้งแต่เริ่มมีความรักกับที่หนึ่งของระดับชั้น คะแนนของลูกชายก็พุ่งพรวดเหมือนนั่งจรวด ดูตอนนี้สิ แม้แต่เดทกันยังเลือกไปที่ห้องสมุด ร่วมกันแหวกว่ายในมหาสมุทรแห่งความรู้ ดูแลกันและกัน ก้าวหน้าไปด้วยกัน ช่างเป็นคู่รักที่น่าอิจฉาจริงๆ
คิดได้ดังนั้น เซี่ยซานซานก็หยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความหาลูกชาย
“มื้อเย็นจัดการตัวเองนะ ที่บ้านข้าวสารหมด กลับมาก็ไม่มีอะไรให้ลูกกินหรอก”
เมื่อเห็นข้อความจากแม่บังเกิดเกล้า เจียงเซี่ยถึงกับเงียบไปทันที
ที่บ้านมักจะเตรียมข้าวสารไว้สองกระสอบเสมอ กินหมดหนึ่งกระสอบก็รีบเติมทันที ดังนั้นที่แม่บอกเขาว่าข้าวหมด เขาไม่เชื่อแม้แต่เครื่องหมายวรรคตอนเดียว
ปล่อยให้เขาอยู่กับหลินเยียนหว่านตามลำพังแบบนี้ ไม่กลัวลูกรักกันในวัยเรียนหรือไง?
แต่ในเมื่อเสด็จแม่มีราชโองการมา เขาก็ได้แต่ทำตามคำสั่ง
เจียงเซี่ยไปที่ตลาดสดซื้อกับข้าวที่หลินเยียนหว่านชอบกินเป็นประจำก่อน แล้วยังซื้อเค้กชิ้นเล็กๆ อีกสองชิ้น ตั้งใจจะเอาไปแบ่งให้ภรรยากับน้องเมีย จากนั้นจึงเรียกแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังบ้านของภรรยา
ติ๊งต่อง!
เขากดกริ่งหน้าประตู จากนั้นในบ้านก็มีเสียงระแวดระวังของน้องเมียดั้งขึ้น
“ใครคะ?”
“หนูน้อย พี่เอาเงินมาคืนคุณแม่ของหนูน่ะ” เจียงเซี่ยแกล้งดัดเสียงคุยกับเธอ
“คุณแม่ไม่อยู่ค่ะ”
“งั้นหนูเปิดประตูหน่อยได้ไหม พี่จะได้เอาเงินให้หนู”
“ไม่ได้ค่ะ คุณแม่ไม่ให้เปิดประตูให้คนแปลกหน้า รอคุณแม่กลับมาก่อนแล้วค่อยมาใหม่นะคะ”
เมื่อเห็นว่าน้องเมียมีสติสัมปชัญญะในการป้องกันการถูกหลอกดีขนาดนี้ เจียงเซี่ยจึงเปลี่ยนวิธีพูดทันที: “พี่กำลังจะย้ายไปจากเมืองนี้แล้วล่ะหนูน้อย หนูเปิดประตูแค่ช่องเล็กๆ แล้วพี่จะสอดเงินเข้าไปแล้วไปเลย โอเคไหม?”
“ไม่เปิด ไม่เปิด ยังไงก็ไม่เปิด คุณแม่ยังไม่กลับ ใครมาก็ไม่เปิด”
ได้ยินน้องเมียถึงกับร้องเพลงออกมา เจียงเซี่ยก็รู้สึกขบขันอย่างประหลาด จึงกระแอมไอแล้วตะโกนใหม่อีกครั้ง: “เสี่ยวหม่าน เปิดประตูหน่อย พี่เจียงเซี่ยเอง”
“เอ๊ะ?”
หลินเสี่ยวหม่านมองที่ประตูอย่างแปลกใจ ค่อยๆ เดินเข้าไปถามอย่างลังเล: “พี่เจียงเซี่ยจริงๆ เหรอคะ? ไม่ได้หลอกหนูจริงๆ นะ?”
“ถ้าเสี่ยวหม่านยังไม่เปิดประตู ต่อไปพี่จะไม่สอนวาดรูปแล้วนะ”
เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยในครั้งนี้ หลินเสี่ยวหม่านก็เชื่อสนิทใจ เธอเปิดประตูด้วยความดีใจ และเห็นเจียงเซี่ยยืนอยู่ข้างนอกจริงๆ
“ว้าว พี่เจียงเซี่ย เป็นพี่จริงๆ ด้วย งือๆๆ เสี่ยวหม่านคิดถึงพี่มากเลย”
น้องเมียกอดเข่าของเขาไว้ แล้วเอาหน้าถูไถอย่างแรง
เจียงเซี่ยลูบหัวเธอแล้วยิ้ม: “เสี่ยวหม่านมีความตื่นตัวต่ออันตรายดีมากเลย แต่ต่อไปก็ต้องจำไว้นะ นอกจากคนในครอบครัวแล้ว ไม่ว่าคนอื่นจะพูดจาหว่านล้อมแค่ไหน ก็เปิดประตูไม่ได้เด็ดขาด”
“เสี่ยวหม่านรู้อยู่แล้วค่ะ หมาป่าใจร้ายก็กินกระต่ายขาวตัวน้อยแบบนี้แหละ ฮิฮิ”
“อืมๆ นี่คือรางวัลสำหรับเสี่ยวหม่านนะ” เจียงเซี่ยยิ้มพลางยื่นเค้กชิ้นเล็กให้
“ว้าว เค้กนี่นา ดูน่ากินจังเลย! หนูรู้อยู่แล้ว พี่เจียงเซี่ยดีกับหนูที่สุดเลย!”
เจียงเซี่ยยิ้มโดยไม่พูดอะไร เดินเข้าบ้านเปลี่ยนรองเท้า เอาของสดไปแช่ตู้เย็นก่อน จากนั้นจึงเคาะประตูห้องนอนของภรรยาแล้วผลักเข้าไปทันที
“ที่รัก ผมมาแล้ว”
หลินเยียนหว่านไม่ได้ตอบ เธอยังคงใช้ซอฟต์แวร์ปรับจูนเสียงอยู่ เธอไม่สามารถทำเสียงที่สอดประสานกันอย่างมืออาชีพเหมือนวงออร์เคสตราได้ จึงทำได้เพียงสังเคราะห์เสียงเป็นช่วงๆ แต่โชคดีที่ผลลัพธ์ออกมาดีทีเดียว
เจียงเซี่ยเอาเค้กชิ้นเล็กวางตรงหน้าหลินเยียนหว่าน หลังจากเธอปรับจูนเสร็จ เธอก็เปิดวิดีโอและเสียงพื้นหลังพร้อมกัน
พร้อมกับการดำเนินไปของฉากเปิด เสียงเปียโนและคลาริเน็ตก็ดังขึ้นพร้อมกัน สองเสียงทับซ้อนกัน ท่วงทำนองฟังดูสดใสและรวดเร็วอย่างยิ่ง
“หยุดก่อน” เจียงเซี่ยพูดขึ้นทันที
หลินเยียนหว่านกดปุ่มหยุดทันที
“ตอนที่ฉากเปิดเปลี่ยนเข้าสู่เนื้อหาหลัก เสียงเพลงพื้นหลังควรจะค่อยๆ เบาลง แล้วสลับเป็นเสียงประกอบตอนเจอร์รี่วิ่งหนีอย่างไร้รอยต่อ ถึงแม้เวอร์ชันตอนนี้จะฟังดูโอเค แต่ช่วงรอยต่อมันดูแข็งไปหน่อย” เจียงเซี่ยกล่าว
“ได้ เดี๋ยวฉันจะแก้ดู” หลินเยียนหว่านใส่คีย์เฟรมในฉากนั้น แล้วทำการจดบันทึกไว้
วิดีโอและเสียงประกอบดำเนินต่อไป เพียงแค่เจ็ดนาทีสั้นๆ เจียงเซี่ยได้ยินเสียงเอฟเฟกต์ต่างๆ มากมายที่เรียกชื่อไม่ถูก ผสมผสานกับฉากแอนิเมชันที่น่าสนใจ ราวกับว่าแอนิเมชันทั้งเรื่องมีจิตวิญญาณขึ้นมาในทันที
แม้ว่าหลายจุดจะยังมีข้อบกพร่อง แต่ก็สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าผลงานฉบับสมบูรณ์จะสมบูรณ์แบบเพียงใด
……….