- หน้าแรก
- หลังจากหย่าร้าง ทั้งผมกับภรรยาต่างได้เกิดใหม่
- บทที่ 9 ตัดสินใจแล้ว! วาดทอมกับเจอร์รี่
บทที่ 9 ตัดสินใจแล้ว! วาดทอมกับเจอร์รี่
บทที่ 9 ตัดสินใจแล้ว! วาดทอมกับเจอร์รี่
บทที่ 9: ตัดสินใจแล้ว! วาดทอมกับเจอร์รี่
หลังจากกินบะหมี่เสร็จ เจียงเซี่ยก็ถูกเซี่ยซานซานไล่ตะเพิดกลับเข้าห้องไปทำการบ้าน อีกไม่นานก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว แต่ไอ้ลูกชายคนนี้กลับดูไม่กระตือรือร้นเอาเสียเลย คิดจริงๆ เหรอว่าแค่ฝีมือวาดเขียนดีแล้วจะเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ได้?
เขาล้มตัวลงนอนบนเตียง จ้องมองเพดานสีขาวสะอาดพลางขบคิดถึงเส้นทางชีวิตต่อจากนี้
ในชาติก่อน หลังจากเขาทำธุรกิจล้มละลาย พ่อแม่ต้องขายบ้านเพื่อใช้หนี้ พ่อประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เพราะความเหนื่อยล้า ส่วนแม่ก็ทุ่มเทจิตวิญญาณให้กับการศึกษา ย้ายไปสอนในพื้นที่ห่างไกลจนสุดท้ายก็เสียชีวิตคาโต๊ะตรวจการบ้านเพราะทำงานหนักเกินไป
เรียกได้ว่า ชีวิตในชาติก่อนของเขาคือความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
โชคชะตาแบบนั้น เขาจะต้องแก้ไขมันให้ได้ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม!
เมื่อคิดดังนั้น ความคิดของเขาก็เริ่มล่องลอย ความเหนื่อยล้าจากการอดนอนทั้งคืนพุ่งพล่านไปทั่วร่าง ความทรงจำเก่าๆ เริ่มย้อนกลับมา
—ในงานศพของพ่อ เขาร้องไห้ฟูมฟายเหมือนเด็กด้วยความรู้สึกผิด เมื่อได้รับข่าวการเสียชีวิตของแม่ เขาขังตัวเองอยู่ในห้องสามวันสามคืนโดยไม่กินอะไรเลย หลังจากนั้น ด้วยเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน เขากับหลินเยียนหว่านก็เริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันก่อนจะหย่ากัน จู่ๆ แผ่นดินไหวก็เกิดขึ้น...
เจียงเซี่ยสะดุ้งตื่นขึ้นมา เขานั่งตัวตรง หอบหายใจแรง โคมไฟที่ดูเหมือนกำลังสั่นไหวค่อยๆ นิ่งสนิทกลายเป็นห้องนอนที่คุ้นตา
ที่แท้... ก็แค่ฝันไปงั้นเหรอ?
โชคดีจริงๆ ที่เป็นแค่ความฝัน
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความกลัว ขยี้ตาที่เริ่มล้า แสงแดดข้างนอกผสมปนเปกับเสียงนกที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาดูช่างแสบตา เขาเหมือนจะหลับไปนานมาก
เขาเปิดประตูห้องนอนออกไป ห้องนั่งเล่นว่างเปล่า พอมองดูนาฬิกาดิจิทัลบนหลังทีวี ก็พบว่าเป็นเวลาบ่ายสองโมงแล้ว
"แม่ครับ? แม่?"
เรียกอยู่สองสามครั้งก็ไม่มีเสียงตอบรับ เขาเห็นโน้ตที่เซี่ยซานซานทิ้งไว้บนโต๊ะอาหาร รูปแบบการเขียนยังคงเป็นทางการเหมือนเดิมไม่มีผิด
“ลูกแม่มีธุระต้องไปโรงเรียน พ่อคงไม่กลับมาตอนเที่ยง ในตู้เย็นมีกับข้าวที่เหลือจากเมื่อวาน อุ่นกินเองนะลูก ตอนเย็นแม่จะกลับมาทำของอร่อยๆ ให้กิน”
แม่
7:48
เจียงเซี่ยลูบท้องตัวเอง นอนมานานขนาดนี้หิวจริงๆ นั่นแหละ เขาจัดการล้างหน้าล้างตาอย่างง่ายๆ นำหมูเส้นผัดพริกหยวกออกมาจากตู้เย็น ตอกไข่ใส่ลงไปทำเป็นข้าวผัดที่ส่งกลิ่นหอมฉุย
เมื่ออิ่มหนำสำราญและจัดการทำความสะอาดห้องครัวเรียบร้อย เขาก็กลับเข้าห้อง นั่งลงที่โต๊ะทำงานและเริ่มใช้ความคิดอย่างจริงจังว่าเขาจะวาดอะไรดี
เนื่องจากเส้นโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง ผลงานแอนิเมชันชื่อดังในชาติก่อนหลายเรื่องจึงยังไม่ปรากฏ ดังนั้นเขามีตัวเลือกให้ 'รีเมค' มากมาย
แต่เมื่อตัดปัจจัยเรื่องงานภาพที่ซับซ้อน ระยะเวลาการผลิตที่ยาวนาน และงบประมาณที่สูงออกไป เขาจึงตัดสินใจเลือกแนว ‘แอนิเมชันสำหรับเด็ก’ ไว้ชั่วคราว
เพราะแอนิเมชันสำหรับเด็กมีการผลิตที่ค่อนข้างง่าย พื้นหลังส่วนใหญ่เป็นภาพนิ่งที่ใช้ซ้ำได้ และงานภาพไม่จำเป็นต้องวิจิตรบรรจงจนเกินไป
ในยุคที่อินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ผู้คนได้รับยังมาจากโทรทัศน์ แอนิเมชันสำหรับเด็กคือเครื่องรับประกันเรตติ้งชั้นยอด
ที่สำคัญ แอนิเมชันประเภทนี้เข้าใจง่าย ไม่มีกำแพงเรื่องความรู้ กลุ่มผู้ชมกว้างขวางตั้งแตเด็กจนถึงคนชรา โดยเฉพาะเด็กๆ ที่เป็นกำลังหลักนั้นไม่ค่อยเรื่องมาก ขอเพียงแค่ทำให้พวกเขาหัวเราะได้และอยากดูต่อ ก็ถือว่าเป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงเซี่ยก็หยิบปากกามาจดรายชื่อลงในสมุด: สพันจ์บ็อบ, ป็อปอาย, บั๊กส์ บันนี, วู้ดดี้ นกหัวขวาน, เครยอน ชินจัง, ทอมกับเจอร์รี่, โดราเอมอน, มิกกี้เมาส์กับโดนัลด์ดั๊ก
หลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบ เขาค่อยๆ ขีดฆ่าชื่อออกทีละชื่อ จนกระทั่งมาหยุดและวาดวงกลมล้อมรอบผลงานระดับตำนานอย่าง ‘ทอมกับเจอร์รี่’
ไม่ใช่ว่าเรื่องอื่นไม่ดี แต่เพราะตอนนี้เขาไม่มีทุนและไม่มีเส้นสาย อะไรก็ตามที่ต้องพึ่งพานักพากย์เขาต้องขีดทิ้งให้หมด
หากมองดูทอมกับเจอร์รี่ทั้งเรื่อง ทอมและเจอร์รี่ซึ่งเป็นตัวเอกแทบไม่มีบทพูดเลย แต่อารมณ์ท่าทางและดนตรีประกอบกลับเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นการใช้ความเงียบสยบทุกเสียง
ส่วนดนตรีประกอบที่เป็นหัวใจสำคัญนั้น สามารถหาวัตถุดิบที่คล้ายคลึงกันได้ตามอินเทอร์เน็ตเพื่อนำมาตัดต่อใส่ลงไป พูดง่ายๆ คือสามารถ 'หยิบมาใช้' ได้ฟรีนั่นเอง
นอกจากนี้ เรื่องราวของทอมกับเจอร์รี่ยังเข้าใจง่ายสุดๆ แม้แต่เด็กที่เพิ่งอายุขวบเดียวก็รู้ว่าแมวจับหนูเป็นสัญชาตญาณ และความขัดแย้งของเรื่องก็มีพื้นฐานอยู่แค่นั้น—แมวไล่จับหนู หนูขัดขืน ในการประชันหน้า (ที่รักกันดีตีกันตาย) แต่ละครั้งได้สร้างความบันเทิงอย่างไม่สิ้นสุดให้กับผู้คน
เจียงเซี่ยเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ควงปากกาพลางนึกถึงภาพจำสุดคลาสสิกของทอมและเจอร์รี่ ต่อให้ผ่านไปอีกร้อยปีเขาก็ยังจำได้แม่นยำ
เขาเริ่มทวนขั้นตอนการผลิตคร่าวๆ ในหัว บทเรียน สไตล์ศิลปะโดยรวม การออกแบบตัวละคร พร็อพ และฉากต่างๆ เขามีอยู่ในหัวหมดแล้ว สามารถเริ่มวาดสตอรี่บอร์ดและคีย์เฟรมได้ทันที ส่วนขั้นตอนการลงสีและการตัดต่อก็สามารถพึ่งพาซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ในปัจจุบันได้
ทอมกับเจอร์รี่หนึ่งตอนมีความยาวประมาณเจ็ดนาที เมื่อพิจารณาว่ามีการใช้พื้นหลังซ้ำจำนวนมาก และใช้วิธีวาดแบบหนึ่งภาพต่อสามเฟรม เฉลี่ยหนึ่งตอนจะใช้ภาพวาดคีย์เฟรมประมาณห้าร้ายภาพ ส่วนที่เหลือสามารถใช้เทคนิคการตัดแปะและสังเคราะห์ภาพได้ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาไปได้มหาศาล
แม้การผลิตแบบนี้จะดูหยาบไปบ้าง แต่สำหรับเขาในตอนนี้ มันคือทางเลือกเดียวที่มีไว้สำหรับเริ่มต้น หากอนาคตมีเงินทุนมากพอ การจะทำใหม่ให้สวยกว่าเดิมก็ไม่ใช่เรื่องยาก
สำหรับคีย์เฟรมที่เรียบง่ายแบบนี้ เขาในฐานะมืออาชีพน่าจะวาดได้ประมาณห้าสิบถึงแปดสิบภาพต่อวัน นี่คือกะเวลาในช่วงหลังเลิกเรียนเพื่อไม่ให้กระทบการเรียนแล้วนะ ถ้าทุ่มเททำทั้งวันก็น่าจะเร็วกว่านี้อีก
นั่นหมายความว่า ตั้งแต่เริ่มวาดจนถึงขั้นตัดต่อเป็นตอนที่สมบูรณ์ น่าจะเสร็จได้ภายในยี่สิบวันถึงหนึ่งเดือน
ลองนึกดูว่า ในยุคแรกของการสร้างทอมกับเจอร์รี่ต้องใช้ทีมงานถึงร้อยห้าสิบคน และใช้เวลาถึงสิบแปดเดือน วาดภาพไปกว่า 18,000 ภาพ วิธีของเขามันเร็วขึ้นกว่าเดิมมากจริงๆ
ยิ่งถ้าในอนาคตเขามีทีมงานเล็กๆ แบ่งหน้าที่กันชัดเจน ผลิตแบบสายพาน ก็น่าจะทำออกมาได้สัปดาห์ละตอนเลยทีเดียว
แต่ตอนนี้ก็ได้แค่ฝันไปก่อน
เขาถอนหายใจยาว มองดูเมฆบนฟ้าที่ดูเหมือนจะกลายเป็นรูปร่างของทอมกับเจอร์รี่
เจียงเซี่ยนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบดินสอที่เหลาไว้และกระดาษวาดรูปขึ้นมาจัดการสเก็ตช์ภาพอย่างรวดเร็ว ผ่านไปสิบนาที ภาพต้นแบบคลาสสิกของทอมและเจอร์รี่ก็ปรากฏขึ้นบนกระดาษ
เขาพิจารณาภาพในมืออย่างละเอียด และก้มลงแก้ไขรายละเอียดอีกหลายจุดเพื่อให้มันตรงกับความทรงจำมากที่สุด
จากนั้นจึงเริ่มลงสี เจ้าแมวทอมสีเทาฟ้า และเจ้าหนูเจอร์รี่สีน้ำตาล พร้อมการแสดงออกที่ดูมีชีวิตชีวาและหลากหลาย เพียงพอที่จะทำให้คนดูตกหลุมรักพวกมันได้ตั้งแต่แรกเห็น
หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนทั้งหมด เขาจึงลงชื่อตอนอย่างเคร่งขรึมว่า—ตอนที่ 1: บ้านแสนสุข
เรื่องราวเกี่ยวกับทอมที่ไล่จับเจอร์รี่จนทำของในบ้านพังไปหลายอย่าง จนถูกเจ้าของดุว่าถ้าทำพังอีกชิ้นเดียวจะต้องไสหัวออกไปจากบ้าน ฉากนี้เจอร์รี่เห็นเข้าจึงหัวเราะร่า เมื่อมีข้อจำกัดเรื่องคำสั่ง ทอมจึงไม่กล้าไปตอแยเจอร์รี่ที่คอยถือของเปราะบางไว้ในมือ เจอร์รี่เริ่มได้ใจและทำตัวแสบสันยิ่งขึ้น สุดท้ายจบลงด้วยชัยชนะของเจอร์รี่ และทอมก็ถูกไล่ออกจากบ้านไป
……….