- หน้าแรก
- พลังคูณร้อย เส้นทางสู่ความเป็นหนึ่งในใต้หล้า
- บทที่ 6 เขาไม่มีสิทธิ์มาสั่งข้า
บทที่ 6 เขาไม่มีสิทธิ์มาสั่งข้า
บทที่ 6 เขาไม่มีสิทธิ์มาสั่งข้า
บทที่ 6 เขาไม่มีสิทธิ์มาสั่งข้า
ภายในสำนักวิถียุทธ์ ข่าวคราวเกี่ยวกับซูฉางชิงแพร่สะพัดไปทั่ว!
ผู้คนต่างรับรู้กันทั่วว่าอดีตศิษย์รับใช้ขยะผู้นั้น ไม่เพียงก้าวเข้าสู่เขตฝ่ายนอกได้สำเร็จ แต่ยังควักหินวิญญาณระดับกลางออกมาได้ถึงสี่ก้อน แถมยังซัดศิษย์ระดับขัดเกลากายาขั้นหกจนหมอบด้วยหมัดเดียว!
ในเวลาเพียงสั้นๆ เรื่องนี้ได้ก่อให้เกิดพายุลูกใหญ่ขึ้น!
...ตำหนักอสุรา!
นี่คืออีกหนึ่งขั้วอำนาจใหญ่ในเขตฝ่ายนอก
ด้วยจำนวนศิษย์ในสังกัดกว่าร้อยชีวิต ถือเป็นกองกำลังที่ไม่อาจมองข้าม
"เจ้าหนุ่มนั่นเพิ่งเลื่อนสถานะจากศิษย์รับใช้ขึ้นมา แต่กลับมีปัญญาหาหินวิญญาณระดับกลางมาได้ เรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล!"
ที่โต๊ะกลม ชายผู้เป็นผู้นำเคาะนิ้วลงบนโต๊ะพลางเอ่ยขึ้น
เขาคือ 'เนี่ยซิวหลัว' ขาใหญ่แห่งตำหนักอสุรา!
ขนาบข้างซ้ายขวาคือคนสนิทที่ช่วยเขาดูแลกิจการภายในตำหนัก
"ถ้าข้าจำไม่ผิด เจ้าเด็กนี่น่าจะเป็นคนที่ถูกเจ้าหัวเหล็กกับพรรคพวกอีกสองคนรีดไถอยู่เป็นประจำ... ไม่นานมานี้ พวกมันยังมาขอผงสลายซากจากข้า โดยอ้างว่าจะเอาไปจัดการเด็กนั่นให้ตายคามือ ดูเหมือนจะเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นเสียแล้ว!"
ชายท่าทางอำมหิตที่นั่งอยู่ข้างกายเอ่ยแทรกขึ้นมาทันที!
คนผู้นี้มีตำแหน่งสำคัญในตำหนักอสุรา เปรียบเสมือนรองหัวหน้า
เนี่ยซิวหลัวเองก็ให้ความไว้วางใจเขามากเช่นกัน
ศิษย์รับใช้สามคนที่คอยรีดไถซูฉางชิง มักจะนำสิ่งที่ได้มาส่งบรรณาการให้ตำหนักอสุรา จนได้รับวิชายุทธ์ 'หัตถ์เคล็ดกระดูก' เป็นรางวัล!
ทว่ายังไม่ทันได้ฝึกฝนไปถึงไหน ก็ถูกซูฉางชิงที่เพิ่งผงาดขึ้นมาสังหารทิ้ง กลายเป็นบันไดให้เขาเหยียบย่ำขึ้นไป
"แล้วเจ้าหัวเหล็กกับพวกอีกสองคนไปไหน? ไปถามพวกมันดูไม่รู้เรื่องกว่ารึ?"
"ข้าส่งคนไปตามหาแล้ว แต่ไม่เจอร่องรอยของพวกมันในสำนักเลย เกรงว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นแล้ว!"
"ต้องให้เดาอีกรึ? ในเมื่อเจ้าเด็กนั่นมีพลังระดับขัดเกลากายาขั้นห้า สามคนนั่นย่อมไม่ใช่คู่ต่อมือ ร่างกายพวกมันคงถูกทำลายด้วยผงสลายซากไปแล้ว เจ้าเด็กนี่ซ่อนคมได้แนบเนียนนัก!"
รองหัวหน้าวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างแม่นยำใกล้เคียงความจริง
"ที่สำคัญ วิชา 'หัตถ์เคล็ดกระดูก' นั่นต้องตกไปอยู่ในมือมันแน่ ของของพวกเรา มันไม่มีคุณสมบัติจะครอบครอง!"
"ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าเด็กนี่ต้องมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ เราจะพลาดโอกาสนี้ไม่ได้ ต้องบีบให้มันคายออกมาให้หมด!"
ซูฉางชิงหารู้ไม่ว่าตนตกเป็นเป้าสายตาของกลุ่มผู้มีอิทธิพลเสียแล้ว ในเวลานี้เขากำลังเดินออกจากห้องบำเพ็ญเพียรด้วยท่าทีสบายอารมณ์!
"นายน้อย! ท่านออกมาแล้ว! พอใจกับผลลัพธ์หรือไม่?"
ศิษย์คนหนึ่งปรี่เข้ามาทักทายอย่างกระตือรือร้น
"มีธุระอะไร?" ซูฉางชิงย่อมต้องระแวดระวังความกระตือรือร้นที่ไร้ที่มาที่ไปเช่นนี้
ในโลกใบนี้ ผู้คนล้วนทำเพื่อผลประโยชน์ แผนการร้ายมีอยู่ทุกหนแห่ง เขาไม่กล้าไว้ใจใครง่ายๆ
"มีคนต้องการเชิญนายน้อยไปพูดคุย เชิญนายน้อยตามข้ามาเถอะ!"
นี่เป็นงานที่ได้รับมอบหมายจากขาใหญ่ฝ่ายนอก เขาจึงไม่กล้าชักช้า!
"ใครกัน? จำเป็นต้องไปพบด้วยรึ?"
"ขาใหญ่แห่งเขตฝ่ายนอก 'เซี่ยชวน' แห่งหอเทียนชวน! ข้าคิดว่านายน้อยคงปฏิเสธไม่ได้กระมัง!"
ศิษย์ตรงหน้าไม่ได้แสดงท่าทีนอบน้อมหรือหยิ่งผยองจนเกินไป แต่น้ำเสียงกลับแฝงแววบังคับข่มขู่
"ดูเหมือนปัญหาจะวิ่งเข้าหาข้าจนได้! แต่นี่ก็อยู่ในความคาดหมายของข้า หินวิญญาณระดับกลางนั้นล่อตาล่อใจเกินไป ทันทีที่นำออกมาใช้ ย่อมต้องดึงดูดความสนใจ เป็นเรื่องที่เข้าใจได้!"
ซูฉางชิงคิดในใจ
"ในเมื่อท่านอยู่ในสำนักมาหลายปี ก็น่าจะรู้เรื่องราวในเขตฝ่ายนอกอยู่บ้าง หากไม่อยากจะใช้ชีวิตลำบากในภายหน้า ข้าขอแนะนำว่าอย่าคิดขัดขืนจะดีกว่า! นี่เป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่าย!"
"เขาเป็นผู้อาวุโสสำนักหรือผู้ดูแลกฏรึ? มีสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่งกับข้า? เราต่างก็เป็นศิษย์ฝ่ายนอกเหมือนกัน ข้าไม่จำเป็นต้องฟังคำสั่งเขา!"
ซูฉางชิงไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย!
ตอนนี้เขาเป็นศิษย์ฝ่ายนอกแล้ว ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นขาใหญ่แค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมาฆ่าแกงกันโต้งๆ ดังนั้นซูฉางชิงจึงไม่ยอมอ่อนข้อให้
"โง่เขลาสิ้นดี! เจ้าต้องรู้ว่ากำลังล่วงเกินใครอยู่? แค่พี่ใหญ่เซี่ยชวนเอ่ยปากคำเดียว เจ้าจะก้าวขาไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลย!"
ศิษย์ผู้นั้นไม่คิดว่าซูฉางชิงจะหัวรั้นและกล้าขัดคำสั่งเช่นนี้!
ลำพังซูฉางชิงจะรนหาที่ตายก็เรื่องหนึ่ง แต่ถ้าเขาทำงานไม่สำเร็จแล้วพลอยเดือดร้อนไปด้วย คงไม่ใช่เรื่องดีแน่! เขาไม่ได้โง่ และไม่อยากไปล่วงเกินขาใหญ่ฝ่ายนอก
"สุนัขดีไม่ขวางทาง ถอยไปซะ!" ซูฉางชิงเมินเฉยและทำท่าจะเดินหนี!
"หยุดนะ! ข้าอนุญาตให้เจ้าไปแล้วรึ?" เมื่อเห็นดังนั้น ศิษย์คนนั้นก็บันดาลโทสะ กางกรงเล็บพุ่งเข้าใส่หมายจะคว้าไหล่ซูฉางชิง!
ลงมืออย่างไร้ความปรานี!
เขามีพลังระดับขัดเกลากายาขั้นหก อีกเพียงก้าวเดียวก็จะถึงขั้นเจ็ด
ในแง่ของพลังการต่อสู้ เขาเหนือกว่าชายร่างยักษ์ที่ซูฉางชิงเคยเอาชนะมาก่อนคนละชั้น
กระบวนท่าของคนผู้นี้อำมหิตและเฉียบคมกว่า ผ่านการขัดเกลามาจากการต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย
เมื่อลงมือด้วยโทสะ เขาจึงไม่คิดออมแรง นี่เป็นปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณ และเขาก็ตั้งใจจะสั่งสอนซูฉางชิงให้หลาบจำ
เขาคาดว่าจะได้ยินเสียงกระดูกไหล่หลุดในไม่ช้า ทว่าในพริบตา ภาพเบื้องหน้ากลับพร่ามัว กรงเล็บคว้าได้เพียงความว่างเปล่า!
ร่างตรงหน้าเป็นเพียงเงาตกค้าง!
วิชาตัวเบาระดับลึกลับขั้นกลาง 'ย่างก้าวเงาพริบตา'!
"เป็นไปได้ยังไง... บ้าน่า!" เมื่อเห็นดังนั้น ชายผู้นั้นก็ตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตา ราวกับเห็นผี!
ยังไม่ทันตั้งตัว ร่างของซูฉางชิงก็เคลื่อนย้ายพริบตา หมัดหนึ่งพุ่งแหวกอากาศกระแทกเข้าที่รักแร้ของเขาเต็มแรง!
กร๊อบ!
เสียงกระดูกหักดังลั่น แขนข้างนั้นห้อยรุ่งริ่ง ใช้การไม่ได้ในทันที
อ๊ากกก!
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้านฟ้า!
ภายใต้สายตาของฝูงชน ด้วยกฎของสำนัก ซูฉางชิงย่อมไม่สามารถสังหารเขาได้ในทันที
หอคุมกฎไม่ใช่สถานที่ที่จะล้อเล่นด้วยได้ และซูฉางชิงก็ไม่จำเป็นต้องไปล่วงเกินพวกเขาในเวลานี้
"นี่มัน... หมัดเดียวอีกแล้วเหรอ? เป็นไปได้ยังไง?"
"เจ้ารู้ไหม พลังของหมอนั่นเหนือกว่าชายร่างยักษ์ก่อนหน้านี้ตั้งเยอะ แต่กลับถูกซัดหมอบด้วยหมัดเดียว?"
"ย่างก้าวเงาพริบตากับหมัดผ่าภูผา! นี่มันแค่วิชายุทธ์พื้นฐาน แต่ทำไมถึงฝึกฝนได้ถึงขั้นนี้? นี่เรื่องจริงเหรอ? เขาเพิ่งฝึกได้แค่วันเดียวหนึ่งคืนไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงบรรลุถึงขั้นนี้ได้?"
ศิษย์ตาแหลมบางคนจำวิชายุทธ์ของซูฉางชิงได้จึงอุทานด้วยความตกใจ
มีคนมากมายฝึกฝนสองวิชานี้ แต่ไม่มีใครทำได้ถึงขั้นเดียวกับซูฉางชิงและทรงพลังขนาดนี้
"ตอนนี้ข้าเชื่อแล้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นายน้อยผู้นี้ต้องซ่อนเขี้ยวเล็บปิดบังความสามารถที่แท้จริงไว้แน่ ตอนนี้เขากลายเป็นมังกรทะยานฟ้าแล้ว!"
"ด้วยพรสวรรค์การบำเพ็ญเพียรระดับนี้ ถ้าเขาถูกเรียกว่าขยะ แล้วพวกเราล่ะ? ไม่ยิ่งกว่าขยะอีกรึ?"
"เจ้ากล้าขัดใจพี่ใหญ่เซี่ยชวน เจ้าต้องตายแน่ เขาไม่ปล่อยเจ้าไว้หรอก!"
ในเวลานี้ ศิษย์สภาพดูไม่ได้ที่นอนกองอยู่กับพื้นก็คำรามใส่ซูฉางชิง
เขาเองก็นึกไม่ถึงว่าพรสวรรค์ของซูฉางชิงจะน่ากลัวเพียงนี้ สามารถฝึกฝนวิชาตัวเบาและทักษะยุทธ์จนถึงระดับนี้ได้ในวันเดียว
"นั่นไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องห่วง! ถุงสมบัตินี้ข้าขอรับไว้ด้วยความยินดี!"
ซูฉางชิงย่อมไม่พลาดโอกาสที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ เขาคว้าถุงสมบัติของศิษย์ผู้นั้นมาเป็นของตนทันที
นี่ล้วนเป็นทรัพยากร! ต่อให้เป็นของห่วยแตก แต่เมื่อผ่านการเสริมประสิทธิภาพจากเขา ก็สามารถเปลี่ยนขยะให้เป็นทองคำได้ ถ้าไม่เอามาคงถูกฟ้าผ่าตายแน่
"เจ้า... สามหาว! ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่ ข้าจะแก้แค้น!"
เงินเก็บทั้งหมดหายวับไปกับตา! ศิษย์ผู้นั้นได้แต่โกรธแค้นจนตัวสั่น แต่ไม่กล้าพุ่งเข้าไปสู้ตาย!
เขาเข้าใจถึงช่องว่างระหว่างตนกับซูฉางชิงอย่างชัดเจน ขืนเข้าไปก็มีแต่จะเจ็บตัวฟรี!
"สมน้ำหน้า! ข้าหมั่นไส้มันมานานแล้ว ในที่สุดก็ได้เห็นมันโดนดีเสียที!" ใครบางคนแอบสะใจเงียบๆ คนผู้นี้ก็เคยรีดไถผู้อื่นบ่อยครั้ง และมีหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อ เมื่อสถานการณ์พลิกผัน พวกเขาย่อมยินดีปรีดา!
"น่าเสียดาย! ซูฉางชิงไปล่วงเกินขาใหญ่เข้าแล้ว เกรงว่าอนาคตคงอยู่ยาก! คาดเดาได้เลยว่าเซี่ยชวนคงไม่ปล่อยเขาไปแน่!"
"ต่อให้ฆ่าไม่ได้! ก็คงไม่พ้นต้องโดนซ้อมปางตาย น่าเวทนาจริงๆ!"
เมื่อคิดถึงจุดนี้ บางคนก็รู้สึกเสียดาย ราวกับมองเห็นจุดจบอันน่าเศร้าของซูฉางชิงล่วงหน้า!