เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 กลับบ้าน

บทที่ 14 กลับบ้าน

บทที่ 14 กลับบ้าน


“ให้ย่ากินหรือ?” หลิวกุ้ยหลานเห็นเถียนเถียนชี้มาทางตนไม่หยุด จึงเดาเอ่ยถาม

“อืม ย่า” เถียนเถียนพยักหน้าอย่างจริงจังเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อย ให้ย่ากินไม่ให้เด็กข้าง ๆ

“รู้เลยว่าเถียนเถียนรักย่า ย่าจะกินเดี๋ยวนี้แหละ” หลิวกุ้ยหลานยิ้มกว้าง ก้มลงจุ๊บแก้มเถียนเถียนหนึ่งที แล้วกินไข่ตุ๋นที่เหลือในชามหมดในสองคำ ถ้าเป็นก่อนวันนี้ เธออาจเก็บไว้ให้หลานชายคนโต แต่หลังจากถูกลูกชายกับลูกสะใภ้ตั้งคำถามซ้ำๆ เธอก็ฉุกคิดขึ้นมา ต่อให้ถามใจตนเองว่าเอาใจใส่ลูกชายทุกคนเพียงใด คนอื่นก็ไม่สนว่าเธอให้อะไร จำได้แต่เรื่องว่าเธอลำเอียง ในเมื่อถูกพูดแบบนั้น แถมยังว่าที่ให้มาน้อย ต่อไปก็ทำตามใจตัวเอง ของดีก็กินเอง บำรุงร่างกายให้อยู่ได้นานอีกสักสองปี อยู่กับเถียนเถียนยังดีกว่าเอาไปให้พวกที่ไม่เห็นคุณค่า

“ย่ากินแล้ว เถียนเถียนอยากนอนหรือยัง?” หลิวกุ้ยหลานถาม ปกติเวลานี้ก็เข้านอนแล้ว

พอได้ยินคำว่านอน เถียนเถียนก็หาวอ้าปาก กางแขนให้ย่าอุ้ม หลิวกุ้ยหลานอุ้มเถียนเถียนขึ้นมา ลูบหลังเบาๆสองสามครั้ง รอจนเด็กหญิงหลับแล้วจึงพาเข้าเรือน วางลงบนเตียงเล็กที่เธอนอนตอนกลางคืน

หนิงเถียนเถียนเกิดปลายเดือนสิบสอง ฤดูหนาวแทบไม่ได้ออกจากบ้าน หนิงวั่งจู่พาลูกชายทำของใช้ให้เถียนเถียนจากไม้ ทั้งที่นั่ง ที่นอน และของกินข้าว ยังทำหีบเล็กอีกสองใบไว้ใส่เสื้อผ้าและของเล่นให้โดยเฉพาะ เด็กวัยแปดเดือนอย่างเถียนเถียนจึงใช้ชีวิตได้อย่างละเอียดลออกว่าคนทั้งหมู่บ้านหนิงเสียอีก

เตียงไม้เล็กทำไว้ตั้งแต่ตอนนั้น สูงเท่ากับเตียงในบ้าน รอบข้างเสริมราวไม้กันตกด้วยกลัวเผลอแล้วจะร่วง สภาพแวดล้อมโดยรวมแล้วแม้ไม่ได้แสดงออกให้เห็นเด่นชัดของอย่างกำไลก็ไม่กล้าซื้อ แต่ของใช้ที่ดูไม่สะดุดตาแต่ใช้งานได้จริงกลับเตรียมไว้ไม่น้อย

หลิวกุ้ยหลานได้ยินหนิงเถียนเถียนครางเบาๆก็ยิ่งเบามือ เอาผ้าห่มผืนเล็กคลุมท้องให้มิด รออีกครู่เห็นว่าไม่ตื่น จึงค่อยวางใจออกไป

……

หนิงเถียนเถียนตื่นขึ้นอีกครั้งเพราะได้ยินเสียงพ่อแม่กระซิบคุยกัน สาเหตุคือหนิงเจี้ยนหมินกลับมาดึก ซื้อของมามากพอสมควร หวังเย่ว์จินบ่นว่าเขาใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย จึงได้ยินคำตอบจากสามีว่าพ่อสามีเป็นคนซื้อให้นั่นเอง เธอนึกถึงเรื่องกลางวันจึงเล่าให้ฟัง

หนิงเจี้ยนหมินโกรธจนเกือบจะออกไปหาเรื่องพี่รองกลางดึก ดีที่หวังเย่ว์จินรั้งไว้ แต่การขยับตัวกันไปมานั้นทำให้เถียนเถียนที่หลับสนิทตื่นขึ้น

“ดึกดื่นแล้ว คุณจะไปไหน?” หวังเย่ว์จินดึงแขนสามีไว้

“เขาทำแบบนั้นยังเรียกว่าคนทำหรือ?” หนิงเจี้ยนหมินหน้าแดงด้วยโทสะ ไม่คิดว่าแค่เขาไม่อยู่บ้านวันเดียว พี่รองจะทำให้แม่ต้องกล้ำกลืนขนาดนี้

“ฉันได้ยินในลาน ตอนนั้นแม่กับพี่รองก็ไม่ได้ทะเลาะกัน คุณไปถาม เขาจะยอมรับหรือ?” หวังเย่ว์จินพูดเสียงหงุดหงิด “อีกอย่าง แม่ไม่พูดก็เพราะไม่อยากให้เรารู้ คุณไปแล้วสองคนทะเลาะกันพ่อกับแม่จะสบายใจหรือ?”

“งั้นก็จะปล่อยไปแบบนี้งั้นเหรอ?” หนิงเจี้ยนหมินยังไม่หายโกรธ

“ไม่หรอก” หวังเย่ว์จินกลอกตา “ฉันว่าแม่อยากแยกบ้าน” เธอเดาเอาเอง จากตอนกินข้าววันนี้ แม่ทำเหมือนไม่เห็นครอบครัวพี่รองทั้งที่ก่อนหน้านี้ต่อให้โกรธก็ไม่เคยเป็นแบบนี้

“แยกบ้าน?” หนิงเจี้ยนหมินขมวดคิ้ว “ไม่ได้ แยกแล้วพ่อแม่จะอยู่ยังไง?”

“คุณนี่โง่จริง” หวังเย่ว์จินแทบจะโมโหตาย “เถียนเถียนอยู่ที่นี่ พ่อแม่จะไปไหนได้ แยกก็ให้คู่นั้นออกไป” เรื่องนี้เธอไม่กังวลเลย

“จริงหรือ?” หนิงเจี้ยนหมินพอใจขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่แน่ใจ

“จริงไม่จริง พรุ่งนี้ก็ดูออกแล้ว” หวังเย่ว์จินพูดเบาๆ “นอนเถอะ เดินทางทั้งวันไม่เหนื่อยหรือไงคะ?”

“เหนื่อยนิดหน่อย เดี๋ยวค่อยนอน ผมขอดูเถียนเถียนอีกหน่อย” หนิงเจี้ยนหมินยิ้มตอบ

“ลูกก็ไม่ได้หนีไปไหน พรุ่งนี้ค่อยดูก็ได้ คุณรีบไปนอนเลย พรุ่งนี้เช้ายังต้องไปทำงาน” หวังเย่ว์จินตบแขนสามีเบา ๆ “เร็วหน่อย เถียนเถียนหลับอยู่ อย่าไปจิ้มเธอ ตื่นขึ้นมาคุณจะกล่อมไหวหรือ?”

“ไม่ใช่ ผมแค่ห็นลูกสาวขมวดคิ้ว คิ้วเล็กๆนี่น่ารักจริงๆ”

“ขมวดคิ้วก็เพราะคุณไปรบกวน รีบนอนเร็ว เดี๋ยวก็สว่างแล้ว” หวังเย่ว์จินเรียก

“มาแล้ว มาแล้ว” เห็นภรรยาเริ่มไม่พอใจ หนิงเจี้ยนหมินจึงจำใจละจากลูกสาว เชื่อฟังภรรยาไปนอน

พอสองคนหลับสนิท หนิงเถียนเถียนจึงค่อย ๆ ซุกของในมือเข้าไปลึกใต้ผ้าห่ม แม้ไม่รู้ว่าถืออะไรอยู่ แต่เธอรู้ว่าซ่อนไว้ย่อมถูกต้อง พอซ่อนไว้แล้วเถียนเถียนก็วางใจหลับต่อไปอย่างสบาย

เช้าวันถัดมา หวังเย่ว์จินอุ้มเถียนเถียนขึ้นมา มือหนึ่งเผลอปัดผ้าห่มผืนเล็กไปด้านข้าง มีบางอย่างกลิ้งออกมาจากผ้าห่มอย่างเงียบๆ เพราะเธออุ้มลูกอยู่จึงไม่ทันสังเกตและไม่ได้เอะใจอะไร

พอหวังเย่ว์จินอุ้มเถียนเถียนออกไป หนิงเสี่ยวฉือวิ่งมาหาน้องสาวกลับเจอแต่ความว่างเปล่า เห็นบนเตียงเล็กมีไข่อยู่ฟองหนึ่ง ก็คิดว่าแม่ทิ้งไว้ให้น้องสาว ไม่เพียงไม่แตะต้อง ยังเอาผ้าห่มคลุมให้ด้วย คลุมเสร็จแล้วก็กลัวว่าตกกลางคืน น้องจะนอนทับ หนิงเสี่ยวฉือจึงค่อยๆขยับไข่ไปไว้ที่มุมเตียงอย่างระมัดระวัง

เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ หนิงเสี่ยวฉือก็ออกไปหาน้องสาว ไปถึงห้องโถงยังไม่ทันเห็นน้อง ย่าก็ป้อนช้อนให้ อาหารตักไว้พร้อมแล้ว เพราะเห็นน้องกำลังกินข้าวอยู่ หนิงเสี่ยวฉือจึงคิดว่ากินข้าวเสร็จค่อยสอนให้น้องเรียกพี่ชายก็ดีเหมือนกัน

หลังอาหาร หวังเย่ว์จินอ้างว่าจะอุ้มเถียนเถียนกลับห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า จึงเข้าไปดูของที่สามีพากลับมาเมื่อวาน

เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เถียนเถียนเสร็จ เธอวางเด็กไว้กลางเตียง เอาผ้าห่มล้อมไว้รอบๆตรวจดูแล้วว่าต่อให้ลูกสาวดิ้นอย่างไรก็ไม่ล้มเอียง จึงค่อยไปหยิบของบนตู้ เมื่อวานดูคร่าวๆยังไม่ได้แกะ

น้ำตาลทรายขาวหนึ่งห่อ เป็นของลูกสาว วางไว้บนเตียง บิสกิตก็เช่นกัน เธอวางไว้รวมกัน เมื่อเห็นผ้าสีเขียวทหารผืนหนึ่ง หวังเย่ว์จินเปิดดูด้วยสีหน้าดีใจ ขนาดพอจะตัดเสื้อให้ลูกสาวได้หนึ่งตัว เธอเอามาทาบกับตัวเถียนเถียน เสื้อผ้านี้ลูกต้องใส่สวยแน่

เถียนเถียนที่กำลังพยายามเอื้อมคว้าของใกล้เท้าโดนรบกวนเข้า ก็ทำหน้ารังเกียจ ผลักแม่ออก แล้วเอื้อมมือไปหาบิสกิตต่อ หวังเย่ว์จินเห็นแล้วทั้งขำทั้งเอ็นดู

“เจ้าตัวแสบ รู้ด้วยว่าอะไรอร่อย” ว่าแล้วก็หยิบบิสกิตมาแกะ หยิบออกมาหนึ่งชิ้นยื่นให้ลูก จากนั้นแบ่งที่เหลือออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งเก็บไว้ให้เด็กสองคน อีกส่วนหนึ่งจะเอาไปให้พ่อแม่สามี แม้สุดท้ายของส่วนใหญ่จะเข้าปากเด็กๆอยู่ดี แต่ไปมาสองฝั่งต่างก็พอใจ หวังเย่ว์จินรู้ดีว่าจะทำให้แม่สามีอารมณ์ดีอย่างไร

เมื่อเห็นเถียนเถียนกินอย่างมีความสุข หวังเย่ว์จินจึงจัดการของที่เหลือต่อ ผ้าค่อนข้างหนา ไม่เหมาะจะใช้หน้าร้อน หญิงสาวจึงเก็บไว้ก่อน ไม่นึกว่าจะมีขนมไหว้พระจันทร์อีกห่อ รวมสี่ชิ้น เธอใช้กระดาษแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งวางรวมกับบิสกิต อีกส่วนเก็บไว้ ตั้งใจอีกสองวันจะเอากลับไปบ้านพ่อแม่ของตน สุดท้ายยังเหลือห่อกระดาษอีกห่อหนึ่ง เธอเปิดดูแล้วเห็นเป็นแป้งทอดที่สามีพกไปเมื่อวาน ปริมาณดูแล้วแทบไม่ได้กินไปเท่าไร เธอพลันสงสารสามีขึ้นมา ไม่น่าแปลกใจที่เช้านี้เขากินเยอะ ถ้ารู้ตั้งแต่เมื่อคืน คงถามก่อนว่าเขาหิวหรือไม่ แล้วค่อยเร่งให้นอน

จบบทที่ บทที่ 14 กลับบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว