- หน้าแรก
- ภรรยาที่ถูกเอ็นดูแห่งยุค 70
- บทที่ 9 ถั่วลิสง
บทที่ 9 ถั่วลิสง
บทที่ 9 ถั่วลิสง
ลู่เสี่ยวหงไม่เคยคิดเลยว่า แค่ไปทำงานวันเดียว ระหว่างที่กำลังแอบพักคุยกับคนอื่นอยู่ จะมีคนมาบอกว่าเสี่ยวเทาลูกชายของเธออาการไม่ดีแล้ว เธอตกใจจนทิ้งของแล้ววิ่งตามไป พอไปถึงก็เห็นลูกชายอาเจียนไม่หยุด จึงอุ้มลูกไปที่สถานพยาบาล หมอบอกว่าลูกชายกินยาฆ่าหนูเข้าไป โชคดีที่กินไม่มาก เสี่ยวเทายังต้องนอนดูอาการอยู่ที่สถานพยาบาล ส่วนเธอกลับบ้านมาเอาเงิน ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ เธอสั่งลูกสาวให้ดูแลลูกชายให้ดี แต่ผลคือ ลูกสาวไม่เป็นอะไร ลูกชายกลับไปกินยาฆ่าหนูเข้าไป ต่อให้สองคนกินด้วยกัน เธอยังไม่โกรธเท่านี้
“อาสะใภ้รองคะ เจวียนเจวียนอยู่บ้านตลอด เสี่ยวเทาไม่ยอมอยู่บ้านเอง” หนิงหนิวหนิวเห็นลู่เสี่ยวหงลงมือทำร้ายคนก็กลัวไม่น้อย แต่ยังเข้ามาอธิบาย
“ยังจะพูดถึงเจวียนเจวียนอีก เธอเองก็เป็นพี่สาวเหมือนกัน มีน้องเหมือนกัน ทำไมลูกบ้านสี่สองคนนั่นเธอประคบประหงมเหมือนแก้วตา ส่วนเสี่ยวเทาเธอกลับไม่สนใจ” ลู่เสี่ยวหงด่าไม่เลือกหน้า เด็กหญิงทั้งสองคนจึงโดนไปพร้อมกัน
“ฉันโตมาขนาดนี้ ยังไม่เคยเห็นเด็กไม่กี่ขวบจะคิดอะไรลึกซึ้งขนาดนี้ ใครลำเอียงใคร เธอก็รีบเอาใจคนนั้น ไม่คิดบ้างหรือว่า แม่เธอไม่มีลูกชาย บ้านนี้ยังต้องพึ่งเสี่ยวเทาเลี้ยงดู ของในบ้านก็ต้องแบ่งให้เสี่ยวเทา เธอไม่ไปดูแลเสี่ยวเทา กลับไปดูแลลูกบ้านสี่สองคนนั่นทำไม”
“สะใภ้บ้านเจี้ยนจวิน นี่เกิดอะไรขึ้นหรือ” เป็นช่วงเลิกงาน มีคนเดินผ่านได้ยินเสียงจึงถามขึ้น
“ป้าเฟิง” ลู่เสี่ยวหงเห็นคนถาม เป็นคนที่ขึ้นชื่อเรื่องชอบพูดของหมู่บ้าน แววตาพลันมีความดีใจวาบหนึ่ง แต่สีหน้ายังทำเป็นทุกข์ใจ “ป้าเฟิงไม่รู้หรอก วันนี้ฉันแค่ไปทำงาน ลูกชายฉันเสี่ยวเทาถูกป้อนยาฆ่าหนูเข้าไป” พูดไปน้ำตาก็คลอ
“กินยาฆ่าหนูเข้าไป?” ป้าเฟิงตกใจ พอพูดออกไปก็รู้สึกว่าน้ำเสียงไม่เหมาะ รีบแก้ “แม่เสี่ยวเทาอย่าเพิ่งเสียใจ เด็กสำคัญกว่า เสี่ยวเทาเป็นอย่างไรบ้าง”
“เสี่ยวเทา…เสี่ยวเทายังอยู่ที่สถานพยาบาลอยู่ค่ะ” ลู่เสี่ยวหงทำท่าลำบากใจ “ฉันกลับมาเอาเงิน แต่พอเลิกงานแล้ว แม่กับคนอื่นๆยังไม่กลับมา”
“ไม่ใช่เลิกงานแล้วหรือ ทำไมยังไม่กลับมาอีก” ป้าเฟิงถามอย่างอยากรู้ สองคนโต้ตอบกันไปมา คนที่เดินผ่านอดไม่ได้ก็หยุดฟัง
ลู่เสี่ยวหงเห็นคนมุงมากขึ้น ใจก็ยิ่งพอใจ ปาดน้ำตาแล้วพูดต่อ “เมื่อวานทะเลาะกัน ฉันไม่ได้กินข้าวสองมื้อ ตามปกติวันนี้เวลานี้ก็ควรเลิกงานแล้ว ใครจะรู้ว่ายังไม่กลับมา” พูดจบก็เสริมการคาดเดาของตัวเอง “อาจจะงานยุ่ง เลยช้าไปหน่อย”
ถ้าไม่พูดว่างานยุ่ง ยังมีคนเชื่อ พอเน้นย้ำเข้า คนกลับไม่เชื่อกัน ใครเลิกงานแล้วไม่รีบกลับบ้าน จะไปอยู่ในไร่นานทำไม
“แม่เสี่ยวเทาอย่าเพิ่งร้อนใจ เสี่ยวเทากินยาฆ่าหนูไปมากแค่ไหน ต้องไปดูที่อำเภอหรือเปล่า” มีคนปลอบ
“ฉัน…ฉันก็ไม่รู้ว่ากินไปเท่าไร เด็กคนอื่นในบ้านไม่เป็นอะไร มีแต่เสี่ยวเทาที่ไม่รู้ไปเอายาฆ่าหนูจากไหนมากิน” ลู่เสี่ยวหงพูดไปก็ร้องไห้ไป
“เด็กคนอื่นไม่เป็นอะไร ทำไมมีแค่คนเดียวที่กินล่ะ” มีคนพึมพำ แล้วก็มีคนรับคำต่อ
“ลู่เสี่ยวหง!” ทันใดนั้น เสียงตะโกนอย่างโกรธจัดดังมาจากด้านนอก
ลู่เสี่ยวหงสะดุ้ง รีบหันไป ก็เห็นหลิวกุ้ยหลานยืนอยู่หน้าประตู สีหน้าโกรธจัด ข้างๆคือหนิงเจี้ยนจวินที่อุ้มหนิงเสี่ยวเทาอยู่ มองมาทางเธอ
“แม่คะ?” ลู่เสี่ยวหงถามอย่างประหม่า “เจี้ยนจวิน ทำไมพวกคุณถึงกลับมาแล้ว”
“เธอยังมีหน้าถามอีกหรือ” หลิวกุ้ยหลานโกรธจนหน้าเขียว “หมอที่สถานพยาบาลบอกแล้วว่าเสี่ยวเทาไม่เป็นอะไรมาก กลับบ้านไปบำรุงก็พอ เธอกลับปล่อยเขาไว้ที่สถานพยาบาล แล้วตัวเองกลับบ้าน แม่แบบเธอคิดอะไรอยู่”
“แม่ ฉัน…ฉันแค่กลับมาเอาเงิน” ลู่เสี่ยวหงถูกแม่สามีสวนจนพูดไม่ออก
“เอาเงินอะไร” หลิวกุ้ยหลานถามเสียงเข้ม “หมอบอกแล้วว่าไม่เป็นอะไร กลับบ้านได้ เธอจะเอาเงินไปทำอะไร ต่อให้จะเอาเงินจริง เงินที่เธอจะเอาอยู่ที่ไหน”
“แม่ยังไม่กลับมา ฉันไม่มีเงิน” ลู่เสี่ยวหงใช้ข้ออ้างเดิม
“ไม่มีเงิน?” หลิวกุ้ยหลานพูดเสียงแข็ง “เงินสิบหยวนที่ฉันแบ่งให้เธอตอนปีใหม่ เธอกินเข้าไปหรือไง” ความจริงหลิวกุ้ยหลานได้ยินคำพูดมามากพอแล้ว ตอนนี้ก็ไม่สนใจสายตาคนอื่น “ต่อให้เธอไม่มีเงินจริง ถ้าจะเอาเงิน ฉันไม่อยู่บ้าน เธอไปยืมคนอื่นสักสองเหมาไม่ได้หรือ จำเป็นต้องมายืนคุยกับคนอื่นอยู่ตรงนี้หรือ คุยไม่กี่คำแล้วจะมีใครให้เงินเธอหรือไง”
ได้ยินแบบนั้น ป้าเฟิงที่ยืนดูอยู่ก็ชักสีหน้าเก้อๆรีบเก็บสายตาอยากรู้ แล้วพูดกับหลิวกุ้ยหลาน “พี่สะใภ้บ้านเจี้ยนกั๋ว บ้านฉันยังไม่ได้ก่อไฟทำกับข้าว ฉันไปก่อนนะ”
“พี่สะใภ้กลับไปเถอะ เดี๋ยวแวะคุยบ้านไหนอีก ถึงบ้านก็ถึงเวลาออกมาทำงานพอดี” หลิวกุ้ยหลานตะโกนตามหลังเสียงดังเป็นพิเศษ
คนที่มุงดูอยู่ก็เริ่มรู้ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ต่างก็ทยอยแยกย้าย บ้านใครบ้านมันยังมีงานอีกเยอะ เด็กไม่เป็นอะไรก็ไม่น่ามีเรื่องใหญ่ คงอาศัยเรื่องเด็กมาโวยวายเสียมากกว่า
หลิว กุ้ยหลานเดินเข้าไปในบ้านและเห็นหลานชายและหลานสาวตัวน้อย ใบหน้าของทั้งสองดูคล้ายกันมาก กำลังมองออกมาด้วยความสงสัย เธอไออย่างกระอักกระอ่วน เมื่อรู้ตัวว่ามัวแต่โกรธจนลืมไปว่าเถียนเถียนยังไม่ได้เข้านอนวันนี้
“เถียนเถียน ย่ากลับมาแล้ว คิดถึงย่าหรือเปล่า” ความอึดอัดผ่านไป เธอทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ล้างมือแล้วอุ้มหนิงเถียนเถียนขึ้นมา
ด้านหลัง หลี่อ้ายหยุนกับหวังเย่ว์จินและหลิวเจาตี้ต่างก็แยกย้ายทำงานของตัวเอง คนหนึ่งเข้าครัว คนหนึ่งไปตัดหญ้า วันนี้ที่กลับมาช้าก็เพราะหลิวกุ้ยหลานเห็นว่าเด็กๆในบ้านไม่ได้ไปตัดหญ้า หากไม่มีหนิวหนิวช่วย เด็กๆสองคนจากครอบครัวของลูกชายคนที่สองก็คงทำงานอะไรไม่ได้ ดังนั้นหลิวกุ้ยหลานจึงพาลูกสะใภ้ทั้งสามคนไปที่เชิงเขา และให้แต่ละคนเก็บหญ้ามาคนละกำมือ
แม้แต่หลิวเจาตี้ที่ท้องแก่ก็ไปด้วย ส่วนสะใภ้รองไม่รู้หายไปไหน หลิวกุ้ยหลานคิดว่าเธอแอบกลับบ้านมาก่อน พอตัดหญ้าเสร็จกลับมา เห็นลูกชายคนรองวิ่งไปทางสถานพยาบาล จึงถามดู ถึงได้รู้ว่าหลานชายกินยาฆ่าหนูเข้าไป คนที่สถานพยาบาลไปเรียกเขาไปรับเด็ก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผู้ใหญ่สามคนกลับมาพร้อมกัน
หลี่อ้ายหยุนกับหวังเย่ว์จินคอยดูหลิวเจาตี้ที่เดินช้า จึงมาถึงทีหลัง
ส่วนหนิงเจี้ยนกั๋วกับหนิงเจี้ยนตงสองพี่น้อง ยังทำงานอยู่ในไร่นา งานหนัก คะแนนงานก็สูง ต้องรออีกพักถึงจะเลิกงาน
“เสี่ยวเทา บอกย่ามาตามตรง หลานกินยาฆ่าหนูที่ไหน” หลิวกุ้ยหลานถามหนิงเสี่ยวเทา
“ผมไม่ได้กินยาฆ่าหนู”
“แล้วตอนเช้า หลานกินอะไรไปบ้าง” หลิวกุ้ยหลานถามต่อ
“ไม่ได้กินอะไรเลยครับ” หนิงเสี่ยวเทาตอบ เพราะถ้าบอกว่ากินถั่วลิสงของน้องสาวลูกพี่ลูกน้อง ย่าต้องตีเขาแน่
“ย่าคะ เสี่ยวเทากินถั่วลิสงที่ย่าเก็บไว้ให้เถียนเถียน” ตอนนั้นเอง หนิงหนิวหนิวที่ยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ มาตลอดก็พูดขึ้น
“ถั่วลิสง ถั่วลิสงมาจากไหน” หลิวกุ้ยหลานถามอย่างร้อนรน “เถียนเถียนกินหรือยัง” พูดจบก็ทำท่าจะอุ้มหนิงเถียนเถียนไปสถานพยาบาล
ท่าทีของหลิวกุ้ยหลานทำให้หนิงหนิวหนิวตกใจ เธอจึงพูดอย่างไม่มั่นใจนักว่า “หนูคิดว่าถั่วลิสงเป็นของย่า แต่ไม่เห็นว่าเถียนเถียนกินค่ะ”