- หน้าแรก
- ภรรยาที่ถูกเอ็นดูแห่งยุค 70
- บทที่ 1 ข้ามภพ
บทที่ 1 ข้ามภพ
บทที่ 1 ข้ามภพ
หนิงเถียนเถียนพอลืมตาตื่นก็รู้สึกว่าตัวเองถูกอะไรบางอย่างรัดอยู่จนขยับไม่ได้ จะพลิกตัวก็ทำไม่ได้ ลองทำอยู่สองครั้งก็ไม่สำเร็จ เมื่อลุกไม่ขึ้นแบบนี้ หนิงเถียนเถียนเลยหยุดพยายาม แล้วมองไปรอบๆ ว่าที่นี่เป็นที่ไหน เป็นกระท่อมหญ้าที่เคยเห็นแต่ในโทรทัศน์ เสื่อมโทรม พังๆ กลางห้องมีเสาไม้ใหญ่หนึ่งต้น บนเสายังแขวนของบางอย่างอยู่…
ไม่ใช่สิ กระท่อมหญ้า? เธอไม่ใช่อยู่ที่บ้านเหรอ แล้วมาอยู่ในกระท่อมหญ้าได้อย่างไร มีใครอุ้มเธอมาในตอนหลับรึไง
หญิงสาวพยายามนึกว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น เหมือนเมื่อคืนกำลังคิดว่าเช้าตื่นมาจะกินอะไรดี ด้านล่างก็มีแต่หมั่นโถว ปาท่องโก๋ และโรลเผือก กินมานานก็เบื่อแล้ว อืม แล้วแม่จะมารับเธอกลับบ้านเมื่อไหร่ รอมาเป็นครึ่งปีแล้ว
แล้วหลังจากนั้นล่ะ หนิงเถียนเถียนพยายามนึกต่อ แล้วก็เหมือนเธอหลับไป พอเมื่อครู่กำลังจะลุกไปเข้าห้องน้ำ ก็พบว่าขยับไม่ได้ นึกถึงตรงนี้ ความอยากเข้าห้องน้ำก็กลับมาอีก แต่ก็ยังลุกไม่ขึ้นอยู่ดี
เธอออกแรงยกศีรษะขึ้นดูว่าร่างกายตัวเองเป็นอะไร แล้วก็สะดุ้ง เธอถูกมัดเอาไว้ เหลวไหลสิ้นดี ตั้งแต่มีร่างมนุษย์ เธอไม่เคยถูกปฏิบัติแบบนี้มาก่อน เต็มไปด้วยความขัดเคือง
หนิงเถียนเถียนดิ้นอยู่พักหนึ่งแต่ก็ยอมแพ้ คนที่มัดเธอนี่ถึงขั้นเปลี่ยนร่างให้เธอด้วยหรืออย่างไร เมื่อวานเชือกเท่านี้แค่ใช้นิ้วก็ตัดขาด แต่ตอนนี้ลุกแทบไม่ได้ คิดแล้วยิ่งโมโห หนิงเถียนเถียนตัดสินใจว่ารอให้แม่มาถึงก่อน ค่อยให้แม่จับคนพวกนี้ทั้งหมด เมื่อตัดสินใจเรียบร้อย หญิงสาวก็สงบนิ่งแล้วหลับต่อ เรื่องอันตรายไม่มีอยู่ในสายตา พวกโคอาล่ามีแต่ความน่ารักเป็นจุดเด่น จับเธอไปเดี๋ยวก็ได้เสียใจทีหลัง
ไม่นาน หนิงเถียนเถียนที่นอนนิ่งอยู่ก็ถูกเสียงเอะอะปลุกให้ตื่น
“โอ๊ย เถียนเถียนของย่า คิดถึงจะตายอยู่แล้ว” หลิวกุ้ยหลานพอเดินเข้าบ้านก็วางตะกร้าที่ถืออยู่ลง ล้างมือสองที รีบวิ่งไปห้องลูกชายคนที่สี่ “หลานสาวสุดที่รักของย่า ย่าหายไปเช้าเดียว ย่าก็คิดถึงเราจะขาดใจแล้ว” แต่เมื่อเธอหนิงเถียนเถียนนอนอยู่ก็รีบเงียบเสียง
หนิงเถียนเถียนที่ถูกปลุกลืมตาดูแว้บหนึ่ง ไม่รู้จัก จึงหลับต่อ
“หลับอยู่ๆ” สะใภ้สี่เพิ่งเดินเข้ามา หลิวกุ้ยหลานรีบกันสะใภ้ไว้ก่อนจะพูดอะไร “ออกไปข้างนอกกันก่อนค่ะ” เห็นหลานยังหลับอยู่ หลิวกุ้ยหลานจะไปรบกวนได้อย่างไร จูงลูกสะใภ้ออกไปทันที
พอสองคนออกไป หนิงเถียนเถียนก็สะดุ้งขึ้นมา คนเมื่อกี้คือคนที่จับเธอมา? ดูยังไงก็ไม่ใช่คนดี ต้องส่งข่าวให้แม่เดี๋ยวนี้ เธอกลั้นลมหายใจ… แล้วก็เธอก็นิ่งอึ้ง พลังของเธอหายไปไหนหมด แล้วที่นี่มันที่ไหนกัน ทำไมถึงกลืนพลังของเธอได้
ทันทีที่รู้สึกตัว หนิงเถียนเถียนก็เริ่มส่งเสียง แต่สิ่งที่ออกมาจากปากไม่ใช่คำที่เธอต้องการพูด และไม่ใช่เสียงในร่างเดิมของเธอ แต่เป็นเสียงร้องไห้แบบเด็กมนุษย์ “ว้าาาา” หนิงเถียนเถียนงงเป็นไก่ตาแตก เกิดอะไรขึ้น
“หลานตื่นแล้ว!” เสียงยังไม่ทันจบ หลิวกุ้ยหลานก็รีบเข้ามาในห้อง “รู้ว่าย่ากลับมาสินะ ไม่เสียแรงที่เป็นดวงใจของย่า มาๆ มาจะ ย่าจะอุ้มหนูไปฉี่นะ หนูไม่ฉี่รดที่นอนซะด้วย หลานของย่านี่ว่าง่ายจริงๆ”
หนิงเถียนเถียนยังไม่ฟื้นจากความช็อกก็ถูกแกะเชือกแล้วถูกอุ้มขึ้นมา จากนั้นก็ถูกอุ้มออกไปทำธุระสำคัญของชีวิต แบบไม่ส่งเสียงอะไรเลย
หลิวกุ้ยหลานชินกับท่าทีแบบไม่ใส่ใจของหลานสาวแล้ว เธอมองว่านี่คือลักษณะของคนจิตใจมั่นคง เหมือนพวกเจ้าหน้าที่ในอำเภอ เจอเหตุการณ์อะไรก็ไม่ตื่นตระหนก จะให้เหมือนที่พวกหญิงปากจัดในหมู่บ้านพูดว่าโง่ได้อย่างไร หลานสาวที่มีวาสนาแบบนี้จะไม่ฉลาดได้อย่างไร เธอก็แค่ไม่อยากขยับเท่านั้นต้องยอมรับว่าบางเรื่อง หลิวกุ้ยหลานก็เดาถูกจริงๆ
“เถียนเถียนว่าง่ายจริง แม่เถียนเถียน ทำกับข้าวเสร็จหรือยัง บ้านใหญ่ บ้านรอง รีบไปยกกับข้าวมา จะมานั่งรออยู่นี่ทำไม จะให้คนอื่นยกมาให้รึไง” เธออุ้มหลานเข้าไปในห้องโถง เห็นสะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองนั่งคุยกันอยู่ก็หงุดหงิด งานในบ้านมีตั้งเยอะแต่สองคนมานั่งคุยอยู่ที่นี่
“แม่ นี่ก็เพราะพ่อกับพวกยังไม่กลับมานี่คะ!” สะใภ้รอง ลู่เสี่ยวหง พูดขึ้น
“ยังไม่กลับก็ต้องรู้จักยกกับข้าวมาก่อนหรือเปล่า อากาศก็ร้อน จะให้พ่อพวกเขากลับมากินกับข้าวร้อนๆ รึไง เลี้ยงไก่ข้างหลังแล้วหรือยัง ด้านี ดาฮู่ยังรู้จักช่วยงาน แล้วพวกแกเป็นแม่คนกลับมานั่งอยู่นี่เฉยๆ?” ไม่ตอบยังดีกว่า พอตอบปุ๊บ หลิวกุ้ยหลานก็จับว่ากล่าวทันที
“แม่ คะฉันรู้สึกปวดท้องระหว่างเดินกลับ เลยอยากนั่งพักค่ะ” สะใภ้ใหญ่ หลี่อ้ายหยุน พูดเสียงเบา กลัวแม่สามีไม่พอใจ พอพูดจบก็รีบอธิบายตาม
“แม่คะ เดี๋ยวฉันพักแป๊บเดียว แล้วจะไปเลี้ยงหมูต่อค่ะ”
ในบ้านมีหมูสองตัว ไก่สิบห้าตัว ตามกติกาหมู่บ้าน หนึ่งครอบครัวเลี้ยงหมูได้สองตัว พอเลี้ยงโตแล้วต้องแบ่งไว้ตัวหนึ่ง อีกตัวส่งขึ้นเขต ไก่ให้เลี้ยงตามจำนวนคนในบ้าน นับรวมเด็กเล็กก็สิบห้าคน สัตว์พวกนี้คือของสำคัญที่สุดในบ้าน ต่อให้คนจะหิว ก็ไม่ปล่อยให้สัตว์ขาดอาหาร เพราะถ้าขาดมื้อเดียวก็ขาดน้ำหนัก ขึ้นปีใหม่ก็ขายไม่ได้ราคา ทั้งปีมีหวังอยู่ตรงนี้ ถ้าดูแลไม่ดี แม่สามีมีหวังโกรธจนหัวใจวาย
“เอาล่ะ เธอนั่งไปเถอะ” หลิวกุ้ยหลานไม่ได้มีปัญหากับสะใภ้ใหญ่คนนี้มากนัก ปกติทำงานได้ วันนี้นั่งเฉยๆ คงเพราะไม่ไหวจริงๆ แต่ปากก็ยังไม่ยอมอ่อน
“ทั้งปีมีแต่ตรงนั้นปวดตรงนี้เจ็บ เธอนี่อย่าให้มันมากไป เดี๋ยวไอ้ลูกชายของฉันมันก็หาว่าฉันใช้งานเธอหนักอีก”
“แม่คะ เรื่องวันนั้นเจี้ยนกั๋วก็แค่ใจร้อนเลยพูดไม่คิด แม่อย่าถือสาเลยนะคะ เป็นเจี้ยนกั๋วที่ใส่ร้ายแม่ เขารู้ตัวแล้ว แม่อย่าโกรธเลยนะคะ” หลี่อ้ายหยุนเอ่ยปลอบ ตอนนั้นตัวเธอรู้สึกไม่สบาย ยังฝืนไปทำงานเก็บแต้ม สุดท้ายสามีขอหยุดครึ่งวันให้กลับมาพัก เธอไม่ได้นอนอยู่เฉยๆ พอดีหมูหลังบ้านร้องไม่หยุด พอรู้สึกดีขึ้นก็ไปให้อาหาร ใครจะคิดว่าพลาดเหยียบพลาดลื่น สามีกลับมาเห็นเข้าก็เข้าใจผิด คิดว่าแม่สามีสั่งให้เธอไปทำงานทั้งที่ไม่สบาย พูดไปคำเดียวก็ทำให้แม่สามีเดือด แม้ทีหลังจะอธิบายกันแล้ว แต่แม่สามีก็ยังค้างอยู่ในใจ
“อืม” หลิวกุ้ยหลานรับเสียงหนึ่งแบบหงุดหงิด “แค่รู้จักดีรู้จักชั่วก็พอแล้ว”
สะใภ้รอง ลู่เสี่ยวหง ที่โดนไล่ไปยกกับข้าว ทำปากยื่น แล้วแอบกลอกตาอยู่ในบ้าน รู้จักแต่ทำตัวเหมือนถูกบีบคั้น แม่ผัวนี่ก็เหมือนกัน เลือกแต่จะกดขี่คนไม่มีบ้านฝ่ายแม่ วันหน้าเธอก็จะแกล้งป่วยบ้าง ถ้าแม่ผัวยังให้ทำงานอยู่ เธอจะให้ผัวรู้ว่าแม่ของเขาลำเอียงยังไง คิดได้แบบนั้นก็เดินเข้าครัวแล้วเริ่มหาเรื่องทันที
“น้องสะใภ้ ทำอะไรอืดอาดอยู่ล่ะ แม่ให้ฉันกับพี่สะใภ้มายกกับข้าว พี่สะใภ้ขี้เกียจ เธอก็ขี้เกียจตาม แบบนี้จะให้ฉันทำคนเดียวรึไง” เมื่อเห็นอาหารยังไม่เสร็จ ลู่เสี่ยวหงก็เริ่มโวย
ในห้องครัวมีเพียงสะใภ้สี่ หวังเย่ว์เจิน กำลังทำอาหารอยู่ พอเห็นว่าอีกฝ่ายหาเรื่องก็ไม่สนใจ หญิงสาวใช้ชามไม้เล็กที่ล้างสะอาดแล้วลวกน้ำร้อนหนึ่งรอบ ตักข้าวต้มข้นๆ ในหม้อหนึ่งช้อน ใช้ช้อนไม้คนเบาๆ แล้วยกเข้าไปในบ้าน
“เถียนเถียนกินข้าวแล้ว” หวังเย่ว์เจินยกชามเข้าไปในบ้าน พอพูดจบก็หันไปยิ้มกับหลิวกุ้ยหลาน “แม่คะ ส่งเถียนเถียนมาให้ฉันดีกว่าค่ะ”
“ฉันอุ้มเอง” หลิวกุ้ยหลานไม่ยอมวางหลาน “เอากุญแจนี่ ไปเปิดลิ้นชักเอาน้ำตาลให้หลานเพิ่มหน่อย” ว่าจบก็ปลดพวงกุญแจจากเอวส่งให้หวังเย่ว์เจิน
“ค่ะ” หวังเย่ว์เจินรับคำ หยิบกุญแจ จากนั้นเลือกกุญแจห้องแม่ผัวในพวง มือหนึ่งถือกุญแจ อีกมือถือชาม เดินไปเพิ่มน้ำตาลให้ลูกสาว
สะใภ้รอง ลู่เสี่ยวหงที่ยกกับข้าวเข้าบ้าน เห็นหวังเย่ว์เจินถือกุญแจก็แอบกลอกตา ไม่รู้ว่าแม่สามีซ่อนของดีอะไรให้อีกแล้ว ในใจมีแต่ความหงุดหงิด พอวางของบนโต๊ะก็ออกแรงมากไป น้ำซุปกระเด็นโดนหลังเท้า ร้อนจนร้องลั่น
“โอ๊ย โอ๊ย ลวกฉันตายแล้ว ลวกฉันตายแล้ว!”
หลิวกุ้ยหลานเห็นเธอเข้ามาก็รีบอุ้มหลานหลบมุม พอได้ยินเสียงก็พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “โตจนป่านนี้แล้วยังยกของไม่ระวัง แค่น้ำร้อนสองหยด จะอะไรมากมาย ไปเอาน้ำเย็นล้างก็พอแล้ว” ในสายตาหลิวกุ้ยหลาน แค่ลวกนิดหน่อย ใครๆ ก็เคยโดน ไม่ต้องร้องเสียงดังแบบนั้น
พูดจบก็ลูบหัวหนิงเถียนเถียน “ไม่ต้องกลัวนะ เถียนเถียนเด็กดี ข้าวกำลังมาแล้วนะจ๊ะ”
ในห้อง หวังเย่ว์เจินเปิดโถน้ำตาลอย่างระมัดระวัง น้ำตาลนี่แม่สามีไปแลกมาด้วยราคาสูง แค่อยากให้ลูกสาวกินของดีๆ คิดแล้วก็อดเจ็บใจไม่ได้ ตอนตัวเธอยังเด็ก อย่างน้อยก็เคยกินอิ่มอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ลูกสาวคลอดมาแล้วไม่เคยกินนมแม่เลย คนยังกินไม่อิ่ม จะมีน้ำนมได้ยังไง เธอช่างเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่อง
หวังเย่ว์เจินค่อยๆ ยกชามออกมา กลัวแม่สามีเห็นเข้า แต่ไม่คิดว่าหลิวกุ้ยหลานจะไม่ได้ใส่ใจเลย เพราะรู้ว่าหลานในไส้ไม่มีวันถูกแม่ทำให้ลำบาก จะใส่มากหน่อยก็ไม่เป็นไร น้ำตาลทั้งโถก็ซื้อด้วยเงินลูกชาย ใครมีปัญหา ใครมีปัญหาก็แยกบ้านไป เธอมีลูกชายหลายคน ไม่ได้กลัวอะไร
“มาจะเด็กดี เถียนเถียน กินข้าวนะจ๊ะ” หลิวกุ้ยหลานพูดเสียงเบา
เสียงกรีดร้องเมื่อกี้ ต่อให้ทึ่มทื่อแค่ไหน หนิงเถียนเถียนก็เข้าใจแล้ว ที่นี่ไม่ใช่ที่ของตัวเอง และไม่ได้ถูกลักพาตัว แต่เธอมาเกิดใหม่แล้ว แถมยังไม่ผ่านสะพานที่อาจารย์จิ้งจอกเคยสอนด้วย ไม่รู้ว่าหน่วยงานใต้ดินลัดขั้นตอนหรือยังไง ถึงให้เธอเอาความจำมาด้วย
พอคิดได้ หนิงเถียนเถียนก็โดนป้อนข้าวต้มเข้าปากพอดี อืม หวาน พอรับได้ พอกลืนลงไปก็ถูกป้อนต่อ แล้วเธอก็ไม่คิดอะไรอีก กินสำคัญกว่า
ถูกป้อนจนหมดชาม หลังจากนั้นหนิงเถียนเถียนก็อ้าปากหาวหนึ่งที อืม ถึงรสชาติจะธรรมดา แต่ก็พอได้ เริ่มใหม่ตั้งแต่เด็กก็ดีเหมือนกัน อืม กินอิ่มแล้วก็ต้องนอน
หลิวกุ้ยหลานเห็นหลานกินเสร็จแล้วหลับก็รู้สึกภูมิใจ หลานสาวของเธอ แม้แต่หาวก็ดูเรียบร้อย
“แม่คะ ให้ฉันอุ้มเถียนเถียนไปนอนเถิดค่ะ” หวังเย่ว์เจินยื่นมือ จะรับลูกสาวกลับมา ทั้งเช้าไม่ได้เจอ ก็คิดถึง แต่แม่สามีอุ้มไว้ไม่ยอมให้
“หลานยังหลับไม่ลึก ฉันจะอุ้มอีกหน่อย” หลิวกุ้ยหลานไม่คืน ตั้งใจจะอุ้มต่อ
“เถียนเถียน พ่อกลับมาแล้ว!” สองแม่สามีลูกสะใภ้พูดกันเสียงเบา ทว่าในลานกลับมีเสียงตะโกนลั่นดังขึ้นมา ไม่เพียงทำให้ทั้งสองคนสะดุ้ง หนิงเถียนเถียนที่เพิ่งหลับไปก็พลันสะดุ้งตกใจ ลืมตาขึ้นทันที
ติดตามผลงานของผู้แปลใน Thai Novel ได้ดังนี้ค่ะ
ทั้งครอบครัวข้าทะลุมิติมาพร้อมพลังวิเศษ
https://www.thai-novel.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95/?_j=1769522551713
จิ่วฮุ่ย....ข้าผู้นี้แสนสามัญ
https://www.thai-novel.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81/%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%ae%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a2-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%aa/?_j=1769522551713
ลูกหลานกตัญญูทั้งหลาย จงคุกเข่าลง ฉันคือย่าทวดของพวกนาย
https://www.thai-novel.com/%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%89/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b9%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%88/?_j=1769522551713
เริ่มต้นทะลุมิติมาเป็นรูปสลักเทพ ฉันถูกยกให้เป็นเทพหญิงในปีทุพภิกขภัย
ภรรยาที่ถูกเอ็นดูแห่งยุค 70