- หน้าแรก
- ระบบพังหรือผมเทพเกิน เริ่มต้นมาก็คูณสิบไม่ยั้ง
- บทที่ 029 เคล็ดวิชาฝึกจิต? คูณสิบ!
บทที่ 029 เคล็ดวิชาฝึกจิต? คูณสิบ!
บทที่ 029 เคล็ดวิชาฝึกจิต? คูณสิบ!
บทที่ 029 เคล็ดวิชาฝึกจิต? คูณสิบ!
ใบหน้าของเจียงฝูแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย
เขากำลังจะเอ่ยปากพูด
แต่กลับเห็นร่างอ่อนปวกเปียกของสือจิ่วค่อยๆ ไหลลงไปตามพนักพิงเบาะที่ลื่นมัน
เขาจึงรีบยื่นมือออกไปโอบไหล่และช้อนข้อพับเข่าของเธอขึ้นมาอุ้มใหม่อีกครั้ง
ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อของสือจิ่วเม้มเข้าหากันเล็กน้อย
สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่หน้าจอโทรศัพท์
ไม่ได้แสดงอาการผิดปกติใดๆ ออกมา
มีเพียงตัวละครฮีโร่ในเกมที่ถูกซัพพอร์ตตัวนิ่มของฝ่ายตรงข้ามฆ่าตายคาป้อม
เจียงฝูลอบถอนหายใจเบาๆ
เขาเอ่ยด้วยความขัดเขินเล็กน้อย "ลุงครับ ไปหมู่บ้านคฤหาสน์หลานอาน"
กลับบ้านก่อนดีกว่า
อาบน้ำอาบท่า ผ่อนคลายเส้นประสาทที่ตึงเครียดเสียหน่อย
เรื่องอื่นค่อยว่ากันพรุ่งนี้
ดวงตาของหลี่ต้าจื้อเป็นประกายวาววับ
หมู่บ้านคฤหาสน์หลานอาน หนึ่งในหมู่บ้านผู้ฝึกยุทธ์ระดับไฮเอนด์ที่สุดในเขต 9 เมืองปิน!
ทันใดนั้น เขาก็เหยียบคันเร่งจนมิด
รถพุ่งทะยานออกไปในทันที
ภายในรถ
ด้วยแรงเฉื่อย
ร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของสือจิ่วเอนไปด้านหลังก่อน
แล้วจึงคะมำมาด้านหน้า
เจียงฝูทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย
มือที่เพิ่งละออกไป ต้องรีบกลับมาประคองสือจิ่วไว้อีกครั้ง
เมื่อเงยหน้าขึ้น
ก็สบเข้ากับสายตาของหลี่ต้าจื้อในกระจกมองหลังพอดี
หลี่ต้าจื้อยักคิ้วให้เจียงฝูอย่างมีเลศนัย
จากนั้นก็หักพวงมาลัยเลี้ยวอีกที
ร่างของสือจิ่วที่เพิ่งทรงตัวได้ ก็เซถลาเข้ามาในอ้อมกอดของเจียงฝูเต็มรัก
ในเวลานี้
สายตาของสือจิ่วละจากหน้าจอโทรศัพท์ในที่สุด
"คุณลุงคนขับคะ ช่วยขับให้นิ่มกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ?"
น้ำเสียงของสือจิ่วแฝงแววอ่อนใจ
หลี่ต้าจื้อตีหน้าซื่อ "โธ่ แม่หนู สภาพถนนแถวนี้มันไม่ค่อยดี ทนๆ เอาหน่อยนะ"
พูดจบ
รถก็เหมือนเหยียบโดนอะไรบางอย่าง จนกระเด้งตัวขึ้นเบาๆ
เจียงฝูกอดกระชับสือจิ่วไว้โดยสัญชาตญาณ
สือจิ่วถอนหายใจอย่างปลงตก
ช่างเถอะ ไหนๆ เขาก็อุ้มมาตลอดทางแล้ว
แค่นี้คงไม่ต่างกันเท่าไหร่
แต่ทว่า... นั่งรถคันนี้มันไม่สบายเท่าโดนเจียงฝูอุ้มจริงๆ นั่นแหละ
คิดได้ดังนั้น เธอก็เผลอซุกตัวเข้าหาอกกว้างของเจียงฝูโดยไม่รู้ตัว
รถแท็กซี่แล่นฉิวตลอดทาง
ไม่นานก็กลับเข้าสู่ตัวเมือง
และมาจอดที่หน้าหมู่บ้านคฤหาสน์หลานอาน
"ลุงครับ ทั้งหมดเท่าไหร่? เดี๋ยวผมโอนให้!"
"รวมค่าโดยสารเมื่อตอนบ่ายด้วยนะครับ!"
พูดพลาง
เจียงฝูก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
ระหว่างทางกลับ
เขาได้ผูกบัญชีธนาคารเข้ากับโทรศัพท์เรียบร้อยแล้ว
รวมถึงเปิดใช้งานแอปพลิเคชันชำระเงินและโซเชียลมีเดียต่างๆ
แถมยังแอดไลน์สือจิ่วไว้ด้วย
หลี่ต้าจื้อรีบโบกไม้โบกมือ "ไม่ต้องๆ ไม่ต้องจ่าย!"
"พวกหนูเป็นนักเรียนก็ตั้งใจเรียน ตั้งใจฝึกวิชา อนาคตฆ่าพวกสัตว์กลายพันธุ์ให้ได้เยอะๆ ก็พอ!"
"ตอนนั้น เมียลุง... เฮ้อ ช่างมันเถอะ!"
ขณะพูด
แววตาของหลี่ต้าจื้อฉายความเศร้าสร้อยออกมาวูบหนึ่ง
เจียงฝูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
เขาพยักหน้า "ตกลงครับ"
"อ้อ จริงสิครับลุง เบอร์เมื่อกี้เป็นเบอร์ผมนะ มีอะไรติดต่อมาได้เลย!"
หลี่ต้าจื้อตาเป็นประกาย "ได้เลย!"
เขารอคำนี้อยู่แล้ว!
รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกเบอร์ของเจียงฝูทันที...
เจียงฝูอุ้มสือจิ่วยืนอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้านคฤหาสน์หลานอาน
เขามองตามท้ายรถแท็กซี่ที่แล่นจากไป พลางถอนหายใจ "ลุงคนขับแกเป็นคนดีจริงๆ!"
สือจิ่วซบศีรษะลงกับไหล่ของเจียงฝู
เธอหลับตาพริ้ม "ถ้าขับรถให้นิ่มกว่านี้อีกนิด จะดียิ่งกว่านี้อีก"
ฟ้ามืดสนิทแล้ว
เจียงฝูใช้พลังจิตเปิดประตูรั้ววิลล่า
บ้านที่เคยมืดมิดสว่างไสวขึ้นทันตา
เจียงฝูวางสือจิ่วลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น
สือจิ่วมองโต๊ะกาแฟหินอ่อนตรงหน้าที่ดูเหมือนถูกผ่าครึ่งด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวอย่างเหม่อลอย
"นี่บ้านนายเหรอ?"
เจียงฝูพยักหน้า
วินาทีถัดมา
สีหน้าแปลกประหลาดที่ยากจะอธิบายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสือจิ่ว
"ชั้นสาม... นั่นห้องนายเหรอ?"
พอได้ยินคำว่า 'ชั้นสาม'
ความทรงจำที่ไม่น่าอภิรมย์ก็ผุดขึ้นมาในหัวเจียงฝูทันที
เขาแทบจะอาเจียนออกมา
ไม่นะ!
...เขาฆ่าคนมาแล้ว ฆ่าสัตว์กลายพันธุ์มาก็เยอะ!
แต่ทำไมถึงยังทนรับสภาพห้องของกัวเสี่ยวเฟิงไม่ได้
กัวเสี่ยวเฟิงนี่มันน่ากลัวยิ่งกว่าสัตว์กลายพันธุ์ซะอีก!
ไม่ได้การ พรุ่งนี้ต้องจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดห้องสยองขวัญนั่น
แล้วปิดตายมันซะ!
เจียงฝูข่มความคลื่นไส้ในใจ
เขาชี้ไปที่ห้องแม่บ้านตรงมุมบันได
"นั่นห้องฉัน"
"ก่อนหน้านี้มีครอบครัวปรสิตมาอาศัยอยู่ที่นี่ ฉันเพิ่งไล่ตะเพิดพวกมันออกไป"
สือจิ่วใช้พลังจิตกวาดสำรวจห้องแม่บ้านที่ดูคล้ายห้องเก็บของ
เธออดอึ้งไปไม่ได้
จากนั้นจึงเปลี่ยนเรื่องคุย
"ของที่นายอยากได้อยู่ในกล่องในตราประทับมิติน่ะ"
เจียงฝูชะงักไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะนึกขึ้นได้ทันที
เคล็ดวิชาฝึกจิต!
เขารีบหยิบตราประทับมิติออกมา
ส่งพลังจิตเข้าไปสำรวจ
ข้างในมีกระเป๋าเดินทางสองใบ
ใบหนึ่งใส่ขนม
อีกใบใส่เสื้อผ้าส่วนตัว
เจียงฝูหยิบกระเป๋าทั้งสองใบออกมา
วางไว้ตรงหน้าสือจิ่ว
สือจิ่วมองกระเป๋าเดินทางสองใบที่ปิดสนิทเรียบร้อยแล้ว
ถึงได้ตระหนักถึงอะไรบางอย่าง
ใบหน้าเล็กๆ แดงระเรื่อขึ้นมาทันที
เธอรีบส่งกระแสพลังจิตออกไป
แทรกเข้าไปในกระเป๋าที่ใส่เสื้อผ้าส่วนตัว
จากช่องลับด้านในสุด เธอหยิบสมุดเล่มบางๆ ออกมา
แล้ววางไว้ตรงหน้าเจียงฝู
"แผนผังชมดาวคืนฝนพรำ?"
เจียงฝูอ่านชื่อบนหน้าปกสมุดออกมาโดยสัญชาตญาณ
คืนฝนพรำ... ยังจะดูดาวได้อีกเหรอ?
มันจะมีดาวให้ดูเรอะ?
แต่ไม่นาน
เจียงฝูก็ได้สติ
นี่คือเคล็ดวิชาฝึกจิต
ย่อมไม่อาจใช้สามัญสำนึกทั่วไปมาตัดสินได้
เขาจึงนั่งลงข้างๆ สือจิ่วด้วยความเคยชิน
แล้วเปิดสมุดในมือออกอ่าน
'แผนผังชมดาวคืนฝนพรำ' มีภาพประกอบทั้งหมดเก้าภาพ
ตัวอักษรมีน้อยมาก
ส่วนใหญ่เป็นคำอธิบายประกอบภาพทั้งเก้านี้
ส่วนภาพประกอบทั้งเก้า... เขาดูไม่รู้เรื่องเลย
ดูไม่รู้เรื่องจริงๆ
มันเหมือนเส้นสายยุ่งเหยิงมั่วซั่ว
แต่ก็ดูเหมือนกำลังสื่อถึงอะไรบางอย่าง
ขณะที่เจียงฝูกำลังเกาหัวแกรกๆ
ร่างของสือจิ่วก็เอียงวูบ
เธอพิงพนักโซฟาแล้วซบลงบนไหล่ของเจียงฝู
น้ำเสียงงัวเงียดังขึ้นเบาๆ
"คืนฝนพรำไม่มีดาวหรอก เพราะงั้นใช้ตามองไม่เห็นหรอกนะ"
พูดจบ
เธอก็หาวออกมาเบาๆ อีกครั้ง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงฝูก็วางสมุดในมือลง
จากนั้นเก็บกระเป๋าเดินทางบนพื้นกลับเข้าไปในตราประทับมิติ
แล้วยัดตราประทับมิติใส่กลับเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของสือจิ่ว
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้น
เจียงฝูก็ช้อนตัวอุ้มสือจิ่วขึ้น "พิษในตัวเธอยังไม่หมด เดี๋ยวฉันพาไปพักผ่อนนะ"
บนชั้นสองของวิลล่า
นอกจากห้องนอนใหญ่ของกัวฟางตงและเกอเยี่ยนเสีย
ยังมีห้องนอนรองอยู่อีกด้านหนึ่ง รวมถึงห้องรับแขกอีกหลายห้อง
เจียงฝูเงียบไปครู่หนึ่งก่อนถามขึ้น "เธออยากอาบน้ำก่อนไหม?"
สือจิ่วทำหน้าเอือมระอา "นายจะช่วยฉันอาบเหรอ?"
หน้าของเจียงฝูแดงแปร๊ด
"แค่ก... ไว้รอเธอขยับตัวได้ค่อยว่ากันเถอะ"
เขาอดมองมือขาวเรียวของสือจิ่วไม่ได้
ตลอดการเดินทาง
มือคู่นี้กวาด Pentakill มานับครั้งไม่ถ้วน และทำลายคริสตัลมานักต่อนัก
ทว่า
ในเวลานี้ ร่างกายของสือจิ่วยังคงอ่อนปวกเปียก
ดูเหมือนจะมีแค่มือเท่านั้นที่ฟื้นตัวแล้ว
เจียงฝูอุ้มสือจิ่วไปที่ห้องนอนรองบนชั้นสอง
ห้องนี้ไม่มีคนอยู่
เจียงฝูคนเดิมทำความสะอาดอยู่เสมอ
มันจึงสะอาดสะอ้านและไม่มีกลิ่นอับ
เจียงฝูวางสือจิ่วลงบนเตียงนุ่มขนาดใหญ่ และช่วยห่มผ้าให้เธอ
"เธอนอนก่อนนะ ถ้าต้องการอะไรก็เรียกฉัน"
พูดจบ เขาก็เดินออกจากห้องไป
สือจิ่ววางโทรศัพท์ลง
ดวงตากลมโตสีดำขลับจ้องมองบานประตูที่ปิดลงอย่างเหม่อลอย
เจียงฝูไม่ได้กลับไปนอนห้องแม่บ้านให้ทรมานตัวเองเล่น
แต่เขาเลือกไปนอนที่ห้องรับแขกข้างๆ
แม้จะเป็นห้องรับแขก แต่ก็ยังมีขนาดใหญ่กว่าห้องนอนใหญ่ของบ้านคนทั่วไปเสียอีก
แถมยังมีห้องน้ำและอ่างอาบน้ำในตัว
เจียงฝูเปิดน้ำร้อนจนเต็มอ่าง
แล้วนอนแช่ลงไปทั้งตัว
เจียงฝูเอาผ้าขนหนูโปะหน้าแล้วถอนหายใจยาวเหยียด
ทันใดนั้น
พลังจิตของเขาก็ขยับวูบไหว
มันเข้าไปตรวจสอบภาพประกอบภาพแรกของ 'แผนผังชมดาวคืนฝนพรำ' ที่เปิดทิ้งไว้
พลังจิตของเขาพยายามศึกษาลวดลายที่ดูยุ่งเหยิงแต่แฝงความหมายนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่า... เขาก็ยังดูไม่รู้เรื่องอยู่ดี
มืดแปดด้าน
"หรือเป็นเพราะค่าความเข้าใจของฉันมันต่ำเตี้ยเรี่ยดินเกินไป?"
เจียงฝูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะพึมพำเบาๆ
"ค่าความเข้าใจ คูณสิบ คงอยู่สิบนาที!"
"ความสามารถในการทำความเข้าใจ คูณสิบ คงอยู่สิบนาที!"
"ความเร็วในการฝึกฝน คูณสิบ คงอยู่สิบนาที!"
...