เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 240 ไม่ใช่ว่ายังมีอีกหนึ่งระดับความยากเหรอ (ฟรี)

บทที่ 240 ไม่ใช่ว่ายังมีอีกหนึ่งระดับความยากเหรอ (ฟรี)

บทที่ 240 ไม่ใช่ว่ายังมีอีกหนึ่งระดับความยากเหรอ (ฟรี)


บทที่ 240: ไม่ใช่ว่ายังมีอีกหนึ่งระดับความยากเหรอ

การทดสอบระดับความยากสูงกินเวลานานกว่าสองระดับแรกอย่างเห็นได้ชัด

ผ่านไปร่วมหนึ่งชั่วโมงเต็ม เหล่าผู้เข้าทดสอบถึงได้ทยอยดีดตัวออกจากแดนมายาจนครบ

จากผู้ท้าชิงทั้งหมดห้าคน ผลปรากฏว่ามีผู้ผ่านเพียงแค่สองคนเท่านั้น

ได้แก่ ปี้หยาง และชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบกว่าที่ใบหน้ากร้านโลก

ทั้งสองต่างเก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างปิดไม่มิด

ตรงข้ามกับอีกสามคนที่เหลือ ซึ่งสีหน้าดูไม่จืดเอาเสียเลย

“ขอแสดงความยินดีกับทั้งสองท่านด้วย ที่ผ่านการประเมินระดับเงินความยากสูง นับแต่นี้ไป พวกคุณคือผู้ใช้อสูรระดับเงินอย่างเต็มตัวแล้ว”

เวินถางประสานมือแสดงความยินดีกับปี้หยางและชายวัยกลางคนด้วยรอยยิ้ม

แม้แต่สือเม่าเยี่ยนผู้เคร่งขรึมก็ยังเปลี่ยนสีหน้ามาเป็นมิตรขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผู้ใช้อสูรระดับเงินที่ไต่เต้ามาจากการผ่านระดับความยากสูง หากไม่สะดุดขาตัวเองล้มกลางทางเสียก่อน อนาคตที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้ใช้อสูรระดับทองในระดับเดียวกับพวกเขานั้น แทบจะเป็นของตาย

กับผู้ใช้อสูรที่มีอนาคตไกลเช่นนี้ พวกเขาย่อมไม่ตระหนี่ที่จะผูกมิตรไว้ก่อน

“ขอบคุณครับ”

“ท่านทั้งสองก็ชมเกินไปแล้วครับ”

ปี้หยางและชายวัยกลางคนต่างกล่าวขอบคุณกลับ

หลังทักทายกันพอเป็นพิธี เวินถางก็กระแอมไอเบาๆ แล้วประกาศเสียงดังฟังชัด

“ถ้าอย่างนั้น การประเมินระดับเงินก็เป็นอันสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ ทุกท่าน...”

ยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงหนึ่งก็แทรกขึ้นมาขัดจังหวะ

“เดี๋ยวก่อนครับ”

เวินถางไม่คาดคิดว่าจะมีใครกล้าขัดจังหวะ หันขวับไปมองด้วยความงุนงง ก่อนจะพบว่าเป็นเด็กหนุ่มที่นั่งเงียบไม่ยอมลงสนามสอบมาตลอดนั่นเอง

คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแวบหนึ่ง ก่อนจะคลายออก แล้วเอ่ยถามด้วยความอดทน “มีอะไรหรือเปล่า?”

คนอื่นๆ ต่างพากันหันไปมองหลินเจ๋อเป็นตาเดียว ด้วยสีหน้าสงสัยระคนใคร่รู้

ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่จับจ้องมา หลินเจ๋อยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉย แต่ประโยคที่หลุดจากปากเขากลับทำให้ทุกคนชะงักค้าง

“การประเมินระดับเงินยังไม่จบไม่ใช่เหรอครับ”

“ไม่ใช่ว่ายังมีอีกหนึ่งระดับความยากเหรอ?”

เมื่อตั้งสติได้ ทุกคนก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

ฟังจากน้ำเสียงแล้ว หรือว่าเจ้าหนุ่มนี่จะท้าทาย ‘ระดับความยากขั้นสุดยอด’!?

ปี้หยางถึงกับอ้าปากค้าง คำอุทานหยาบคายเกือบหลุดออกจากปาก

ที่แท้ไอ้เพื่อนยากที่นั่งนิ่งเป็นรูปปั้นมาตลอด ก็เพราะกั๊กแรงไว้ปล่อยของตานี้นี่เอง

จะเอาจริงเหรอเนี่ย กับการท้าทายระดับสุดยอด!

เวินถางนิ่งอึ้งไปหลายวินาทีกว่าจะตั้งสติได้ เขาหันไปสบตากับสือเม่าเยี่ยน ต่างฝ่ายต่างมองเห็นความขบขันระคนประหลาดใจในแววตาของกันและกัน

ในการประเมินระดับฝึกหัดและระดับทองแดง เนื่องจากไม่จำกัดจำนวนครั้งการสอบ จึงมักมีพวกอยากรู้อยากเห็นลองของกับระดับความยากขั้นสุดยอดอยู่บ้าง

แต่สำหรับการประเมินระดับเงินนั้น ไม่มีใครกล้าบ้าบิ่นขนาดนั้น

เหตุผลหนึ่งคือการจำกัดจำนวนครั้ง

แต่อีกเหตุผลสำคัญคือ ระดับความยากขั้นสุดยอดของการประเมินระดับเงินนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะผ่าน

การท้าทายเป้าหมายที่ไม่มีวันสำเร็จ ก็ไม่ต่างอะไรกับการผลาญชีวิต เวลา และพลังงานไปเปล่าๆ

ผู้ใช้อสูรที่ก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ไม่มีใครโง่พอจะทำเรื่องแบบนั้น

จึงไม่เคยมีใครคิดลองดี

หลายปีมานี้ ระดับความยากขั้นสุดยอดจึงกลายเป็นเพียงสัญลักษณ์ประดับไว้เฉยๆ ในการประเมินระดับเงิน

เวินถางและสือเม่าเยี่ยนคุมสอบมานับครั้งไม่ถ้วน ก็ไม่เคยต้องเอ่ยปากถามหาผู้ท้าชิงระดับนี้

ในความเป็นจริงก็ไม่เคยมีใครเสนอหน้ามาขอท้าทาย

เรื่องนี้กลายเป็นกฎที่รู้กันโดยนัยระหว่างผู้คุมสอบและผู้เข้าสอบไปแล้ว

ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะเจอแจ็คพอตเข้าให้

ชั่วขณะหนึ่ง

เวินถางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขำขันในใจ

ตอนแรกนึกว่าเป็นพวกคุณชายเหลาะแหละที่ยอมเสียสิทธิ์สอบระดับเงินหนึ่งครั้งเพื่อมาเดินเที่ยวเล่นดูงาน แต่ที่แท้กลับเป็นแค่ไอ้หนุ่มเลือดร้อนที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำนี่เอง

พอคิดได้แบบนี้ ความไม่พอใจที่มีต่อหลินเจ๋อก่อนหน้านี้ก็มลายหายไปจนหมดสิ้น

ไม่ว่าจะมองมุมไหน คนหลังก็ยังดูเข้าท่ากว่าคนแรกอยู่หน่อย

สือเม่าเยี่ยนทำหน้าเหมือนคนจะหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก

เห็นได้ชัดว่าเขาคิดไม่ต่างจากเวินถาง

คนรอบข้างเองก็พากันส่ายหัวกลั้วหัวเราะ

“ฉันก็นึกว่าเจ้าหนุ่มนี่คิดจะทำอะไร ที่แท้ก็อยากลองของกับระดับความยากขั้นสุดยอดนี่เอง”

“มิน่าล่ะ ถึงได้นั่งนิ่งไม่ยอมขยับไปไหน”

“ฝันเฟื่องเกินไปแล้ว การประเมินระดับสุดยอดมันหมูขนาดนั้นหรือไง?”

“ไม่ใช่แค่หมูไม่หมู แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยต่างหาก”

“นี่พ่อหนุ่ม ไม่เคยได้ยินกิตติศัพท์ความโหดหินของระดับสุดยอดมาบ้างหรือไง?”

ปี้หยางที่เพิ่งตั้งสติได้ รีบปรี่เข้าไปกระซิบข้างหูหลินเจ๋อ

“เพื่อนเอ๋ย เชื่อฉันเถอะ อย่าฝันกลางวันเลย ระดับสุดยอดนั่นไม่ใช่ที่ให้คนอย่างเราไปท้าทายเล่นๆ หรอกนะ ต่อให้ฝึกเพิ่มอีกสี่ห้าปีก็ไม่มีประโยชน์ รีบกลับไปเถอะ อย่าไปกวนเวลาท่านผู้คุมสอบเลย ขืนทำให้ท่านทั้งสองโกรธขึ้นมา นายจะซวยเอาเปล่าๆ”

ทว่าหลินเจ๋อกลับทำเพียงส่ายหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย สายตาจับจ้องไปที่ผู้คุมสอบทั้งสองอย่างไม่หลบเลี่ยง

“คำขอของผมคงไม่ได้ผิดกฎสมาคมใช่ไหมครับ?”

เวินถางและสือเม่าเยี่ยนหันมาสบตากันครู่หนึ่ง ฝ่ายหลังพยักหน้าให้นิดๆ แทบไม่สังเกตเห็น

เวินถางจึงกระแอมไอเบาๆ แล้วส่ายหน้าตอบ “แน่นอนว่าไม่ผิด ในเมื่อนายอยากลอง ก็เชิญตามสบาย”

ในฐานะผู้ใช้อสูรระดับทอง พวกเขาไม่คิดจะถือสาหาความกับเด็กรุ่นหลังที่กำลังเลือดร้อนอยู่แล้ว

ถ้าอีกฝ่ายดึงดันจะชนกำแพงให้ได้ ก็ปล่อยเขาไป

ถือซะว่าดูเรื่องตลกคลายเครียดสักเรื่อง

ไว้ได้ลิ้มรสความโหดของระดับสุดยอดแล้ว เดี๋ยวเจ้าหนุ่มนี่ก็คงซึ้งเองว่า บนโลกนี้ยังมีเรื่องบางเรื่องที่แค่ใจสู้อย่างเดียวมันไม่พอ

คนรอบข้างต่างพากันทำท่าทางรอชมเรื่องสนุก

มีเพียงปี้หยางที่กลอกตาด้วยความอ่อนใจ

เห็นมาดนิ่งๆ ดูสุขุมรอบคอบ ไหงพอเอาเข้าจริงกลับหัวรั้นขนาดนี้ เตือนอะไรก็ไม่ฟัง

หลินเจ๋อไม่สนสายตาใคร เขาเดินดุ่มกลับไปทิ้งตัวลงบนโซฟา กำแผ่นป้ายทองแดงในมือแน่น แล้วหลับตาลงเตรียมพร้อม

เมื่อเห็นดังนั้น สือเม่าเยี่ยนก็ยื่นมือออกไปทางศิลาต้นกำเนิด เตรียมเดินเครื่องแดนมายา

ส่วนเวินถางหันไปถามเจ้าหน้าที่ข้างกายอย่างไม่ใส่ใจนัก “เด็กคนนั้นชื่ออะไรนะ?”

เจ้าหน้าที่รีบพลิกดูรายชื่อในมือ ก่อนจะตอบกลับทันควัน

“เขาชื่อหลินเจ๋อครับ”

สิ้นเสียงคำตอบ เวินถางชะงักกึก

มือของสือเม่าเยี่ยนที่กำลังยื่นออกไปพลันหยุดค้างกลางอากาศ

ผู้คนรอบข้างต่างตกอยู่ในอาการอึ้งกิมกี่

ชื่อ ‘หลินเจ๋อ’ ราวกับมีมนต์สะกดบางอย่าง ทำให้ห้องที่เคยจอแจพลันเงียบกริบลงในบัดดล

เงียบจนได้ยินเสียงเข็มตก

ผ่านไปหลายอึดใจ เวินถางถึงได้สติ เขาเบิกตากว้างถามย้ำเสียงหลง

“เมื่อกี้นายว่าเขาชื่ออะไรนะ?”

“หลิน...หลินเจ๋อครับ”

เจ้าหน้าที่หนุ่มเป็นเพียงคนธรรมดา

เขาไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของชื่อนี้ พอเห็นปฏิกิริยาของผู้คนรอบข้างและผู้คุมสอบทั้งสอง ก็พาลนึกว่าตัวเองทำผิดพลาดอะไรไป จนเริ่มพูดติดอ่างด้วยความประหม่า

แต่เวินถางไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจเขาอีกแล้ว เขาหันขวับไปจ้องหลินเจ๋อบนโซฟาเขม็ง ถามเสียงรัวเร็ว

“นายคือหลินเจ๋อคนที่พิชิตหอคอยวิญญาณดาราคนนั้นหรือเปล่า?”

หลินเจ๋อลืมตาขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างสงบนิ่ง แล้วตอบรับอย่างตรงไปตรงมา

“ผมชื่อหลินเจ๋อ และผมก็เป็นคนเคลียร์หอคอยวิญญาณดาราจริงๆ ครับ”

แม้จะพอเดาได้ลางๆ แต่พอได้ยินเจ้าตัวยืนยันเต็มสองหู ทุกคนในที่นั้นก็พร้อมใจกันสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตื่นตะลึง

ที่แท้ก็คืออัจฉริยะเหนือโลกที่กำลังเป็นข่าวดังกระฉ่อนเมืองคนนั้นจริงๆ!

จบบทที่ บทที่ 240 ไม่ใช่ว่ายังมีอีกหนึ่งระดับความยากเหรอ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว