เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 180 เจอเข้ากับยอดฝีมือในตำนานแล้ว (ฟรี)

บทที่ 180 เจอเข้ากับยอดฝีมือในตำนานแล้ว (ฟรี)

บทที่ 180 เจอเข้ากับยอดฝีมือในตำนานแล้ว (ฟรี)


บทที่ 180: เจอเข้ากับยอดฝีมือในตำนานแล้ว

การเคลื่อนไหวของ ‘มังกรอสูรศิลาผลึก’ ดึงดูดสายตาของทุกคนไปในทันที

“อสูรรับใช้ระดับเจ็ด!”

ดวงตาของนายทหารวัยกลางคนทอประกายเจิดจ้า

เหล่าผู้ใช้อสูรโดยรอบต่างเบิกตากว้าง อุทานออกมาโดยพร้อมเพรียง

ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าเด็กหนุ่มที่ดูอ่อนวัยขนาดนี้ จะครอบครองอสูรรับใช้ระดับเจ็ดอยู่ด้วย

“นี่มัน...”

หนิงเทาเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตะลึง เผยให้เห็นแววตาที่ไม่อยากจะเชื่อ

ส่วนหลิวเหอนั้นถึงกับยืนอ้าปากค้างไปแล้ว

หมอนี่เป็นแค่นักเรียนไม่ใช่เหรอ?

เป็นไปได้ยังไงที่จะมีอสูรรับใช้ระดับเจ็ด?

นักเรียนสมัยนี้เก่งกาจถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

ในขณะนี้ ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่หลินเจ๋อเป็นจุดเดียว

เมื่อเทียบกับคนอื่น หลิ่วมั่น ซ่งถิง และกู้เหลิ่งเยี่ยนกลับมีท่าทีสงบนิ่ง ราวกับคุ้นเคยกับภาพเหตุการณ์เช่นนี้เป็นอย่างดี

กระทั่งตอนที่เห็นคนอื่นตกตะลึงกับความแข็งแกร่งที่หลินเจ๋อแสดงออกมา พวกเธอยังรู้สึกภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก

คาดไม่ถึงล่ะสิ นี่แหละอัจฉริยะตัวจริง!

และเรื่องที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่ายังตามมาติดๆ

หลินเจ๋อเรียก ‘วิญญาณแห่งปฐพี’ ออกมาสมทบ

ทันทีที่ปรากฏตัว วิญญาณแห่งปฐพีก็ชูมือทั้งสองข้างขึ้นสูง รวบรวมธาตุดินในฝ่ามืออย่างรวดเร็วจนก่อตัวเป็นก้อนหินมหึมา

จากนั้น...

มันก็เหวี่ยงแขนขว้างออกไปสุดแรง

พร้อมกับเสียงแหวกอากาศหวีดหวิว หินยักษ์พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับกระสุนปืนใหญ่ ไม่เพียงบดขยี้ผีเสื้อยักษ์แอตลาสตัวหนึ่งจนแหลกเหลว แต่ยังระเบิดกัมปนาทกลางอากาศ

ตูม!

คลื่นกระแทกอันบ้าคลั่งฉีกกระชากฝูงผีเสื้อยักษ์แอตลาสโดยรอบหลายสิบตัวจนแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตา

และนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น

วิญญาณแห่งปฐพีขว้างระเบิดศิลาออกมาลูกแล้วลูกเล่าอย่างต่อเนื่อง ระเบิดปูพรมใส่ฝูงแมลงในบริเวณใกล้เคียงจนกระบวนทัพแตกพ่าย

ในคลื่นอสูรที่เคยหนาแน่นเริ่มปรากฏช่องโหว่ขนาดใหญ่ให้เห็นอย่างเด่นชัด

“อสูรรับใช้ระดับเจ็ดตัวที่สอง?!”

เหล่าผู้ใช้อสูรต่างพากันอ้าปากค้าง

พวกเขาไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยว่า ชายหนุ่มที่ดูอายุไม่เกินยี่สิบปีตรงหน้า จะมีอสูรรับใช้ระดับเจ็ดในครอบครองถึงสองตัว

สวรรค์ช่วย! พวกเขาส่วนใหญ่ฝึกฝนมาแรมสิบยี่สิบปี กว่าจะมีอสูรรับใช้ระดับเจ็ดสักตัวก็เลือดตาแทบกระเด็น

เจ้าหมอนี่โผล่มาจากไหนกันแน่?

พรสวรรค์ระดับนี้มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!

แม้จะอยู่ท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือด แต่เหล่าผู้ใช้อสูรก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกใจลอยไปชั่วขณะ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายทหารวัยกลางคนและหนิงเทา

ยิ่งเป็นผู้ใช้อสูรที่เก่งกาจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสัมผัสได้ว่าพรสวรรค์ที่หลินเจ๋อแสดงออกมาในขณะนี้น่าสะพรึงกลัวเพียงใด

หากให้เวลาเขาเติบโตอีกสักหน่อย การก้าวขึ้นสู่ความเป็น ‘ผู้ใช้อสูรระดับตำนาน’ ก็คงไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน

คนทั้งสองต่างรู้สึกตกตะลึงอย่างหาที่เปรียบมิได้

ใครจะไปคิดว่าการนั่งรถไฟเที่ยวหนึ่ง นอกจากจะเจอคลื่นอสูรที่หาได้ยากแล้ว ยังจะได้เจอกับว่าที่ผู้ใช้อสูรระดับตำนานในอนาคตอีกด้วย

ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่

หลิวเหอที่ยืนอยู่ข้างๆ บัดนี้ได้แต่นิ่งงันไปแล้ว มองหลินเจ๋อด้วยสายตาราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาด

ต่อให้ทุบหัวเขาจนแตก เขาก็คิดไม่ถึงว่าหลินเจ๋อจะมีอสูรรับใช้ระดับเจ็ดถึงสองตัว

เจ้าหมอนี่มาจากไหนกันแน่?

หรือจะเป็นทายาทสายตรงของตระกูลผู้ใช้อสูรตระกูลใหญ่?

แต่เขารู้จักทายาทสายตรงของตระกูลผู้ใช้อสูรแทบทุกตระกูลในเมืองหนิงเจียง ไม่เห็นจะมีคนคนนี้อยู่เลย

สมองของหลิวเหอหมุนติ้ว สับสนงุนงงไปหมด

ทันใดนั้นเอง หลี่เสี่ยวจวินที่ยืนอยู่ข้างๆ หลิวเหอและคอยสังเกตหลินเจ๋อมาตลอด ดวงตาพลันเป็นประกายวูบ ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงตะโกนออกมาอย่างดีใจว่า

“ฉันรู้แล้ว ฉันนึกออกแล้ว! นายคือ ‘หลินเจ๋อ’ ใช่ไหม?”

เหล่าผู้ใช้อสูรที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันชะงัก

หลังจบศึกประลองใหญ่ของสถาบันหนิงเจียง และการผงาดขึ้นครองอันดับหนึ่งในเขตทองแดงของ ‘แดนมายาแห่งเกียรติยศ’ ภายในสองวัน ชื่อเสียงของหลินเจ๋อก็เลื่องลือไปทั่ววงการนักผจญภัยเมืองหนิงเจียง แทบไม่มีใครไม่รู้จัก

แม้แต่นายทหารวัยกลางคนและหนิงเทาก็ยังเคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง

เมื่อถูกหลี่เสี่ยวจวินทักท้วงขึ้นมา และเมื่อพิจารณาลักษณะของหลินเจ๋ออีกครั้ง ทุกคนก็พลันบรรลุแจ้งในทันที

ใช่แล้ว!

เป็นนักเรียนสถาบันหนิงเจียง แถมยังครอบครองอสูรรับใช้ระดับเจ็ดหลายตัว... นอกจาก ‘หลินเจ๋อในตำนาน’ ผู้นั้นแล้วจะเป็นใครไปได้อีก?

ต้องเป็นเขาแน่ๆ!

ในชั่วพริบตา สายตาที่ทุกคนมองมายังหลินเจ๋อก็แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

เดิมทีเข้าใจกันว่าเป็นเพียงนักเรียนที่มีฝีมือพอตัว แต่ใครจะคาดคิดว่ากลับกลายเป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้า

แม้หลินเจ๋อจะมีอายุน้อยกว่าทุกคนในที่นี้ แต่เรื่องความแข็งแกร่งนั้นเป็นที่ประจักษ์โดยไร้ข้อกังขา

คำร่ำลือในวงการระบุชัดว่าเขาครอบครองอสูรรับใช้ระดับเจ็ดถึงสามตัว

ด้วยขุมพลังระดับนี้ ในที่แห่งนี้มีเพียงนายทหารวัยกลางคนผู้นั้นเท่านั้นที่พอจะเทียบเคียงบารมีได้

หากคนเช่นนี้ไม่ใช่ยอดฝีมือ แล้วจะให้เรียกว่าอะไร?

หลิวเหอยิ่งตกตะลึงจนแทบเสียสติ

เขาถูกความจริงกระแทกหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนจุกอก พูดอะไรไม่ออก

เจ้าเด็กที่เขาเคยดูถูกเหยียดหยาม กลับกลายเป็นอัจฉริยะในตำนานที่หาตัวจับยาก

ความจริงข้อนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาลให้กับจิตใจของเขา

เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงตอนที่ตนเองยืดอกพูดอย่างมั่นใจว่าจะปกป้องพวกหลินเจ๋อ หลิวเหอก็รู้สึกอับอายขายขี้หน้าจนแทบอยากจะขุดหลุมฝังตัวเองเสียเดี๋ยวนั้น

เพื่อนร่วมทางของหลิวเหอต่างยืนแข็งทื่อเป็นตอไม้ มองหน้าเลิ่กลั่ก พูดไม่ออกบอกไม่ถูก

คนเราจะตัดสินกันแค่ภายนอกไม่ได้จริงๆ

ใครจะไปตรัสรู้ว่านักเรียนธรรมดาๆ ที่บังเอิญเจอบนรถไฟ จะเป็นถึงผู้ใช้อสูรยอดฝีมือที่มีอสูรรับใช้ระดับเจ็ดในครอบครองถึงสามตัว

ผิดกับฝ่ายหลี่เสี่ยวจวินและกลุ่มเด็กสาวที่จ้องมองหลินเจ๋อตาไม่กะพริบ

ดวงตาของพวกเธอแทบจะเป็นประกายรูปหัวใจ

หากไม่ใช่เพราะสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ป่านนี้พวกเธอคงพุ่งเข้าไปรุมล้อมพูดคุยกับหลินเจ๋อไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวของผู้ใช้อสูรยอดฝีมืออย่างกะทันหัน ก็ช่วยให้ทุกคนแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ลำพังหลินเจ๋อคนเดียวก็มีศักยภาพเทียบเท่ากับผู้ใช้อสูรระดับเงินทั่วไปถึงสามคน

การมีเขาอยู่ร่วมรบ ความหวังในการรอดชีวิตของทุกคนย่อมพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

หลินเจ๋อซึ่งคุ้นชินกับสถานการณ์และปฏิกิริยาทำนองนี้มานานแล้ว หาได้ใส่ใจสายตาคนรอบข้าง เขาเรียก 'เสี่ยวเสวี่ย' ออกมาสมทบ

“ฝากดูแลความปลอดภัยของรุ่นพี่ทั้งสามคนด้วย!”

หลินเจ๋อกำชับอสูรรับใช้สาวภูตหิมะ

สถานการณ์ในตอนนี้แตกต่างจากการฝึกฝนในแดนรกร้างตามปกติ

รอบทิศทางเต็มไปด้วยฝูงผีเสื้อยักษ์แอตลาสที่ดุร้ายบ้าคลั่ง

ต่อให้ยืนอยู่ในตู้ขบวนรบหุ้มเกราะก็ใช่ว่าจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

หลินเจ๋อมี 'ผู้พิทักษ์วิญญาณ' ระดับหกคุ้มกันกาย ย่อมไม่เกรงกลัวการโจมตีของอสูรแมลงพวกนี้

แต่กับรุ่นพี่ทั้งสามคนนั้นต่างออกไป

ด้วยระดับของผู้พิทักษ์วิญญาณและปริมาณพลังวิญญาณที่มีอยู่ เกรงว่าหากโดนผีเสื้อยักษ์แอตลาสโจมตีเข้าจังๆ เพียงไม่กี่ครั้ง เกราะวิญญาณคงแตกสลายและต้านทานไม่ไหว

เสี่ยวเสวี่ยพยักหน้ารับคำอย่างจริงจัง เธอยืนปักหลักอยู่เคียงข้างสามสาวไม่ห่างกาย คอยร่ายเวทโจมตีสกัดกั้นฝูงผีเสื้อยักษ์แอตลาสจากระยะไกล

รุ่นพี่ทั้งสามเห็นการกระทำนั้น ในใจก็พลันบังเกิดความซาบซึ้ง

หลิ่วมั่นเอ่ยขึ้น “รุ่นน้อง ไม่ต้องห่วงพวกเราหรอก ให้อสูรรับใช้ของเธอไปช่วยจัดการพวกแมลงข้างนอกเถอะ”

หลินเจ๋อส่ายหน้าตอบ ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่น

“เป้าหมายของเราคือการยื้อเวลาจนกว่าท่านพันเอกเมิ่งจะกำจัดจ่าฝูงได้ ไม่ใช่การฆ่าล้างบางพวกมัน ตราบใดที่แนวป้องกันของเรายังไม่แตก การขาดอสูรรับใช้ของผมไปหนึ่งตัวก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรมาก แต่เมื่อเทียบกันแล้ว... ความปลอดภัยของพวกพี่สำคัญกว่า!”

น้ำเสียงของหลินเจ๋อแม้จะราบเรียบ แต่กลับแฝงความห่วงใยและความมั่นคงที่ทำให้คนฟังรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด

รุ่นพี่ทั้งสามได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็พลันร้อนผ่าวขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย จังหวะหัวใจเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง

หลิ่วมั่นถึงกับแอบค่อนขอดในใจ

มิน่าล่ะ... รุ่นน้องกวนหนิงกับรุ่นน้องซินอี๋ถึงได้หลงเสน่ห์เขาหัวปักหัวปำ

เจ้าหมอนี่... โปรยเสน่ห์เก่งโดยไม่รู้ตัวจริงๆ!

จบบทที่ บทที่ 180 เจอเข้ากับยอดฝีมือในตำนานแล้ว (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว