- หน้าแรก
- อัจฉริยะตัวน้อยกับระบบยอดนักเรียน
- บทที่ 521 ผลการทดลองหมูหลอดแก้วเบื้องต้นสำเร็จ หมูหลอดแก้วตัวแรกของโลกกำลังจะมา
บทที่ 521 ผลการทดลองหมูหลอดแก้วเบื้องต้นสำเร็จ หมูหลอดแก้วตัวแรกของโลกกำลังจะมา
บทที่ 521 ผลการทดลองหมูหลอดแก้วเบื้องต้นสำเร็จ หมูหลอดแก้วตัวแรกของโลกกำลังจะมา
"ข้อมูลที่จำลองมาครั้งนี้ บวกกับข้อมูลชุดก่อนหน้านี้ อย่างน้อยก็ช่วยประหยัดเวลาการทดลองในห้องแล็บไปได้ 3-5 ปี แถมฉันยังใช้คอมพิวเตอร์สรุปผลทดลองอีก 2-3 เดือน ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณงานครึ่งปีถึงหนึ่งปีของห้องแล็บทั่วไป" หลี่อันเล่อคิดในใจ ที่ผู้เชี่ยวชาญเคยวิเคราะห์ไว้ก็ถูกของเขา
ถ้าไม่มีอุปกรณ์ที่ดี ต่อให้ 10 ปีก็อาจไม่สำเร็จ หรือต่อให้มีอุปกรณ์ก็อาจต้องใช้เวลา 3-5 ปีกว่าจะเห็นผล
"โชคดีที่มีระบบยอดนักเรียน ช่วยร่นเวลาไปได้อย่างน้อย 5 ปี แต่ค่าเกียรติยศที่เสียไปนี่สิเจ็บปวด"
หลี่อันเล่อมองดูข้อมูลจำลองการทดลองที่แลกมาทั้งสองครั้ง รวมกับข้อมูลการทดลองเด็กหลอดแก้วและหมูหลอดแก้วจากอังกฤษที่ได้มาก่อนหน้านี้ "ทั้งหมดนี้ช่วยร่นเวลาไปได้อย่างน้อย 8 ปีเชียวนะ เสียดายที่ต้องแลกมาด้วยแต้มเกียรติยศ เฮ้อ สงสัยปีนี้ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยเกาเข่าอีกรอบแล้วมั้ง"
ค่าเปิดห้องแล็บกับการจำลองสองครั้งรวมกันก็ปาเข้าไปพันกว่าแต้มแล้ว ถึงสอบได้ที่หนึ่งครั้งที่ 3 จะได้แต้มแค่ 2,000-3,000 ก็ถือว่าคุ้ม เพราะมันช่วยย่นเวลาการทำหมูหลอดแก้วไปได้ 8 หรือ 10 ปีเลยนะ
เทคโนโลยีอื่นก็เหมือนกัน จะมาห่วงหน้าตาไม่ยอมสอบเกาเข่าก็ไม่ใช่สไตล์หลี่อันเล่อ ในเมื่ออายุยังไม่ถึง 18 ชอบสอบเกาเข่าแล้วไง จะสอบหลายๆ ครั้งแล้วมันผิดตรงไหน คนเรายังกินข้าววันละ 3 มื้อเลย
ชีวิตนี้จะสอบเกาเข่าสักกี่ครั้งก็ไม่เห็นเป็นไร หลี่อันเล่อคิดแล้วก็รู้สึกว่าปีต่อๆ ไปก็น่าจะไปสอบอีก "เฮ้อ รอดูผลสอบก่อนละกัน ถ้าที่ 2 คะแนนตามมาติดๆ ก็จะไม่สอบแล้ว ไม่งั้นถ้าพลาดที่หนึ่งคงขายหน้าแย่ แถมจะไม่ได้แต้มด้วย"
"เฮ้อ พรุ่งนี้ต้องไปเรียนอีกแล้ว"
หลี่อันเล่อตั้งใจจะศึกษาข้อมูลการทดลองนี้ตอนกลางคืน แล้วค่อยเอาไปสอนคนในห้องแล็บ "ครึ่งเดือนน่าจะย่อยข้อมูลได้หมด" โชคดีที่คนในทีมหัวไว แถมคลุกคลีในห้องแล็บกับเขามา 3 เดือนกว่าแล้ว พื้นฐานถือว่าแน่นพอสมควร
ขณะที่หลี่อันเล่อกำลังตั้งใจเรียน เขาไม่รู้เลยว่าศาสตราจารย์จากภาควิชาชีววิทยาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งกำลังฟ้องรองอธิการบดีอ้ายอยู่
รองอธิการบดีอ้ายฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว
"ศาสตราจารย์สือ"
รองอธิการบดีอ้ายยกมือขึ้นห้ามไม่ให้ศาสตราจารย์สือพูดต่อ "เรื่องที่คุณเล่ามา ผมต้องขอไปตรวจสอบดูก่อน"
"ส่วนเรื่องที่นักศึกษาหลี่อันเล่อไม่ได้รอต้อนรับพวกคุณที่ฐาน เรื่องนี้ผมรู้ดี"
รองอธิการบดีอ้ายอธิบาย "ช่วงนี้นักศึกษาหลี่อันเล่อกำลังตั้งใจเรียนที่มหาวิทยาลัย ไม่ได้ไปที่ฐานเลยเพราะติดเรื่องเรียน ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคารพพวกคุณหรอกครับ แบบนี้จะถือว่าเสียมารยาทไม่ได้หรอก"
"จะเสียมารยาทหรือไม่ รองอธิการบดีอ้าย พวกเราไม่ได้สนใจหรอกครับ"
"แต่การเอาอุปกรณ์ดีๆ แบบนั้นไปไว้ในฟาร์มหมู มันเป็นการเอาของดีไปทิ้งขว้างชัดๆ ฟาร์มหมูจะเอาอุปกรณ์ล้ำสมัยแบบนั้นไปทำอะไร สู้มอบให้พวกเราไม่ดีกว่าเหรอ" ศาสตราจารย์สือแย้ง "ผมไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวนะ แต่มันเกี่ยวกับงานวิจัยของทั้งภาควิชาชีววิทยาของเราต่างหาก"
"ศาสตราจารย์สือ จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ"
รองอธิการบดีอ้ายถอนหายใจ "ฐานเพาะพันธุ์หมูเป็นของรัฐ รัฐเขาก็ต้องมีเหตุผลของเขา"
"รองอธิการบดีอ้าย คุณไม่ต้องมาปิดบังหรอก ผมไปสืบจากเพื่อนมาแล้ว อุปกรณ์พวกนั้นไอ้เด็กหลี่อันเล่อเป็นคนหามา อ้างว่าจะเอาไปทำวิจัย คุณลองคิดดูสิ นักศึกษาภาควิชาคอมพิวเตอร์จะไปทำวิจัยทางชีววิทยาอะไรได้ นี่มันเอาของดีไปทำลายเล่นชัดๆ พวกเราในฐานะอาจารย์ แค่ขอยืมมาเพื่อให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จะได้ไม่สูญเปล่า" ศาสตราจารย์สืออ้างเหตุผล "ใครจะไปรู้ พอไปถึง พวกผู้บริหารฐานก็มาขวางไม่ให้เข้า แถมยังไล่ตะเพิด ท่าทางหยาบคายมาก"
"ถ้าไอ้เด็กหลี่อันเล่อไม่ได้สั่งไว้ พวกเขาจะกล้าทำแบบนั้นเหรอ" ศาสตราจารย์สือไม่พอใจอย่างมาก "เป็นแค่นักศึกษา แต่กลับทำตัวแบบนี้กับอาจารย์สถาบันแม่ ใช้ได้ที่ไหน รองอธิการบดีอ้าย ชิงหัวเราเน้นสอนให้เด็กเคารพครูบาอาจารย์มาตลอด แต่ดูเหมือนจะยังต้องพยายามอีกเยอะนะ"
"ศาสตราจารย์สือ เรื่องนี้อาจจะมีความเข้าใจผิดกันก็ได้ ผมเคยเจอนักศึกษาหลี่อันเล่อ เขาไม่น่าจะเป็นคนแบบนั้นนะ" รองอธิการบดีอ้ายยิ้มเจื่อนๆ
"เข้าใจผิดอะไร ก็แค่นักศึกษา ผมว่าเด็กแบบนี้ต้องจัดการให้เด็ดขาด" ศาสตราจารย์หลี่ที่นั่งเงียบมาตลอดพูดขึ้นบ้าง
"เราคือชิงหัวนะ ไม่ใช่มหาวิทยาลัยไก่กา ถ้านักศึกษามีปัญหาก็ต้องจัดการ"
"ศาสตราจารย์หลี่ หลี่อันเล่อไม่ใช่นักศึกษาธรรมดานะครับ"
รองอธิการบดีอ้ายยิ้มขมขื่น คิดว่าจะจัดการได้ง่ายๆ เหรอ ภาควิชาคอมพิวเตอร์ไม่มีทางยอมแน่ๆ อย่าว่าแต่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ต่อให้ผิดจริง ภาควิชาก็ต้องปกป้อง แค่ผลงานคิดค้นระบบพิมพ์อู่ปี่อย่างเดียวก็คุ้มแล้ว
ถ้าชิงหัวลงโทษหลี่อันเล่อเพราะเรื่องแค่นี้ มหาวิทยาลัยอื่นคงหัวเราะร่า ดีไม่ดีเช้าโดนไล่ออก บ่ายสถาบันวิจัยคอมพิวเตอร์ของปักกิ่งก็มารับตัวไปแล้ว สถาบันและมหาวิทยาลัยอื่นๆ จ้องตาเป็นมันอยู่
แถมหลี่อันเล่อไม่ได้มีแค่สถานะนักศึกษา เขาเป็นถึงผู้บริหารฐาน ได้รับสิทธิพิเศษ มีรถประจำตำแหน่งดีกว่าตัวเขาที่เป็นรองอธิการบดีเสียอีก ชิงหัวจะโง่ลงโทษนักศึกษาแบบนี้ได้ยังไง แต่ศาสตราจารย์ตรงหน้าก็ไม่อยากจะขัดใจ เพราะกำลังพยายามดึงภาควิชาชีววิทยากลับมา
"โอ้ ไม่ธรรมดายังไง เป็นลูกหลานผู้นำคนไหน หรือเป็นญาติใครล่ะ?"
พวกเขาไม่เคยสืบประวัติหลี่อันเล่อจริงจัง ก็แค่นักศึกษา จะเสียเวลาไปสืบทำไม
"ศาสตราจารย์สือ ศาสตราจารย์หลี่ คงยังไม่รู้ประวัติของหลี่อันเล่อสินะครับ... หลี่อันเล่อน่ะ..."
รองอธิการบดีอ้ายเล่าประวัติของหลี่อันเล่อให้ฟัง เรื่องสอบได้ที่หนึ่งของประเทศยังไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องตีพิมพ์นิยายวิทยาศาสตร์ขายดีในต่างประเทศนี่สิ ทำให้ศาสตราจารย์ทั้งสองถึงกับอึ้ง ต่างประเทศเชียวนะ! นิยายขายดีด้วย!
นี่มันระดับนานาชาติเลยนะ ทั้งสองคนถึงกับงง "รองอธิการบดีอ้าย ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม?"
"เรื่องนี้รู้กันทั่วชิงหัวครับ"
"เห็นบอกว่าเป็นเด็กมาจากบ้านนอกห่างไกล ทำไมถึงเขียนภาษาอังกฤษได้ มันไม่สมเหตุสมผลเลย"
"ศาสตราจารย์สือ เรื่องนั้นผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน คงมีเหตุผลอะไรบางอย่างแหละครับ" รองอธิการบดีอ้ายกล่าว "ช่วงก่อนหน้านี้ หลี่อันเล่อยังบริจาคอุปกรณ์ล้ำสมัยระดับนานาชาติมูลค่าหลายหมื่นหยวนให้ภาควิชาคอมพิวเตอร์ด้วยนะ"
"แถมตอนปฐมนิเทศยังได้เป็นตัวแทนนักศึกษาใหม่ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ด้วย"
รองอธิการบดีอ้ายเสริม "ภาควิชาคอมพิวเตอร์รักเขาอย่างกับไข่ในหิน"
"แค่เขียนนิยายภาษาอังกฤษได้ ไม่เห็นจะเก่งตรงไหนเลย"
ศาสตราจารย์หลี่แย้ง "พวกเราที่นี่ใครๆ ก็พูดภาษาอังกฤษได้ แค่ได้ภาษาอังกฤษก็คิดว่าจะเอาอุปกรณ์พวกนั้นไปทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้เหรอ ก็แค่เด็กเล่นสนุกทำของพัง คนหนุ่มถ้าไม่เคยพลาดก็จะไม่รู้ซึ้งถึงเหตุผล"
"ศาสตราจารย์หลี่ ช่วงนี้ไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์เลยเหรอครับ?"
"ผมก็มุ่งแต่งานวิจัย จะเอาเวลาว่างที่ไหนไปอ่านล่ะ"
รองอธิการบดีอ้ายไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ศาสตราจารย์พวกนี้หยิ่งยโสเกินไป มิน่าล่ะทางฐานถึงไล่ตะเพิด คิดว่าฐานเป็นบ้านตัวเองหรือไง จริงอยู่ที่หลี่อันเล่อเป็นนักศึกษาชิงหัว แต่ถ้าคิดว่าเขาเป็นนักศึกษาธรรมดาที่ยอมให้กดขี่ได้ง่ายๆ ก็คิดผิดมหันต์แล้ว
"นี่หนังสือพิมพ์ไม่กี่ฉบับครับ"
"ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับฐาน"
รองอธิการบดีอ้ายนวดขมับ เรื่องนี้จัดการยากแฮะ เดี๋ยวต้องไปคุยกับหัวหน้าภาควิชาถังหน่อย ใครใช้ให้ชิงหัวตอนนี้ไม่มีงบ ไม่งั้นเขาคงซื้ออุปกรณ์พวกนี้เอง ไม่ต้องมาวุ่นวายแบบนี้หรอก
อีกอย่าง คราวก่อนมหาวิทยาลัยเราก็รีบร้อนเกินไป
อยากดึงภาควิชาชีววิทยากลับมา แต่ก็เร่งรีบเกินไป ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า ความรีบร้อนจะกลายเป็นจุดอ่อน นี่ไงล่ะ ก่อเรื่องจนได้ การกลับมาชิงหัวเป็นผลดีกับพวกเขาแท้ๆ ตอนนี้กลับกลายเป็นว่ามหาวิทยาลัยต้องคอยเอาใจ
"ทำลายสถิติเอเชีย"
ภาควิชาชีววิทยาตอนนี้มีสาขาสัตวบาลอยู่ การทำลายสถิติน้ำหนักหมู 100 วันของเอเชีย แสดงว่าฐานเพาะพันธุ์หมูได้สายพันธุ์ที่ดีมาก ถึงแม้จะต้องดูเรื่องความเสถียรของสายพันธุ์ต่อไป แต่แค่ครึ่งปีก็ทำผลงานได้ขนาดนี้ถือว่าไม่ธรรมดา
หน้าตาของศาสตราจารย์สือและหลี่เจื่อนลงทันที นี่มันตบหน้ากันชัดๆ เมื่อกี้ยังด่าว่าเด็กเมื่อวานซืนเอาอุปกรณ์ล้ำสมัยไปเล่นสนุกสูญเปล่า สู้เอามาให้พวกเขาดีกว่า ตอนนี้ผลงานก็ประจักษ์อยู่ทนโท่
"หมูหลอดแก้วตัวแรกของโลก?"
"เป็นไปไม่ได้"
ศาสตราจารย์ทั้งสองเห็นข่าวที่หลี่อันเล่อให้สัมภาษณ์ว่าฐานกำลังวิจัยหมูหลอดแก้ว และประสบความสำเร็จเรื่องการผสมเทียมแล้ว
"อังกฤษเพิ่งทำเด็กหลอดแก้วสำเร็จเมื่อปีที่แล้ว ประเทศเรายังไม่เคยแตะเรื่องนี้เลย ฐานเพิ่งตั้งขึ้นมาใหม่ๆ จะมีความรู้เรื่องนี้ได้ยังไง นี่มันสร้างเรื่องหลอกลวงเพื่อเอาหน้าชัดๆ ผมชักสงสัยแล้วสิว่าไอ้เรื่องทำลายสถิตินั่นก็อาจจะโกหกด้วย"
"ศาสตราจารย์สือพูดถูก เป็นไปไม่ได้หรอก"
"ตอนนี้อย่าว่าแต่ประเทศเราเลย แทบจะไม่มีประเทศไหนทำวิจัยเรื่องนี้ ยกเว้นประเทศพัฒนาแล้วไม่กี่ประเทศ ในประเทศเราเรื่องนี้ถือว่าว่างเปล่า ภาควิชาเราก็แค่เคยได้ยินข่าว ส่วนจะทำวิจัยเรื่องนี้จริงไหมยังอยู่ในช่วงพูดคุยกันอยู่เลย ไม่มีทางที่จะลงมือวิจัยในเร็วๆ นี้หรอก" ศาสตราจารย์หลี่เสริม "ตามที่เราประเมิน อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลา 8-10 ปีกว่าจะมีความคืบหน้า"
"รองอธิการบดีอ้าย คุณคิดว่าฟาร์มหมู... เอ๊ย สถาบันเพาะพันธุ์หมู จะทำงานวิจัยระดับสูงขนาดนี้ได้เหรอ?"
"นี่มันเรื่องตลกชัดๆ เหมือนโรงงานผลิตรถไถจู่ๆ ก็บอกว่าสร้างขีปนาวุธได้นั่นแหละ น่าขัน"
"ฮัดชิ้ว"
ใครนินทาฟระ หลี่อันเล่อบ่นอุบอิบ จามมาหลายทีแล้ว "อากาศก็ไม่ได้หนาวแล้วนี่"
"ช่างเถอะ นอนดีกว่า"
ตอนแรกกะจะอ่านข้อมูลให้จบ แต่จามจนทนไม่ไหว พักก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยอ่านต่อ วันรุ่งขึ้น หลี่อันเล่อถูกเรียกไปพบที่ห้องทำงานอธิการบดี เขาเคยมาแล้วเลยไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่
"รองอธิการบดีอ้าย มีธุระอะไรกับผมเหรอครับ?"
"นั่งสิ มีเรื่องจะปรึกษาด้วยหน่อย"
"รองอธิการบดีอ้ายล้อเล่นแล้วครับ มีอะไรก็สั่งมาได้เลย"
หลี่อันเล่อยิ้ม "ถ้าทำได้ ผมจะทำเต็มที่ครับ"
"ฮะๆ เธอพูดแบบนี้ฉันก็เบาใจ"
"คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้"
รองอธิการบดีอ้ายเล่าเรื่องที่คุยกับศาสตราจารย์ชีววิทยาเมื่อวานให้ฟัง "ศาสตราจารย์หลายท่านอาจจะเข้าใจผิด คิดว่าฐานเป็นหน่วยงานของมหาวิทยาลัย ท่าทีเลยอาจจะไม่ค่อยดีนัก เธออย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ"
"ไม่หรอกครับ"
"แต่ผมได้ยินมาว่า มหาวิทยาลัยเรายังไม่มีภาควิชาชีววิทยานี่ครับ หรือว่ามีความเข้าใจผิดอะไรกันหรือเปล่า?"
รองอธิการบดีอ้ายคิดในใจ ไอ้เด็กนี่ เมื่อวานหัวหน้าภาควิชาถังบอกว่าหลี่อันเล่อรู้เรื่องแล้ว วันนี้มาแกล้งโง่ สงสัยจะไม่ชอบขี้หน้าพวกศาสตราจารย์นั่นจริงๆ "เรื่องมันเป็นอย่างนี้..."
"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง"
หลี่อันเล่อยิ้ม "ท่านอธิบายแบบนี้ ผมก็เข้าใจแล้วครับ"
"แต่ท่านคงได้อ่านหนังสือพิมพ์ช่วงนี้แล้วใช่ไหมครับ เฮ้อ ช่วงนี้ฐานกำลังจะเริ่มโครงการใหญ่หลายโครงการ อุปกรณ์คงให้ยืมไม่ได้ในปีนี้ เอาไว้ปีหน้าละกันครับ ถึงตอนนั้นภาควิชาชีววิทยาอาจจะย้ายกลับมาสังกัดมหาวิทยาลัยแล้ว ผมจะได้พูดง่ายหน่อย" หลี่อันเล่อกล่าว "ดีไม่ดี ถึงตอนนั้นฐานอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากศาสตราจารย์ภาควิชาชีววิทยาด้วยซ้ำ"
"งั้นเหรอ ฐานมีโครงการใหม่ ก็ไม่สะดวกให้ยืมจริงๆ นั่นแหละ เข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันจะไปอธิบายให้พวกเขาฟังเอง"
หลี่อันเล่อแปลกใจ ยอมปล่อยไปง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ นึกว่าจะต้องเถียงกันยาวซะอีก "งั้นก็รบกวนท่านรองอธิการบดีอ้ายด้วยนะครับ"
"ว่าแต่ โครงการอะไรเหรอ?"
"หมูหลอดแก้วครับ"
"อ้อ?"
เมื่อวานรองอธิการบดีอ้ายเพิ่งไปสอบถามข้อมูลเรื่องนี้มา แนวโน้มโครงการนี้ยังไม่ชัดเจน ผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอกว่าประเทศเรายังไม่พร้อมจะทำโครงการนี้ในตอนนี้
"มีปัญหาอะไรไหม?"
"ก็พอไหวครับ มีความก้าวหน้าในบางเทคโนโลยีแล้ว"
หลี่อันเล่อยิ้ม "หวังว่าจะเห็นผลเป็นรูปเป็นร่างก่อนสิ้นปีนี้ครับ"
แม่เจ้า ไอ้เด็กนี่โม้แน่ๆ รองอธิการบดีอ้ายคิดในใจ ถ้าเขาไม่ได้โทรไปถามผู้เชี่ยวชาญเมื่อวาน คงโดนความมั่นใจของหลี่อันเล่อหลอกเข้าให้แล้ว
"เด็กคนนี้..."
รองอธิการบดีอ้ายไม่รู้ว่าหลี่อันเล่อแสดงเก่ง หรือมั่นใจจริงๆ แต่ก็เริ่มสงสัยในทัศนคติการทำงานวิจัยของหลี่อันเล่อ ถึงขนาดนึกไปถึงข่าวบนหนังสือพิมพ์ช่วงนี้
เรื่องทำลายสถิติน้ำหนักหมู 100 วัน เป็นฝีมือฐานจริงไหม มีการปลอมแปลงหรือเปล่า คนนอกก็ตั้งข้อสงสัยกันเยอะแยะ
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ"
"ไปเถอะ"
รองอธิการบดีอ้ายมองตามหลังหลี่อันเล่อที่เดินออกจากห้องไปพลางขมวดคิ้ว