- หน้าแรก
- อัจฉริยะตัวน้อยกับระบบยอดนักเรียน
- บทที่ 441 รายงานความเป็นไปได้ของฝนเทียมก่อให้เกิดความโกลาหล
บทที่ 441 รายงานความเป็นไปได้ของฝนเทียมก่อให้เกิดความโกลาหล
บทที่ 441 รายงานความเป็นไปได้ของฝนเทียมก่อให้เกิดความโกลาหล
ทุกคนได้ฟังหลี่อันเล่อเล่าเรื่องโครงการโน้น โครงการนี้ ถึงกับร้องโอ้โห เด็กคนนี้เก่งจริงๆ โครงการระดับชาติต้องการให้เขาไปดูแล โครงการระดับชาติอีกอันก็อยากได้ตัวเขาไปร่วมงาน
อย่าว่าแต่หนิวหงเลี่ยง จินเหยียนตง และจ้าวซวี่ซั่วเลยที่ตกใจ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขารู้เรื่องพวกนี้ เก่งเกินไปแล้ว
"กั๋วสี่ อันเล่อเก่งขนาดนี้ แกสอนยังไงเนี่ย?"
"ไม่มีอะไรหรอก เหมือนฉันนั่นแหละ หัวไว"
หลี่กั๋วสี่พูดแบบนี้ หลี่ต้าหลงกับหลี่ต้าหู่อยากจะพ่นน้ำใส่หน้า ฉลาดหรือเปล่าไม่รู้ แต่เรื่องอู้งานนี่เก่งที่หนึ่ง ไม้คดแต่ลูกตรงจริงๆ
"อันเล่อ ออกไปข้างนอกอย่าพูดเยอะนะ เดี๋ยวคนจะหาว่าอวด"
"พ่อครับ นี่อยู่บ้านนะ"
หลี่อันเล่อยิ้ม แล้วหันไปบอกหนิวหงเลี่ยง "หัวหน้าหนิว ฝากขอบคุณทางศูนย์วิจัยข้าวลูกผสมด้วยนะครับ ผมไม่มีเวลาจริงๆ ไว้มีโอกาสค่อยแลกเปลี่ยนความรู้กัน"
"ได้ เดี๋ยวผมจะเขียนจดหมายไปบอก"
หนิวหงเลี่ยงนับถือหลี่อันเล่อในใจ เวลาแค่ครึ่งปีทำเรื่องใหญ่ได้ตั้งเยอะ ที่ปรึกษาหลี่ก็คือที่ปรึกษาหลี่ ไปปักกิ่งก็ยังโดดเด่น
"เปรี้ยง!"
เสียงฟ้าผ่าทำเอาทุกคนสะดุ้ง หลี่ต้าหลงกับหลี่ต้าหู่วิ่งออกไปดู "ฝนจะตกเหรอ?"
"สวรรค์เมตตาแล้ว!"
ไม่มีใครสนใจกินข้าวแล้ว วิ่งออกไปดูกันหมด หลี่อันเล่อมองท้องฟ้า เมฆเริ่มตั้งเค้า แต่บางไปหน่อย ไม่รู้ฝนจะตกไหม
"เปรี้ยง!"
ฟ้าผ่าอีกครั้ง เมฆหนาขึ้น ลมพัดแรง แต่รอสักพัก ฝนตกลงมาแค่แปะๆ แล้วก็หายไป
"เอ่อ..."
หลี่ต้าหลงและคนอื่นๆ ที่ยิ้มแก้มปริถึงกับหน้าเหวอ เมฆหายไปไหนหมด ฝนตกมาไม่กี่หยด ไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่บ้านที่ผิดหวัง ทั้งอำเภอฉือเฉิง หรือแม้แต่เขตชิ่งฉือ ก็ดีใจเก้อ
"เสียดาย ถ้าทำฝนเทียมสักหน่อยคงตกได้พักใหญ่"
หลี่อันเล่อถอนหายใจ พูดเบาๆ แต่คนรอบข้างได้ยินชัดเจน
"อันเล่อ ฝนเทียมคืออะไร ทำให้ฝนตกได้จริงเหรอ?"
หลี่ต้าหู่ถามอย่างประหลาดใจ เขาไม่เคยรู้เรื่องฝนเทียมมาก่อน
ในจีนตอนนี้มีฝนเทียมแล้ว แต่ทำน้อยมากและแพงหูฉี่ แถบอันฮุยตอนใต้ยังไม่เคยมีการบันทึกว่าทำฝนเทียม
"ผมก็ไม่แน่ใจครับ"
หลี่อันเล่ออธิบายเงื่อนไขการเกิดฝนอย่างง่ายๆ "โดยทั่วไปฝนจะตกต้องมีเงื่อนไข คือเมฆที่มีไอน้ำมาก ในเมฆอุ่นต้องมีหยดน้ำขนาดใหญ่เพียงพอ ในเมฆเย็นต้องมีผลึกน้ำแข็ง"
"ฝนเทียมคือการเติมสารเข้าไปในเมฆที่มีหยดน้ำใหญ่หรือผลึกน้ำแข็งไม่พอ เพื่อกระตุ้นให้เกิดฝน"
หลี่อันเล่ออธิบาย "ต่างประเทศวิจัยเรื่องนี้เยอะ ในจีนก็มีแต่ใช้น้อย เพราะต้นทุนสูงมาก การทำฝนเทียมครั้งหนึ่ง ภาษีข้าวที่หลี่เจียพัวหรือทั้งคอมมูนส่งให้รัฐยังไม่พอค่าจรวดลูกเดียวเลย"
"เฮ้อ"
ทุกคนถอนหายใจ งั้นก็พูดไปก็ไร้ประโยชน์ "อันเล่อ เขียนรายงานเรื่องฝนเทียมให้หน่อยได้ไหม เอาไปให้เลขาธิการกัวดู"
"ก็ได้ครับ"
"แต่เลขาธิการกัวคงตัดสินใจไม่ได้ น่าจะส่งไปให้เลขาธิการเจี่ยนที่เขต"
หลี่อันเล่อถอนหายใจในใจ "ติดต่อหัวหน้าเฉิงด้วย เผื่อจะมีหวัง" เรื่องนี้เลขาธิการเขตอาจช่วยไม่ได้ แต่ถ้าเลขาธิการหว่านที่มณฑลช่วย อาจจะเป็นไปได้ แต่ยากมาก
มณฑลอันฮุยคงไม่มีใครวิจัยฝนเทียม ไม่อย่างนั้นคงไม่เกิดภัยแล้งรุนแรงจนนำไปสู่การล่มสลายของระบบคอมมูน และเริ่มใช้ระบบรับเหมาช่วงการผลิตในครัวเรือน
"ไม่คุยเรื่องนี้แล้ว กินข้าวก่อน"
กลับมาที่ห้องโถง หัวข้อสนทนาวนเวียนอยู่แต่เรื่องฝนเทียม จริงๆ ฝนเทียมฟังดูง่ายแต่ทำยาก ต้องมีการตรวจวัดเมฆชั้นสูง และต้องมีประสบการณ์ ซึ่งตอนนี้แทบไม่มี
แม้จะเคยทำในช่วงปลายยุค 50 แต่สะดุดไปเพราะเหตุการณ์ต่างๆ ข้อมูลคงไม่ครบถ้วน ต้องเริ่มใหม่หมด ถ้าไม่มีพื้นฐาน การทดลอง วิจัย ก็ยากจะสำเร็จ
กินข้าวเสร็จ หลี่อันเล่อกลับห้องไปเขียนรายงานครึ่งค่อนวัน เพราะไม่รู้เรื่องฝนเทียมมากนัก เลยเขียนได้แค่คร่าวๆ
"เอาไปให้ปู่ทวดต้าหู่ก่อน"
เขียนเสร็จก็เอาไปให้หลี่ต้าหู่
"เร็วขนาดนี้เชียว?"
"แค่อธิบายคร่าวๆ ครับ"
หลี่อันเล่อไม่กล้าเขียนมั่วซั่ว เรื่องใหญ่เกี่ยวกับภัยแล้ง
"เดี๋ยวเอาไปให้ปู่ทวดต้าหลง"
"ครับ งั้นผมกลับก่อน"
"จริงสิ หลี่ซวงกลับมาวันนี้"
"อาเล็กกลับมาวันนี้ ดีเลย ฝากบอกให้มาหาผมที่บ้านหน่อย ผมมีของจะให้" หานหรงหรงฝากของขวัญมาให้หลี่ซวงและเจี่ยนเจี๋ย หลี่อันเล่อกำลังคิดว่าจะเอาของให้เจี่ยนเจี๋ยยังไง พอหลี่ซวงกลับมาก็ง่ายขึ้น
กลับถึงบ้าน ไม่รู้หลี่กั๋วสี่ไปพูดยังไง คนแก่หลายคนมาถามวิธีเรียกฝน ถามว่าอันเล่อติดต่อเทพมังกรบนสวรรค์ได้ไหม หลี่อันเล่อมองคนแก่เหล่านี้อย่างจนใจ
ช่างเถอะ คนแก่แล้วจะห้ามพูดก็ไม่ได้ ส่วนมังกร ไม่เคยเห็น ติดต่อไม่ได้ ถ้าได้คงจับมาปิ้งกินไปแล้ว ขี้เกียจอธิบายแล้ว อีกสองวันจะกลับปักกิ่ง หลี่อันเล่อเรียกพ่อเข้าห้อง
"พ่อ จดหมายแนะนำตัวเขียนเสร็จหรือยัง?"
"เสร็จแล้ว อยู่นี่"
หลี่กั๋วสี่ยื่นให้ "จะไปเมื่อไหร่?"
"พรุ่งนี้ไปซื้อตั๋ว อีกสองสามวันก็ไปแล้ว"
เหลืออีกไม่ถึง 10 วันจะเดือนกันยายน ถ้าไม่รีบไปเดี๋ยวไม่ทัน เปิดเทอมแล้วจะออกมาลำบาก เผลอๆ โดนลากไปวิจัยวูบิอีก
"รีบจัง?"
"รัฐบาลปักกิ่งเร่งมาหลายรอบแล้ว ฐานเพาะพันธุ์หมูเคลียร์พื้นที่แล้ว สร้างหอพักเสร็จแล้ว เงินก็โอนมาแล้ว ไม่ไปคงไม่ได้" หลี่อันเล่อบอก "พ่อกับแม่ตกลงกันว่าไง?"
"พ่อคุยกับแม่แล้ว สองสามปีนี้จะไปอยู่ปักกิ่งบ้างเป็นครั้งคราว รอแกเรียนจบหางานทำ ค่อยไปอยู่ถาวร"
"แล้วทะเบียนบ้านล่ะ?"
"อยู่ที่นี่ไปก่อน"
"แล้วที่ฐานเพาะพันธุ์?"
"เดี๋ยวพวกเราจะช่วยดูให้ ใครอู้งานพ่อดูออกหมด"
หลี่กั๋วสี่กับสือฉินตกลงกันว่าจะไม่ไปอยู่ปักกิ่งถาวร เพราะไม่คุ้นเคย ถ้าหลี่อันเล่อยุ่งเรื่องเรียน ไม่ได้กลับบ้าน พวกเขาคงเหงาแย่
อยู่บ้านนอกดีกว่า คุยโวได้สบาย งานในหมู่บ้านก็ไม่ต้องทำหนักเพราะบารมีลูกชาย มีเงินมีทอง ผู้นำมาเยี่ยมบ่อยๆ
ไปปักกิ่งไม่มีใครรู้จัก ถึงลูกจะเก่งแต่ไม่มีใครให้คุยอวด ก็ไม่สนุก
"ก็ได้ครับ"
ทะเบียนบ้านปักกิ่งดีสำหรับคนยุคหลัง แต่สำหรับหลี่อันเล่อก็งั้นๆ พ่อแม่ไม่อยากได้ก็ช่างเถอะ เคารพการตัดสินใจ
เขาไปปักกิ่งยังคิดถึงบ้านเลย นับประสาอะไรกับพ่อแม่
"รอบนี้แม่จะไปด้วยไหม?"
"ไปสิ ไปไม่กี่วันก็กลับ ป้าแกก็จะไปไม่ใช่เหรอ?"
"งั้นพ่อ ผมพาปู่กับย่าไปด้วยดีไหม ท่านไม่เคยออกจากฉือเฉิงเลย"
หลี่อันเล่อตาเป็นประกาย "พ่อกับป้าก็ไป ขากลับก็มีคนดูแล ไปไม่นาน สิบกว่าวันก็กลับ"
"เดี๋ยวลองถามปู่กับย่าดู"
"เอาแบบนี้ เปิดจดหมายแนะนำตัวไปก่อน ผมซื้อตั๋วแล้วค่อยบอก มัดมือชก" หลี่อันเล่อยิ้ม "ไม่งั้นย่าคงเสียดายเงิน"
"จะดีเหรอ?"
"ดีสิ พ่อ ผมบอกความจริงเลยนะ ผมมีเงินติดตัว 3-5 หมื่น"
หลี่อันเล่อกระซิบ "เดี๋ยวผมทิ้งให้พ่อใช้ 5 พัน อย่าบอกแม่นะ"
"5 พัน?"
ไอ้ลูกชาย รักพ่อจริงๆ หลี่กั๋วสี่ดีใจ "ไม่บอกแม่แน่นอน แต่แกต้องให้แม่บ้างนะ"
"วางใจเถอะ"
ไม่น้อยกว่าพ่อแน่นอน หลี่อันเล่อคิด ถ้าปู่ย่าไป ก็ลองชวนบ้านอื่นดู ลุงรองคงไม่ว่าง อาห้าติดงานอาสะใภ้ งั้นก็...
นอกจากปู่ย่าแล้ว คนอื่นคงไปไม่ได้ อันจวีและพวกก็ใกล้เปิดเทอม ไม่รู้อาเล็กกับพี่ใหญ่จะไปทำงานที่ปักกิ่งไหม
"จริงสิ ไม่ได้ถามอาเล็กกับพี่ใหญ่เลยว่าจะไปทำงานที่ปักกิ่งไหม"
หลี่อันเล่อตบหน้าผาก มีคนงานมีประสบการณ์อยู่ตรงหน้า ทำไมไม่ชวน
พรุ่งนี้เข้าเมืองต้องถามให้รู้เรื่อง ปักกิ่งดีกว่าเมืองเล็กๆ แน่นอน วัยรุ่นควรไปผจญภัยในเมืองใหญ่
"เกือบลืมเรื่องสำคัญ"
หลี่อันเล่อรีบไปหาหลี่อันไฉ "พี่ จดหมายแนะนำตัวพี่สะใภ้เขียนหรือยัง พรุ่งนี้จะไปซื้อตั๋ว อีกสองวันเดินทาง"
"เขียนแล้ว ถ้าไม่ทวงลืมไปเลย"
"เดี๋ยวผมไปเอา"
"พี่ ผมขับรถไปส่ง"
ถือโอกาสไปเจอพี่สะใภ้ด้วย ยุ่งจนยังไม่เคยเจอเลย รถแล่นไปถึงเกาเจียไจ้ หมู่บ้านใกล้ๆ
"เลี้ยวซ้ายข้างหน้า ถึงแล้ว"
บ้านหลังใหญ่ ครึ่งตึกครึ่งไม้ ถือว่าฐานะดี
"ซู่ซู่"
"ใครคะ"
"ฉันเอง อันไฉ"
"พี่สะใภ้ ซู่ซู่อยู่ไหม?"
"อยู่จ้ะ ซู่ซู่ อันไฉมาหา"
เกาซู่ซู่ตัวสูงพอๆ กับหลี่อันไฉ หลี่อันเล่อแยกไม่ออกว่าใครสูงกว่า
"พี่สะใภ้"
"เธอคืออันเล่อใช่ไหม?"
"ใช่ครับพี่สะใภ้"
หลี่อันเล่อยิ้ม "เจอกันครั้งแรก ไม่มีอะไรมาก ของขวัญเล็กน้อยครับ"
"หา?"
เกาซู่ซู่งง น้องสามีให้ของขวัญพี่สะใภ้ตั้งแต่เมื่อไหร่
"รับไม่ได้หรอก"
"พี่"
"รับไว้เถอะ อันเล่อตั้งใจซื้อมาจากฮ่องกง ลำบากขนมา"
"ขอบใจนะอันเล่อ"
"จริงสิ พี่ก็มีของให้เธอ"
หลี่อันไฉไม่โง่ หยิบนาฬิกากับวิทยุออกมา ของดี "วิทยุเครื่องเล็ก พกไปฟังตอนทำนาได้"
"จริงด้วย"
"แล้วก็นาฬิกาดิจิทัล กลางคืนเรืองแสงได้"
ของดี เกาซู่ซู่ไม่เคยเห็น คงแพงน่าดู หลี่อันไฉยิ้ม "อันเล่อให้มา"
"รับของเขามาเยอะขนาดนี้ได้ไง"
"อันเล่อช่วยเรามาเยอะ"
"ก็เขาเป็นน้องผมนี่นา"
หลี่อันไฉยืดอก โดนเกาซู่ซู่ตีไหล่เบาๆ พูดจาเลอะเทอะ "วางใจเถอะ ฉันจำได้หมด เราไปปักกิ่งเพื่อเฝ้าฐานให้จันเล่อ ไม่ให้ใครมาเอาเปรียบ"
"จำไว้ก็ดี"
"จดหมายแนะนำตัวล่ะ พรุ่งนี้จะไปซื้อตั๋ว อีกสองวันเดินทาง"
"อ้อ เก็บของเกือบเสร็จแล้ว"
คุยกันสักพักก็กลับ ระหว่างทางหลี่อันเล่อบอกเรื่องจะพาปู่ย่าไปปักกิ่งให้หลี่อันไฉรู้ "พี่ ช่วยกันหน่อยนะ"
"วางใจได้"
พอกลับถึงบ้าน หลี่ต้าหู่ก็มารอ บอกว่าเลขาธิการกัวอยากเจอ
"เลขาธิการกัว เรื่องฝนเทียมเหรอครับ?"