เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 333 ที่ปรึกษาหลี่กลับมาแล้ว สถานีเกษตรโดนแยกส่วน หัวหน้าหงตาค้าง

บทที่ 333 ที่ปรึกษาหลี่กลับมาแล้ว สถานีเกษตรโดนแยกส่วน หัวหน้าหงตาค้าง

บทที่ 333 ที่ปรึกษาหลี่กลับมาแล้ว สถานีเกษตรโดนแยกส่วน หัวหน้าหงตาค้าง


หลี่อันเล่อหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เจี่ยนเจี๋ยกับจี้เฟิงตอนรายงานจะไปเอ่ยชื่อเขาทำไม ทีนี้ผลงานคู่มือการเลี้ยงหมูเพื่อสุขภาพและคู่มือป้องกันโรคระบาดหมูเกินครึ่งก็มาตกที่เขา

ไม่จำเป็นเลย เขาไม่ได้คิดจะกลับไปสถานีเกษตรสักหน่อย

กัวอ้ายจวินฟังรายงานจบก็อึ้งๆ เพราะเฉิงอันกั๋วจัดให้กลุ่มตรวจสอบรายงานก่อน ผลงานทั้งหมดเลยตกเป็นของกลุ่มตรวจสอบและหลี่อันเล่อ รายงานในมือเขากลายเป็นเศษกระดาษไปเลย

ที่สำคัญ สถานีเกษตรไม่ได้ประกาศใช้คู่มือป้องกันโรคระบาดหมูทันที แค่แจ้งเตือนให้ระวังโรคระบาด งานจริงๆ กลุ่มตรวจสอบเป็นคนทำทั้งนั้น

"หัวหน้ากัว ตาคุณแล้ว"

กัวอ้ายจวินได้แต่กัดฟันรายงานสั้นๆ เฉิงอันกั๋วนั่งตรงข้ามยิ้มกริ่มมองกัวอ้ายจวิน

"งานของสถานีเกษตรต้องทำให้ละเอียดกว่านี้นะ" ผู้อำนวยการเจี่ยนแห่งคณะกรรมการปฏิวัติภูมิภาคกล่าวเรียบๆ

"เฮ้อ ท่านผู้นำครับ สถานีเกษตรของเราดูแลงานเยอะเกินไป จับฉ่ายไปหมด หัวหน้ากัวอาจจะไม่ทันสังเกตความรุนแรงของโรคระบาดหมูแต่เนิ่นๆ" เฉิงอันกั๋วรอให้ผู้อำนวยการเจี่ยนพูดจบ ก็ถูกเรียกชื่อ เลยพูดช่วยกัวอ้ายจวินประโยคหนึ่ง

แต่ฟังดูแปลกๆ ไม่เหมือนช่วยสักเท่าไหร่ ไม่คิดว่าผู้อำนวยการว่านจะพยักหน้าเห็นด้วย "ทางมณฑลก็สังเกตเห็นปัญหานี้เหมือนกัน ก่อนมาผมได้ปรึกษากับผู้บริหารฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว ว่าจะลองนำร่องที่ภูมิภาคฉือถง แยกงานสัตวแพทย์และการปศุสัตว์ออกจากสถานีเกษตร"

"กลุ่มสัตวแพทย์จะได้ทำงานได้เป็นมืออาชีพและคล่องตัวมากขึ้น"

พู้อำนวยการว่านพูดจบ กัวอ้ายจวินตัวชาไปทั้งตัว เมื่อก่อนสถานีเกษตรมีอำนาจครอบคลุมกว้างขวาง ถ้าแยกงานสัตวแพทย์และการปศุสัตว์ออกไป สถานีเกษตรก็จะเหลือแค่งานเพาะปลูก

อำนาจหายไปเกินครึ่ง กัวอ้ายจวินตาค้าง ไม้นี้โหดจริงๆ

หลี่อันเล่อมองกัวอ้ายจวิน คิดในใจว่านี่คงเป็นแผนของผู้อำนวยการคณะกรรมการปฏิวัติคนใหม่ โดยมีเฉิงอันกั๋วและคณะกรรมการปฏิวัติภูมิภาคให้ความร่วมมือ แต่สถานีเกษตรภูมิภาคมีอำนาจกว้างขวางเกินไปจริงๆ การแยกส่วนจะทำให้บริหารจัดการง่ายขึ้น

แต่สำหรับกัวอ้ายจวิน มันเจ็บปวด ฟาร์มหมูและฟาร์มสัตว์ต่างๆ จะไม่อยู่ภายใต้การดูแลของเขาอีกต่อไป แค่ฟาร์มหมูอย่างเดียวปีๆ หนึ่งทำเงินให้สถานีเกษตรได้ตั้งเท่าไหร่

หลี่อันเล่อนั่งอยู่ข้างๆ คิดในใจ สมน้ำหน้า ครั้งนี้กัวอ้ายจวินทำผลงานเรื่องโรคระบาดหมูน่าผิดหวังเกินไป ทางมณฑลเลยมีข้ออ้าง ทางภูมิภาคก็ไม่ชอบหน้ากัวอ้ายจวินที่เป็นคนนอกอยู่แล้ว การแยกส่วนไม่มีผลเสียอะไรกับพวกเขา

แถมยังเพิ่มตำแหน่งงานได้อีก หลี่อันเล่อร่วมฟังการรายงานจนจบแบบมึนๆ

"ที่ปรึกษาหลี่"

"ยินดีด้วยครับ"

"ช่างเทคนิคหวังล้อเล่นแล้ว ผมแค่ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์"

หลี่อันเล่อยิ้มขื่น ตอนนี้กลุ่มตรวจสอบถูกโอนไปอยู่กลุ่มสัตวแพทย์ รับผิดชอบงานป้องกันโรคระบาดหมู ครั้งนี้เจี่ยนเจี๋ยและคนอื่นๆ ถูกย้ายไปหมด แถมยังเพิ่มสัตวแพทย์อีกหลายคน กลุ่มตรวจสอบขยายขนาดขึ้นหลายเท่า

เจี่ยนเจี๋ยและพวกเสนอให้หลี่อันเล่อเป็นหัวหน้ากลุ่ม แต่เขาปฏิเสธ สุดท้ายเลยได้ตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มาแทน ดีที่มีแค่ชื่อ ไม่มีเงินเดือน

จริงๆ นะ หลี่อันเล่อไม่อยากกลับเข้าสถานีเกษตรเลย แต่ผู้อำนวยการว่านพูดขนาดนั้น

หลี่อันเล่อจะไม่ไว้หน้าก็ไม่ได้ เลยอ้างว่าเรียนหนัก ปฏิเสธตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มและที่ปรึกษาอาวุโส รับแค่ตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์

"น่าเสียดายนะครับ"

หวังชวนบอก "ที่ปรึกษาหลี่ ความสามารถทางการแพทย์ของคุณ ใครๆ ในภูมิภาคก็รู้ว่าคุณคือมือหนึ่ง"

"ไม่ครับๆ อย่าชมผมเลย"

หลี่อันเล่อโบกมือ ตอนนี้โรคระบาดรุนแรงขนาดนี้ ขืนรับตำแหน่ง พรุ่งนี้คงมีคนเสนอชื่อเขาไปดูแลเรื่องโรคระบาดที่มณฑล หรือภูมิภาค ถึงตอนนั้นถ้าเกิดความเสียหาย เขาต้องรับผิดชอบด้วย

"อันเล่อ เร็วเข้า เดี๋ยวเราจะไปตรวจงานที่อำเภอฉือเฉิง"

เจี่ยนเจี๋ยดึงแขนหลี่อันเล่อ "ไม่รู้ว่าเดี๋ยวหัวหน้าหงเจอพวกเราจะตกใจไหม"

"ตกใจ ก็คงจะตกใจแหละ"

หลี่อันเล่อยิ้ม "ช่างเถอะ ผมไม่ไปดีกว่า"

"ไปเถอะน่า ไปเถอะ ฉันบอกพ่อแล้ว เดี๋ยวให้รถมาส่งกลับ"

เจี่ยนเจี๋ยคะยั้นคะยอ "รู้ว่าต้องเรียน ไม่รบกวนเวลานานหรอก"

"ไม่เอา ผมไม่ไปดีกว่า"

"ผมกลับก่อนนะ"

นี่ก็จะเที่ยงแล้ว อาทิตย์หน้ามีการสอบร่วมระดับมณฑล ครั้งแรกเลยนะเนี่ย ต้องบอกว่าพอเข้าปี 77 การติดต่อระหว่างโรงเรียนก็มากขึ้น การสอบร่วมระดับมณฑลจึงเกิดขึ้น

เมื่อปีก่อนๆ อย่าได้หวังเลย คะแนนเกียรติยศรอบนี้ หลี่อันเล่อรอมานานแล้ว

ส่วนไปฉือเฉิงช่างเถอะ หงเจิ้งพวกนั้น หลี่อันเล่อขี้เกียจเจอหน้า ไปตบหน้าพวกเขา เหอะๆ

กลับไปอ่านหนังสือมีประโยชน์กว่าเยอะ หลี่อันเล่อไม่รู้หรอกว่าพอเขาไม่ไป เจี่ยนเจี๋ยกับจี้เฟิงยิ่งจัดเต็ม

"ภารกิจตบหน้าฝากพวกนายด้วยนะ ฉันจะกลับไปอ่านหนังสือ!"

...

"หัวหน้าจาง ท่านผู้นำระดับมณฑลถึงไหนแล้ว?"

หงเจิ้งได้รับโทรศัพท์ก็รีบกลับมาที่สถานีเกษตรทันที

"เพิ่งถึงคณะกรรมการปฏิวัติอำเภอ สถานีแรกคือสถานีเกษตรของเรา สถานีที่สองคือฟาร์มหมูอำเภอ"

จางเว่ยกั๋วรายงาน "ผู้ติดตามมีผู้บริหารจากคณะกรรมการปฏิวัติภูมิภาคและสถานีเกษตรภูมิภาคด้วย"

"อาหารเย็นเตรียมพร้อมหรือยัง?"

"เรียบร้อยครับ ผมสั่งโรงอาหารเตรียมกับข้าวสี่อย่างซุปหนึ่งอย่างตามมาตรฐานแล้ว"

"ต้องทำให้ประณีตหน่อยนะ"

หงเจิ้งกำชับ "นี่เป็นหน้าเป็นตาของชาวฉือเฉิง เป็นหน้าเป็นตาของสถานีเกษตรเรา"

"วางใจเถอะครับหัวหน้า"

จางเว่ยกั๋วรับคำ "อาหารโรงอาหารของเราอร่อยติดอันดับต้นๆ ของภูมิภาคอยู่แล้ว"

"เตรียมอาหารขึ้นชื่อไว้เยอะๆ นานๆ ทีผู้ใหญ่จะมาเยี่ยม ต้องดูแลให้ดี" หงเจิ้งยังไม่รู้เรื่องที่มณฑลและภูมิภาคจะแยกส่วนสถานีเกษตร ไม่งั้นคงกระอักเลือด ไม่กินข้าวกินปลาแล้ว

"หัวหน้าหง ท่านผู้นำมาถึงแล้วครับ"

"เร็วเข้า ไปต้อนรับ"

เจ้าหน้าที่สถานีเกษตรรีบไปที่หน้าประตู ไม่นานขบวนรถก็มาถึง

"เอ๊ะ ทำไมหน้าคุ้นๆ?"

จี้เฟิง เจี่ยนเจี๋ย และคนอื่นๆ ลงจากรถ ยิ้มมองสถานีเกษตรอำเภอ "ข้าหูฮั่นซานกลับมาแล้ว" จี้เฟิงพูดอย่างภูมิใจ

"พอเถอะ"

ไม่อายหรือไง ฟางอิงหนานตีจี้เฟิง "เจี่ยนเจี๋ย แบบนี้เรียกว่ากลับบ้านอย่างยิ่งใหญ่ไหม?"

"คงงั้นมั้ง"

"ไม่หรอก พวกเรากลับมาตบหน้าต่างหาก"

"ตบหน้า?"

"อาจารย์หลี่บอกก่อนไปว่า เขาไม่มีเวลามาตบหน้า ฝากพวกเราจัดการแทน" ลู่ต้าหย่งบอก

"แต่อาจารย์หลี่เปรียบเทียบได้เห็นภาพจริงๆ ตบหน้า"

"ฮ่าๆๆ เดี๋ยวหัวหน้าหงเห็น ไม่รู้คางจะหลุดหรือเปล่า"

"ไปกันเถอะ"

พวกเดินตามผู้ใหญ่เข้าไปในสถานีเกษตร จางเว่ยกั๋วและคนอื่นๆ คุ้นเคยกับลู่ต้าหย่งดี จำได้ทันที หงเจิ้งไม่ค่อยได้เจอเจี่ยนเจี๋ยพวกนี้เท่าไหร่

"คนพวกนี้ไม่ใช่กลุ่มตรวจสอบเหรอ ทำไมตามมาด้วย?"

หงเจิ้งสงสัย พอสืบรู้ความจริง ก็ตาค้าง งานป้องกันโรคระบาดหมูของฟาร์มหมูอำเภอฉือเฉิงทั้งหมดถูกโอนไปให้กลุ่มป้องกันโรคระบาดหมูของสถานีสัตวแพทย์ภูมิภาคดูแล สมาชิกกลุ่มตรวจสอบพวกนี้กลายเป็นแกนหลักของกลุ่มป้องกันโรคแล้ว

ทีนี้หน้าหงเจิ้งดูไม่ได้เลย อำนาจหายวับไปครึ่งหนึ่ง

"หัวหน้าหง ไม่เจอกันนานนะ"

"หัวหน้าเฉิง?"

เฉิงอันกั๋ว หงเจิ้งอึ้ง คนนี้โดนย้ายออกจากสถานีเกษตรภูมิภาคเพราะเรื่องคราวนั้นไม่ใช่เหรอ ทำไมกลับมาแล้ว

"หัวหน้าหง ท่านนี้คือรองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการปฏิวัติมณฑล ผู้อำนวยการเฉิง"

"ดูสิ พวกคุณรู้จักกันดีอยู่แล้ว ผมแนะนำทำไมเนี่ย" เจ้าหน้าที่คณะกรรมการปฏิวัติภูมิภาคหัวเราะ

"ใช่ครับ พวกเรารู้จักกันมานานแล้ว"

เฉิงอันกั๋วยิ้ม "หัวหน้าหง เตรียมตัวหน่อย ท่านผู้นำอยากฟังรายงานสถานการณ์โรคระบาดหมูในอำเภอฉือเฉิง"

"หา?"

หงเจิ้งชะงัก รีบสั่ง "จางเว่ยกั๋ว รีบไปเตรียมการ"

จางเว่ยกั๋วเห็นเฉิงอันกั๋วก็งงเหมือนกัน ตอนลงจากรถเขาก็มึนๆ อยู่แล้ว พอรู้ว่าคนนี้กลายเป็นผู้บริหารระดับมณฑล ยิ่งตกใจหนัก

"เป็นไปได้ยังไง ไหนว่า..."

จางเว่ยกั๋วคิดหนัก ระหว่างเตรียมห้องประชุม ก็สืบเรื่องเฉิงอันกั๋วไปด้วย

การประชุมต่อมา เหงื่อหงเจิ้งไหลเป็นทาง งานป้องกันโรคระบาดหมูของอำเภอฉือเฉิงแย่มาก พอท่านผู้นำถามถึงคู่มือสุขภาพ คู่มือป้องกันโรคระบาดหมู หน้าหงเจิ้งยิ่งดูไม่ได้

"ผมได้ยินว่าคู่มือพวกนี้กลุ่มตรวจสอบภายใต้สถานีเกษตรของคุณเป็นคนเขียนนี่ ภูมิภาคเขาใช้กันได้ผลดี ทำไมที่ฉือเฉิงถึงเป็นแบบนี้?" ผู้อำนวยการเจี่ยนถามหน้าสงสัย

"เกิดอะไรขึ้น ทางภูมิภาคแจ้งลงมาแล้วไม่ใช่เหรอ"

"หัวหน้าหง?"

หงเจิ้งไม่รู้จะพูดยังไง ในประกาศไม่ได้บอกชัดเจนให้ใช้คู่มือ แค่เปรยๆ ตอนนั้นหงเจิ้งสั่งจางเว่ยกั๋วให้ไปเชิญหลี่อันเล่อกลับมา

พอหลี่อันเล่อปฏิเสธ เขาก็โมโห พอจะเอามาใช้ โรคระบาดก็แพร่ไปแล้ว

"เรื่องนี้ เป็นความผิดพลาดในการทำงานของเจ้าหน้าที่บางคนในสถานีเกษตร ความคิดล้าหลัง ทำงานที่ได้รับมอบหมายไม่สำเร็จทันเวลาครับ" หงเจิ้งยอมรับผิด "ท่านผู้อำนวยการเจี่ยน ผมขอน้อมรับผิด"

"ผมจะรีบกำชับจุดสัตวแพทย์..."

"ไม่ต้องลำบากคุณแล้ว จุดสัตวแพทย์จะแยกตัวออกมา ทำงานตามคำแนะนำของกลุ่มตรวจสอบไปก่อน รอให้โรคระบาดผ่านไปค่อยว่ากัน"

โอ้โฮ ยึดจุดสัตวแพทย์ไปดื้อๆ หงเจิ้งทำอะไรไม่ถูก

"เอาล่ะ เจ้าหน้าที่จุดสัตวแพทย์ไปรายงานตัวกับกลุ่มตรวจสอบ เริ่มงานได้ทันที"

หงเจิ้งมึนตึ้บ ประชุมเสร็จ เขาแทบจะกลายเป็นแม่ทัพไร้ไพร่พล

"หัวหน้าครับ จะเลี้ยงข้าวท่านผู้นำไหมครับ?"

"เลี้ยงข้าว?"

"เลี้ยงข้าว"

หงเจิ้งยิ้มขื่น ครั้งนี้โรคระบาดทำเอาเขาแย่ งานออกมาไม่ดี ต้องโทษไอ้หลี่อันเล่อคนเดียว ไอ้เวรนั่น ปฏิเสธดื้อๆ

"หัวหน้าครับ..."

"มีอะไรอีก?"

จางเว่ยกั๋วอึกอัก เมื่อกี้สมาชิกกลุ่มตรวจสอบบอกข่าวเขามาข่าวหนึ่ง หลี่อันเล่อตอนนี้เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของกลุ่มป้องกันโรคระบาดหมูระดับภูมิภาค ท่านผู้นำระดับมณฑลระบุชื่อเอง

จางเว่ยกั๋วได้ยินข่าวนี้ก็อึ้ง ท่านผู้นำระดับมณฑลระบุชื่อ ความหมายมันเปลี่ยนไปเลยนะ

หรือหลี่อันเล่อมีเส้นสายระดับมณฑล จางเว่ยกั๋วลอบสืบข่าว ผู้อำนวยการคณะกรรมการปฏิวัติมณฑลคนใหม่มีความสัมพันธ์อันดีกับท่านผู้นำที่ให้ลายพู่กัน มิน่าล่ะเฉิงอันกั๋วถึงได้ดิบได้ดี

"หัวหน้าครับ เมื่อกี้ผมได้ยินมาว่าหลี่อันเล่อเป็นที่ปรึกษากลุ่มป้องกันโรคระบาดหมู"

"คุณว่าอะไรนะ?"

"หลี่อันเล่อเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของกลุ่มป้องกันโรคระบาดหมูครับ"

"ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์?"

หงเจิ้งชะงัก แค่กิตติมศักดิ์ ก็ยังดี "ตอนนี้ผมไม่ได้ดูงานส่วนนี้แล้ว เขาจะเป็นที่ปรึกษาก็เป็นไป ผมยุ่งไม่ได้"

จางเว่ยกั๋วคิดในใจ เชื่อตายล่ะ แต่อนาคตจุดสัตวแพทย์แยกตัวออกไป เขาคงไม่ต้องขึ้นกับหงเจิ้งแล้ว แต่กลายมาเป็นลูกน้องหลี่อันเล่อแทน

เดี๋ยวไปฟาร์มหมูอำเภอ ไม่รู้หลิวหงจวินรู้ข่าวนี้จะเป็นยังไง

จบบทที่ บทที่ 333 ที่ปรึกษาหลี่กลับมาแล้ว สถานีเกษตรโดนแยกส่วน หัวหน้าหงตาค้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว