เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 220 - มุมหนึ่งแห่งเจียงหนาน

บทที่ 220 - มุมหนึ่งแห่งเจียงหนาน

บทที่ 220 - มุมหนึ่งแห่งเจียงหนาน


บทที่ 220 - มุมหนึ่งแห่งเจียงหนาน

หลี่ติ้งกั๋วที่เปลี่ยนชุดใหม่แล้ว ดูสูงโปร่งและหล่อเหลาเอาการ

ภายใต้คิ้วหนาเข้มทั้งสองข้าง ดวงตาคูโตฉายแววทรงอำนาจจนผู้ที่ได้เห็นต้องครั่นคร้าม

เขาวางมือทั้งสองลงบนที่พักแขนของเก้าอี้ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยถาม "หยุนเจาล่วงรู้แล้วใช่ไหมว่าข้ามาที่นี่?"

หยุนเจาพยักหน้าตอบ "ถูกต้อง ข้าถูกส่งมาเพื่อติดต่อกับท่าน"

"เพื่อจับกุมข้าหรือ?"

"ไม่ใช่หรอก หากต้องการจะจับกุมท่าน ท่านคงถูกรวบตัวไปนานแล้ว"

หลี่ติ้งกั๋วพยักหน้าเห็นด้วย "เรื่องนี้ข้าเชื่อ แต่ทำไมถึงไม่ทำล่ะ? เพียงเพราะข้ามีค่าสี่หมื่นสามพันตำลึงอย่างนั้นหรือ?"

หยุนเจาส่ายหน้า "ช่วงนี้ขอให้ท่านมองดูอำเภอหลานเถียนให้ดีเถอะ ไม่ต้องไปเป็นแขกเกี่ยวข้าวให้ใคร และไม่ต้องไปเป็นกุลีรับใช้ใครอีก แค่เดินเที่ยวชมไปทั่วอำเภอหลานเถียนก็พอ เมื่อไหร่ที่ท่านอยากจะจากไปก็บอกข้า ข้าจะเป็นคนไปส่งท่านเอง!"

"ข้าจะหนีไปได้จริงๆ หรือ?"

"หากเป็นจางปิ่งจง ไอ้เหนิงฉี ซุนเข่อว่าง หรือหลิวเหวินซิ่วมาที่นี่ ล้วนมีแต่ความตายรออยู่ แต่ท่านไม่เหมือนกัน ท่านนายอำเภอกล่าวไว้ว่า หากท่านมาที่นี่ ก็ขอให้มองดูให้ดี ทางที่ดีควรไปเยี่ยมชมสำนักศึกษาเขาหยกบ้าง หากพอจะมีเวลาว่าง ก็ลองเข้าไปฟังการสอนสักสองสามวิชา ท่านนายอำเภอบอกว่า ตอนนี้ท่านจำเป็นต้องเรียนรู้ เพื่อใช้ความรู้เหล่านั้นคลี่คลายข้อสงสัยในใจตนเอง

คนที่ไม่เรียนรู้ ก็ไม่ต่างอะไรกับหมู คำพูดนี้นับว่ามีเหตุผลยิ่งนัก"

"ใครเป็นคนพูด?"

"ท่านนายอำเภอของข้าพูดไว้หลังจากที่ท่านสอบตกครั้งหนึ่ง ท่านหวังว่าปวงชนทั่วหล้าจะมีความรู้เหนือกว่าท่าน

เมื่อถึงวันนั้น ท่านยินดีที่จะแหงนหน้ามองคนเหล่านั้น และให้ทุกคนร่วมกันตรวจสอบแก้ไขความผิดพลาดของท่าน เพื่อให้โลกของต้าหมิงในอนาคตรุ่งเรืองสถาพรสืบไปชั่วกาลนาน"

"โลกของต้าหมิงหรือ? เขาคิดจะเป็นขุนนางผู้ซื่อสัตย์ของราชวงศ์จูอย่างนั้นหรือ?"

หยุนเจาส่ายหน้า "ท่านคิดจะเป็นขุนนางผู้ซื่อสัตย์ของราษฎรทั่วหล้าต่างหาก"

"โดยให้ราษฎรเป็นจักรพรรดิอย่างนั้นหรือ?"

"ความจริงแล้ว พวกเขาคือเจ้าของโลกใบนี้มาตั้งแต่ต้น"

"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุใดอำเภอหลานเถียนของเจ้าถึงยังต้องซ่องสุมกำลังทหาร? พิจารณาจากตอนที่ไอ้เหนิงฉีพ่ายแพ้อย่างยับเยินกลับมาจากด่านอู่กวน ดูท่ากำลังทหารของหลานเถียนจะไม่ธรรมดาเลยนะ"

หยุนเจายิ้มพลางประสานมือคารวะหลี่ติ้งกั๋ว "ท่านเคยได้ยินวีรกรรมที่ท่านนายอำเภอของข้านำทหารม้าเพียงร้อยนายออกนอกด่านแล้วชิงทรัพย์สินมหาศาลกลับมาบ้างไหม?"

หลี่ติ้งกั๋วนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะประสานมือตอบ "พอจะได้ยินมาบ้าง!"

หยุนเจาหัวเราะลั่น "ตัวข้าผู้ไร้ความสามารถ ก็เคยร่วมอยู่ในทัพรองนั้นด้วย!"

หลี่ติ้งกั๋วคำนับอีกครั้ง "ยอดชายชาตรีจริงๆ!"

หยุนเจาเงยหน้ามองท้องฟ้ามืดมิดพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอาลัยอาวรณ์ "พี่ติ้งกั๋ว ข้าปรารถนาเหลือเกินที่จะได้พลีชีพกลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่!"

หลี่ติ้งกั๋วหรี่ตาลง "ทหารม้าร้อยนายบุกตะลุยทุ่งหญ้า ปล้นชิงสังหารอย่างไร้คู่ต่อสู้... ช่างน่าเลื่อมใสยิ่งนัก"

หยุนเจาหัวเราะเหอะๆ "หลังจากกลับมาจากทุ่งหญ้า ข้าก็เริ่มรู้สึกเหยียดหยามการที่คนฮั่นเข่นฆ่ากันเอง คนอย่างหลี่หงจี จางปิ่งจง เกาอิ๋งเสียง หรือหลัวหรู่ไฉ เป็นเพียงพวกไร้ความสามารถ หาใช่ยอดวีรบุรุษที่แท้จริงไม่

หากวันใดมียอดขุนพลที่นำทัพไปปราบศึกทางเหนือและได้รับชัยชนะกลับมา ข้าจะขอจัดเตรียมสุราอาหารมายืนคอยต้อนรับวีรบุรุษผู้นั้นกลางถนน และหากได้มีโอกาสจูงม้าหรือจับโกลนให้เขา ข้านับว่าเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิต"

หลี่ติ้งกั๋วยังเยาว์วัยนัก เห็นได้ชัดว่าเขาถูกคำพูดเหล่านี้สะกิดใจเข้าอย่างจัง ขึ้นชื่อว่าชายชาตรียอดวีรบุรุษ ใครบ้างจะไม่มีความฝันที่จะสยบทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ให้ราบคาบ?

หยุนเจาเห็นว่าการหว่านล้อมน่าจะพอเพียงแล้ว จึงลุกขึ้นยืนพลางเอ่ย "พี่ติ้งกั๋วขอให้พักผ่อนให้สบายเถอะ อยู่ที่นี่ท่านจะปลอดภัยแน่นอน อย่าได้เสียเที่ยวคืนอันแสนสุขนี้เลย น้องชายต้องขอตัวกลับก่อน

หากมีธุระอะไร ก็บอกกับคนรับใช้ที่ข้าทิ้งไว้ให้ได้เลย"

หลี่ติ้งกั๋วเอ่ยถามอย่างสงสัย "เจ้าจะไม่ค้างที่นี่หรือ?"

หยุนเจาสะบัดแขนเสื้อเบาๆ พลางยิ้ม "ค่าตัวแม่นางหานซิงเพียงคืนเดียวก็แพงหูฉี่ ข้าแบกรับไม่ไหวหรอก พี่ติ้งกั๋วตามสบายเถอะ"

หลี่ติ้งกั๋วโยนทองคำให้สองก้อนพลางเอ่ย "นี่ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วหรือ?"

หยุนเจาโยนทองคำนั้นให้แม่นางหานซิงทันทีพลางหัวเราะลั่น "ลูกผู้ชายตัวจริงมุ่งหวังครองใต้หล้า เรื่องกามราคะและความสำราญพรรค์นี้หาใช่เรื่องสำคัญไม่"

พูดจบ เขาก็ก้าวเดินจากไปอย่างรวดเร็วโดยไม่หันกลับมามองสายตาอาลัยอาวรณ์ของแม่นางหานซิงเลยแม้แต่น้อย

หลี่ติ้งกั๋วมองส่งหยุนเจาจนลับสายตา เมื่อจางกั๋วเฟิ่งเดินเข้ามาหา เขาจึงเอ่ยว่า "คนพวกนี้ล่วงรู้เรื่องของเราอย่างละเอียด ทว่าเรากลับมืดแปดด้านประหนึ่งคนตาบอด หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วพวกเราคงถูกปั่นหัวจนมุมแน่นอน"

จางกั๋วเฟิ่งเอ่ย "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เราควรรีบออกจากที่อันตรายแห่งนี้เถอะครับ!"

หลี่ติ้งกั๋วยิ้มตอบ "ในเมื่อพวกเขากำลังชักชวนเรา เราก็ควรจะมองดูให้ดีว่าที่นี่คู่ควรให้พวกเราสละชีพเพื่อเขาหรือไม่"

จางกั๋วเฟิ่งตกใจ "ท่านแม่ทัพ ท่านจะ..."

หลี่ติ้งกั๋วถอนหายใจยาว "หวางยวี่พูดไม่ผิดหรอก ตอนที่บิดาบุญธรรมสั่งให้ข้าบุกตีเมืองเซี่ยงหยาง ข้าก็เริ่มสังเกตเห็นว่าเขามีความคิดเปลี่ยนไป

นึกไม่ถึงว่าข้าจะได้รับคำยืนยันเกี่ยวกับความคิดที่แท้จริงของบิดาบุญธรรมจากที่นี่

พวกเราคือโจร และในเมื่อเป็นโจรก็ต้องเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดยั้ง ทว่าตอนนี้ บิดาบุญธรรมกลับปักหลักอยู่ที่หนานหยางถึงห้าเดือน และยังจะมาอยู่ที่เซี่ยงหยางต่ออีก เห็นชัดว่าเขาไม่อยากจะเคลื่อนทัพออกรบอีกต่อไปแล้ว

ราชวงศ์หมิงแม้จะทรุดโทรม แต่ต่อให้เป็นเรือที่ผุพังก็ยังมีตะปูเหลืออยู่อีกสามชั่ง เจ้าดูสิ คนอย่างซุนถวนถิง หงเฉิงโถ่ว หยางสื่อฉาง หรือหวังจวีกั๋อ แม้จะสู้พวกเจี้ยนหนูไม่ได้ แต่พอกลับมาสู้กับพวกเรากลับชนะครั้งแล้วครั้งเล่า มันเป็นเพราะเหตุใด?

นั่นเป็นเพราะพวกเราคือโจรที่เอาแต่หนีไปวันๆ และหากเราหยุดนิ่งเมื่อไหร่ ก็จะเข้าสู่สถานการณ์หายนะที่หวางยวี่กล่าวไว้ทันที

ข้าเคยครุ่นคิดว่าจะแก้เงื่อนตายนี้อย่างไร แต่ก็ยังหาทางไม่เจอ

พรุ่งนี้ พวกเราไปดูอำเภอหลานเถียนที่แท้จริงกันเถอะ..."

"แล้วเรื่องจะฆ่าหยุนเจาล่ะครับ?"

หลี่ติ้งกั๋วหัวเราะเยาะตนเอง "คนอย่างเขาน่ะ พวกเราฆ่าไม่ได้หรอก มีแต่จะถูกเขาฆ่าเสียมากกว่า"

พูดจบเขาก็โอบเอวแม่นางหมิงเยว่เดินเข้าสู่เรือนข้างๆ ไป

ทันทีที่หยุนเจาเข้าประตูบ้าน หงเฉิงโถ่วก็สูดจมูกฟุดฟิดพลางเอ่ยว่า "กลิ่นแป้งร่ำช่างรุนแรงนัก"

หยุนเจายิ้มตอบ "ถูกสาวงามโอบกอดอย่างแรงไปทีหนึ่ง นับว่าได้รับสัมผัสนุ่มนวลหอมหวานมาเต็มอ้อมกอด"

หงเฉิงโถ่วหัวเราะ "วัยเยาว์ควรระวังเรื่องกามราคะ เมื่อเจ้าอายุเท่าข้า เจ้าจะรู้ซึ้งว่าความคึกคะนองยามหนุ่มสาวนั้นมีราคาที่ต้องจ่าย"

โดยไม่รอให้บ่าวชราเข้ามาต้อนรับ หยุนเจารินน้ำชาดื่มเองพลางถามว่า "ท่านยังคิดว่าคดีปล้นหอจันทร์กระจ่างเป็นฝีมือข้าอยู่อีกหรือ?"

หงเฉิงโถ่วเอ่ย "ดูท่าข้าจะมองเจ้าผิดไป ใครจะไปนึกว่าจางปิ่งจงที่ถูกล้อมอยู่ที่เซี่ยงหยาง ยังจะสามารถส่งยอดฝีมือมาปล้นหอจันทร์กระจ่างได้อีก

ข้าประเมินพวกเขาต่ำไปจริงๆ"

"สืบแน่ชัดแล้วหรือว่าเป็นหลี่ติ้งกั๋วที่มาซีอานจริงๆ?"

"แน่ชัดยิ่งนัก มีมือดาบคนหนึ่งรอดชีวิตมาได้ และจำได้แม่นว่าคนที่ประมือกด้วยคือหลี่ติ้งกั๋ว ไม่ผิดตัวแน่นอน

คนพวกนั้นมองว่าเมืองซีอานเป็นเหมือนกระปุกออมสินของพวกเขา เจ้าที่เป็นนายอำเภอหลานเถียนจะทนเห็นเขาโอหังขนาดนี้ได้หรือ?

ข้าจะบอกอะไรให้นะ ชื่อเสียงของราชสำนักจะพินาศไปแค่ไหนก็ช่างเถอะ แต่อำเภอหลานเถียนที่เพิ่งจะสร้างชื่อขึ้นมาจะยอมเสียหน้าไม่ได้เด็ดขาด

หากเจ้าจับตัวเขาไม่ได้ เจ้าคงอับอายขายหน้าแย่"

ต่อคำพูดประชดประชันของหงเฉิงโถ่ว หยุนเจามีภูมิคุ้มกันมานานแล้ว เขาสูดน้ำชาไปคำหนึ่งแล้วถามว่า "ท่านใกล้จะได้กลับไปรับตำแหน่งเดิมแล้วใช่ไหม?"

หงเฉิงโถ่วเอามือกุมเอวเดินไปมาบนพื้นครู่หนึ่ง "รออีกหน่อยเถอะ หากยังไม่มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น คงไม่มีใครนึกถึงหมาแก่ที่ยังกัดคนเป็นอย่างข้าหรอก

ได้ยินว่าคลังดินปืนของเกาฉี่เฉียนถูกเจ้าขนไปจนเกลี้ยงเลยหรือ?"

หยุนเจาตอบ "ข้าเหลือไว้ให้ท่านครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งส่งไปให้หลูเซี่ยงเซิงแล้ว ถือเป็นการชดเชยที่ทำให้เขาเสียงานเสียการไปบ้าง"

"เจ้ากำลังจะทำให้หลูเซี่ยงเซิงติดหนี้บุญคุณเจ้าสินะ? ข้าขอเตือนว่าอย่าเสียเวลาเลย คนอย่างหลูเซี่ยงเซิงไม่มีวันหันหลังให้ราชวงศ์หมิงเด็ดขาด ต่อให้ถูกจักรพรรดิสั่งประหาร เขาก็จะไม่ยอมทำลายชื่อเสียงของแผ่นดิน นับประสาอะไรกับการก่อกบฏ"

หยุนเจาส่ายหน้า "ทำไมท่านถึงคิดว่าข้าจะจ้องทำลายราชวงศ์หมิงอยู่เรื่อยนะ? ตั้งแต่ที่ท่านรู้จักข้ามา มีเรื่องไหนบ้างที่ข้าไม่ได้ทำเพื่อความอยู่รอดของราชวงศ์หมิง?"

หงเฉิงโถ่วหยุดเดิน จ้องมองหยุนเจาพลางเอ่ย "การที่เจ้าสามารถใช้ขุนนางตรวจการจากหนานจิงมาถอดถอนอำนาจขันทีในซีอานได้ เพียงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ข้าก็ตื่นตะลึงยิ่งนักแล้ว"

หยุนเจายิ้ม "เป็นเพียงจังหวะที่พอดีเท่านั้นเอง เมื่อเฉาฮว่าฉุนไปถึงหนานจิง เขาเริ่มจากการริบทรัพย์ปันต๋า เจ้าเมืองหยางโจว ซึ่งได้เงินทองมหาศาลจนจักรพรรดิพอพระทัยยิ่งนัก ในช่วงเวลานั้นเองก็มีคนใช้ข้อหาคอรัปชั่นฎีกากล่าวโทษจางอวิ๋นฮั่นพร้อมหลักฐานที่แน่นหนา เมื่อจักรพรรดิเห็นทรัพย์สินจำนวนมากของจางอวิ๋นฮั่น นั่นก็เพียงพอที่จะส่งจางอวิ๋นฮั่นไปลงนรกได้แล้ว

ไม่ต้องใช้กำลังภายในอะไรมากมายเลย

ใต้เท้า ตอนนี้ทรัพย์สินท่านก็ไม่ใช่น้อยๆ นะ ระวังตัวให้ดี อย่าให้จักรพรรดิหมายตาเอาได้ มิเช่นนั้นจุดจบของท่านก็คงไม่ต่างกัน"

หงเฉิงโถ่วหัวเราะลั่น "หากฝ่าบาทสามารถริบทรัพย์ขุนนางกังฉินทั่วหล้าได้จริงๆ ข้าจะเป็นคนแรกที่นำทางไปริบทรัพย์ที่บ้านข้าเอง และหากเงินเหล่านั้นถูกนำไปใช้ในสิ่งที่ควรใช้ ตัวข้าก็ไม่กลัวหรอกแม้จะต้องถูกม้าห้าตัวแยกหูแยกแขน"

หยุนเจาจ้องมองหงเฉิงโถ่ว "คราวนี้ข้าส่งคนไปทางใต้ และพบว่าท่านกำลังถูกกีดกันออกจากพรรคตงหลินอย่างนั้นหรือ?"

หงเฉิงโถ่วถอนหายใจยาว "พวกเจี้ยนหนูยังไม่ทันบุกมา และพวกกบฏก็กำลังจะถูกกำจัดจนสิ้น แต่กลับมีคนเริ่มป่าวประกาศให้ถอนตัวออกจากฝั่งเหนือของแม่น้ำฉางเจียง เพื่อไปทุ่มเทพัฒนาเจียงหนานเพียงอย่างเดียว

ข้าพูดเตือนสติไปไม่กี่คำที่ดูจะไม่ถูกกาลเทศะ ผลที่ได้ก็เลยเป็นอย่างที่เจ้าเห็นนี่แหละ"

หยุนเจาหัวเราะลั่น "ถอนทัพสิ ทำไมถึงจะไม่ถอนล่ะ? ท่านรู้ไหมว่าข้ารอวันนี้จนคอยาวเป็นกะเหรี่ยงแล้ว"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 220 - มุมหนึ่งแห่งเจียงหนาน

คัดลอกลิงก์แล้ว