เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 41 จับกุมโม่เฉียน (ฟรี)

ตอนที่ 41 จับกุมโม่เฉียน (ฟรี)

ตอนที่ 41 จับกุมโม่เฉียน (ฟรี)


ลู่เฟิงรู้สึกอายเล็กน้อย ตอนนั้นเขาเพียงต้องการให้โม่เต๋ารู้สึกอับอาย และกล่าวพูดไปโดยไม่ได้ยั้งคิด

แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันจบแล้ว ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เหนือไปกว่าอำนาจของเขาอย่างแน่นอน

เขาได้ยิ้มและตอบกลับอย่างรวดเร็ว"ไม่เป็นไร ข้าคือจักรพรรดิ ดังนั้น หากใครมันกล้าที่จะพูดจาว่าอะไรต่อหน้าข้า ข้าก็จะไม่ปราณี”

ฮวามู่หลานจ้องมองไปที่ ลู่เฟิงอย่างรวดเร็ว เธอเพิ่งตระหนักได้ว่าสถานะที่แท้จริงของลู่เฟิงคืออะไร เธอได้ลดศีรษะต่ำเล็กน้อยด้วยความกลัว แต่หลังจากเห็นลู่เฟิงไม่ได้โกรธเธอก็ถอนหายใจออกมา

ในไม่ช้าข้าราชบริพารกว่าสามร้อยคนที่อยู่ข้างราชวงศ์แต่ไม่ได้ออกมาช่วยเหลือก็เดินทางมาถึง

แต่ละคนมีหน้าตาและหน้าที่ทางการที่แตกต่างกันออกไป แต่ตอนนี้มีสิ่งหนึ่งที่พวกเขาเหมือนกันหมด

ก็คือใบหน้าของพวกเขาซีดขาว!

ทุกคนหน้าซีดราวกับกระดาษ!

เนื่องเพราะ ลู่เฟิง ไม่ได้พูดอะไรบางอย่าง เพียงแค่บอกให้พวกเขารีบมาที่ห้องโถงเจิ้งหลง

ระหว่างทางนั้นเต็มไปด้วยกองซากศพจำนวนมาก

นอกประตูเมริเดียนโลหิตจำนวนมากได้เปรอะเปื้อนไปทั่วพื้นดิน พวกเขาต้องการเข้าทางประตูอื่นแต่พวกเขากลับไม่มีความกล้าที่จะทำเช่นนั้น

พวกเขาไม่มีโอกาสที่จะทำต่างหาก

ข้าราชบริพารเหล่านี้ไม่มีใครโง่ดังนั้นพวกเขาจึงรู้ว่าจุดประสงค์ของลู่เฟิงคืออะไร

“พวกเราเหล่าข้าราชบริพารขอถวายความเคารพต่อฝ่าบาท ขอให้ฝ่าบาททรงพระเจริญอายุยิ่งยืนนาน”

เหล่าข้าราชบริพารจำนวนมากได้คุกเข่าลงไปบนพื้นและตะโกนขึ้นพร้อมกัน

เสียงของพวกเขาได้ดังขึ้นชัดเจนเพราะกลัวว่าลู่เฟิงจะคิดว่าพวกเขาเป็นหนึ่งในพวกกบฏและถูกสั่งประหาร

เหล่าข้าราชบริพารกว่าสามร้อยคนนี้คือหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหล่าข้าราชบริพารกว่า 1,000 คน ในอดีต นี่ไม่ใช่เรื่องเกินจริง

ลู่เฟิงไม่ได้ปล่อยให้พวกเขายืนขึ้นแต่ได้กล่าวพูดอย่างแผ่วเบาและถาม“พวกเจ้าไม่ได้กินข้าวปลามาหรืออย่างไร ทำไมถึงทำหน้าซีดเผือกราวกับไก่ต้มแบบนั้น? หรือว่าแท้จริงพวกเจ้าป่วย ข้าได้ยินมาว่าพวกเจ้าบางคนกระทั่งบอกว่าป่วยจึงขอนอนอยู่ที่บ้าน เช่นนั้นข้าจะให้แพทย์หลวงไปตรวจเป็นการเฉพาะ มีใครพูดเช่นนั้นออกมาบ้าง ก้าวออกมาข้างหน้าได้เลย?”

เหล่าข้าราชบริพารต่างก็ก้มหน้าและกล่าวพูดพร้อมกัน“ฝ่าบาทพวกเรารู้ตัวว่าทำผิดดังนั้นพวกเราจะส่งมอบรายได้ตลอดสามเดือนไปยังคลังหลวงเพื่อบรรเทาภัยพิบัติในสามมลฑล”

“รอเดี๋ยว”

ลู่เฟิงได้จ้องมองไปที่คนเหล่านี้“ส่งมอบรายได้ตลอดครึ่งปีของพวกเจ้า!”

เพียงแค่เพิ่มมาอีกเท่านึงพวกเขามีหรือจะไม่ยอม แค่ไม่ถูกฆ่าก็ดีเกินพอแล้ว

คนเหล่านี้ไม่กล้าที่จะชักช้า พวกเขารีบขานรับอย่างรวดเร็ว

แต่ลู่เฟิงไม่ได้วางแผนจะให้มันจบลงเพียงแค่นี้

เขาได้ลุกขึ้นยืนมองดูข้าราชบริพารเหล่านี้และกล่าวพูดอย่างเฉยเมย“นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ถ้าพวกเจ้าอุทิศตนเพื่ออาณาจักรและเพื่อผลประโยชน์ของข้าในอนาคต ข้าจะไม่ถือความเอาเรื่องนี้อีกต่อไป”

นี่ไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็นคำเตือน!

เจตนาฆ่าที่รุนแรงได้ถูกปล่อยออกมาทำให้ข้าราชบริพารกว่าสามร้อยคนต้องสั่นสะท้านพวกเขารีบตอบกลับ“พวกเราจะทำให้ดีที่สุดเพื่ออาณาจักรและเพื่อฝ่าบาทจจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

“ดีมาก”

ลู่เฟิงได้นั่งลงบนบัลลังก์มังกรอีกครั้ง

“ฝ่าบาทเนื่องเพราะเกิดการสูญเสียเหล่าข้าราชบริพารไปจำนวนมาก ทางอาณาจักรต้องการขุมกำลังเหล่านี้ในการขับเคลื่อนอาณาจักรต่อไปหวังว่าฝ่าบาทจะช่วยจัดสรรหาคนเหล่านี้มาทดแทนอย่างเหมาะสม”เหรินหยาน ราชเลขากรมพิธีการได้กล่าวพูดขึ้น

เขากำลังบอกลู่เฟิงเป็นนัย ๆ ว่า เหล่าข้าราชบริพารนั้นจำเป็นต่อการบริพารบ้านเมืองภายในอาณาจักร

ด้วยอำนาจของเหล่าข้าราชบริพารจะทำให้อาณาจักรสามารถเติบโตขึ้นได้

ลู่เฟิง เอง ก็รับรู้ว่า เหรินหยาน หมายความว่ายังไง

แต่เขาไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน ในชีวิตก่อนหน้านี้เขาได้อ่านนวนิยายจำนวนมากก็จริง แต่เรื่องพิธีการแบบนี้เขาหาได้สนใจไม่

เขามองไปที่เหล่าข้าราชบริพารด้านล่างจากนั้นก็จ้องมองไปที่ เหรินหยาน“เหรินหยาน นอกจากตำแหน่งของข้าราชบริพารทั้งสามร้อยคนนี้ข้าฝากให้เจ้าจัดการมองหาตำแหน่งว่างอื่น ๆ ที่เหลือตามความเหมาะสม ไว้ข้ามีคำสั่งอะไรจะบอกกล่าวอีกที”

“ขอรับฝ่าบาท ข้าน้อยจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”

เหรินหยานรู้สึกตื่นเต้นมาก ฝ่าบาททรงมอบงานจัดหาตำแหน่งด้วยพระองค์เอง นี่หมายถึงเขาได้รับความไว้วางใจจากฝ่าบาท ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด

ทางด้าน ลู่เฟิง เหตุผลที่เขามอบงานนี้ให้กับ เหรินหยาน อย่างแรกเลยเขาไม่ค่อยมีความรู้ในด้านนี้ และ อีกอย่าง เหรินหยาน ถือเป็น ข้าราชการอาวุโสที่รับใช้ราชวงศ์มานานอีกฝ่ายน่าจะจัดการเรื่องนี้ได้ดีกว่าเขา

แม้ว่า เหรินหยาน จะจัดหาลูกน้องคนของตนเองเข้ามารับตำแหน่ง ลู่เฟิง ก็ไม่ได้ดังกังวล เหรินหยาน สามารถกลายเป็นราชเลขาคนแรกที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์จักรพรรดิองค์ก่อน ต่อมาเขาก็จงรักภักดีต่อราชวงศ์เสมอมาโดยไม่หาผลประโยชน์เข้าส่วนตัว

นอกจากนี้ เขายังมี กองทหาร จินยี่เหว่ย ที่คอยสอดส่องเป็นหูเป็นตาให้กับเขา

เพียงแค่ตำแหน่งข้าราชบริพารเหล่านั้นที่ลู่เฟิงได้ปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ควรจะเป็นสำหรับอื่น ๆ เขายังคงมีหน้าที่ที่จะต้องจัดการ

อย่างแรกเลยคือเขาจะต้องระมัดระวังไม่ให้มีไส้ศึกปะปนเข้ามาภายในเพื่อก่อปัญหาให้กับเขาภายหลัง

ตึก ตึก

ในเวลานี้ได้มีเสียงฝีเท้าหนาดังมาจากด้านนอกห้องโถงเจิ้งหลง

หลังจากนั้น เกาชุน และ เจี๋ยสวี่ ก็มาพร้อมกับ กองทหารจินยี่เหว่ย และ นายทหารไม่กี่คน ด้านหลังของเขามีบุรุษคนนึงถูกจับกุมตัวกลับมา

บุรุษคนนี้ตัวเล็กและบอบบางทั้งยังสวมใส่ทหารยามของอาณาจักร

“โม่เฉียน”

ลู่เฟิง ได้กล่าวพูดขึ้นทันทีเขารู้เลยทันทีว่าคน ๆ นี้เป็นใคร แม้ว่าอีกฝ่ายจะปลอมตัวมาก็ตาม

เกาชุน และ เจี๋ยสวี่ ได้คุกเข่าลงข้างหนึ่งและกล่าวพูดขึ้น“ถวายความเคารพฝ่าบาท ข้าน้อยแม่ทัพเกาชุน และ ปรมาจารย์เจี๋ย สามารถจับกุม บุตรสาวของ เสนาบดีกบฏโม่เต๋า ได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“ทำได้ดีมาก”

รอยยิ้มได้ปรากฏบนใบหน้าของลู่เฟิง เขาสามารถจับกุมตัวโม่เฉียนได้ ตอนนี้เขามีโอกาสที่จะทำภารกิจรองให้สำเร็จ

ทุกคนจ้องมองไปที่ ลู่เฟิง และ อยากรู้ว่า เขาจับโม่เฉียนมาทำอะไร

ลู่เฟิงได้จ้องมองไปที่เกาชุนและกล่าวถาม“แม่ทัพเกา บอกข้ามาว่าเจ้าจับนางมาได้อย่างไร?”

ใบหน้าของเกาชุนได้อับอายเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวพูด“ฝ่าบาทเรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับปรมาจารย์เจี๋ย หากไม่ใช่เพราะเขา เกรงว่า โม่เฉียน คงจะหลบหนีไปได้แล้ว”

“เหวินเหอ บอกวิธีมาทำไมเจ้าถึงสามารถจับนางได้”

เจี๋ยสวี่ ได้ยิ้มและตอบกลับ“ฝ่าบาทสิ่งที่แม่ทัพเกาพูดก็ออกจะเกินเลยไปหน่อย ข้าเชื่อว่าแม้จะไม่มีข้า แม่ทัพเกาก็สามารถจับ แม่นางโม่เฉียนกลับมาได้อย่างแน่นอน”

เจี๋ยสวี่ ฉลาดมาก เขาไม่ได้ละโมภโลภมากในอำนาจ

เขารู้ดีว่าเมื่อเทียบกับเกาชุนแล้ว สถานะในใจของลู่เฟิงมีความแตกต่างกันมากดังนั้นเขาจึงไม่พยายามเอาชนะเกาชุนเพื่อเครดิตชื่อเสียงเพียงเล็กน้อย

ลู่เฟิงได้จ้องมองไปที่พวกเขาทั้งสองคนโดยไม่รู้ว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่เขาได้สั่นศีรษะและยิ้ม“เอาล่ะไม่ต้องเถียงกัน พวกเจ้าทั้งสองคนทำได้ดีมาก รวมถึงกองทหารจินยี่เหว่ย และ นายทหารทุกคนด้วย ทุกคนที่เข้าร่วมในการจับกุมโม่เฉียน จะได้รับรางวัลเป็นเงินหนึ่งร้อยเหรียญทอง”

จบบทที่ ตอนที่ 41 จับกุมโม่เฉียน (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว