- หน้าแรก
- กลายเป็นอมตะ: เริ่มต้นด้วยการมีโชคสะท้านฟ้า
- บทที่ 291 อาการบาดเจ็บหายขาด ก้าวหน้าไปอีกขั้น!
บทที่ 291 อาการบาดเจ็บหายขาด ก้าวหน้าไปอีกขั้น!
บทที่ 291 อาการบาดเจ็บหายขาด ก้าวหน้าไปอีกขั้น!
บทที่ 291 อาการบาดเจ็บหายขาด ก้าวหน้าไปอีกขั้น!
ด้วยการเสริมพลังจากค่ายกล อุณหภูมิของวารีศักดิ์สิทธิ์สามแสงก็สูงขึ้นเรื่อยๆและเดือดพล่าน แต่กลับไม่มีไอน้ำลอยขึ้นมาเลย
เจียงหยวนรู้สึกได้ถึงพลังโอสถอันแข็งแกร่งที่ไหลเข้าสู่ร่างกายของตน
เดิมทีภายในร่างกายเขามีเซลล์ขนาดเล็กจำนวนหนึ่งร้อยแปดล้านล้านเซลล์
แต่หลังรับการโจมตีจากผู้ทรงเกียรติแห่งหุบเขาเมฆาลอย ทำให้เซลล์ขนาดเล็กจำนวนมากถูกทำลายไปในการโจมตีครั้งเดียว
และรากฐานของร่างกายเสียหายไปหนึ่งส่วน
ต่อมาด้วยการคิดของเขา เซลล์ขนาดเล็กเหล่านั้นก็เกิดใหม่ทั้งหมด
แต่เซลล์ขนาดเล็กที่เกิดใหม่นั้นอ่อนแอมาก ไม่อาจเทียบได้กับเซลล์ที่เหลืออีกเก้าส่วน
หลายวันนี้ร่างกายของเขาไม่ก้าวหน้าขึ้นเลยแม้แต่น้อย
เป็นเพราะแก่นแท้ของอวัยวะภายในทั้งห้าได้รวมเข้ากับเซลล์ขนาดเล็กที่เกิดใหม่นั้นทั้งหมด
เพื่อให้ความแข็งแกร่งของมันตามทันความแข็งแกร่งของอีกเก้าส่วนที่เหลืออย่างรวดเร็ว
และในตอนนี้ เมื่อโอสถใหญ่ห้าพันปีอย่างโสมโลหิตมังกรออกฤทธิ์
เขารู้สึกได้ว่าพลังโอสถถูกร่างกายดูดซึมอย่างรวดเร็ว เซลล์ขนาดเล็กที่เกิดใหม่ในร่างกายก็เติบโตขึ้นไวจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ไล่ตามเซลล์ขนาดเล็กก่อนหน้าไปอย่างกระชั้นชิด
เมื่อใดที่ตามทันอย่างสมบูรณ์ เมื่อนั้นจะหมายความว่าอาการบาดเจ็บหายขาดโดยสิ้นเชิง
หยุนมู่เหยาเห็นเจียงหยวนเข้าสู่สภาวะดูดซับพลังโอสถแล้วจึงจ้องมองเขาอยู่หลายครั้ง
ในใจคิดว่าศิษย์น้องตัวน้อยคนนี้ช่างน่ามองจริงๆ
ที่สำคัญคือเขาสามารถมาถึงขั้นนี้ได้ด้วยอายุเพียงเท่านี้ แถมยังสามารถสังหารศัตรูข้ามขั้นได้ เพียงคนเดียวรับมือกับระดับธรรมลักษณ์สิบหกคน
ซึ่งส่วนใหญ่มีพลังบำเพ็ญเพียรสูงกว่าเขา แต่เขากลับสามารถสังหารได้ทั้งหมด
นี่เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าพรสวรรค์และศักยภาพของเขาสูงมาก อาจจะเหนือกว่าตนเองด้วยซ้ำ
แถมการนวดของศิษย์น้องตัวน้อยยังสบายมาก มันเป็นความสุขอย่างแท้จริง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ มุมปากของนางก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
จากนั้นยืดตัวบิดขี้เกียจ แล้วเดินออกไปข้างนอก
“เมื่อกลับบ้านแล้วก็ไปอาบน้ำก่อน!”
ห้าวันต่อมา
ใยโลหิตบางๆในวารีศักดิ์สิทธิ์สามแสงถูกร่างกายของเจียงหยวนดูดซึมไปเกือบหมด ตอนนี้เขารู้สึกว่ารากฐานของร่างกายที่เสียหายไปนั้นได้รับการฟื้นฟูทั้งหมดแล้ว
ภายในเซลล์ขนาดเล็กหนึ่งร้อยแปดล้านล้านเซลล์ในร่างกายของเขามีเทพคชสารโบราณองค์หนึ่งสถิตอยู่
นี่คือผู้ปกครองในยุคเทพนิยาย ผู้กุมดวงดาวทั้งปวง
เจียงหยวนรู้สึกถึงภาพนี้ ในใจเต็มไปด้วยความยินดี
ในที่สุดก็กำจัดปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ออกไปได้
ศิษย์พี่มีแต่สิ่งดีๆให้ข้าจริงๆ!
เขาคิดในใจ
จากนั้นสำรวจภายในร่างกาย พบว่าภาพมายาเทพคชสารโบราณที่เคยตื่นขึ้นมาในเซลล์ขนาดเล็กนั้นมีอยู่ห้าสิบล้านองค์
หลังจากที่เซลล์ขนาดเล็กจำนวนมากถูกแทงทะลุด้วยนิ้วในครั้งก่อน ทำให้เซลล์ขนาดเล็กที่ตื่นขึ้นมาจำนวนมากถูกทำลายไปด้วย
ตอนนี้เซลล์ขนาดเล็กที่ตื่นขึ้นมาเหลือเพียงสี่สิบล้านเซลล์เท่านั้น
เจียงหยวนสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงในอ่างอาบน้ำอีกครั้ง
ยังเหลือพลังโอสถอีกครึ่งหนึ่ง ไม่เลวเลย!
สมกับเป็นโอสถใหญ่ห้าพันปี!
และยังเป็นโสมโลหิตมังกรอีกด้วย!
นี่คือโอสถใหญ่สำหรับร่างกาย ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งย่อมสามารถทำให้ความแข็งแกร่งของร่างกายข้าเพิ่มขึ้นได้อีกเล็กน้อย
เจียงหยวนโยนความคิดฟุ้งซ่านในใจทิ้งไปทันที แล้วดูดซับใยโลหิตบางๆในวารีศักดิ์สิทธิ์สามแสงต่อไป
ใยโลหิตแต่ละเส้นที่เขาดูดซับเข้าไปนั้นแปลงสภาพเป็นสารอาหารสำหรับร่างกายทันที
โลหิตพุ่งพล่านราวกับแม่น้ำใหญ่ ไหลเชี่ยวทรงพลัง ส่งเสียงคำรามราวกับมังกร
อนุภาคสีทองในเลือดก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใยโลหิตแต่ละเส้นรวมเข้าด้วยกัน
ภาพมายาเทพคชสารโบราณที่สถิตอยู่ในเซลล์ขนาดเล็กในร่างกายถูกปลุกให้ตื่นขึ้นทีละองค์
ชั่วพริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกห้าวัน
เมื่อใยโลหิตเส้นสุดท้ายในวารีศักดิ์สิทธิ์สามแสงถูกร่างกายของเขาดูดซับไป เจียงหยวนจึงสำรวจภายในร่างกายตนเอง
เมื่อเทียบกับห้าวันก่อน ร่างกายของเขาก้าวหน้าขึ้นอย่างมากโดยไม่ต้องสงสัยเลย
อนุภาคสีทองในเลือดพุ่งขึ้นมาถึงห้าส่วนห้า ตอนนี้เลือดเกือบครึ่งหนึ่งกลายเป็นสีทองแล้ว เต็มไปด้วยกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์
ภาพมายาเทพคชสารโบราณที่ตื่นขึ้นมาในเซลล์ขนาดเล็กก็เปลี่ยนจากสี่สิบล้านองค์ก่อนหน้านี้กลายเป็นหกสิบล้านองค์ที่ตื่นขึ้นมาแล้ว
ภายในเวลาเพียงห้าวันตื่นขึ้นมาอีกยี่สิบล้านองค์
เจียงหยวนยังรู้สึกว่าพลังกายของเขาเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสามส่วนเลยทีเดียว
การยกระดับเช่นนี้ นับเป็นการก้าวกระโดดอย่างแท้จริง
อวัยวะภายในทั้งห้าได้รับการบำรุงจากโอสถใหญ่ห้าพันปีเป็นเวลาสิบวัน ทำให้การทำงานของมันแข็งแกร่งขึ้น ทำให้ปราณ พลัง และจิตวิญญาณของเขาอิ่มเอมอย่างยิ่ง
เมื่อเขาเปิดตา หยุนมู่เหยาก็ปรากฏตรงหน้าโดยพลัน
“ศิษย์น้องตัวน้อย รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง? อาการบาดเจ็บหายดีแล้วใช่หรือไม่!”
“ดีแล้วขอรับ!” เจียงหยวนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ขอบคุณศิษย์พี่ที่มอบโอสถให้ ไม่เพียงแต่อาการบาดเจ็บจะหายขาดโดยสิ้นเชิง ยังทำให้ข้าก้าวหน้าไปอีกขั้น! พลังแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก!”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว!” หยุนมู่เหยาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ยกมือขึ้นแล้ววารีศักดิ์สิทธิ์สามแสงลอยขึ้นสู่ฟ้า หายไปในอากาศ
ดูเหมือนนางจะเห็นความสงสัยของเจียงหยวนจึงกล่าวว่า “วารีศักดิ์สิทธิ์สามแสงเหล่านี้ถึงแม้จะไม่ใช่ของแท้ทั้งหมด แต่ก็ยังเป็นของดี”
“โอสถอาบเหล่านี้มีวารีศักดิ์สิทธิ์สามแสง การดูดซับหลอมรวมจะเร็วขึ้นมาก และอัตราการใช้ประโยชน์จากโอสถจะสูงขึ้นมหาศาล!”
เจียงหยวนจึงเอ่ยปากว่า “นั่นหมายความว่าวารีศักดิ์สิทธิ์สามแสงเหล่านี้ ศิษย์พี่ยังต้องใช้ในภายหลังหรือขอรับ?”
“อืม!” หยุนมู่เหยาพยักหน้า “แน่นอนสิ! ของสิ่งนี้หายากนัก จะทิ้งขว้างได้อย่างไรเล่า? ในภายภาคหน้าข้ายังต้องนำมันไปแช่ตัวอีก!”
“เอ่อ” เจียงหยวนครุ่นคิดชั่วครู่ แล้วเอ่ยขึ้นช้าๆว่า “ศิษย์พี่ไม่รังเกียจความสกปรกหรือ?”
หยุนมู่เหยาเหลือบมองเขาอย่างเฉยเมย “พวกเราผู้บำเพ็ญเพียรไร้ซึ่งมลทิน จะรังเกียจอะไรกันเล่า!”
“อีกอย่าง วารีศักดิ์สิทธิ์สามแสงเหล่านี้ข้าก็แช่โอสถอาบมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ศิษย์น้องก็ไม่รู้สึกว่านี่เป็นน้ำอาบของข้าไม่ใช่หรือ!”
เจียงหยวน: “…”
จากนั้นจึงพยักหน้าช้าๆ “ไม่รู้สึกเลย!”
“นั่นไงล่ะ!” หยุนมู่เหยาแย้มยิ้มอย่างเฉยเมย
จากนั้นนางแสดงสีหน้าสงสัย “ศิษย์น้องยังนั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำของข้าทำไม? หรือว่าไม่อยากจากไป? อยากอาบน้ำคู่กับศิษย์พี่หรือ?”
“ไม่ขอรับ!” เจียงหยวนส่ายหน้า “แค่ลุกขึ้นไม่สะดวก!”
“มีอะไรไม่สะดวก!” หยุนมู่เหยาแสดงสีหน้าสงสัย
นางกล่าวอีกว่า “รีบลุกขึ้นมาหาศิษย์พี่เร็วเข้า!”
“ไม่ได้ขอรับ!” เจียงหยวนส่ายหน้า
“ทำไมจะไม่ได้?”
“ศิษย์พี่อย่าถามเลยขอรับ รีบไปหาเสื้อผ้ามาใส่เพิ่มอีกสองสามชุดเถอะ”
หยุนมู่เหยาก้มลงมอง “ทำไมกัน นี่มันชุดอยู่บ้านของข้าเอง! หรือว่า…”
นางเหลือบมองเจียงหยวนอย่างเฉยเมย แล้วพูดหยอกล้อ “หรือว่าศิษย์น้องใจกล้า? คิดจะปองร้ายศิษย์พี่หรือ?”
พูดจบ นางก็คว้าแขนเจียงหยวนขึ้นไปอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ
กวาดตามองแวบหนึ่งพลันพบสาเหตุของเจียงหยวน
นางจิบปาก “ชิ! เจ้าไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วค่อยมาหาข้า! เสื้อผ้าชุดนี้ที่ข้าเตรียมไว้ให้มันธรรมดา ใส่ได้ง่ายๆ วางอยู่ข้างๆเจ้านั่นแหละ!”
กล่าวจบ ร่างของนางหายวับไปจากที่นี่ทันที
เจียงหยวนยิ้มอย่างจนใจ
วัยเลือดร้อนเช่นนี้ เมื่อเห็นหยุนมู่เหยาที่แต่งกายบางเบาย่อมมีปฏิกิริยาอยู่บ้างเป็นธรรมดา
เขาจึงก้าวออกจากอ่างอาบน้ำ หยิบชุดรัดรูปสีดำที่หยุนมู่เหยาเตรียมไว้ให้ข้างๆ
เสื้อชุดนี้ออกแนวชุดลำลองอยู่บ้าน เรียบง่ายมาก เขาสวมใส่ได้อย่างรวดเร็ว!
นอกเรือน
ใบหน้าของหยุนมู่เหยายังคงมีเลือดฝาดเรื่อขึ้นมา
จากนั้นนางส่ายศีรษะซ้ำๆ
ไม่ได้ ต้องไม่คิดเรื่องไม่ดีเหล่านี้
ผ่านไปเกือบครึ่งก้านธูป เจียงหยวนจึงระงับความกระสับกระส่ายในใจลงได้และกล้าที่จะผลักประตูออก
เอี๊ยด!
เมื่อประตูห้องเปิดออกเบาๆ ร่างของหยุนมู่เหยาก็สะท้านเล็กน้อย
นางหันกลับไปมอง สายตาแรกกวาดมองลงไปเบาๆ จากนั้นในใจถอนหายใจโล่งอก
แล้วจึงมีจิตใจที่จะพิจารณาภาพรวมของเจียงหยวน
เห็นเขาในชุดรัดรูปสีดำเดินออกมา รูปโฉมสง่างามดุจหยก ใบหน้าหล่อเหลา ผมยาวสีดำทิ้งตัวลงอย่างเป็นธรรมชาติ
รูปร่างสมส่วนเป็นอย่างยิ่ง!
แต่หยุนมู่เหยารู้ดีว่ากล้ามเนื้อของเจียงหยวนนั้นแฝงไว้ด้วยพลังที่พร้อมจะระเบิด
ผู้ที่สามารถเข้าสำนักเซียนได้ ร่างกายล้วนจัดว่าประหลาด!
นางพลันดวงตาเป็นประกาย “ศิษย์น้องช่างเหมาะกับเสื้อผ้าสีดำจริงๆ ดูแล้วสบายตายิ่งนัก”
เจียงหยวนยิ้ม “นั่นเพราะศิษย์พี่เลือกเสื้อผ้าเก่ง! ชุดนี้พอดีตัวข้าเป๊ะเลย เหมาะมาก!”
“แน่นอนสิ!” หยุนมู่เหยาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย “ข้าดูแค่แวบเดียวก็รู้ขนาดตัวของศิษย์น้องแล้วจึงสั่งให้ตัดพิเศษ! ตาของศิษย์พี่ไม่เลวเลยใช่หรอืไม่?”
“ไม่เลวเลยขอรับ!” เจียงหยวนยิ้มบางๆ
จากนั้นเดินมาอยู่ตรงหน้าหยุนมู่เหยา
“ศิษย์พี่ ข้าอาจจะต้องไปแล้ว?”
“ทำไมหรือ?” นางผงะเล็กน้อย
“อาณาจักรเฉียนหยวนมีเรื่องหนึ่งรอให้ข้าจัดการอยู่ ตอนนี้ข้ามีเวลาไม่มากนัก”
เมื่อครู่เจียงหยวนได้คำนวณในใจเงียบๆว่าเหลือเวลาอีกเพียงแค่ครึ่งปีหรืออาจจะน้อยกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่ายกทัพเหยียบย่ำสำนักทำลายอาราม
พลังบำเพ็ญเพียรของตนเองในตอนนี้ย่อมไม่เพียงพออย่างแน่นอน จำเป็นต้องเร่งฝึกฝนให้เร็วที่สุด
เมื่อหยุนมู่เหยาได้ยินคำพูดนั้น รอยยิ้มก็ค่อยๆจางหายไป
“เอาเถอะ! เดิมทีข้าอยากให้ศิษย์น้องอยู่กับข้าอีกสักสองสามวันจะได้ไม่เหงาอยู่คนเดียวในตำหนักอันกว้างใหญ่ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเหลือเพียงศิษย์พี่ที่ต้องเฝ้าห้องว่างเปล่าอย่างโดดเดี่ยวเสียแล้ว!”
เจียงหยวน “ศิษย์พี่ อย่าล้อข้าเล่นเลย! อย่าสร้างเรื่องให้ตัวเองเพิ่มเลยขอรับ ท่านคงอ่านหนังสือลามกมากไปแล้วกระมัง!”
ในใจเขารู้สึกพูดไม่ออก หากคนที่ไม่รู้เรื่องได้ยินคำพูดเหล่านี้คงคิดว่าเขาเป็นชายใจร้ายทอดทิ้งหญิงสาวเป็นแน่!
แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาเพิ่งพบกับศิษย์พี่มาได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น
“หุบปาก! เจ้ายังจะพูดอีกหรือ?” หยุนมู่เหยาจ้องมองเขาอย่างขุ่นเคือง “เรื่องนี้หากเจ้ากล้าแพร่งพรายออกไปล่ะก็ เจ้าได้เจอดีแน่!”
เมื่อเห็นสายตาที่หยุนมู่เหยาทอดมองมาที่เขา เจียงหยวนก็รู้สึกใจสั่นเล็กน้อย
รีบกล่าวว่า “ศิษย์พี่วางใจได้เลยขอรับ ข้าไม่กล้าแน่นอน!”
หยุนมู่เหยาจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “มา นั่งลง! ศิษย์พี่จะหวีผมให้ เจ้าออกไปแบบนี้ มันทำให้ข้าเสียหน้า!”
พลางพูดพลางบังคับเจียงหยวนให้นั่งลงบนเก้าอี้หยก
นางหยิบหวีออกมาค่อยๆหวีผมที่ยุ่งเหยิงของเจียงหยวนให้เรียบร้อย
“ศิษย์พี่ ท่านรู้ภูมิหลังของตนเองหรือไม่”
“รู้สิ ข้าเป็นสิ่งมีชีวิตแรกกำเนิด ศักดิ์สิทธิ์แต่กำเนิด พอถือกำเนิดขึ้นมา อาจารย์ก็พากลับมาที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเหอ ดังนั้นข้าจึงใช้นามสกุลตามอาจารย์ไปเลย!”
“ศิษย์พี่ อาจารย์ของท่านคือ?”
“เจ้าสำนักศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเหอ!”
ได้ยินดังนั้น ดวงตาของเจียงหยวนเผยความประหลาดใจ แอบตกตะลึงในใจ
เป็นนางผู้นั้นเอง ปราชญ์หญิงผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือ
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ศิษย์พี่ของตนถึงได้เป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเหอ ไม่เป็นต่างหากถึงจะแปลก!
มีผู้หนุนหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ แถมพรสวรรค์ของนางยังท้าทายสวรรค์ถึงเพียงนี้
หยุนมู่เหยากล่าวอีกว่า “ศิษย์น้อง เจ้าคงจะมองออกถึงภูมิหลังของข้ามานานแล้วใช่หรือไม่ ถึงได้ถามคำถามนี้กับข้า”
“อืม! เดิมทีอยากจะบอกศิษย์พี่ แต่ไม่คิดว่าศิษย์พี่จะรู้มานานแล้ว! ไม่น่าแปลกใจเลยที่ศิษย์พี่จะขาดความรู้ทั่วไปไปมาก!” เจียงหยวนกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“ถูกต้อง!” หยุนมู่เหยาพยักหน้า
จากนั้นนางกล่าวอีกว่า “เอาล่ะ! ศิษย์น้องหันมา!”
เจียงหยวนได้ยินดังนั้นจึงนั่งบนเก้าอี้หยกแล้วหันตัวกลับมา
“จริงด้วย พอจัดแต่งผมให้เรียบร้อย ศิษย์น้องก็ดูดีขึ้นอีกหลายส่วน! ยอดเยี่ยมจริงๆ!”
หยุนมู่เหยาพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เจียงหยวนยิ้มเล็กน้อย “ศิษย์พี่พอใจก็ดีแล้ว!”
จากนั้นเขาลุกขึ้นยืน มองหยุนมู่เหยาแล้วกล่าวว่า “ศิษย์พี่ ก่อนจากไป จะให้ข้านวดสักหน่อยหรือไม่”
“ไม่!” หยุนมู่เหยาส่ายหน้าช้าๆ “ความรู้สึกแบบนั้นจะทำให้ข้ารู้สึกไม่อยากให้ศิษย์น้องจากไปเลย”
“ถ้าอย่างนั้นศิษย์พี่ ข้าไปแล้วนะ?”
“อืม ไปเถอะ!” หยุนมู่เหยาพยักหน้า
เจียงหยวนจู่ๆก็สวมกอดนางพลางกระซิบข้างหูว่า “ศิษย์พี่ ไว้พบกันใหม่ครั้งหน้า!”
พูดจบ เจียงหยวนคลายอ้อมแขนออก ก่อนหมุนตัวจากไป
หยุนมู่เหยามองแผ่นหลังที่จากไปของเขา จากนั้นหันหลังเดินเข้าห้องของตน