เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 91 วรยุทธ์กำเนิดวิญญาณ โลกอีกมิติหนึ่ง

บทที่ 91 วรยุทธ์กำเนิดวิญญาณ โลกอีกมิติหนึ่ง

บทที่ 91 วรยุทธ์กำเนิดวิญญาณ โลกอีกมิติหนึ่ง


บทที่ 91 วรยุทธ์กำเนิดวิญญาณ โลกอีกมิติหนึ่ง

ครู่ต่อมา เจียงหยวนก็มาถึงยอดเขา

“เจ้าหนุ่ม มานั่งทางนี้!” คงเนี่ยนหัวเราะ

เจียงหยวนเดินมาข้างหน้าเขา “คารวะท่านผู้อาวุโส ข้าขอขอบคุณสำหรับโอสถคืนชีวิตเมื่อวันนั้นที่ทำให้ข้าหายจากอาการบาดเจ็บ”

เจียงหยวนกล่าวพลางนั่งลงอย่างสงบ

มองคงเนี่ยนที่ตอนนี้มีไอสีทองบางๆรายล้อมกายอยู่ในใจก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย!

จากนั้นความคิดในใจเริ่มเคลื่อนไหว

พลังแห่งโชคชะตาที่รวมอยู่บนร่างของคงเนี่ยนพลันถูกเขาสกัดไปทีละน้อย

เจียงหยวนเห็นพลังแห่งโชคชะตาบนหน้าต่างสถานะของเขาพุ่งทะยานขึ้นในพริบตา

เป็นเช่นนั้นจริงๆ!

ผู้ที่มีระดับพลังสูง ยิ่งสามารถเก็บสะสมพลังแห่งโชคชะตาได้มาก

ไม่แปลกที่ตอนแรกเจอคงเนี่ยน เขาจะมีพลังแห่งโชคชะตาถึงห้าสิบสามหน่วย

ในขณะที่กู่โม่เมื่อพบในครั้งแรกมีเพียงไม่กี่สิบหน่วยเท่านั้น

คงเนี่ยนมองเจียงหยวน พลางพินิจพิจารณาอย่างละเอียด จากนั้นสีหน้าเขาพลันนิ่งงันเล็กน้อย

ระดับเชื่อมชีพจร ขั้นที่สาม?

ความเร็วในการฝึกฝนนี้มันช่างรวดเร็วเหลือเชื่อ!

นับตั้งแต่วันที่พบกันครั้งล่าสุด นับรวมแล้วก็เพิ่งจะสองเดือนเท่านั้น

แม้จะมีโอสถคืนชีวิตของข้าขวดนั้น แต่ภายในหนึ่งเดือนเขาไม่ควรจะฝึกฝนได้เลยด้วยซ้ำ

นั่นหมายความว่าเขามีเวลาฝึกฝนเพียงหนึ่งเดือน เหตุใดจึงสามารถทะลวงสู่ระดับเชื่อมชีพจรขั้นที่สามได้

แม้จะมีทรัพยากรมากเพียงใด เส้นชีพจรของเขาจะทนทานต่อการทำลายล้างที่รุนแรงและบ่อยครั้งเช่นนั้นได้หรือ

ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่ามีข่าวลือว่าเขาสามารถฝึกฝ่ามือคลื่นยักษ์ถาโถมจนถึงขั้นสำเร็จ?

นี่...ในหนึ่งเดือนนี้ เขาทำเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร?

หรือว่าข้าจะประเมินเขาต่ำไป พรสวรรค์ของเขาช่างน่ากลัวกว่าที่ข้าคิดไว้มากนัก!

หลังจากเห็นเจียงหยวน คงเนี่ยนก็มีความสงสัยมากมายผุดขึ้นในใจ

มีสิ่งหนึ่งที่เขาสามารถยืนยันได้คือ ก่อนหน้านี้เขายังคงประเมินพรสวรรค์ของเจียงหยวนต่ำไป

ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิด

เจียงหยวนก็หยิบสุราบุปผาหยกเขียวที่เพิ่งซื้อออกมา

“ท่านผู้อาวุโส นี่คือสุราดีที่สุดเท่าที่ข้าจะหาซื้อได้แล้ว ข้านำมันมาเพื่อเป็นการขอบคุณท่าน! ขอบคุณสำหรับการคุ้มครองลับๆของท่านในครั้งก่อน และขอบคุณสำหรับน้ำใจของท่านที่ทำให้รุ่นน้องผู้นี้ซาบซึ้งใจยิ่งนัก!”

เจียงหยวนกล่าวอย่างจริงใจ กล่าวจบก็รินสุราให้คงเนี่ยนจนเต็มถ้วย

แม้เป้าหมายของเขาจะสำเร็จแล้ว และสิ่งที่คาดเดาในใจก็เป็นจริงแล้ว

แต่เจียงหยวนไม่รีบกลับ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคงเนี่ยนจะช่วยให้เขามาเก็บเกี่ยวพลังแห่งโชคชะตาได้เป็นประจำในภายภาคหน้า

มิฉะนั้นหากความสัมพันธ์ตึงเครียด เขาคงจะเข้าสู่ยอดเขาเทียนโส่วไม่ได้ด้วยซ้ำ

คงเนี่ยนมองสุราสีเขียวมรกตในถ้วยตรงหน้า พลางหัวเราะ “ดี! ด้วยใจของเจ้าแล้ว เฒ่าผู้นี้จะดื่มสุราถ้วยนี้”

เขาพลันยกถ้วยขึ้นดื่มรวดเดียวหมด

“สุราถ้วยนี้หากไม่ใช่ของเจ้า ข้าจะไม่มีทางดื่มสุราที่ด้อยคุณภาพเช่นนี้เป็นอันขาด”

กล่าวจบเขายกมือขึ้นโบก กาสุราหยกขาวปรากฏขึ้นบนโต๊ะหิน

“มา ดื่มสุราก็ต้องดื่มสุราดีที่เฒ่าผู้นี้สะสมไว้!”

“ขอรับ!” เจียงหยวนยิ้ม รีบหยิบกาสุราเตรียมรินให้คงเนี่ยนจนเต็ม

“นายน้อย ให้ข้าทำเถอะเจ้าค่ะ!” ซูเสี่ยวเสี่ยวพลันเอ่ยขึ้น

เจียงหยวนพยักหน้าเล็กน้อย

ซูเสี่ยวเสี่ยวรีบรับกาสุรามา รินสุราให้ทั้งสองคนจนเต็มถ้วย

ผู้เฒ่าหนึ่ง คนหนุ่มหนึ่ง ทั้งสองต่างมีความคิดที่จะกระชับความสัมพันธ์ จึงเริ่มต้นดื่มกินกันไปมา

หลังจากดื่มไปสามจอก คงเนี่ยนเห็นเจียงหยวนเริ่มมีอาการมึนเมาเล็กน้อย

จึงกล่าวขึ้น “ข้าจะบอกเจ้าว่าเฒ่าผู้นี้คือยอดฝีมืออันดับหนึ่งของสำนักไท่เสวียน ระดับสะพานเทพขั้นที่เก้า เคยได้ยินหรือไม่?”

เจียงหยวนส่ายหัว

“ดี งั้นเฒ่าผู้นี้จะให้เจ้าดูความเก่งกาจของข้า! เจ้ามองก้อนเมฆสีขาวบนหัวนั่น ข้าต้องการให้มันหายไป มันก็จะหายไป”

สิ้นเสียง

เขาเหยียดห้านิ้วขึ้นไปบนท้องฟ้า เหนือฟากฟ้าพลันก่อตัวเป็นฝ่ามือมหึมา

ขณะที่เขากำหมัด ฝ่ามือเหนือศีรษะก็ค่อยๆกำเข้าหากัน

เหนือศีรษะมีคลื่นลมถาโถม เมฆหมอกกลายเป็นสายน้ำไหลผ่านฝ่ามือมหึมานั้น

ภายใต้แรงกดดันนั้นพลันกลายเป็นหยาดฝนโปรยปรายลงมา

ในพริบตาเหนือศีรษะก็เปลี่ยนเป็นสีครามสดใส มองไม่เห็นเมฆหมอกแม้แต่น้อย

“เห็นหรือไม่! นี่คือพลังของเฒ่าผู้นี้ ระดับสะพานเทพขั้นที่เก้า สามารถควบคุมพลังฟ้าดินมาใช้ได้! เฒ่าผู้นี้เก่งกาจกว่ายอดฝีมือหลักคนอื่นๆมาก แม้แต่เจ้าสำนักตอนเด็กยังเคยถูกข้าตีตูดมาแล้ว!”

หลังจากปูทางเสร็จ เขาก็กล่าวขึ้นช้าๆ “มีเฒ่าผู้นี้คอยคุ้มครอง ในสำนักไท่เสวียนจะไม่มีใครกล้าแตะต้องเจ้า เจ้ายังต้องการที่จะคารวะเฒ่าผู้นี้เป็นอาจารย์หรือไม่?”

เจียงหยวนส่ายหน้าช้าๆ “ท่านผู้อาวุโส ข้าขออภัย!”

“เฮ้อ! ช่างเถอะ!” คงเนี่ยนรู้สึกหดหู่เล็กน้อย จากนั้นกล่าวต่อ “เจ้าไม่ยอมคารวะเป็นอาจารย์ หรือว่าเจ้าได้แอบคารวะยอดฝีมือหลักคนอื่นเป็นอาจารย์ไปแล้ว?”

“ไม่เคยขอรับ!” เจียงหยวนส่ายหัว

ได้ยินคำตอบที่เด็ดขาดของเขา คงเนี่ยนรู้สึกผ่อนคลายในใจเล็กน้อย

จากนั้นจึงกล่าวต่อ “ได้ยินว่าฝ่ามือคลื่นยักษ์ถาโถมของเจ้าสำเร็จแล้ว?”

“ท่านผู้อาวุโส ไม่ปิดบัง ความจริงแล้วไม่ใช่สำเร็จ แต่เป็นสมบูรณ์!”

“สมบูรณ์แบบ?” คงเนี่ยนตกใจทันทีพลางกล่าว “เจ้าอย่าหลอกข้า เจ้าเพิ่งฝึกฝนมาได้นานเท่าใด จะไปเชี่ยวชาญฝ่ามือคลื่นยักษ์ถาโถมได้อย่างไร!”

“ผู้อาวุโสไม่เชื่อหรือขอรับ?”

“ไม่เชื่อ!” คงเนี่ยนส่ายหน้า

“เช่นนั้นก็ได้ ผู้อาวุโสโปรดดู!” เจียงหยวนกล่าว

เขายกมือขึ้นตบออกไปข้างหน้าหนึ่งฝ่ามือ

ซูมซูม—

เสียงคลื่นซัดสาดดังขึ้นในหูทันที

ฝ่ามือที่เจียงหยวนตบออกไปนั้นกลายเป็นแม่น้ำที่เชี่ยวกราก คลื่นลูกใหญ่ถาโถม

สายน้ำพุ่งตรงไปข้างหน้า จนกระทั่งเข้าไปในป่าไม้จึงมีลวดลายต่างๆสว่างวาบขึ้น แสงคมกระบี่สายหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศ แม่น้ำที่เชี่ยวกรากสายนั้นจึงสลายไป

ฝ่ามือนี้เจียงหยวนมั่นใจนัก

ในวันนั้นที่ก้นแม่น้ำชางเจียง เขาไม่สามารถหยั่งรู้ถึงความสมบูรณ์แบบได้เสียที

จนกระทั่งแสงสว่างวาบขึ้นในความคิด เขารู้สึกราวกับว่าได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับแม่น้ำชางเจียง

สามารถรับรู้ถึงคลื่นลูกใหญ่ที่โหมซัด กระแสน้ำที่ไหลไม่หยุดหย่อน ละอองน้ำที่กระเซ็นแต่ละหยด ล้วนปรากฏขึ้นในความคิดของเขา

เขาจึงพลันเข้าใจความหมายของฝ่ามือคลื่นยักษ์ถาโถม

เมื่อเห็นภาพตรงหน้า คงเนี่ยนรู้สึกราวกับมีคลื่นหมื่นลูกซัดสาดในใจ รู้สึกตกตะลึงอย่างยิ่ง

นี่มิใช่ฝ่ามือคลื่นยักษ์ถาโถมในระดับสมบูรณ์แบบแล้ว แต่นี่คือการก้าวข้ามความสมบูรณ์แบบ และมอบชีวิตชีวาให้กับฝ่ามือนี้

นี่เป็นไปได้อย่างไร!

การหยั่งรู้ฝ่ามือคลื่นยักษ์ถาโถมของเขา เหตุใดจึงบรรลุถึงขั้นนี้ได้

เหนือความสมบูรณ์แบบคือการร่ายกระบวนท่าที่ก่อเกิดชีวิตชีวา มอบจิตวิญญาณให้กับกระบวนท่านี้

วิชาการต่อสู้ใดๆก็ตามที่ก้าวข้ามความสมบูรณ์แบบไปแล้ว ล้วนอยู่ในระดับที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง

มิใช่ความแตกต่างแบบขั้นพื้นฐาน ขั้นเชี่ยวชาญ และขั้นสมบูรณ์แบบ หากแต่เป็นโลกอีกใบหนึ่งเลยทีเดียว

กล่าวได้ว่าระดับที่เหนือความสมบูรณ์แบบ คือการมอบชีวิตชีวาให้แก่กระบวนท่า

พลังอำนาจไร้เทียมทาน ดังแม่น้ำที่เกิดจากฝ่ามือเมื่อครู่

คลื่นเพียงลูกเดียวก็เทียบเท่ากับฝ่ามือคลื่นยักษ์ถาโถมในระดับสมบูรณ์แบบแล้ว

นี่เป็นเรื่องที่เกินจริงอย่างยิ่ง มีอัจฉริยะกี่คนกันที่ตลอดชีวิตไม่อาจบรรลุถึงระดับนี้ ระดับที่กระบวนท่าสามารถก่อเกิดชีวิตชีวาได้

เรื่องของความเข้าใจมิได้เหมือนเรื่องอื่น

หากไม่เป็นก็คือไม่เป็น ทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้ การทุ่มเทเวลาให้ไป ผลที่ได้นับว่าน้อยนิดยิ่งนัก

เขามองเจียงหยวนอย่างลึกซึ้ง

ไม่คิดเลยว่าในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนเศษนี้ เขาจะสามารถหยั่งรู้ฝ่ามือคลื่นยักษ์ถาโถมจากศูนย์สู่ระดับเหนือสมบูรณ์แบบได้

ความเข้าใจของเขาไปถึงขั้นใดกัน ในเวลานี้เขาไม่อาจจินตนาการได้ เพราะเขาไม่เคยเห็นอัจฉริยะเช่นนี้มาก่อน

อัจฉริยะที่มีความเข้าใจไม่เลวนั้นยังถือว่าหายากแล้ว หนึ่งในหมื่นคนยังยากที่จะหาได้

อีกทั้งพรสวรรค์เช่นนี้ไม่สามารถตรวจสอบได้

ดังนั้นหอคัมภีร์จึงเก็บรักษาตำราฉบับลอกเลียนแบบระดับสามัญขั้นกลางไว้ เพื่อใช้คัดเลือกอัจฉริยะที่มีความเข้าใจไม่เลว

ส่วนความเข้าใจที่สูงถึงขั้นที่เขาแสดงให้เห็น เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เพียงแค่เคยได้ยินมาเท่านั้น

อัจฉริยะที่นำยอดเขาเทียนโส่วให้รุ่งเรืองในครั้งอดีต ว่ากันว่ามีความเข้าใจที่เหนือธรรมชาติและลึกซึ้ง

วิชาการต่อสู้ทุกแขนงเมื่ออยู่ในมือเขา ไม่นานจะสามารถหยั่งรู้ถึงขั้นสมบูรณ์แบบได้ ในจำนวนนี้มีวิชาการโจมตีที่เหนือความสมบูรณ์แบบอยู่ไม่น้อย

เขายังสามารถรวบรวมจุดเด่นของร้อยสำนัก ยืนอยู่บนบ่าของคนรุ่นก่อนเพื่อสร้างเคล็ดวิชาของตนเองขึ้นมา

เคล็ดวิชาหลอมกายาที่เขาสร้างขึ้นก็เป็นเพียงมรดกที่ได้รับจากผู้นั้น เขายืนอยู่บนบ่าของคนผู้นั้นและปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้ยังนับได้ว่าเพิ่งเริ่มปรับปรุงให้สมบูรณ์

หากเคล็ดวิชาเช่นนี้ตกอยู่ในมือของคนผู้นั้น ไม่นานคงจะสามารถบรรลุถึงระดับที่ชี้ตรงสู่เต๋าได้

นั่นไม่ใช่ระดับที่สามารถประเมินได้ด้วยขั้นสามัญ ปฐพี หรือสวรรค์

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็ยิ่งให้ความสำคัญกับเจียงหยวนมากขึ้น

จิตวิญญาณแข็งแกร่ง ร่างกายไร้เทียมทาน ความเข้าใจเหนือชั้น

จะหาศิษย์อัจฉริยะเช่นนี้ได้จากที่ใด?

เขาไม่สนใจว่าเจียงหยวนจะไม่ยอมรับเป็นอาจารย์ครั้งหนึ่ง หรือสุดท้ายแล้วจะไม่ยอมรับเป็นอาจารย์เลยก็ไม่เป็นไร

อาจารย์กับศิษย์เป็นเพียงเพียงคำเรียกขานเท่านั้น!

การสืบทอดต่างหากที่เป็นนิรันดร์!

เมื่อคิดได้อย่างกระจ่างแจ้งแล้ว อารมณ์ของเขาพลันผ่อนคลายลงมาก มองเจียงหยวนด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจ

ส่วนเจียงหยวนเมื่อเห็นสีหน้าของคงเนี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน

เฒ่าผู้นี้คงไม่มีรสนิยมแปลกๆหรอกกระมัง!

ในเวลานี้เอง เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นข้างหูของทั้งสอง

“เจ้าเฒ่า เหตุใดวันนี้ไม่เก็บตัวหมกมุ่นอยู่กับเคล็ดวิชาของเจ้าเล่า?”

วินาทีถัดมา เขาประหลาดใจเล็กน้อยพลางกล่าว “เป็นเจ้านี่เอง!”

เจียงหยวนหันกลับไป ในดวงตาปรากฏร่างของชายชราคนหนึ่ง

เป็นเขาเอง!

ผู้อาวุโสที่เฝ้าประตูหอคัมภีร์!

วันนี้เขาเหตุใดจึงไม่ไปเฝ้าประตูกัน?

เจียงหยวนรีบทำความเคารพพลางกล่าว “คารวะผู้อาวุโส!”

จากนั้นเจียงหยวนก็มองคงเนี่ยนอีกครั้ง “ในเมื่อผู้อาวุโสทั้งสองอยู่ที่นี่ ศิษย์ต้องขอตัวลาไปก่อน!”

“ดี!” คงเนี่ยนกล่าวด้วยความเมตตา “ครั้งหน้าหากมีเวลาอย่าลืมมาหาข้าอีก!”

“แน่นอนขอรับ!”

เจียงหยวนประสานมือคารวะ แล้วพาซูเสี่ยวเสี่ยวเดินลงจากเขาไป

หลังจากที่ทั้งสองหายลับไปจากทางลงเขาแล้ว

ไป๋ฉือจึงกล่าว “เจ้าเฒ่า เหตุใดเจ้าถึงใจดีกับเขาขนาดนั้น? ไยต้องให้เกียรติไอ้หนูที่ไม่รู้จักกาลเทศะอย่างเขาด้วย!”

คงเนี่ยนยิ้มพลางส่ายหน้า “เจ้าไม่เข้าใจหรอก!”

"ข้าไม่เข้าใจรึ ข้าว่าเจ้าต่างหากที่โดนปีศาจเข้าสิง สำนักไท่เสวียนของเราไม่มีอัจฉริยะอะไรอย่างนั้นหรือ เหตุใดเจ้าต้องผูกคอตายกับต้นไม้เพียงต้นเดียว!"

ไป๋ฉือรู้สึกเจ็บใจระคนผิดหวังเล็กน้อย

"อัจฉริยะอะไรกัน พวกนั้นก็แค่กองขยะไร้ค่าเท่านั้นแหละ!" คงเนี่ยนกล่าวอย่างเกียจคร้าน

จากนั้นเขากล่าวอีกว่า "ข้ารู้ว่าเจ้าอยากจะโต้แย้ง! แต่เจ้าลองดูนี่ก่อน!"

กล่าวจบ เขายกมือขึ้นโบกสะบัด

ภาพเหตุการณ์ฝ่ามือที่เจียงหยวนใช้เมื่อครู่นั้นค่อยๆปรากฏขึ้นตรงหน้าคนทั้งสอง

ไป๋ฉือมองดูม่านน้ำตรงหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย

ในพริบตาต่อมา ดวงตาของเขาก็หดเล็กลง พร้อมกับเอ่ยอย่างช้าๆว่า "ฝ่ามือคลื่นยักษ์ถาโถมที่เหนือกว่าขั้นสมบูรณ์!"

คงเนี่ยนยกมือขึ้นเก็บม่านน้ำนั้นกลับไป

"เข้าใจแล้วใช่หรือไม่! เขาเพิ่งจะยืมคัมภีร์ฝ่ามือคลื่นยักษ์ถาโถมมาจากหอคัมภีร์ได้ไม่นานเท่าใดก็สามารถบรรลุถึงขั้นที่เหนือกว่าสมบูรณ์ได้แล้ว! เจ้าน่าจะรู้ว่าความเข้าใจของเขานั้นยอดเยี่ยมเพียงใด!"

ไป๋ฉือพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม "สูงส่งจริงๆ สูงส่งเกินความคาดหมาย!"

คงเนี่ยนกล่าวอีกว่า "อีกอย่าง ไม่รู้ว่าเจ้าสังเกตเห็นหรือไม่ ขอบเขตพลังของเขาได้บรรลุถึงระดับเชื่อมชีพจรขั้นที่สามแล้ว!"

"ขั้นที่สาม!" ไป๋ฉือพึมพำกับตนเอง "มิน่าเล่า เจ้าเฒ่าผู้นี้ถึงได้คิดถึงเขาไม่หยุดหย่อน! สิ่งที่เจ้าพูดมาทำให้ข้ายังอดใจเต้นไม่ได้เลย!"

"ใจเต้นไปก็ไร้ประโยชน์!" คงเนี่ยนส่ายหน้าถอนหายใจพลางกล่าว "เจ้าหนุ่มน้อยผู้นี้ไม่รู้จักอ่อนข้อเลยสักนิด! ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่ยอมรับข้าเป็นอาจารย์ ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่"

ขณะนั้นเอง ไป๋ฉือกลับกล่าวว่า "หากเขาเป็นจริงดังที่เจ้ากล่าวมา ความเข้าใจของเขาใกล้เคียงจะบรรลุถึงขั้นเหนือโลกเข้าสู่เซียน ร่างกายหาผู้ใดเทียบ จิตวิญญาณแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ เจ้าคิดว่าอัจฉริยะเช่นนี้สำนักไท่เสวียนจะกักขังเขาไว้ได้หรือ?"

คงเนี่ยนพลันตกอยู่ในห้วงความคิดชั่วขณะ ผ่านไปครู่หนึ่งเขาค่อยๆกล่าวว่า "สิ่งที่เจ้าพูดมามีเหตุผล อัจฉริยะแห่งยอดเขาเทียนโส่วผู้นั้นที่เคยขึ้นสู่ทำเนียบทองคำสูงสุดในปีก่อน ความจริงแล้วเป็นสำนักไท่เสวียนนั่นแหละที่พันธนาการเขาเอาไว้"

"หากเขาไม่ได้มาจากสำนักไท่เสวียน รากฐานไม่ตื้นเขินจนเกินไป และไม่มีผู้คุ้มครองวิถี บางทีก็อาจจะไม่ต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของอสูรยักษ์ตัวนั้น!"

คงเนี่ยนพูดไปพลางคืนสติกลับมาในทันที

#วันนี้ผมติดธุระ เดี๋ยวลงชดเชยให้พรุ่งนี้ถึงตอนที่ 100 ครับ

จบบทที่ บทที่ 91 วรยุทธ์กำเนิดวิญญาณ โลกอีกมิติหนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว