- หน้าแรก
- คัมภีร์อสูรพิชิตฟ้า
- บทที่ 559 ซีอู๋หยา
บทที่ 559 ซีอู๋หยา
บทที่ 559 ซีอู๋หยา
ห่างจากโบราณสถานต้าเฉียนสิบลี้ ณ ศาลาริมทาง
เจินจวินตระกูลตวนมู่และเจินจวินตระกูลโอวหยางนั่งอยู่ด้านใน สีหน้าผ่อนคลาย จิบชาหอมกรุ่นอย่างสบายอารมณ์
เหล่าเจินจวินขั้นหยวนอินที่อยู่รายรอบศาลา แม้จะแสดงสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าผลีผลามจากไป
ในชั่วครู่นี้ มีเจินจวินขั้นหยวนอินกว่าสิบคนที่ต้องการท้าทายสองตระกูลบรรพกาลตวนมู่และโอวหยาง แต่ล้วนถูกสังหารสิ้น ไร้ซึ่งหนทางต่อต้าน!
ยันต์ชีวิตที่แตกสลาย ยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความตื่นตระหนก ความสงสัย ความตกตะลึง และความโกรธแค้นแผ่ซ่านและก่อตัวขึ้นในฝูงชน
อย่าว่าแต่พวกเขาเลย แม้แต่เจินจวินขั้นหยวนอินทั้งสามจากสิบสำนักระดับสูงอย่างสำนักเทียนสิง สำนักดาราจันทร์ และสำนักอินกุ่ย ก็ทำได้เพียงเบิกตามองยันต์ชีวิตในมือของตนแตกสลายไปต่อหน้าต่อตา
สีหน้าของทั้งสามคน ดำคล้ำจนถึงขีดสุด!
การแย่งชิงผลจูมาจนถึงบัดนี้ มียอดคนฟ้าประทานตกตาย มากเกินไปแล้ว
แม้แต่ยอดคนฟ้าประทานของสิบสำนักระดับสูงและสี่ตระกูลขุนนางใหญ่ ก็เหลือรอดเพียงสองสามคน
ยันต์ชีวิตสองสามใบที่เหลืออยู่ ในยามนี้ก็หม่นหมองลง บ่งบอกว่าสถานการณ์ของยอดคนฟ้าประทานที่รอดชีวิตเหล่านั้น ก็ไม่ได้ดีสักเท่าไหร่
ในที่สุด เจินจวินตระกูลอวี่เหวินก็อดรนทนไม่ไหว กัดฟันกล่าวว่า "ตระกูลตวนมู่ของพวกท่าน ช่างมีทายาทที่ดีจริงๆ!"
"เพื่อผลจูเพียงลูกเดียว ทายาทตระกูลตวนมู่ผู้นี้ ออกจะลงมืออำมหิตเกินไปหน่อยกระมัง!" เจินจวินอารามหมอกโลหิตสีหน้าย่ำแย่
"หึหึ" เจินจวินตระกูลตวนมู่หัวเราะเบาๆ ส่ายหน้าพลางกล่าวว่า
"นี่เป็นศึกประลองระหว่างยอดคนฟ้าประทาน เดิมทีก็ยุติธรรมสำหรับทุกคนอยู่แล้ว ศิษย์ในสำนักของพวกเจ้าตกตายไป ไยต้องมาโทษตระกูลตวนมู่ของข้าด้วย?"
เหล่าเจินจวินขั้นหยวนอินต่างเงียบงัน
ไม่ว่าอย่างไร นี่ก็เป็นศึกทายาทสวรรค์ที่ยุติธรรมจริงๆ
หากเปลี่ยนสถานะกัน ถ้ามีโอกาสสังหารยอดคนฟ้าประทานตระกูลตวนมู่ ศิษย์ของพวกเขาก็คงไม่ออมมือเช่นกัน
เจินจวินตระกูลตวนมู่กล่าวอย่างเย็นชาว่า "ไม่มีฝีมือ ก็อย่ามาแย่งชิงผลจู! กล้ามาแย่งชิงผลจู ตายไปก็อย่าโทษคนอื่น!"
"เจ้า..."
คำพูดของเจินจวินตระกูลตวนมู่ประโยคนี้ฟังดูระคายหูยิ่งนัก แต่ทุกคนกลับต้องจนด้วยคำพูด
จู่ๆ!
เจินจวินตระกูลตวนมู่ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง ขมวดคิ้วมุ่น ตบมือลงบนถุงเก็บของ หยิบยันต์ชีวิตแผ่นหนึ่งออกมา
บนยันต์ชีวิตแผ่นนี้ แสงสว่างที่เดิมทีเคยเปล่งประกายวูบวาบ กำลังหม่นหมองลงอย่างรวดเร็ว
"หือ?"
เจินจวินตระกูลตวนมู่สีหน้าเปลี่ยนไป!
ในเวลาเดียวกัน เจินจวินตระกูลโอวหยางก็หยิบยันต์ชีวิตแผ่นหนึ่งออกมาเช่นกัน
แสงสว่างของยันต์ชีวิตแผ่นนี้ ก็กำลังลดทอนลงอย่างรวดเร็ว
สถานการณ์ไม่ชอบมาพากล!
สองตระกูลบรรพกาลตวนมู่และโอวหยาง มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมารุ่นสู่รุ่น
ความสัมพันธ์ระหว่างตวนมู่คังและโอวหยางเซี่ยอวี่ แม้จะนับว่าเป็นเพื่อนสมัยเด็กไม่ได้ แต่ก็ไม่มีทางเข่นฆ่ากันเองแน่นอน
นั่นหมายความว่า มีศัตรูที่แข็งแกร่งคุกคามทั้งสองคนอยู่!
เหล่าเจินจวินขั้นหยวนอินทั้งในและนอกศาลา แม้จะไม่ได้เอ่ยปาก แต่ต่างก็แอบหัวเราะเยาะอยู่ในใจ
"ดูเหมือนพวกเขาจะเจอปัญหาเข้าแล้ว"
เจินจวินตระกูลโอวหยางสีหน้าเคร่งขรึม
เจินจวินตระกูลตวนมู่ขมวดคิ้วแน่น
จากการตอบสนองของยันต์ชีวิต เขาดูออกถึงปัญหาได้โดยธรรมชาติ
เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เจินจวินตระกูลตวนมู่ขบคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจคือ ด้วยความแข็งแกร่งของตวนมู่คัง ในโบราณสถานต้าเฉียนแห่งนี้ ใครจะสามารถคุกคามเขาได้?
ยิ่งไปกว่านั้น ข้างกายตวนมู่คังยังมีโอวหยางเซี่ยอวี่ และยังมีพาหนะอสูรสัตว์ที่แข็งแกร่งอีกสองตัว!
แคว่ก!
ในขณะนั้นเอง ยันต์ชีวิตในมือของเจินจวินตระกูลตวนมู่ พลันส่งเสียงดังขึ้น
ดูเหมือนแผ่วเบา แต่เมื่อดังขึ้นที่ข้างหูของเจินจวินตระกูลตวนมู่ กลับเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ!
เขาก้มหน้ามองลงไปโดยสัญชาตญาณ
กลางฝ่ามือ ยันต์ชีวิตที่เป็นของตวนมู่คัง บัดนี้ได้ปรากฏรอยร้าวขึ้นทีละสาย!
นี่พิสูจน์ว่า ตวนมู่คังได้ตกตายไปแล้ว!
เจินจวินตระกูลตวนมู่อึ้งงันไปแล้ว
ปล่อยให้เศษยันต์ชีวิตที่แตกสลาย ร่วงหล่นผ่านร่องนิ้ว โดยที่เขาไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด
เหล่าเจินจวินขั้นหยวนอินทั้งในและนอกศาลาสีหน้าซับซ้อน แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะมีความคิดสมน้ำหน้า
แต่ในขณะเดียวกัน ทุกคนต่างก็สงสัยใคร่รู้ อยากจะรู้ว่าส่วนลึกของซากปรักหักพังเกิดอะไรขึ้นกันแน่!
คนแบบไหนกัน ถึงสามารถสังหารทายาทตระกูลบรรพกาลได้ และยังกล้าลงมือสังหารด้วย!
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เจินจวินตระกูลตวนมู่ก็ตบโต๊ะลุกขึ้น กล่าวเสียงขรึมว่า "ในโบราณสถานต้องมีความผิดปกติแน่ ข้าจำเป็นต้องไปดูให้เห็นกับตา! ในแดนเหนือ อาจมียอดคนฟ้าประทานที่เอาชนะคังเอ๋อร์ได้ แต่ข้าไม่เชื่อว่า จะมีใครสังหารเขาได้!"
"ฮิ ฮิ!"
ในฝูงชน มีเจินจวินขั้นหยวนอินผู้หนึ่งอดรนทนไม่ไหว หัวเราะเยาะออกมา กล่าวว่า
"เมื่อครู่ เป็นใครที่พูดจาฉอดๆ ว่าเพื่อรับประกันความยุติธรรมของศึกครั้งนี้ ห้ามไม่ให้เจินจวินขั้นหยวนอินคนใดสอดมือ เข้าสู่โบราณสถานต้าเฉียน?"
"ถูกต้อง คำพูดที่ตัวเองพูดออกมา เพียงชั่วพริบตาก็จะตระบัดสัตย์ หน้าไม่อายหรือไง?"
"พวกเจ้ารนรนหาที่ตาย!"
เจินจวินตระกูลตวนมู่ถูกคนจี้ใจดำ ก็อดไม่ได้ที่จะบันดาลโทสะ หว่างคิ้วเปล่งประกาย จิตสัมผัสระเบิดออก
ในฝูงชน ที่ใต้เท้าของเจินจวินขั้นหยวนอินสองคนที่พูดสอดขึ้นมา มีพงหญ้าขึ้นรกชัฏลุกลามอย่างบ้าคลั่ง รัดรึงเจินจวินขั้นหยวนอินทั้งสองคนเอาไว้!
แทบจะในชั่วพริบตา ร่างกายของทั้งสองคนก็ถูกพงหญ้าเฉือนขาดอย่างโหดเหี้ยม เลือดสดๆ ไหลโชก
"อ๊าก! อ๊าก! อ๊าก!"
ทั้งสองคนกรีดร้องโหยหวนออกมาอย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าทั้งสองคนจะดิ้นรนอย่างไร ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากการพันธนาการของพงหญ้า กลับยิ่งรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
ต้นหญ้าได้บาดลึกเข้าไปในเลือดเนื้อแล้ว!
พรวด!
ร่างกายของทั้งสองคนทนรับภาระไม่ไหว ถูกพงหญ้าเฉือนเป็นเศษเนื้อก้อนเละๆ ร่วงหล่นเกลื่อนพื้น ส่งกลิ่นคาวคลุ้งน่าสะอิดสะเอียน
"ใครยังมีข้อโต้แย้งอีก?"
เจินจวินตระกูลตวนมู่แผ่ไอสังหารคุกรุ่น กวาดตามองไปรอบด้าน ถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
"หึ หึ..."
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะเบาๆ ที่แฝงไว้ด้วยการเยาะเย้ยถากถางก็ดังขึ้น
ชายชราร่างผอมแห้ง แก้มตอบ ผู้หนึ่ง ไม่รู้ว่าปรากฏตัวขึ้นที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ แววตาผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ราวกับมองทะลุทุกสิ่ง กล่าวเรียบๆ ว่า
"ช่างวางก้ามใหญ่โตเสียจริงนะ"
"เจ้าคือ..."
เจินจวินตระกูลตวนมู่ชะงักไปครู่หนึ่ง
ทันใดนั้น สายตาของเจินจวินตระกูลตวนมู่ ก็ตกอยู่ที่เอวของชายชราผู้นี้
เมื่อเห็นป้ายสำนักชิ้นนี้ เจินจวินตระกูลตวนมู่ก็ร่างกายสั่นสะท้าน ดวงตาทั้งสองข้างฉายแววเหลือเชื่อ อุทานออกมาว่า "วังแก้วผลึก!"
สามคำนี้ ราวกับมีมนต์ขลังบางอย่าง
ทั้งในและนอกศาลา เงียบกริบลงในทันที
ผู้ฝึกตนที่สามารถฝึกฝนจนถึงขั้นหยวนอิน แทบทุกคนล้วนเคยได้ยินชื่อเก้าสำนักเซียน
เจินจวินขั้นหยวนอินที่เคยได้ยินชื่อเก้าสำนักเซียน และยังอยู่ในแดนเหนือ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เคยได้ยินชื่อวังแก้วผลึก!
นี่คือสุดยอดสำนักที่แท้จริงของแดนเหนือ ยักษ์ใหญ่ที่น่าเกรงขาม!
"ไม่ทราบว่าเป็นสหายเต๋าท่านใดของวังแก้วผลึก?"
เจินจวินตระกูลตวนมู่ลางสังหรณ์ถึงบางอย่างได้รางๆ จึงเอ่ยถามอย่างยากลำบาก
"ผู้เฒ่าไม่มีฉายานามอะไร เป็นเพียงบ่าวชราคนหนึ่งใต้สังกัดนายน้อยเท่านั้น"
น้ำเสียงของชายชราวังแก้วผลึกยังคงราบเรียบ
"นายน้อย นายน้อย... หรือว่าเขามาแล้ว?"
เจินจวินตระกูลตวนมู่พึมพำเบาๆ มุมปากขมขื่น
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่า ตวนมู่คังพลาดท่าเสียทีด้วยน้ำมือใคร
หากเป็นคนผู้นั้นของวังแก้วผลึกจุติลงมาในโบราณสถานต้าเฉียน ต่อให้มีตวนมู่คังสิบคน ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา!
สามสิบปีก่อน คนผู้นั้นคือจินตันเจินเหรินอันดับหนึ่งแห่งแดนเหนือ!
ตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน คนผู้นี้ก็สามารถก้าวเข้าสู่ขั้นหยวนอินได้แล้ว เพียงแต่เพื่อจะเข้าสู่สนามรบบรรพกาลในอีกยี่สิบปีให้หลัง จึงยังไม่ได้ก้าวข้ามขั้นนั้นไป
วังแก้วผลึก ซีอู๋หยา!
สามสิบปีก่อน ในแดนเหนือ ขั้นสร้างแก่นทองผู้ไร้เทียมทาน!
เจินจวินของสิบสำนักระดับสูงและสี่ตระกูลขุนนางใหญ่เมื่อได้ยินชื่อ 'ซีอู๋หยา' ต่างก็เงียบกริบลง
เจินจวินตระกูลโอวหยางถอนหายใจแผ่วเบา
"หากรู้แต่แรกว่าซีอู๋หยาจะมา เราจะส่งศิษย์ในสำนักไปแย่งชิงผลจูทำไม นี่มิเท่ากับรนหาเรื่องใส่ตัวหรือ"
-สองสิงห์:ผู้แปล-