- หน้าแรก
- คัมภีร์อสูรพิชิตฟ้า
- บทที่ 480 ปะทะจินตัน
บทที่ 480 ปะทะจินตัน
บทที่ 480 ปะทะจินตัน
คังหลางเจินเหรินตกใจจนเหงื่อกาฬไหลพราก
เขาเป็นถึงขั้นแก่นทองช่วงปลาย ในสถานการณ์ที่ใช้นิมิตแก่นทองออกมา ก็ทำได้เพียงเสมอกับวิชาลับกระบวนท่านี้ของซูจื่อโม่เท่านั้น!
เป็นครั้งแรกที่คังหลางเจินเหรินค้นพบว่า บัณฑิตผู้หยิ่งยโสที่ดูไร้เดียงสาในวันวาน ได้เติบโตจนเหนือกว่าการควบคุมและการคาดการณ์ของเขาไปแล้ว
ในงานประลองยุทธ์สำนักเมื่อปีก่อน ซูจื่อโม่เพียงอาศัยสถานะช่างหลอมยุทโธปกรณ์อันดับหนึ่งแห่งราชวงศ์โจว สร้างกระแสกดดันเขา ทำให้เขาต้องอับอายขายหน้า
แต่บัดนี้ บัณฑิตผู้นี้ถึงกับสามารถต่อสู้กับเขาได้อย่างสูสี!
ความห่างชั้นระหว่างทั้งสองคน ห่างกันถึงหนึ่งระดับขั้นใหญ่เต็มๆ!
ในอดีตคังหลางเจินเหรินฝึกฝนจนถึงขั้นสร้างฐานหกชีพจร ต่อมาก้าวเข้าสู่วิถีแห่งแก่นโอสถ ควบแน่นแก่นทองได้สำเร็จ และฝึกฝนจนมีนิมิตแก่นทอง
เขาคิดว่าพรสวรรค์ของตนเองไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร อย่างน้อยในบรรดาจินตันเจินเหรินระดับแนวหน้าในอาณาเขตราชวงศ์โจว ก็ต้องมีที่ว่างสำหรับเขาคังหลางอยู่หนึ่งที่
ทว่าวันนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าซูจื่อโม่ ทุกอย่างของเขากลับดูหมองหม่นไร้ราคา
คังหลางเจินเหรินจำต้องยอมรับว่า ในเมืองเล็กๆ แห่งนั้นเมื่อหลายปีก่อน เขาได้มองพลาดไป
เวลาไม่อาจย้อนคืน ในโลกนี้ไม่มียาแก้ความเสียใจ ตอนนี้เขามีเพียงหนทางเดียว คือทำทุกวิถีทางเพื่อสังหารซูจื่อโม่ให้จงได้!
‘จะปล่อยให้เขาเติบโตต่อไปไม่ได้เด็ดขาด!’
ในหัวสมองของคังหลางเจินเหริน เหลือเพียงความคิดนี้เพียงอย่างเดียว
ซือหม่าจื้อแห่งนิกายเพลิงแท้พลันตะโกนเสียงดังว่า
“วิชาลับที่เด็กคนนี้ใช้ออกมาเมื่อครู่ สิ้นเปลืองพลังวิญญาณอย่างมหาศาล เขาไม่มีทางใช้ออกมาเป็นครั้งที่สองได้แน่”
จินตันเจินเหรินแห่งสำนักชิงซวงผู้หนึ่งตะโกนก้องรับคำ “ถูกต้อง ทุกท่านไม่ต้องตื่นตระหนก เด็กคนนี้ไม่มีอะไรน่ากลัว!”
วาจาของคนผู้นี้ยังไม่ทันขาดคำ ก็รู้สึกว่าเบื้องหน้ามืดลง ดูเหมือนจะมีภูเขาขนาดมหึมาปกคลุมลงมาเหนือศีรษะ บดบังแสงตะวัน พลังอำนาจน่าหวาดหวั่น ร่วงหล่นลงมาดังสนั่น!
ภายใต้ภูเขาลูกนี้ มีจินตันเจินเหรินยืนอยู่สิบกว่าคน ต่างพากันลงมือ หมายจะทำลายภูเขาลูกนี้ให้แตกเป็นเสี่ยงๆ
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
อุปกรณ์วิเศษชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกกระแทกจนกระเด็น
วิชาคาถามากมายปะทะเข้ากับฐานภูเขา ระเบิดเสียงกัมปนาท แต่ก็ยังไม่อาจหยุดยั้งความเร็วในการร่วงหล่นของภูเขาได้!
จินตันเจินเหรินสิบกว่าคนนี้ตกใจจนหน้าซีดเผือด รีบหนีตายออกมาอย่างลนลาน แต่น่าเสียดายที่สายเกินไป
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนฟ้าดิน ความว่างเปล่าสั่นสะเทือนระลอกแล้วระลอกเล่า
จินตันเจินเหรินสิบกว่าคนถูกทับจนระเบิดคาที่ กลายเป็นกองเนื้อเละๆ จมลึกลงไปในดิน แยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร
“นี่มัน...”
“อุปกรณ์วิเศษระดับก่อนนภา!”
“ถึงกับเป็นอุปกรณ์วิเศษระดับก่อนนภา!”
เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงดังระงม ทุกสายตาจับจ้องไปที่ตราประทับทองคำขนาดใหญ่ที่ส่องแสงเจิดจ้าบนพื้นดิน
ตราประทับนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยม สีทองอร่ามทั้งชิ้น มีมังกรเทพขดพันอยู่บนตัวตราประทับ ดูสมจริงราวกับมีชีวิต นี่คือตราประทับมังกรขดที่ซูจื่อโม่ได้มาจากตำหนักจักรพรรดิมนุษย์นั่นเอง!
ซูจื่อโม่กวักมือเบาๆ ตราประทับมังกรขดก็ค่อยๆ หดเล็กลง และลอยกลับมาอยู่ในฝ่ามือของเขา
คังหลางเจินเหริน ซือหม่าจื้อ และจินตันเจินเหรินทุกคนต่างขอบตาแดงก่ำ จ้องมองตราประทับทองคำขนาดเล็กในมือซูจื่อโม่เขม็ง ลมหายใจเริ่มถี่กระชั้น
เมื่อผู้ฝึกตนก้าวเข้าสู่ขั้นหยวนอิน จึงจะสามารถใช้อุปกรณ์เวทได้
นั่นหมายความว่า สำหรับจินตันเจินเหรินแล้ว อุปกรณ์วิเศษระดับก่อนนภาคืออาวุธที่ดีที่สุดที่พวกเขาสามารถใช้ได้!
การได้ครอบครองอุปกรณ์วิเศษระดับก่อนนภาสักชิ้น จะช่วยเพิ่มพลังรบได้อย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว ทำให้ง่ายต่อการข้ามระดับไปสังหารคู่ต่อสู้!
แต่อุปกรณ์วิเศษระดับก่อนนภานั้นหายากเกินไป ในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนต่างๆ แทบไม่มีใครนำมาขาย
ในอาณาเขตของราชวงศ์โจว สมบัติวิเศษอย่างอุปกรณ์วิเศษระดับก่อนนภาก็ไม่ปรากฏออกมาให้เห็นเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว!
“ดูท่าเจ้าจะได้ของดีจากสนามรบบรรพกาลมาไม่น้อยเลยนี่!” คังหลางเจินเหรินกล่าวเสียงเย็น
“เช่นนี้ก็ดี ฆ่าเจ้าแล้ว พวกข้าจะได้แบ่งสมบัติและวิชาลับของเจ้า!”
“สมบัติอยู่ในมือข้า ก็ต้องดูว่าเจ้ามีปัญญามาเอาหรือไม่!”
ซูจื่อโม่ยิ้มเยาะ มือซ้ายประคองตราประทับมังกรขด ลายเส้นวิญญาณหกสายส่องประกายเจิดจ้าบาดตา ราวกับกำลังประคองดวงตะวันอันร้อนแรง!
มือขวาปาดผ่านถุงเก็บของ ในฝ่ามือพลันปรากฏดาบยักษ์สีแดงโลหิตขึ้นมา
ตัวดาบสั่นสะท้าน ลวดลายโลหิตห้าสายกะพริบไหว แสงโลหิตพุ่งพล่าน กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นแผ่กระจายออกมา มันคือดาบเซวี่ยชุ่ย อุปกรณ์วิเศษระดับสมบูรณ์แบบ!
“คังหลาง เอาชีวิตมา!”
ซูจื่อโม่สายตาลุกโชนดุจคบเพลิง คำรามลั่น มือซ้ายถือตราประทับ มือขวาหิ้วดาบ ทั่วร่างแผ่จิตสังหาร พุ่งทะยานเข้าหาคังหลางเจินเหรินอย่างรวดเร็ว
เผชิญหน้ากับจินตันเจินเหรินหลายร้อยคน ซูจื่อโม่ไม่ถอยแต่กลับบุกตะลุยเข้าไป!
เสวียนอี้และคนอื่นๆ สบตากัน จิตใจฮึกเหิม พากันกรูเข้าไป ช่วยแบ่งเบาแรงกดดันให้ซูจื่อโม่เท่าที่จะทำได้
“รนหาที่ตาย!”
ผู้ฝึกตนสำนักหนานเยว่คนหนึ่งถือกระบองยาว ระเบิดพลังเลือดลม ฟาดใส่ศีรษะของซูจื่อโม่อย่างดุดัน
ซู่ซ่า!
ซูจื่อโม่โคจรสายเลือด ภายในร่างกายส่งเสียงดังราวกับคลื่นทะเลถาโถม
เผชิญกับกระบองยาวที่ฟาดลงมา ซูจื่อโม่ไม่แม้แต่จะปรายตามอง เขาตวัดดาบสวนกลับไปโดยตรง ใช้การโจมตีแลกการโจมตี ระเบิดพลังทวนกระแสอันไร้เทียมทานออกมา!
ผู้ฝึกตนสำนักหนานเยว่ผู้นั้นม่านตาหดเกร็ง จิตใจสั่นสะเทือน หน้าถอดสีด้วยความตระหนก
เมื่อถูกพลังดาบกระทบจิตใจ การเคลื่อนไหวของผู้ฝึกตนสำนักหนานเยว่ก็ช้าลงไปส่วนหนึ่ง
ฉัวะ!
แสงโลหิตสาดกระเซ็น
คนผู้นี้ถูกดาบเซวี่ยชุ่ยผ่าเป็นสองซีกตั้งแต่กลางลำตัว อวัยวะภายในและลำไส้ไหลทะลักออกมา ส่งกลิ่นคาวน่าสะอิดสะเอียน
ฟิ้ว!
แสงรุ้งสายหนึ่งพาดผ่านความว่างเปล่า พุ่งมาถึงในพริบตา
ซูจื่อโม่ไม่แม้แต่จะหันไปมอง เขาเหวี่ยงตราประทับใหญ่ในมือกลับหลัง กระแทกกระบี่บินเล่มนั้นกระเด็นไปทันที
ในเวลาเดียวกัน ร่างของซูจื่อโม่ก็สั่นสะท้าน ความเร็วช้าลง
แม้จะมีเสวียนอี้และคนอื่นๆ ช่วยดึงความสนใจจินตันเจินเหรินไปส่วนหนึ่ง แต่ก็ยังเหลือจินตันเจินเหรินอีกนับร้อยคนที่ลงมือต่อซูจื่อโม่พร้อมกัน กระบี่บินและวิชาคาถาปลิวว่อนเต็มท้องฟ้า อักขระยันต์และแสงสีสาดส่อง!
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ซูจื่อโม่ใช้มือซ้ายเหวี่ยงตราประทับ มือขวาใช้ออกด้วยห้าท่าสยบสมุทร ปะทะกับกระบี่บินและวิชาคาถาที่พุ่งเข้ามา
ตึง! ตึง! ตึง!
ซูจื่อโม่ถอยหลังไม่หยุด อวัยวะภายในทั้งห้าและหกได้รับแรงสะเทือนอย่างรุนแรงจนแทบจะเคลื่อนผิดตำแหน่ง!
“อุก!” ซูจื่อโม่กระอักเลือดออกมาคำโต
ซือหม่าจื้อหัวเราะร่า กล่าวว่า “ซูจื่อโม่ หากไม่มีวิชาลับเมื่อครู่ เจ้าก็ไม่นับเป็นตัวอะไร!”
“หึหึ”
คังหลางเจินเหรินยิ้มเยาะ “ต่อให้เจ้าอาศัยอุปกรณ์วิเศษระดับก่อนนภา จนสามารถสังหารขั้นแก่นทองช่วงต้นและช่วงกลางได้ แต่เจ้าก็ยังเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นสร้างฐาน ยังคงไม่อาจต้านทานพลังโจมตีของขั้นแก่นทองช่วงปลาย หรือแม้แต่ขั้นแก่นทองสมบูรณ์ได้อยู่ดี!”
“ลำพังความสามารถแค่นี้ของเจ้า ก็คิดอยากจะฆ่าข้า?”
คังหลางเจินเหรินแค่นหัวเราะเย็นชาอีกครั้ง
ซูจื่อโม่ไม่ได้หวั่นไหว
วาจาของคังหลางเจินเหรินถูกต้อง
ต่อให้เขาเป็นขั้นสร้างฐานระดับขีดสุด มีตราประทับมังกรขดช่วยเสริมพลัง แต่ในด้านพละกำลัง อย่างมากก็ทำได้แค่สูสีกับขั้นแก่นทองช่วงกลาง หากเจอขั้นแก่นทองช่วงปลาย ก็สู้ไม่ได้แล้ว
ในการโจมตีเมื่อครู่ มีผู้ฝึกตนขั้นแก่นทองสมบูรณ์ลงมือด้วยหลายคน ซูจื่อโม่ยิ่งต้านทานไม่ไหว ได้รับบาดเจ็บในทันที
เพียงแต่ว่า ซูจื่อโม่ฝึกฝนทั้งวิถีเซียนและอสูร
ต่อให้ไม่กลายร่างเป็นอสูร ร่างเนื้อและสายเลือดของซูจื่อโม่ ก็ยังสามารถบดขยี้ผู้ฝึกตนในระดับเดียวกันได้ทั้งหมด!
หากผู้ฝึกตนขั้นแก่นทองสมบูรณ์ถูกซูจื่อโม่เข้าประชิดตัว ก็ยากจะหนีความตายพ้น
การต่อสู้ระยะประชิดไร้เทียมทาน!
อาการบาดเจ็บเมื่อครู่ หากเป็นคนอื่นคงส่งผลกระทบต่อพลังรบอย่างแน่นอน
แต่ร่างเนื้อของซูจื่อโม่นั้นแข็งแกร่งเกินไป พลังการฟื้นฟูตัวเองน่าตื่นตะลึง
ในตำหนักจักรพรรดิมนุษย์ เขาได้กินยาเม็ดเลือดลมที่หลอมจากเลือดเนื้อเผ่ามังกรเข้าไป การเปิดทวารสำเร็จ ขาดอีกเพียงก้าวเดียวก็จะควบแน่นแก่นอสูรได้แล้ว
เพียงแค่สองสามลมหายใจ อาการบาดเจ็บของซูจื่อโม่ก็หายดีไปเกือบหมดสิ้น
“หึ หึ หึ หึ”
ซูจื่อโม่หัวเราะออกมา เส้นเอ็นและกระดูกในร่างส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะ หลังจากได้รับบาดเจ็บ กลิ่นอายไม่เพียงไม่ลดลงกลับยิ่งทวีความรุนแรง แววตาดุร้ายลุกโชน ราวกับอสูรบรรพกาลกินคนที่กำลังจะออกล่า!
-สองสิงห์:ผู้แปล-