- หน้าแรก
- คัมภีร์อสูรพิชิตฟ้า
- บทที่ 470 ก้อนเลือดเนื้อเละเทะ
บทที่ 470 ก้อนเลือดเนื้อเละเทะ
บทที่ 470 ก้อนเลือดเนื้อเละเทะ
บนทวีปเทียนฮวง ไม่ว่าจะเป็นเก้าสำนักเซียน เจ็ดนิกายมาร หรือหกวัดพุทธ สำนักที่สืบทอดมาจากยุคบรรพกาลและยังคงยืนหยัดอยู่นั้นมีน้อยยิ่งกว่าน้อย
ในจำนวนนี้ ไม่รู้ว่ามีขุมกำลังระดับสุดยอดกี่แห่งที่ถูกธารแห่งกาลเวลากลืนกิน เหลือทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพังและตำนานเก่าแก่
นิกายหลอมศพ เป็นหนึ่งในสำนักระดับสุดยอดจำนวนน้อยนิดที่ดำรงอยู่มาตั้งแต่ยุคบรรพกาล
ในโลกแห่งการฝึกเซียนมีตำนานเล่าขานว่า ต้นกำเนิดของนิกายหลอมศพ สามารถสืบย้อนไปได้ไกลถึงยุคดึกดำบรรพ์ ช่วงเวลาป่าเถื่อนที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ยังอ่อนแอและหมื่นเผ่าพันธุ์ตั้งตระหง่าน!
นิกายหลอมศพมีเคล็ดวิชามากมายนับไม่ถ้วน และยังมีคัมภีร์สูงสุดที่สืบทอดมายาวนานอย่าง "คัมภีร์ศพ"
ใน "คัมภีร์ศพ" บันทึกวิชาลับไว้มากมาย เพียงแค่เรื่องการเคี่ยวกรำหลอมสร้างศพศึก ก็มีพิธีรีตองมากมาย
ศพศึกยังมีการแบ่งระดับอย่างเคร่งครัด ศพเหล็ก ศพทองแดง ศพเงิน ศพทอง...
สำหรับผู้ฝึกเทพยุทธ์ขั้นสร้างฐานและจินตันเจินเหรินของนิกายหลอมศพ สามารถหลอมสร้างได้เพียงศพเหล็กเท่านั้น
ศพทองแดงต้องรอให้ผู้ฝึกตนของนิกายหลอมศพก้าวเข้าสู่ขอบเขตหยวนอิง ฝึกปรือจนเกิดจิตวิญญาณแรกกำเนิดเสียก่อน จึงจะสามารถหลอมสร้างได้
ศพศึกแต่ละชนิด ยิ่งสีเข้มเท่าไหร่ พละกำลังก็ยิ่งมหาศาล ความแข็งแกร่งยิ่งน่าสะพรึงกลัว
อย่างเช่นศพศึกของผู้ฝึกตนชุดขาวตนนี้ พละกำลังสามารถต่อกรกับขั้นสร้างฐานแปดชีพจรได้!
บวกกับศพศึกตนนี้ฟันแทงไม่เข้า น้ำไฟไม่ระคาย ทั้งยังเปื้อนไปด้วยไอศพและพิษศพ ต่อให้เป็นขั้นสร้างฐานแปดชีพจร ก็ไม่อาจทำลายรากฐานของศพศึกตนนี้ได้
ผู้ฝึกตนชุดขาวจะคาดคิดได้อย่างไรว่า ผู้ฝึกตนที่ดูหน้าตาหมดจดงดงามผู้นี้ เพียงแค่ฟันดาบส่งๆ เกือบจะฟันศพศึกของเขาขาดเป็นสองท่อน!
นี่ต้องใช้พละกำลังมหาศาลเพียงใด?
ดวงตาที่ปูดโปนเล็กน้อยของผู้ฝึกตนชุดขาวฉายแววตื่นตระหนกวูบหนึ่ง
ทันใดนั้น ผู้ฝึกตนชุดขาวราวกับตัดสินใจอะไรบางอย่าง มือประสานอิน โคจรวิชาลับของสำนัก กัดปลายลิ้นเบาๆ พ่นโลหิตแก่นแท้ออกมาสายหนึ่ง ตกลงบนบาดแผลของศพศึก
"จงรวม!"
ผู้ฝึกตนชุดขาวตวาดเบาๆ บาดแผลที่น่าหวาดเสียวบนร่างศพศึก เริ่มสมานตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เนื้อเยื่อสีเขียวอมดำ งอกเงยออกมาอย่างบ้าคลั่งและถักทอเข้าด้วยกัน
ศพศึกคำรามลั่น กลิ่นอายดุร้ายพุ่งสูงขึ้น!
ในขณะเดียวกัน กลิ่นอายของผู้ฝึกตนชุดขาวกลับอ่อนโทรมลงอย่างมาก แววตาหม่นหมอง ร่างกายโงนเงน ราวกับจะล้มลงได้ทุกเมื่อ
เขาตบถุงเก็บของ หยิบยากำมือหนึ่งยัดเข้าปาก กลืนลงไป จึงค่อยฟื้นฟูเรี่ยวแรงกลับมาได้บ้าง
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นวิชาลับประเภทเดียวกับวิชาโลหิตหลบหนี
สละพลังชีวิตและศักยภาพของตนเอง เพื่อซ่อมแซมอาการบาดเจ็บของศพศึก กระตุ้นให้ศพศึกระเบิดพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นออกมา
ศพศึกยื่นมือขนาดใหญ่ทั้งสองข้างออกมา กำตัวดาบเซวี่ยชุ่ยไว้แน่น
ดาบเซวี่ยชุ่ยจมลึกลงไปในร่างของศพศึก กำลังถูกเลือดเนื้อสกปรกโสโครกจำนวนมหาศาลกลบฝัง แสงบนตัวดาบค่อยๆ หม่นหมองลง
ซูจื่อโม่แค่นเสียงเย็น ออกแรงชักดาบ!
ศพศึกยอมให้คมมีดบาดฝ่ามือ ก็ไม่ยอมปล่อยมือ ซ้ำยังอาศัยจังหวะนั้นกระโจนเข้ามา พ่นหมอกเหม็นเน่าสีเขียวอี๋ออกมากลุ่มใหญ่
"ระวัง!" ในห้องหิน จีเหยาเสวี่ยรีบตะโกนเตือน
เมื่อครู่ หมอกคำนี้ของศพศึกได้ทำลายกระบี่บินระดับสุดยอดของนางไปแล้ว!
ไม่เพียงแค่นั้น ศพศึกยังอ้าปากกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวเปื้อนเลือด ราวกับสัตว์ป่า กัดลงมาที่ลำคอของซูจื่อโม่!
ซูจื่อโม่ขมวดคิ้วมุ่น ปล่อยมือจากดาบเซวี่ยชุ่ย แล้วดีดตัวถอยหลังอย่างรวดเร็ว
ไม่ใช่เพราะกลัวหมอกและเขี้ยวนี้ แต่เป็นเพราะซากศพนี้น่าขยะแขยงเกินไป ซูจื่อโม่ไม่อยากใช้มือเปล่าสัมผัส
การถอยของซูจื่อโม่ครั้งนี้ เปิดทางออกของทางเดินให้ว่างลงทันที
นัยน์ตาของผู้ฝึกตนชุดขาวสว่างวาบ
อันที่จริง หลังจากซูจื่อโม่ฟันดาบนั้นออกมา เขาก็ถอดใจอยากจะหนีแล้ว
ดาบนั้นฟันลงบนร่างศพศึก หากฟันลงบนร่างเขา ต่อให้มีสิบชีวิตก็ไม่พอให้ตาย!
เมื่อเห็นซูจื่อโม่หลบฉาก ผู้ฝึกตนชุดขาวไม่คิดจะสู้ต่อ ขยับกายพุ่งทะยานไปยังปากทางออกของทางเดิน
เมื่อเห็นภาพนี้ แววตาของซูจื่อโม่ฉายแววเย้ยหยันวูบหนึ่ง
ซูจื่อโม่ปาดมือผ่านถุงเก็บของ ในฝ่ามือพลันปรากฏตราประทับสี่เหลี่ยมสีเหลืองทองอร่ามขึ้นมา
ตราประทับมังกรขด อาวุธวิญญาณระดับก่อนนภา!
การจะสังหารผู้ฝึกตนของนิกายหลอมศพผู้นี้ สำหรับซูจื่อโม่แล้วง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ
เพียงแค่เขากระตุ้นสายเลือด ใช้วิชาปีกวิญญาณ ผสานกับท่าร่างอาชาสวรรค์ข้ามช่องว่าง ก็สามารถอ้อมผ่านศพศึก ไปตบคนผู้นี้ให้ตายคามือได้อย่างสมบูรณ์!
แต่เมื่อครู่นี้ ใจของซูจื่อโม่ไหววูบ นึกถึงของวิเศษชิ้นนี้ที่เพิ่งได้มา
เขาก็อยากรู้อยากเห็นอยู่บ้าง อยากจะดูว่าอาวุธวิญญาณระดับก่อนนภาในตำนาน ยิ่งเป็นอาวุธวิญญาณระดับก่อนนภาที่จักรพรรดิมนุษย์มอบให้ จะมีอานุภาพมากเพียงใด
"ไป!"
ซูจื่อโม่โยนตราประทับมังกรขดขึ้นไปด้านบน ปลายนิ้วยิงลำแสงพลังวิญญาณสายหนึ่งเข้าไป
ตราประทับมังกรขดขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว แสงสีทองสาดส่องหมื่นจั้ง ลอยอยู่กลางอากาศราวกับดวงตะวันเจิดจ้า ส่องประกายบาดตา แผ่กลิ่นอายที่ทำให้ใจสั่นสะท้าน แรงกดดันแผ่ซ่าน!
ศพศึกที่ดุร้ายเทียมฟ้า ภายใต้ตราประทับมังกรขด กลับดูต้อยต่ำราวกับมดปลวก
ตราประทับมังกรขดร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว!
ตู้ม!
ตราประทับกระแทกเข้าที่ศีรษะของศพศึก เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
กร๊อบ กร๊อบ กร๊อบ!
ตามมาด้วยเสียงกระดูกแตกหักดังติดต่อกันเป็นชุด
ตราประทับมังกรขดชะงักไปเพียงเล็กน้อย ก็กดทับลงไปอย่างรวดเร็ว!
ดังผลัะ ศพศึกที่มีความสูงถึงหนึ่งจั้ง ถูกตราประทับมังกรขดบดขยี้จนกลายเป็นก้อนเลือดเนื้อเละเทะส่งกลิ่นเหม็นเน่า กองอยู่บนพื้น ไม่เหลือซาก!
ผู้ฝึกตนชุดขาวกำลังจะพุ่งเข้าไปในทางเดิน ตราประทับขนาดใหญ่ที่ส่องแสงเจิดจ้ากลับตกลงมาขวางหน้า ปิดกั้นทางออกโดยตรง
เขารีบหยุดฝีเท้า ก้อนเลือดเนื้อกระเด็นมาเปรอะแก้มซีดขาว
ผู้ฝึกตนชุดขาวเบิกตากว้าง ทั้งร่างแทบจะตกตะลึงจนเสียสติ ในสมองขาวโพลนไปหมด
ในโลกแห่งการฝึกเซียน หากต้องการเอาชนะผู้ฝึกตนของนิกายหลอมศพ มีเพียงต้องพยายามหลบเลี่ยงศพศึกของพวกเขา แล้วไปโจมตีร่างต้นของผู้ฝึกตน
เพราะสำหรับผู้ฝึกตนของนิกายหลอมศพแล้ว ศพศึกก็คืออาวุธของพวกเขา แข็งแกร่งทำลายไม่ได้!
ในระดับเดียวกัน ไม่มีใครสามารถทำลายศพศึกของพวกเขาได้
หากมีใครพัวพันต่อสู้กับศพศึกของพวกเขา แล้วไม่สามารถปลีกตัวได้ทันท่วงที สุดท้ายไม่ถูกศพศึกสังหาร ก็จะถูกยื้อจนหมดแรงตาย!
เพราะศพศึกไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ต่อให้บาดเจ็บทั่วร่าง พละกำลังก็ไม่ลดทอนลง
แต่ผู้ฝึกตนนั้นต่างกัน แรงกายย่อมมีวันหมดสิ้น
ผู้ฝึกตนชุดขาวฝึกฝนมาหลายสิบปี ผ่านการต่อสู้มานับไม่ถ้วน เคยเข่นฆ่ากับยอดอัจฉริยะมาหลายสาย แต่ไม่เคยพบเห็นวิธีการต่อสู้ที่ดุดันบ้าดีเดือดเยี่ยงซูจื่อโม่มาก่อน
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่จ้องเล่นงานศพศึกของเขา เพียงแค่ดาบแรก ก็เกือบจะฟันศพศึกขาดเป็นสองท่อน
ตามมาด้วยครั้งที่สอง บดขยี้ศพศึกของเขาจนกลายเป็นก้อนเลือดเนื้อเละเทะโดยตรง!
จบสิ้นกันดื้อๆ แบบนี้เลย
ผู้ฝึกตนชุดขาวมึนงงไปหมดแล้วในขณะนี้
เงียบกริบราวกับป่าช้า!
จวินฮ่าวและซืออวี้ถัง เดิมทีกำลังจะลงมือร่วมกับศพศึกรุมโจมตีซูจื่อโม่ บัดนี้กลับยืนทึ่มทื่ออยู่กับที่ หางตากระตุกถี่ยิบ ร่างกายสั่นเทิ้มเล็กน้อย
อาวุธวิญญาณระดับก่อนนภาเชียวนะ!
ทั้งสองมองเห็นชัดเจน ตราประทับสีทองขนาดใหญ่ที่ซูจื่อโม่เรียกออกมาในตอนท้าย ส่องแสงลวดลายวิญญาณหกสาย เห็นได้ชัดว่าเป็นอาวุธวิญญาณระดับก่อนนภา!
ในเลือดเนื้อของศพศึก แฝงไว้ด้วยพิษศพและไอแห่งความตาย เป็นสิ่งสกปรกโสโครกที่สุด สามารถทำลายอาวุธและของวิเศษได้
แม้แต่กระบี่บินระดับสุดยอดของจีเหยาเสวี่ย ก็ยังหนีไม่พ้นเคราะห์กรรมนี้
แต่ในตอนนี้ บนตราประทับสีเหลืองทองอร่าม กลับไม่แปดเปื้อนเลือดเนื้อของศพศึกแม้แต่นิดเดียว แสงสว่างไม่ลดลง กลิ่นอายยิ่งรุนแรง แผ่รังสีอำนาจราชันที่ปกครองใต้หล้า!
ในดวงตาของจวินฮ่าว ฉายแววริษยาอย่างลึกล้ำ
"หากของวิเศษเช่นนี้ตกมาถึงมือข้า ข้าก็คงสำแดงเดชได้เช่นนี้เหมือนกัน!"
-สองสิงห์:ผู้แปล- "หากของวิเศษเช่นนี้ตกมาถึงมือข้า ข้าก็คงสำแดงเดชได้เช่นนี้เหมือนกัน!"
ผู้แปลนี่ยิ้มแห้งเลย “เฮ้อ!! จวินฮ่าวเอ๊ย…จวินฮ่าว!!”