- หน้าแรก
- คัมภีร์อสูรพิชิตฟ้า
- บทที่ 179 สังหารด้วยเสียงอสนี
บทที่ 179 สังหารด้วยเสียงอสนี
บทที่ 179 สังหารด้วยเสียงอสนี
ซูจื่อโม่และนางปีศาจจีถูกพลังบางอย่างดึงดูดให้ลอยไปอยู่เบื้องหน้าของโครงกระดูก
ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น ซูจื่อโม่สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าสายเลือดในร่างกายของเขากำลังปั่นป่วน ราวกับจะถูกสูบออกไป!
เหล่าผู้ฝึกตนของสำนักมารคนอื่นๆ ยังไม่ยอมแพ้ บางคนดิ้นรนอ้อนวอน บางคนกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง บางคนหยิบอาวุธในมือขึ้นมาฟาดฟันใส่ร่างของโครงกระดูกอย่างไม่ยั้ง
ทว่าร่างกายของโครงกระดูกกลับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย ไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว!
ขอเพียงแค่มันอ้าปากสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกหนึ่ง เลือดเนื้อบนร่างของผู้ฝึกตนที่อยู่ตรงข้ามก็จะกลายเป็นกองเลือดสีแดงฉานไหลเข้าสู่ปากของมัน
เลือดเนื้อบนร่างของโครงกระดูกยิ่งทวีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น เสียงเต้นของหัวใจในอกก็ยิ่งทรงพลังมากขึ้น
ในไม่ช้าก็ถึงตาของซูจื่อโม่และนางปีศาจจี โครงกระดูกหันกลับมา เผชิญหน้ากับคนทั้งสองโดยตรง รูโหว่ตรงดวงตาทั้งสองข้างส่องประกายแสงสีแดงกระหายเลือดออกมาอย่างตื่นเต้น
ใบหน้าของนางปีศาจจีซีดเผือดราวกับกระดาษ ในแววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ซี่! ซี่! ซี่!
ในขณะนั้นเอง ซูจื่อโม่ก็พลันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กระแสลมมหาศาลไหลเข้าสู่ปอดอย่างบ้าคลั่ง ราวกับอสรพิษยักษ์กำลังกลืนกินสุริยันจันทรา ต้องการที่จะกลายร่างเป็นมังกรทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า!
กระแสลมไหลเข้าด้วยความเร็วสูงยิ่ง รุนแรงอย่างหาที่เปรียบมิได้ เมื่อไหลผ่านลำคอ ถึงกับมีร่องรอยของเลือดซึมออกมา พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ
หน้าอกของซูจื่อโม่โป่งพองขึ้น ราวกับกลืนถุงลมขนาดใหญ่เข้าไป ดูน่าตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
“ฆ่า!”
ซูจื่อโม่ชิงลงมือก่อนหนึ่งก้าว เขาพลันอ้าปากออก ตะโกนออกมาเสียงดังลั่น กระแสลมพุ่งทะลักออกมาดุจสายน้ำหลาก สายเลือดในร่างกายเดือดพล่าน ส่งเสียงคำรามไม่หยุดหย่อน
ครืน!
เสียงนี้ดังราวกับอสนีบาตฟาดลงมากลางแจ้ง เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นในอากาศธาตุ
เหล่าผู้ฝึกตนของสำนักมารที่อยู่ห่างจากซูจื่อโม่พอสมควรต่างขมวดคิ้ว รู้สึกเจ็บแปลบที่หูทั้งสองข้าง สติหลุดลอยไปชั่วขณะ
สังหารด้วยเสียงอสนี!
เป็นวิชาสายฟ้าแขนงหนึ่งที่เคยกล่าวถึงในวิชาอสนีบาตไท่ซวี แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ใช้เสียงในการระเบิดพลังออกมาในชั่วพริบตา สามารถสร้างความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงให้แก่คู่ต่อสู้ได้
เพียงแต่ว่า ส่วนหลังของวิชาอสนีบาตไท่ซวีถูกคนฉีกทิ้งไปแล้ว วิชาสายฟ้าแขนงนี้จึงไม่สามารถเรียนรู้ได้
แต่ซูจื่อโม่ได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์บางอย่าง ประกอบกับความเข้าใจของตนเอง ผนวกเข้ากับกระบวนท่าอสรพิษยักษ์กลืนตะวันในคัมภีร์ลับสิบสองราชันอสูรมหาแดนทุรกันดาร ก็ได้สร้างวิชาวิญญาณเสียงที่มีอานุภาพไม่ธรรมดาขึ้นมา
นี่ก็คือวิชาสังหารด้วยเสียงอสนีที่ซูจื่อโม่เพิ่งจะใช้ออกมาเมื่อครู่นี้
แน่นอนว่า วิชาสายฟ้าแขนงนี้ยังไม่สมบูรณ์ เป็นเพียงสิ่งที่ซูจื่อโม่คิดค้นขึ้นมาเอง
ทุกครั้งที่ใช้ออกมา ปอดของซูจื่อโม่จะต้องรับแรงกดดันมหาศาล ถึงขั้นได้รับบาดเจ็บ
หากไม่ถึงตาจนจริงๆ ซูจื่อโม่จะไม่ใช้วิชาสังหารด้วยเสียงอสนีออกมาง่ายๆ
แน่นอนว่า หากซูจื่อโม่ฝึกฝนเคล็ดวิชาชำระไขกระดูกจนสำเร็จ แล้วเริ่มฝึกอวัยวะภายใน หล่อหลอมปอดให้แข็งแกร่งอย่างยิ่ง เขาก็จะสามารถทนทานต่อการระเบิดพลังของวิชาสังหารด้วยเสียงอสนีได้
ในตอนนี้ ซูจื่อโม่ใช้ออกมาเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าเขาเตรียมพร้อมที่จะสู้ตายแล้ว!
พลังแห่งสายฟ้า เป็นพลังหยางที่แข็งแกร่งที่สุด ภูตผีปีศาจต้องหลีกทาง
สังหารด้วยเสียงอสนี ก็เป็นเช่นเดียวกัน
หลังจากที่โครงกระดูกได้ยินเสียงตะโกนนี้ ร่างกายของมันก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว เลือดเนื้อที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นมา กลับมีท่าทีว่าจะสลายหลุดร่วงออกไป!
จากนั้น ในแววตาของซูจื่อโม่ก็ปรากฏความเหี้ยมเกรียมขึ้นมาวูบหนึ่ง เขายื่นมือขวาออกไปอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือแปรเปลี่ยนเป็นสันมีด แทงเข้าไปที่หน้าอกของโครงกระดูกอย่างรุนแรง!
ฉึก!
แสงสีเลือดสาดกระเซ็น
ฝ่ามือของซูจื่อโม่เพิ่งจะแทงเข้าไปในอกของโครงกระดูกได้ครึ่งชุ่น ก็ถูกขัดขวางไว้
จากนั้น เลือดเนื้อบนฝ่ามือของซูจื่อโม่ก็เริ่มหลุดร่วง กลายเป็นหยดเลือดไหลเข้าสู่ร่างกายของโครงกระดูก
“กะ กะ!”
โครงกระดูกอ้าปากกว้าง ราวกับกำลังเยาะเย้ยซูจื่อโม่ว่าไม่เจียมตัว
ในชั่วพริบตา เลือดเนื้อบนฝ่ามือของซูจื่อโม่ก็สลายไปจนหมดสิ้น เผยให้เห็นฝ่ามือกระดูกโลหิต
ร่างกายของโครงกระดูกพลันสั่นสะท้านขึ้นมา
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งกำลังแผ่ออกมาจากฝ่ามือกระดูกโลหิต แพร่กระจายไปทั่วอกของมัน ทำให้จิตใจสั่นสะท้าน
บนพื้นผิวของฝ่ามือกระดูกโลหิตนั้น มีเปลวเพลิงละเอียดลุกโชนอยู่ชั้นหนึ่ง แผ่ความร้อนอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ราวกับสามารถเผาผลาญสรรพสิ่งให้เป็นเถ้าถ่านได้ ในชั่วพริบตาก็หลอมละลายเลือดเนื้อที่หน้าอกของโครงกระดูก
ซูจื่อโม่กัดฟันแน่น ออกแรงแทงเข้าไป
ฝ่ามือกระดูกโลหิตพลันจมหายเข้าไปในอกของโครงกระดูก นิ้วทั้งห้ากางออกในทรวงอก คว้าจับหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ของโครงกระดูกไว้แน่น!
ในชั่วขณะนั้น ร่างกายของซูจื่อโม่และโครงกระดูกต่างสั่นสะท้านขึ้นมาพร้อมกัน แล้วก็หยุดนิ่งไปในทันที
ทั่วทั้งฟ้าดิน ราวกับหยุดนิ่งไปในทันใด
ฉัวะ!
ซูจื่อโม่ใช้ฝ่ามือออกแรงบีบ หัวใจแหลกละเอียด
“เออ เออ!”
โครงกระดูกอ้าปากกว้าง จากส่วนลึกของลำคอส่งเสียงคำรามอันโหยหวนและน่าประหลาดออกมา
ที่หน้าอกของโครงกระดูกนั้น พลังมหาศาลระเบิดออกมาในชั่วพริบตา สะบัดร่างของซูจื่อโม่กระเด็นออกไป
แสงสีเลือดแผ่กระจาย กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วฟ้า!
หมอกเลือดจำนวนมหาศาลสาดกระเซ็นไปทั่ว ตกลงบนร่างของซูจื่อโม่ ซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านทางรูขุมขน
ในชั่วพริบตา ซูจื่อโม่ก็อาบไปด้วยเลือด ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้นหนึ่งรอบ ราวกับเทพมารที่เพิ่งจะเดินออกมาจากขุมนรก น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!
“อ๊า!”
สายเลือดอันแข็งแกร่งอย่างยิ่งไหลเข้าสู่ร่างกาย ซูจื่อโม่รู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังจะระเบิดออก อดไม่ได้ที่จะแหงนหน้าขึ้นฟ้าคำรามออกมา!
เพียงแค่อ้าปาก ก็พ่นลำแสงสีเลือดอันเข้มข้นออกมาเป็นสายๆ แผ่พลังสายเลือดอันแข็งแกร่งไร้เทียมทานออกมา
เมื่อเห็นภาพนี้ ในแววตาของเหล่าผู้ฝึกตนของสำนักมารที่เหลืออยู่ก็ฉายประกายแห่งความละโมบอย่างแรงกล้า
ไม่มีใครรู้ว่า โครงกระดูกนี้ประสบกับสิ่งใดกันแน่ เหตุใดจึงถูกซูจื่อโม่แทงทะลุอก ได้รับบาดเจ็บสาหัส
แต่ทุกคนต่างมองออกว่า แก่นแท้สายเลือดทั้งหมดของโครงกระดูกนี้ กว่าครึ่งหนึ่งได้ไหลเข้าสู่ร่างกายของซูจื่อโม่แล้ว
วาสนาอันยิ่งใหญ่!
เมื่อได้รับแก่นแท้สายเลือดอันบริสุทธิ์เช่นนี้ ทุกคนในที่นี้ เกรงว่าล้วนสามารถบรรลุถึงขอบเขตโลหิตดั่งคลื่นสมุทรได้!
แล้วซูจื่อโม่ที่เดิมทีก็บรรลุถึงขอบเขตโลหิตดั่งคลื่นสมุทรอยู่แล้ว เมื่อได้รับวาสนานี้ ในอนาคตเขาจะบรรลุถึงขอบเขตใดกัน?
สายเลือดของเขา จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิดแผกไปเช่นใด?
จากนั้น สีหน้าของเหล่าผู้ฝึกตนของสำนักมารก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง ตระหนักได้ว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีแล้ว
ในตอนนี้ ร่างกายของซูจื่อโม่เต็มไปด้วยพลังสายเลือดอันมหาศาลและเข้มข้น ร่างกายของเขากำลังจะระเบิดออก บนผิวหนังปรากฏรอยเลือดขึ้นมาเป็นสายๆ ดูน่ากลัวและสยดสยอง
ในแววตาของผังเยว่ปรากฏความเสียดายออกมาวูบหนึ่ง
นี่เป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง
ยิ่งใหญ่จนกระทั่งไม่มีใครในที่นี้สักคน ที่ร่างกายจะสามารถทนทานต่อวาสนาอันยิ่งใหญ่นี้ได้!
ในสายตาของเขาแล้ว ชะตากรรมของซูจื่อโม่ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว นั่นก็คือการถูกแก่นแท้สายเลือดอันมหาศาลและเข้มข้นทำให้ร่างกายระเบิดออกจนไม่เหลือแม้แต่ซาก!
“อ๊าาาาา!”
โครงกระดูกคำรามเสียงต่ำ รูโหว่ตรงดวงตาทั้งสองข้างส่องประกายแสงเย็นเยียบออกมา อ้าปากเปล่งเสียงออกมาเป็นพยางค์ๆ ว่า
“ข้า...จะ...ให้พวกเจ้า...ตายตกตามกันไป!”
ครืนนนน!
พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เริ่มปรากฏรอยแตกขึ้นมาเป็นสายๆ ขยายออกไปทั่วทุกทิศอย่างรวดเร็ว กำแพงโดยรอบพังทลายลงมา หินยักษ์นับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงมา บดบังฟ้าดิน
เหล่าผู้คนของสำนักมารต่างมีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก รีบวิ่งหนีออกไปข้างนอกอย่างสุดชีวิต
เนื่องจากพลังวิญญาณถูกพันธนาการไว้ หากถูกหินผานับไม่ถ้วนฝังอยู่ที่นี่ ทุกคนก็มีแต่จะต้องตายสถานเดียว ไม่มีใครสามารถทนทานต่อแรงกระแทกอันรุนแรงเช่นนี้ได้!
เดิมทีนางปีศาจจีจะจากไป แต่เมื่อมองดูสภาพอันน่าเวทนาของซูจื่อโม่ที่อยู่ข้างๆ ในใจก็ลังเลเล็กน้อย
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ซูจื่อโม่เป็นคนที่นางพามา
สำหรับซูจื่อโม่แล้ว นี่เป็นเภทภัยที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน
ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ซูจื่อโม่ก็ได้ทำตามสัญญาของตนเอง ปกป้องนางอย่างสุดความสามารถมาโดยตลอด
เมื่อครู่นี้ หากไม่มีการโต้กลับของซูจื่อโม่ เกรงว่านางก็คงจะเหมือนกับศิษย์ของสำนักมารเหล่านั้น กลายเป็นอาหารในปากของโครงกระดูกไปแล้ว
เพียงแค่ลังเลไปชั่วครู่เดียว นางปีศาจจีก็สูญเสียโอกาสสุดท้ายในการหลบหนีไป
-สองสิงห์:ผู้แปล-