เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 179 สังหารด้วยเสียงอสนี

บทที่ 179 สังหารด้วยเสียงอสนี

บทที่ 179 สังหารด้วยเสียงอสนี


ซูจื่อโม่และนางปีศาจจีถูกพลังบางอย่างดึงดูดให้ลอยไปอยู่เบื้องหน้าของโครงกระดูก

ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น ซูจื่อโม่สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าสายเลือดในร่างกายของเขากำลังปั่นป่วน ราวกับจะถูกสูบออกไป!

เหล่าผู้ฝึกตนของสำนักมารคนอื่นๆ ยังไม่ยอมแพ้ บางคนดิ้นรนอ้อนวอน บางคนกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง บางคนหยิบอาวุธในมือขึ้นมาฟาดฟันใส่ร่างของโครงกระดูกอย่างไม่ยั้ง

ทว่าร่างกายของโครงกระดูกกลับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย ไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่นิดเดียว!

ขอเพียงแค่มันอ้าปากสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกหนึ่ง เลือดเนื้อบนร่างของผู้ฝึกตนที่อยู่ตรงข้ามก็จะกลายเป็นกองเลือดสีแดงฉานไหลเข้าสู่ปากของมัน

เลือดเนื้อบนร่างของโครงกระดูกยิ่งทวีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น เสียงเต้นของหัวใจในอกก็ยิ่งทรงพลังมากขึ้น

ในไม่ช้าก็ถึงตาของซูจื่อโม่และนางปีศาจจี โครงกระดูกหันกลับมา เผชิญหน้ากับคนทั้งสองโดยตรง รูโหว่ตรงดวงตาทั้งสองข้างส่องประกายแสงสีแดงกระหายเลือดออกมาอย่างตื่นเต้น

ใบหน้าของนางปีศาจจีซีดเผือดราวกับกระดาษ ในแววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

ซี่! ซี่! ซี่!

ในขณะนั้นเอง ซูจื่อโม่ก็พลันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กระแสลมมหาศาลไหลเข้าสู่ปอดอย่างบ้าคลั่ง ราวกับอสรพิษยักษ์กำลังกลืนกินสุริยันจันทรา ต้องการที่จะกลายร่างเป็นมังกรทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า!

กระแสลมไหลเข้าด้วยความเร็วสูงยิ่ง รุนแรงอย่างหาที่เปรียบมิได้ เมื่อไหลผ่านลำคอ ถึงกับมีร่องรอยของเลือดซึมออกมา พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ

หน้าอกของซูจื่อโม่โป่งพองขึ้น ราวกับกลืนถุงลมขนาดใหญ่เข้าไป ดูน่าตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง

“ฆ่า!”

ซูจื่อโม่ชิงลงมือก่อนหนึ่งก้าว เขาพลันอ้าปากออก ตะโกนออกมาเสียงดังลั่น กระแสลมพุ่งทะลักออกมาดุจสายน้ำหลาก สายเลือดในร่างกายเดือดพล่าน ส่งเสียงคำรามไม่หยุดหย่อน

ครืน!

เสียงนี้ดังราวกับอสนีบาตฟาดลงมากลางแจ้ง เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นในอากาศธาตุ

เหล่าผู้ฝึกตนของสำนักมารที่อยู่ห่างจากซูจื่อโม่พอสมควรต่างขมวดคิ้ว รู้สึกเจ็บแปลบที่หูทั้งสองข้าง สติหลุดลอยไปชั่วขณะ

สังหารด้วยเสียงอสนี!

เป็นวิชาสายฟ้าแขนงหนึ่งที่เคยกล่าวถึงในวิชาอสนีบาตไท่ซวี แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ใช้เสียงในการระเบิดพลังออกมาในชั่วพริบตา สามารถสร้างความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงให้แก่คู่ต่อสู้ได้

เพียงแต่ว่า ส่วนหลังของวิชาอสนีบาตไท่ซวีถูกคนฉีกทิ้งไปแล้ว วิชาสายฟ้าแขนงนี้จึงไม่สามารถเรียนรู้ได้

แต่ซูจื่อโม่ได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์บางอย่าง ประกอบกับความเข้าใจของตนเอง ผนวกเข้ากับกระบวนท่าอสรพิษยักษ์กลืนตะวันในคัมภีร์ลับสิบสองราชันอสูรมหาแดนทุรกันดาร ก็ได้สร้างวิชาวิญญาณเสียงที่มีอานุภาพไม่ธรรมดาขึ้นมา

นี่ก็คือวิชาสังหารด้วยเสียงอสนีที่ซูจื่อโม่เพิ่งจะใช้ออกมาเมื่อครู่นี้

แน่นอนว่า วิชาสายฟ้าแขนงนี้ยังไม่สมบูรณ์ เป็นเพียงสิ่งที่ซูจื่อโม่คิดค้นขึ้นมาเอง

ทุกครั้งที่ใช้ออกมา ปอดของซูจื่อโม่จะต้องรับแรงกดดันมหาศาล ถึงขั้นได้รับบาดเจ็บ

หากไม่ถึงตาจนจริงๆ ซูจื่อโม่จะไม่ใช้วิชาสังหารด้วยเสียงอสนีออกมาง่ายๆ

แน่นอนว่า หากซูจื่อโม่ฝึกฝนเคล็ดวิชาชำระไขกระดูกจนสำเร็จ แล้วเริ่มฝึกอวัยวะภายใน หล่อหลอมปอดให้แข็งแกร่งอย่างยิ่ง เขาก็จะสามารถทนทานต่อการระเบิดพลังของวิชาสังหารด้วยเสียงอสนีได้

ในตอนนี้ ซูจื่อโม่ใช้ออกมาเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าเขาเตรียมพร้อมที่จะสู้ตายแล้ว!

พลังแห่งสายฟ้า เป็นพลังหยางที่แข็งแกร่งที่สุด ภูตผีปีศาจต้องหลีกทาง

สังหารด้วยเสียงอสนี ก็เป็นเช่นเดียวกัน

หลังจากที่โครงกระดูกได้ยินเสียงตะโกนนี้ ร่างกายของมันก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว เลือดเนื้อที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นมา กลับมีท่าทีว่าจะสลายหลุดร่วงออกไป!

จากนั้น ในแววตาของซูจื่อโม่ก็ปรากฏความเหี้ยมเกรียมขึ้นมาวูบหนึ่ง เขายื่นมือขวาออกไปอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือแปรเปลี่ยนเป็นสันมีด แทงเข้าไปที่หน้าอกของโครงกระดูกอย่างรุนแรง!

ฉึก!

แสงสีเลือดสาดกระเซ็น

ฝ่ามือของซูจื่อโม่เพิ่งจะแทงเข้าไปในอกของโครงกระดูกได้ครึ่งชุ่น ก็ถูกขัดขวางไว้

จากนั้น เลือดเนื้อบนฝ่ามือของซูจื่อโม่ก็เริ่มหลุดร่วง กลายเป็นหยดเลือดไหลเข้าสู่ร่างกายของโครงกระดูก

“กะ กะ!”

โครงกระดูกอ้าปากกว้าง ราวกับกำลังเยาะเย้ยซูจื่อโม่ว่าไม่เจียมตัว

ในชั่วพริบตา เลือดเนื้อบนฝ่ามือของซูจื่อโม่ก็สลายไปจนหมดสิ้น เผยให้เห็นฝ่ามือกระดูกโลหิต

ร่างกายของโครงกระดูกพลันสั่นสะท้านขึ้นมา

กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งกำลังแผ่ออกมาจากฝ่ามือกระดูกโลหิต แพร่กระจายไปทั่วอกของมัน ทำให้จิตใจสั่นสะท้าน

บนพื้นผิวของฝ่ามือกระดูกโลหิตนั้น มีเปลวเพลิงละเอียดลุกโชนอยู่ชั้นหนึ่ง แผ่ความร้อนอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ราวกับสามารถเผาผลาญสรรพสิ่งให้เป็นเถ้าถ่านได้ ในชั่วพริบตาก็หลอมละลายเลือดเนื้อที่หน้าอกของโครงกระดูก

ซูจื่อโม่กัดฟันแน่น ออกแรงแทงเข้าไป

ฝ่ามือกระดูกโลหิตพลันจมหายเข้าไปในอกของโครงกระดูก นิ้วทั้งห้ากางออกในทรวงอก คว้าจับหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ของโครงกระดูกไว้แน่น!

ในชั่วขณะนั้น ร่างกายของซูจื่อโม่และโครงกระดูกต่างสั่นสะท้านขึ้นมาพร้อมกัน แล้วก็หยุดนิ่งไปในทันที

ทั่วทั้งฟ้าดิน ราวกับหยุดนิ่งไปในทันใด

ฉัวะ!

ซูจื่อโม่ใช้ฝ่ามือออกแรงบีบ หัวใจแหลกละเอียด

“เออ เออ!”

โครงกระดูกอ้าปากกว้าง จากส่วนลึกของลำคอส่งเสียงคำรามอันโหยหวนและน่าประหลาดออกมา

ที่หน้าอกของโครงกระดูกนั้น พลังมหาศาลระเบิดออกมาในชั่วพริบตา สะบัดร่างของซูจื่อโม่กระเด็นออกไป

แสงสีเลือดแผ่กระจาย กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วฟ้า!

หมอกเลือดจำนวนมหาศาลสาดกระเซ็นไปทั่ว ตกลงบนร่างของซูจื่อโม่ ซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านทางรูขุมขน

ในชั่วพริบตา ซูจื่อโม่ก็อาบไปด้วยเลือด ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้นหนึ่งรอบ ราวกับเทพมารที่เพิ่งจะเดินออกมาจากขุมนรก น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!

“อ๊า!”

สายเลือดอันแข็งแกร่งอย่างยิ่งไหลเข้าสู่ร่างกาย ซูจื่อโม่รู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังจะระเบิดออก อดไม่ได้ที่จะแหงนหน้าขึ้นฟ้าคำรามออกมา!

เพียงแค่อ้าปาก ก็พ่นลำแสงสีเลือดอันเข้มข้นออกมาเป็นสายๆ แผ่พลังสายเลือดอันแข็งแกร่งไร้เทียมทานออกมา

เมื่อเห็นภาพนี้ ในแววตาของเหล่าผู้ฝึกตนของสำนักมารที่เหลืออยู่ก็ฉายประกายแห่งความละโมบอย่างแรงกล้า

ไม่มีใครรู้ว่า โครงกระดูกนี้ประสบกับสิ่งใดกันแน่ เหตุใดจึงถูกซูจื่อโม่แทงทะลุอก ได้รับบาดเจ็บสาหัส

แต่ทุกคนต่างมองออกว่า แก่นแท้สายเลือดทั้งหมดของโครงกระดูกนี้ กว่าครึ่งหนึ่งได้ไหลเข้าสู่ร่างกายของซูจื่อโม่แล้ว

วาสนาอันยิ่งใหญ่!

เมื่อได้รับแก่นแท้สายเลือดอันบริสุทธิ์เช่นนี้ ทุกคนในที่นี้ เกรงว่าล้วนสามารถบรรลุถึงขอบเขตโลหิตดั่งคลื่นสมุทรได้!

แล้วซูจื่อโม่ที่เดิมทีก็บรรลุถึงขอบเขตโลหิตดั่งคลื่นสมุทรอยู่แล้ว เมื่อได้รับวาสนานี้ ในอนาคตเขาจะบรรลุถึงขอบเขตใดกัน?

สายเลือดของเขา จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิดแผกไปเช่นใด?

จากนั้น สีหน้าของเหล่าผู้ฝึกตนของสำนักมารก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง ตระหนักได้ว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีแล้ว

ในตอนนี้ ร่างกายของซูจื่อโม่เต็มไปด้วยพลังสายเลือดอันมหาศาลและเข้มข้น ร่างกายของเขากำลังจะระเบิดออก บนผิวหนังปรากฏรอยเลือดขึ้นมาเป็นสายๆ ดูน่ากลัวและสยดสยอง

ในแววตาของผังเยว่ปรากฏความเสียดายออกมาวูบหนึ่ง

นี่เป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง

ยิ่งใหญ่จนกระทั่งไม่มีใครในที่นี้สักคน ที่ร่างกายจะสามารถทนทานต่อวาสนาอันยิ่งใหญ่นี้ได้!

ในสายตาของเขาแล้ว ชะตากรรมของซูจื่อโม่ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว นั่นก็คือการถูกแก่นแท้สายเลือดอันมหาศาลและเข้มข้นทำให้ร่างกายระเบิดออกจนไม่เหลือแม้แต่ซาก!

“อ๊าาาาา!”

โครงกระดูกคำรามเสียงต่ำ รูโหว่ตรงดวงตาทั้งสองข้างส่องประกายแสงเย็นเยียบออกมา อ้าปากเปล่งเสียงออกมาเป็นพยางค์ๆ ว่า

“ข้า...จะ...ให้พวกเจ้า...ตายตกตามกันไป!”

ครืนนนน!

พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เริ่มปรากฏรอยแตกขึ้นมาเป็นสายๆ ขยายออกไปทั่วทุกทิศอย่างรวดเร็ว กำแพงโดยรอบพังทลายลงมา หินยักษ์นับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงมา บดบังฟ้าดิน

เหล่าผู้คนของสำนักมารต่างมีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก รีบวิ่งหนีออกไปข้างนอกอย่างสุดชีวิต

เนื่องจากพลังวิญญาณถูกพันธนาการไว้ หากถูกหินผานับไม่ถ้วนฝังอยู่ที่นี่ ทุกคนก็มีแต่จะต้องตายสถานเดียว ไม่มีใครสามารถทนทานต่อแรงกระแทกอันรุนแรงเช่นนี้ได้!

เดิมทีนางปีศาจจีจะจากไป แต่เมื่อมองดูสภาพอันน่าเวทนาของซูจื่อโม่ที่อยู่ข้างๆ ในใจก็ลังเลเล็กน้อย

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ซูจื่อโม่เป็นคนที่นางพามา

สำหรับซูจื่อโม่แล้ว นี่เป็นเภทภัยที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน

ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ซูจื่อโม่ก็ได้ทำตามสัญญาของตนเอง ปกป้องนางอย่างสุดความสามารถมาโดยตลอด

เมื่อครู่นี้ หากไม่มีการโต้กลับของซูจื่อโม่ เกรงว่านางก็คงจะเหมือนกับศิษย์ของสำนักมารเหล่านั้น กลายเป็นอาหารในปากของโครงกระดูกไปแล้ว

เพียงแค่ลังเลไปชั่วครู่เดียว นางปีศาจจีก็สูญเสียโอกาสสุดท้ายในการหลบหนีไป

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 179 สังหารด้วยเสียงอสนี

คัดลอกลิงก์แล้ว