เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19 : ปากร้ายใจดี

ตอนที่ 19 : ปากร้ายใจดี

ตอนที่ 19 : ปากร้ายใจดี


ตอนที่ 19 : ปากร้ายใจดี

ขอแค่ได้เลี้ยงปลาก็ยังดี สวีฮุ่ยจึงรับปากว่าจะเข้ามาขุดบ่อในตอนเที่ยง แล้วให้เฮ่อจิ่นไปพักผ่อน

“แค่เจ้าพูดมาเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ข้าเองก็เพิ่งตื่นขึ้นมา ร่างกายยังอ่อนแอ คงต้องใช้เวลาปรับตัวสักระยะถึงกลับมามีกำลังวังชาเช่นเดิม แต่ข้ามิขอเป็นเบ็ดตกปลาให้เจ้าบ่อย ๆ นะ เจ้าปลาพวกนั้นงับกิ่งและใบของข้ายังพอทนได้ แต่ปากของพวกมันอยู่มินิ่งเอาเสียเลย มันทำเอาข้าคันจนขนลุกไปหมด !” เฮ่อจิ่นนึกถึงความทรมานในตอนนั้น ก็พลันตัวสั่นไม่หยุด

“มิต้องกังวล ข้าจะไม่ใช้เจ้าทำเบ็ดตกปลาอีกแน่นอน !” สวีฮุ่ยรับปาก

เพราะเพลานี้ใกล้ช่วงไถพรวนสำหรับเพาะปลูกแล้ว ตระกูลสวีจึงตื่นเช้ายิ่งกว่าเดิม สวีฮุ่ยไม่ถนัดเรื่องการทำไร่ทำนา แต่นางอยากรู้วิธีใช้เครื่องมือทำไร่ทำนาพวกนั้น จึงมักจะนั่งยอง ๆ อยู่ข้างสวีจื้อหย่งเพื่อดูเขาใช้เครื่องมือเหล่านั้น

เติ้งอาเหลียน หญิงชราตระกูลชุยและสะใภ้ของตระกูลชุยช่วยกันทำแป้งทอดไส้ผัก แป้งทอดประเภทนี้จะต้องตั้งเตาทำที่ลานบ้าน แต่ละตระกูลจะหมักแป้งไว้อย่างน้อยหนึ่งถัง หลังจากทำเสร็จแล้วจะตัดแบ่งใส่ในขวดโหล เวลายุ่งกับงานสวนงานไร่หรือไม่มีเวลาทำอาหาร ก็มักจะนำแป้งทอดเหล่านี้มากินกับผักดอง

สวีฮุ่ยเองก็ตามย่าของตนไปดูตระกูลชุยทำแป้งทอดเช่นเดียวกัน นางลองใช้ทัพพีคนแป้งในถัง ดูเหมือนแป้งยังไม่งวดดี เพราะเวลาทำแป้งทอดออกมาแล้ว เนื้อแป้งยังแข็ง ถ้าผู้ใหญ่หรือเด็กโตกินยังพอได้

แต่สำหรับเด็กเล็กและคนสูงอายุแล้ว หากไม่มีซุปมาซดให้คล่องคอก็เกรงว่าจะกลืนได้ยาก

“ท่านย่า วันนี้บ้านย่าชุยเป็นคนทำแป้งทอดใช่หรือไม่ ?” สวีฮุ่ยถาม

“ใช่ พรุ่งนี้ถึงเป็นคิวของบ้านเรา !” เติ้งอาเหลียนนั่งยองแล้วเติมฟืน

สวีฮุ่ยถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีเหลือเกินที่บ้านของนางยังไม่ได้ทำ นางคิดว่าในตอนที่ผสมแป้งควรเติมแป้งถั่วลงไปเล็กน้อย และหากเติมแป้งหมี่ขาวลงไปบ้างก็จะทำให้ตัวแป้งทอดนุ่มขึ้น และหากผสมไข่ไก่ลงไปด้วย ก็จะทำให้แป้งทอดที่ได้นุ่มยิ่งขึ้น และรสชาติจะอร่อยขึ้นมากแน่นอน

เมื่อเห็นว่าพวกนางทอดแป้งทอดไปได้สักพัก สวีฮุ่ยจึงหันกลับไปเห็นว่าคนในตระกูลกำลังง่วนอยู่กับงานของตน นางจึงวิ่งเข้าไปล้างมือในครัว แล้วนำอ่างที่ใหญ่ที่สุดออกมา ใส่แป้งธัญพืชลงไปครึ่งหนึ่ง ใส่แป้งถั่วลงไปครึ่งหนึ่ง แล้วหาก้อนแป้งที่ย่าทำไว้มาละลายน้ำ

สวีฮุ่ยปีนขึ้นไปบนเตาด้วยเก้าอี้ นำไข่สองฟองออกจากตะกร้าที่ห้อยลงมาจากคานแล้วตีลงในบะหมี่ ผสมบะหมี่กับน้ำอุ่นแล้วคนในขณะที่เติมน้ำ

เมื่อถึงเวลาทำอาหารกลางวัน โจวเสี่ยวเหมยเห็นว่าแม่สามีกำลังยุ่งอยู่ นางจึงวางงานในมือของตนลงแล้วเข้ามาในครัว และในตอนที่เท้าของนางเหยียบธรณีประตูครัวนั้น ภาพที่เห็นทำเอานางถึงกับชะงักไป

เพราะเด็กผู้หญิงตัวน้อยกำลังนั่งอยู่ด้านข้างอ่างใบใหญ่ โดยหนูน้อยกำลังออกแรงนวดแป้ง บางครั้งก็ยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดเหงื่อตัวเองเป็นระยะ

“ฮุ่ยฮุ่ย ลูกทำอะไรอยู่หรือ ?” โจวเสี่ยวเหมยกระซิบถาม หรือว่าลูกสาวของนางจะเห็นแป้งทอดของตระกูลชุยแล้วเกิดหิวขึ้นมา !

ว่ากันตามความเป็นจริง แผ่นแป้งประเภทนั้นไม่อร่อยเอาเสียเลย เพียงแต่ช่วงเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิและเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่จะต้องยุ่งกับงานสวนหลายวัน บางครั้งต้องให้คนในตระกูลทุกคนไปช่วยกันทำงาน อีกทั้งแปลงนาก็อยู่ห่างจากบ้านพอสมควร จึงต้องนำอาหารติดไปด้วย และอาหารประเภทนี้ก็เป็นอาหารที่เสียได้ยาก

“ท่านแม่ ข้ากำลังช่วยนวดแป้งให้ พรุ่งนี้จะได้ทำแป้งทอด !” สวีฮุ่ยเหนื่อยจนแขนเริ่มล้า แต่พอคิดภาพที่พ่อกับแม่จะได้กินแป้งทอดที่ทั้งนุ่มและอร่อย โดยไม่ต้องกินแผ่นแป้งแห้งๆ ที่ทั้งแข็งทั้งรสชาติแย่ นางก็รู้สึกว่าทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยพละกำลังขึ้นมาทันที

“ลูกคนนี้……รีบลุกขึ้นมาเร็ว แม่เห็นว่าเจ้านวดมาพอประมาณแล้ว เดี๋ยวแม่ทำที่เหลือเอง……ฮุ่ยฮุ่ย กว่าจะทำแป้งทอดก็ตั้งพรุ่งนี้ เหตุใดลูกถึงได้นวดแป้งตั้งแต่วันนี้เลยเล่า !” ถึงแม้ว่าโจวเสี่ยวเหมยจะไม่ถนัดทำอาหาร แต่นางก็ยังพอรู้เรื่องการทำอาหารอยู่บ้าง

“ท่านแม่ แป้งที่ตระกูลชุยเตรียมไว้ยังมิขึ้นฟู ทำให้แป้งทอดที่ได้ทั้งแข็งและแห้ง เดิมทีการทำไร่ทำนาก็เหนื่อยมากพออยู่แล้ว หากให้มากินอาหารแห้ง ๆ ประเภทนั้นอีก เช่นนั้นจะกลืนลงได้เยี่ยงไร ! ข้าใช้ก้อนแป้งที่ท่านย่าเหลือไว้ หมักทิ้งไว้หนึ่งคืนจะทำให้แป้งขึ้นฟู ในแป้งยังมีส่วนผสมของแป้งถั่วและแป้งหมี่ขาวอีกเล็กน้อย นอกจากนี้ข้ายัง……ใส่ไข่ไก่ลงไปอีกสองฟอง พรุ่งนี้ตอนทอดแป้ง ข้าจะใส่ต้นหอมซอยบาง ๆ ลงไปด้วย แบบนี้แป้งทอดของบ้านเราก็จะต้องนุ่มกว่าของบ้านอื่นแน่นอน และพอเราเอาไปกินเวลาทำไร่ทำนาก็จะกลืนได้ง่ายแล้ว !”

ลูกสาวทำทั้งหมดนี้เพื่อพวกเขา โจวเสี่ยวเหมยจึงยกอ่างขึ้นมาวางบนโต๊ะแล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นก็เอาแป้งทอดที่ได้เก็บไว้ที่บ้านให้พวกลูกและย่าของเจ้ากินแล้วกัน พ่อกับแม่เป็นผู้ใหญ่ กินแป้งทอดแข็ง ๆ ได้”

แป้งทอดประเภทนี้มิเปลืองแป้งถั่วและแป้งหมี่ขาว รวมถึงไข่ไก่ เพราะถึงเยี่ยงไรตอนนี้ตระกูลของพวกนางยังยากจนเหลือเกิน หากตระกูลมีฐานะก็คงไม่ต้องสนใจเรื่องพวกนี้หรอก

หลังจากที่ช่วยตระกูลชุยเตรียมแป้งทอดมาทั้งวัน เติ้งอาเหลียนพาร่างที่เหนื่อยล้ากลับมาบ้านในตอนใกล้ค่ำ สวีฮุ่ยได้ต้มน้ำไว้และพักให้อุ่นแล้ว เมื่อเห็นว่าย่ากลับมา นางจึงเทน้ำยื่นให้

“ฮุ่ยฮุ่ย ย่าได้ยินแม่ของเจ้าเล่าว่าเจ้ามานวดแป้งที่บ้านงั้นหรือ ?” เติ้งอาเหลียนถาม

“ท่านย่า ข้าเห็นแป้งทอดที่ตระกูลชุยทำแล้วดูไม่น่ากินเอาเสียเลย ท่านพ่อท่านแม่ทำงานเหนื่อยถึงเพียงนั้น หากเพลาบ่ายพวกเขากินไม่อิ่มแล้วจะเอาแรงที่ไหนไปทำงาน อีกอย่างหากกินแป้งทอดที่ทั้งแข็งและแห้งเช่นนั้นก็จะทำให้ไม่สบายท้อง ถ้าปวดท้องขึ้นมา จะเอาแรงจากที่ใดไปทำงาน !”

เพลานี้นวดแป้งไปแล้ว นางจะพูดอะไรได้ เติ้งอาเหลียนกินข้าวเสร็จแล้วจึงกลับไปพักผ่อนที่ห้อง ตกดึกสวีฮุ่ยและเฮ่อจิ่น ช่วยกันเก็บเกี่ยวมันฝรั่งได้มาหนึ่งกระสอบ จากนั้นนางได้เลือกลูกเล็ก ๆ ออกมาไว้ปลูกรอบที่สอง

“ปลูกมันฝรั่งอีกสัก 2-3 วัน แล้วพวกเราค่อยเปลี่ยนไปปลูกผักอย่างอื่นบ้างเถอะ !” เฮ่อจิ่นเสนอ

“ข้าอยากทำนา ปลูกข้าวสาลี เพลานี้อาหารที่บ้านมันช่าง……กลืนได้ยากเหลือเกิน !” ธัญพืชพวกนั้นไม่เพียงแต่แห้งและฝาดเท่านั้น แต่เพลากินไปแล้วก็มักจะทำให้ท้องผูกอีกด้วย

เฮ่อจิ่นบ่นว่าสวีฮุ่ยหลอกให้เขามาทำงานให้อีกแล้ว เมื่อครู่เขาเพิ่งช่วยนางขุดบ่อเลี้ยงปลา มาเพลานี้ยังอยากได้แปลงนาอีก เขาเป็นภูติประจำมิตินะ ไม่ใช่บ่าวรับใช้เสียหน่อย !

สวีฮุ่ยเองก็พอจะเดาออกว่าเฮ่อจิ่นกำลังอารมณ์มิดี แต่นางรู้ว่าแม้ปากเขาจะบ่น แต่ลึก ๆ แล้วเขาก็พร้อมช่วยนางเสมอ คงเป็นอย่างที่คนเขาชอบพูดกันว่าพวก “ปากร้ายใจดี” นั่นแหละ !

“ข้าต้องขอบคุณเจ้าจริง ๆ ที่มาช่วยข้าขุดบ่อเลี้ยงปลา ! เจ้าไปพักผ่อนเถิด ข้าจะขุดแปลงนาเอง ไว้คืนพรุ่งนี้มีเวลาว่างค่อยมาทำต่อ รอให้ข้าซื้อเมล็ดข้าวมาได้แล้ว กว่าจะถึงตอนนั้นคงมีแปลงนาสัก 2-3 แปลงแล้วกระมัง”

ที่บ้านของนางมีเมล็ดข้าวสาลี เพียงแต่ว่าข้าวสาลีที่ชาวบ้านปลูกมาได้นั้นกลับไม่มีโอกาสได้กิน ช่างน่าเศร้ายิ่งนัก !

เฮ่อจิ่นไม่ได้ห้ามสวีฮุ่ย เขามองดูหนูน้อยหยิบพลั่วขึ้นมาเลือกพื้นที่แล้วขุดพรวน ในตอนแรกเฮ่อจิ่นยังพอทนดูได้ แต่หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยามแล้วเห็นว่าสวีฮุ่ยเหนื่อยจนต้องนั่งลงกับพื้นพลางหอบหายใจ แต่กลับไม่ยอมเรียกเขาไปช่วย เขาจึงบินไปหานางด้วยความโกรธเกรี้ยว

“หนูน้อย เจ้าทำอะไรได้บ้าง รีบเข้าไปทำอะไรกินในห้องครัวเถิด ตัวน้อยขนาดนี้แล้วเมื่อไหร่จะเปิดร้าน นำพาคนในตระกูลไปสู่ความมั่งคั่งได้เล่า !”

“ข้าเพิ่งอายุ 6 ขวบเองนะ แบบนี้เป็นเรื่องปกติมาก ! ขนาดข้ายังไม่รีบร้อนเลย แล้วเจ้าจะรีบไปทำไม หรือเจ้าอยากจะนำมิติไปจากข้าโดยเร็ว ?” สวีฮุ่ยเดาไว้แต่แรกแล้วว่าสุดท้ายเฮ่อจิ่นจะต้องมาช่วยนาง เพียงแต่นางมิได้คิดจะพึ่งพาผู้อื่นจนเกินไป แม้ว่านางจะอยากทำเงิน แต่นางก็รู้ดีว่าควรไปทีละขั้น ใจร้อนไปเยี่ยงไรก็มิสามารถเปิดร้านอาหารของตัวเองในชั่วพริบตาเดียวได้

ทางด้านเฮ่อจิ่น

ตัวเขาเองจะเอามิติไปที่ไหนได้ ? เพราะทุกครั้งที่เจ้านายคนเก่าตายไป มิติและภูตมิติจะเข้าสู่สภาวะหลับใหล เมื่อใดก็ตามที่พบเจ้านายคนใหม่ พวกมันจะลืมเรื่องราวทุกอย่างของเจ้านายคนเก่าไปทั้งหมด และติดตามรับใช้เจ้านายคนใหม่ต่อไป

ในฐานะภูตประจำมิติ เขามิสามารถไปจากมิติได้ ยิ่งมิอาจไปจากเจ้าของได้เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าเขาจะออกไปจากมิติได้เป็นครั้งคราว แต่เขามิสามารถอยู่ด้านนอกเป็นเวลานานได้ ทว่าลวี่อู๋มีพลังวิญญาณเข้มข้นกว่า จึงสามารถออกไปอยู่กับเจ้านายได้บ่อย ๆ เพียงแต่มิรู้ว่าเจ้าหมอนั่นจะตื่นขึ้นมาตอนไหน

จบบทที่ ตอนที่ 19 : ปากร้ายใจดี

คัดลอกลิงก์แล้ว