เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 : ตกได้ปลาตัวใหญ่

ตอนที่ 13 : ตกได้ปลาตัวใหญ่

ตอนที่ 13 : ตกได้ปลาตัวใหญ่


ตอนที่ 13 : ตกได้ปลาตัวใหญ่

ในที่สุดก็มาถึงริมน้ำเสียที สวีจื้อหย่งและสวีเจี้ยนหลินรีบหาที่วางเบ็ดตกปลาเป็นอันดับแรก จากนั้นพวกเขาก็เดินไปตามกระแสน้ำอยู่ครู่หนึ่ง ถึงพบแอ่งน้ำที่ค่อนข้างลึกสองแอ่ง พวกเขาจึงวางข้องดักปลาลงไป และเอาก้อนหินปิดล้อมไว้

ต่อไปเป็นขั้นตอนการแทงปลาด้วยฉมวกที่แสนตื่นเต้นแล้ว เติ้งอาเหลียนคอยดูแลสวีฮุ่ยให้นางเล่นอยู่ริมฝั่ง ส่วนโจวเสี่ยวเหมยได้แบกกระบุงไม้ไผ่เดินข้ามสะพานไม้ไปเก็บผักป่าที่เชิงเขาฝั่งตรงข้าม

สวีจื้อหย่งเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ มีพละกำลังมาก เขาจับปลาได้หลายตัวด้วยฉมวกง่าย ๆ ในขณะที่สวีเจี้ยนหลินเพิ่งแทงฉมวกได้ปลามาแค่ตัวเดียว

สวีเจี้ยนหลินเงยหน้าไปพูดกับผู้เป็นพ่อไม่กี่ประโยค แล้วเดินมาที่ฝั่ง “ท่านย่า น้องเล็ก ข้าจะถอดเสื้อผ้าลงไปจับปลาในน้ำแล้ว”

สวีเจี้ยนหลินรู้ดีว่าตนเองแทงฉมวกไม่เก่งเท่าผู้เป็นพ่อ แต่เรื่องดำน้ำจับปลาเป็นสิ่งที่เขาถนัดนัก แม่น้ำสายนี้จะบอกว่ากว้างก็ไม่ถึงกับกว้าง ระดับน้ำไม่ถึงต้นขาของสวีจื้อหย่ง หากให้เขาลงไปดำน้ำจับปลาคงไม่ถนัดนัก

ทว่าเด็กน้อยไม่เหมือนกัน พี่น้องในตระกูลสวีดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำมานานหลายปี พวกเขาว่ายน้ำเก่งมาก สวีเจี้ยนหลินสามารถดำน้ำได้นาน เวลาที่เขาได้ลงน้ำมักจะมีชีวิตชีวาเหมือนปลาได้น้ำ

“น้องเล็ก ข้าจะถอดกางเกงแล้วนะ !” สวีเจี้ยนหลินพูด

“ถอดเถอะ !” สวีเจี้ยนหลินแช่ตัวอยู่ในน้ำมานานขนาดนี้แล้ว กางเกงของเขาย่อมเปียกซ่กไปหมด จะถอดหรือไม่ถอดก็เหมือนกัน อีกอย่างสวีฮุ่ยเองก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องหลบหรืออะไร เพราะคนหนึ่งเป็นเด็กชายอายุแปดขวบ ส่วนอีกคนเป็นเด็กผู้หญิงอายุหกขวบ จำเป็นต้องหันหนีหรือหลบเลี่ยงด้วยหรือ ?

“เอ่อ……เจ้าไม่หันไปหรือ ?” สวีเจี้ยนหลินเอาสองมือจับที่เอวกางเกง

สวีฮุ่ยส่ายหน้าแล้วหันหลังไปอีกทาง ในยุคโบราณ เด็กน้อยตัวแค่นี้ก็เริ่มคิดเรื่องหญิงชายไม่ควรสนิทชิดเชื้อกันแล้วหรือ ? ตอนแรกนางคิดแค่ว่าละสายตาไปมองอย่างอื่นก็พอแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย !

รอจนกระทั่งสวีเจี้ยนหลินลงน้ำไปแล้ว สวีฮุ่ยถึงหันกลับมา นางเห็นว่าริมน้ำมีหินก้อนแบน จึงถอดรองเท้าแล้วนั่งลงบนแผ่นหินและเอาเท้าจุ่มน้ำ

“ฮุ่ยฮุ่ย น้ำไม่เย็นหรือ ? เจ้ารีบสวมรองเท้าเถิด !” เติ้งอาเหลียนเลือกปลาที่มีบาดแผลออกมาห้าตัว นางทำปลาแล้วล้างจนสะอาด จากนั้นก็โรยเกลือลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติให้เนื้อปลา

สวีฮุ่ยแกว่งเท้าเล่นในน้ำไปสักพัก ก็ถูกเติ้งอาเหลียนดึง “ห้ามลงไปเล่นในน้ำนะ ! ย่าจะเดินข้ามสะพานไม้ไผ่ไปฝั่งตรงข้ามเพื่อดูว่าแม่ของเจ้าเก็บผักป่าได้เท่าไหร่แล้ว !”

“ท่านย่าไปเถิด ! ข้ารับปากว่าจะไม่ลงไปในน้ำ !” เมื่อย่าและแม่ไม่อยู่ข้างกาย ส่วนพ่อกับพี่รองกำลังจับปลาอยู่ในน้ำ ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้……ปรุงรสปลา !

สวีฮุ่ยเดินกลับไปที่ข้างก้อนหิน แล้วนำเครื่องปรุงรสที่นางบดเอาไว้ออกมาจากในมิติ นางทาเครื่องปรุงรสรอบท้องปลา แล้วยัดใบสเปียร์มินต์ใส่ท้องปลาไปเล็กน้อย จากนั้นก็หยดน้ำแร่ที่มีกลิ่นหอมเหมือนซุปลงไปในเครื่องปรุงหนึ่งหยด แล้วนำส่วนผสมที่ปรุงไว้ไปทาบนผิวของปลาทุกตัว เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว

สวีฮุ่ยเดินไปที่ริมตลิ่ง แสร้งทำเป็นหาอะไรบางอย่าง  จากนั้นก็เหลือสเปียร์มินต์ไว้ในแขนเสื้ออีกเล็กน้อย ประเดี๋ยวหากคนในตระกูลถาม นางก็ตั้งใจจะนำมันออกมา

มองดูพี่รองที่ดำน้ำจับปลาอย่างมีความสุข สวีฮุ่ยรู้สึกอิจฉามาก หากนางได้เล่นตามที่ใจต้องการคงดีไม่น้อย

นางจึงเดินไปดูว่ามีปลามาติดเบ็ดที่วางไว้หรือไม่ ! สวีฮุ่ยวิ่งไปบริเวณที่วางเบ็ด เมื่อก้มลงไปมองก็พบว่าผิวน้ำยังคงสงบนิ่ง ไม่มีร่องรอยความเคลื่อนไหวใดเลย

“เจ้าอยากตกปลาหรือ ?”

เฮ่อจิ่น !

สวีฮุ่ยถามเขามาว่าปรากฏตัวออกมาได้อย่างไร เฮ่อจิ่นจึงบอกว่าตัวเขาเพิ่งถูกปลุกขึ้นมา ยังไม่สามารถอยู่ในสภาพที่สดชื่นและมีพลังเหลือเฟือตลอดเวลาได้ อีกทั้งเขาเพิ่งจะช่วยสวีฮุ่ยจัดการงานในมิติ จึงเหนื่อยยิ่งขึ้นและต้องการกลับไปฝึกตนบนต้นไม้

“ข้าแค่มาดูน่ะ ไม่ได้อยากจับปลา คืนนี้ข้าจะกลับไปถอนต้นหอมเอง เจ้าพักผ่อนเถิด !” ตัวนางเองไม่ได้มีความสามารถในการตกปลาและจับปลา นางเพียงแค่ไม่คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ จึงกวาดตามองไปรอบ ๆ

“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะเป็นผู้ที่มีจิตใจดีถึงเพียงนี้ ข้าขอนับถือ ยื่นมือของเจ้าออกมาสิ !”

สวีฮุ่ยยื่นมือออกไป จู่ ๆ กิ่งไม้ที่ยาวมากกว่าหนึ่งจั้งก็ปรากฏขึ้นในมือของนาง

“ยื่นข้าเข้าไปในน้ำสิ !”

สวีฮุ่ยจึงถามเฮ่อจิ่นว่าเขาต้องการให้นางแขวนหนอนไว้ที่ปลายกิ่งไม้ของเขาหรือไม่ เพราะแบบนั้นอาจทำให้ปลายอมมาติดเบ็ดได้ !

“ประเดี๋ยวข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นความเก่งกาจของภูติอย่างข้า จำไว้ล่ะว่าห้ามปล่อยมือเด็ดขาด !”

“ตกลง !” สวีฮุ่ยนึกว่าเฮ่อจิ่นพูดเล่น แต่คิดไม่ถึงเลยว่าทันทีที่นางเพิ่งจะตอบรับเจ้าภูติน้อย จู่ ๆ กิ่งไม้ในมือของนางก็ขยับไปมา และเป็นเพราะน้ำในแม่น้ำใสมาก สวีฮุ่ยจึงเห็นปลาตัวหนึ่งที่ยาวเกินครึ่งเมตรกำลังงับกิ่งไม้เฮ่อจิ่น ในขณะเดียวกันยังมีปลาอีกหนึ่งตัวที่น่าจะหนักหลายชั่งกำลังกัดใบไม้ของเฮ่อจิ่นเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

“เจ้ารีบดึงสิ ! เอวข้าจะขาดออกจากกันอยู่แล้ว ฮ่าฮ่า จั๊กจี้ ฮ่าฮ่า ข้าจั๊กจี้……”

สวีฮุ่ยชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่มือทั้งสองข้างของนางจะจับกิ่งไม้เอาไว้แน่น แล้วพยายามดึงขึ้นมาด้านบนอย่างสุดชีวิต ทว่ายามนี้นางเป็นแค่เด็กตัวเล็กแรงน้อย จึงดึงไม้ขึ้น อยากจะเรียกท่านพ่อและพี่รองให้มาช่วยกันดึงก็กลัวว่าตัวตนของเฮ่อจิ่นจะถูกเปิดเผย

“เฮ่อจิ่น ข้าลากไม่ไหว !”

“เรียกพ่อและพี่รองของเจ้ามาช่วยสิ ! เร็วเข้า ข้าจะทนไม่ไหวแล้ว มันคันยุบยิบเหลือเกิน !”

“ถ้าข้าเรียกพวกเขามา ตัวตนของเจ้าก็ถูกเปิดเผยน่ะสิ !”

เรื่องนี้เป็นปัญหาจริง เฮ่อจิ่นจึงรีบแปลงกายเป็นเบ็ดตกปลา ซึ่งเหมือนกับเบ็ดตกปลาที่ตระกูลสวีนำมาด้วย

“ท่านพ่อ พี่รอง พวกท่านมาช่วยข้าเร็ว !” หลังจากตะโกนเสร็จแล้ว สวีฮุ่ยก็ต้องนึกเสียใจทีหลัง เพราะหากนางทำให้ปลาตกใจจนหนีไปจะทำเยี่ยงไร ? นางจึงรีบก้มลงไปดูในน้ำ โชคยังดีที่ปลาพวกนั้นยังอยู่ ในขณะที่รูปลักษณ์ของเฮ่อจิ่นในส่วนที่จมอยู่ในน้ำไม่ได้เปลี่ยนไป เพราะเขากลัวว่าหากเขาเก็บใบไม้ไป ปลาตัวที่กัดใบไม้ของเขาจะหนีไปได้

สวีจื้อหย่งรีบวางฉมวกลง สวีเจี้ยนหลินที่ดำน้ำอยู่รีบผุดขึ้นมาจากน้ำ ทั้งสองมาถึงตรงหน้าสวีฮุ่ยอย่างรวดเร็ว เมื่อทั้งสองเห็นปลาที่อยู่ในน้ำจึงรีบดึงคันเบ็ดขึ้นฝั่ง และวินาทีที่ตกปลาขึ้นมาบนฝั่งได้นั้น เฮ่อจิ่นก็รีบแปลงกายกลับคืนร่างกิ่งไม้เหมือนเดิม ส่วนพ่อและพี่รองต่างรีบวิ่งไปดูปลาตัวใหญ่ที่สะบัดเบ็ดหลุดขึ้นไปดิ้นบนฝั่ง สวีฮุ่ยที่เห็นแบบนั้นจึงเก็บเฮ่อจิ่นเข้าไปในมิติอย่างเงียบ ๆ

สวีฮุ่ยเพิ่งจะหยิบเบ็ดคันอื่นขึ้นมาทำทีว่าเป็นเบ็ดคันที่นางใช้ตกปลา สวีเจี้ยนหลินก็ตะโกนเสียงแหลมด้วยความตกใจ “ปลาตัวใหญ่มาก !”

สวีฮุ่ยเห็นพี่รองตะโกนเสียงดังจึงรีบโยนคันเบ็ดทิ้ง แล้วเอามือปิดปากพี่รอง “เบาหน่อย หากเสียงพี่รองเรียกให้ชาวบ้านคนอื่นมา ปลาของเราอาจถูกแย่งไปได้นะ ?”

สวีจื้อหย่งพยักหน้าอย่างพอใจ ปลาตัวนี้น่าจะมีน้ำหนักอย่างน้อย ๆ 30 ชั่งได้ หากยึดตามราคาตลาดน่าจะขายได้หลายร้อยอีแปะ และหากนำไปขายให้คนที่รู้ราคา ไม่แน่ว่าอาจจะขายได้เงินมากถึงหนึ่งตำลึงเงิน ?

ทว่าลูกสาวของเขาเป็นคนตกได้ปลาตัวนี้ สวีจื้อหย่งจึงถามสวีฮุ่ยว่านางอยากกินไหม ?

“ท่านพ่อ ตอนนี้ท่านรีบนำปลาไปขายในเทศมณฑลเถิด ! แล้วค่อยเลือกปลาตัวที่ใหญ่ ๆ หน่อยจากปลาพวกนี้ไว้ไปตุ๋นกินตอนเย็น !”

สวีจื้อหย่งยื่นมือใหญ่ที่เหมือนกับพัดออกไปลูบศีรษะลูกสาวด้วยความรัก ลูกสาวของเขาช่างรู้เรื่องรู้ราวดีเสียจริง ! รู้เรื่องดีเสียจนเขาปวดใจเลย !

“ไม่งั้นพวกเราเหลือตัวที่ใหญ่ที่สุดไว้ทำอาหารกินกันเถอะ !” ในตอนที่สวีจื้อหย่งพูดประโยคนี้ เติ้งอาเหลียนและโจวเสี่ยวเหมยได้วิ่งกลับมาพอดี พวกนางได้ยินเสียงตะโกนของสวีฮุ่ย ยังนึกว่าเกิดเรื่องขึ้นกับหนูน้อยอยู่เลย

สวีฮุ่ยเห็นว่าย่าและแม่กลับมาแล้ว นางจึงกระแอมแล้วพูดอย่างแน่วแน่ว่า “พวกเราจะไม่กินปลาตัวที่ใหญ่ที่สุด เราจะนำมันไปขาย แล้วนำเงินมารวมกับเงิน 5 ตำลึง เงินที่ลุงใหญ่ให้ไว้เมื่อวาน จากนั้นก็ส่งพี่ใหญ่ไปเรียนในตัวเทศมณฑลได้หรือไม่ ?” เงิน 6 ตำลึงเงินเพียงพอที่จะจ่ายเป็นค่าเล่าเรียนได้หนึ่งปี สวีฮุ่ยคิดว่าพี่ใหญ่ของตนเป็นคนมีพรสวรรค์ด้านการเรียน ต่อให้ในภายหน้าสอบไม่ได้บัณฑิตซิ่วไฉ รอให้นางเปิดโรงเตี๊ยมหรือไม่ก็ร้านอาหาร ค่อยให้เขามาทำบัญชีร้านก็ได้ !

ส่วนพี่รองคงคาดหวังไม่ได้แล้ว เขาเห็นแม่น้ำและปลายังพอกระตือรือร้นอยู่บ้าง แต่พอเห็นหนังสือก็เอาแต่เกาหัวแกรก ๆ

“ฮุ่ยฮุ่ย เจ้าเองก็อยากเรียนหนังสือหรือ ?” น่าเสียดายที่มณฑลเฟิงซานไม่มีโรงเรียนของสตรี หากว่ามี เติ้งอาเหลียนก็อยากจะส่งหลานสาวไปเรียนเช่นกัน

เด็กผู้หญิงอย่างนางควรได้สวมชุดผ้าไหมผ้าแพร เวลาออกจากบ้านควรได้นั่งบนเกี้ยวเล็ก ๆ และมีบ่าวรับใช้คอยปรนนิบัติอยู่ข้างกาย น่าสงสารเหลือเกินที่นางมาเกิดในตระกูลสวีที่แสนยากจน

“รอให้พี่ใหญ่มีวันหยุด ค่อยให้เขามาสอนข้ากับพี่รองก็ได้ !” สวีฮุ่ยแค่ต้องการโอกาสในการอ่านตำราสักครั้ง จากนั้นนางจะค่อย ๆ ทำให้ทุกคนรู้ว่านางรู้หนังสือก็พอแล้ว นางไม่ได้อยากไปเรียน

เพราะสตรีในยุคโบราณจะได้เรียนอะไรมากมายกันเชียว ส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นเรื่องจำพวกหลักสามเชื่อฟังสี่คุณธรรม สวีฮุ่ย ไม่อยากเรียนเรื่องพวกนั้น แต่หากให้นางไปเรียนกับเด็กผู้ชาย นางอาจพอจะพิจารณาได้บ้าง

จบบทที่ ตอนที่ 13 : ตกได้ปลาตัวใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว