เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 : ไม่จบไม่สิ้น

ตอนที่ 2 : ไม่จบไม่สิ้น

ตอนที่ 2 : ไม่จบไม่สิ้น


ตอนที่ 2 : ไม่จบไม่สิ้น

สวีฮุ่ยปีนลงมาจากตั่งไม้ แล้ววิ่งไปที่สวนด้านหลัง ตรงบริเวณนั้นเป็นพื้นที่โล่ง กำแพงก็ไม่สูงมากนัก หากสองคนนั้นวิ่งกลับมา นางก็จะปีนกำแพงออกไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมา

ไม่รู้ว่าแผลนี้เป็นฝีมือของจ้าวยวี่จือหรือว่าเป็นแผลเก่าที่เจ้าของร่างเดิมไม่ระวังจนเกิดบาดแผล แต่ยามนี้เลือดอุ่น ๆ ได้ไหลจากบาดแผลผ่านพวงแก้มมาจนถึงคอของนางแล้ว

“ติ๊ด ! เปิดใช้งานมิติหยวนเว่ย !”

เอ๊ะ นั่นเสียงของผู้ใด ? สวีฮุ่ยวิ่งไปด้วยพลางมองหาต้นตอของเสียงไปด้วย และในขณะที่นางไม่ทันได้ระวังตัวนั้น จู่ ๆ ร่างของนางก็วิ่งไปจนเกือบจะชนกับต้นท้อที่อยู่ตรงหน้า ด้วยความตกใจ นางจึงรีบหลับตาลงทันที

เมื่อนางลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ต้นไม้ที่เติบโตแตกกิ่งก้านแผ่ออกแยกเป็นสองต้นได้ผลิใบอยู่ตรงหน้านาง ครึ่งซีกของต้นไม้ที่เป็นฝั่งสีเขียวนั้นถูกปกคลุมไปด้วยผลไม้และผักต่าง ๆ นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยพืชพรรณที่เหมาะกับการปลูกบนเถาวัลย์ ในขณะที่อีกครึ่งของต้นไม้เป็นสีน้ำตาล เต็มไปด้วยผลของเครื่องเทศรสชาติต่าง ๆ

ที่ใต้ต้นไม้มีตาน้ำพุสีขาวขุ่น ส่งกลิ่นหอมเข้มข้นออกมา จากมุมมองของผู้สืบทอดกิจการร้านอาหารของครอบครัวอย่างสวีฮุ่ย น้ำในตาน้ำพุนั้นดูจะหอมกว่าน้ำซุปที่เคี่ยวเตรียมไว้เป็นเวลานานเสียอีก; นอกจากนี้ด้านข้างยังมีบ่อน้ำแร่สีใสมองเห็นก้นบ่ออยู่ด้วย สวีฮุ่ยใช้อุ้งมือเอาน้ำในบ่อน้ำแร่ขึ้นมาดื่ม รสชาติของมันทั้งหวานและสดชื่นเหลือเกิน

ถัดออกไปเป็นครัวพร้อมอุปกรณ์ทำครัวที่ทันสมัย ข้างครัวมีประตูลับ ด้านหลังเป็นเหมือนห้องเก็บของ มีชั้นวางเป็นแถว ด้านบนมีทั้งเครื่องปรุง ผักและเส้นหมี่มากมาย

นี่คือมิติที่แยกออกมาต่างหากหรือ ?

สวีฮุ่ยอยากจะหาทางออก แต่นางพบว่าสองแม่ลูกนั่นออกมาจากในบ้านและกำลังเดินหานางให้ควั่ก ปากของทั้งสองก็เอาแต่ด่าทอนางไม่หยุด !

เป็นเช่นนั้นปล่อยให้พวกนางตามหาข้าไปสักพักแล้วกัน ! ภายใต้สถานการณ์ที่นางไม่อาจมั่นใจถึงความปลอดภัยของตนเองได้ สวีฮุ่ยไม่อยากเสี่ยงออกไป เพราะตอนนี้สวีชิวเยี่ยนกำลังคลุ้มคลั่ง นางไม่อยากพาตัวเองไปเป็นเหยื่อให้กับนางปีศาจอัปลักษณ์นั่น

หลังจากใช้เวลาในการหลบซ่อนสองแม่ลูกอยู่นาน ท้องน้อย ๆ ของสวีฮุ่ยเริ่มส่งเสียงร้องโครกครากออกมา นางจึงยืดตัวเก็บลูกท้อจากกิ่งที่ห้อยลงต่ำ แล้วกัดกินไปคำหนึ่ง บริเวณที่นางเพิ่งเด็ดลูกท้อมาก็มีลูกท้อผลใหม่เติบโตขึ้น รอจนกระทั่งนางกินลูกท้อหมดลูกแล้ว ลูกท้อผลนั้นก็สุกงอมพร้อมกินอีกครั้ง

มิตินี้มันช่างมหัศจรรย์เสียจริง !

“พวกเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกเจ้า ออกไปซะ แล้วฮุ่ยฮุ่ยของข้าล่ะ ? ฮุ่ยฮุ่ย……” เมื่อประตูรั้วบ้านถูกเปิดออก ได้มีหญิงวัยกลางคนที่สวมชุดผ้าเนื้อหยาบซึ่งถูกซักจนซีดขาวเดินเข้ามา หลังจากที่นางเอ่ยปากด่าสองแม่ลูกคู่นั้นไป จู่ ๆ นางก็เหมือนนึกบางสิ่งได้ จึงวางตะกร้าในมือลงแล้ววิ่งเข้าไปในห้องของสวีฮุ่ย

ภาพที่นางเห็นก็คือ ผ้าคลุมบนเตียงของเด็กน้อยกระจัดกระจาย บนพื้นเต็มไปด้วยคราบเลือด หญิงวัยกลางคนผู้นั้นจึงวิ่งออกมาจากห้องแล้วเข้าไปกระชากแขนเสื้อจ้าวยวี่จือ พลางตะคอกถามคาดคั้นอีกฝ่าย “ฮุ่ยฮุ่ยของข้าอยู่ไหน ? พวกเจ้าทำอะไรนาง ? รีบคืนเด็กน้อยมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นก็อย่าหวังว่าพวกเจ้าจะได้ออกไปจากบ้านหลังนี้อีกเลย !”

จ้าวยวี่จือจ้องมองสตรีวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าตน ในแววตาของนางเต็มไปด้วยความเยือกเย็น หากนางจับตัวเด็กเหลือขอคนนั้นได้ นางคงรู้สึกดีกว่านี้ แต่นี่นางกลับจับเด็กนั่นไม่ได้ อีกทั้งลูกสาวของนางยังต้องฟันหลุดอีก เช่นนี้ลูกสาวของนางจะแต่งงานออกเรือนได้เยี่ยงไร !

“เติ้งอาเหลียน เอามือสกปรกของเจ้าออกไป ข้ามาเยี่ยมหลานสาวของเจ้าด้วยความปรารถนาดี แต่เจ้าดูสิ่งที่นางทำกับชิวเยี่ยนสิ ฟันของชิวเยี่ยนหลุดไปสองซี่ เจ้าจะชดใช้ให้ลูกของข้าได้เยี่ยงไร !”

เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ! หลานสาวของนางเป็นเด็กดีขนาดนั้น นิสัยของนางไม่เหมือนเติ้งอาเหลียนผู้เป็นย่าเลยสักนิด และก็ไม่เหมือนแม่ของนางด้วย นางไม่มีทางมีเรื่องทำร้ายผู้อื่นแน่นอน และยิ่งไม่มีวันทำร้ายสวีชิวเยี่ยนได้ เพราะสองคนนี้อายุห่างกันถึงเจ็ดแปดปีเชียวนะ !

“ลูกของเจ้าอายุเท่าไหร่แล้ว แล้วฮุ่ยฮุ่ยของข้าอายุเท่าไหร่ เจ้าพูดเช่นนี้ใครจะไปเชื่อ !” ถึงอย่างไร เติ้งอาเหลียนไม่มีทางเชื่อคำพูดนี้แน่นอน

จ้าวยวี่จือทำตามความต้องการของตนไม่สำเร็จไม่พอ ยังมาถูกด่าทออย่างสาดเสียเทเสียอีก นางจึงนั่งลงกับพื้นแล้วตบขาของตัวเองฉาดใหญ่ “ตอนนั้นในตระกูลเห็นแก่ที่ครอบครัวของพวกเจ้าไม่มีทายาทสืบทอด จึงให้สวีไห่ตบแต่งภรรยาสองคน แล้วตอนนี้เป็นเยี่ยงไรเล่า เจ้ามีทั้งบุตรชาย บุตรชายก็แต่งสะใภ้จนมีหลานโตขนาดนี้แล้ว แต่เจ้าก็ยังไม่ยอมไปจากสวีไห่

เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าใครคือภรรยาคนแรก แล้วสวีไห่เป็นสามีของใคร ครอบครัวของพวกเจ้าต่างหากที่ไร้ยางอายที่สุด ขนาดเด็กตัวเล็ก ๆ ยังมีจิตใจโหดเหี้ยมขนาดนี้ ถึงขนาดทำร้ายอาตัวเองจนฟันหลุด แล้วต่อไปนี้ชิวเยี่ยนของข้าจะแต่งงานออกเรือนได้เยี่ยงไร !

เฮ้อหยา ! เหตุใดชะตาชีวิตของข้าถึงต้องทุกข์ระทมเยี่ยงนี้ด้วย ข้าไปทำบาปไว้แต่ชาติใดกัน ถึงต้องมาแต่งงานเข้าตระกูลสวี ! ”

เติ้งอาเหลียนไม่สนจ้าวยวี่จือแล้ว นางเดินตามหาหลานสาวของตนทั้งหน้าบ้านหลังบ้าน ปากก็ตะโกนเรียกหาผู้เป็นหลานไม่หยุด “ฮุ่ยฮุ่ย”

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เติ้งอาเหลียนจะไม่มีทางไปข้องเกี่ยวกับปีศาจบ้าอย่างจ้าวยวี่จือเป็นอันขาด ในปีนั้นหัวหน้าหมู่บ้านและหัวหน้าตระกูลผลัดเปลี่ยนกันมาพูดเกลี้ยกล่อมไม่หยุด อีกทั้งนางยังเฝ้าฝันติดกันหลายวันว่าสามีผู้ล่วงลับไปแล้วมาร้องห่มร้องไห้โทษว่าตัวสามีไม่มีทายาทสืบทอด นางถึงได้ยอมแต่งกับสวีไห่ ยอมเป็นภรรยาอีกคนของเขา

แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจ้าวยวี่จือจะยึดติดเรื่องนี้จนหาเรื่องนางมานานถึงยี่สิบกว่าปีไม่จบไม่สิ้น ในแต่ละปีก็มักจะบุกมาด่าทอที่บ้านของนาง จากที่ด่าเพียงคนเดียวก็เริ่มลามปามมาด่าทั้งครอบครัว จากที่เคยแค่ด่าก็เริ่มมีการลงไม้ลงมือ……

เพื่อบุตรชายและเหล่าหลาน ๆ ของนาง นางยอมเป็นผู้ถูกกระทำไม่ได้แล้ว นับแต่วันนี้เป็นต้นไป เติ้งอาเหลียนจะไม่ยอมถอยให้แล้ว

หลังจากที่หาตัวหลานสาวจากแทบจะทุกซอกทุกมุมของบ้านแล้ว แต่ก็ยังหาไม่เจอ เติ้งอาเหลียนเริ่มร้อนใจ นางวิ่งไปที่สวนหลังบ้าน ปากก็ตะโกนเรียกหาหลานสาวไม่หยุด

ดูเหมือนว่าย่าแท้ ๆ ของเจ้าของร่างเดิมจะกลับมาแล้ว สวีฮุ่ยเรอเอิ้กไปหนึ่งที หลังจากเช็ดปากตัวเองแล้ว นางก็พูดกับมิติว่า “ส่งข้าออกไปได้ไหม ?”

เมื่อต้นไม้ที่งอกงามตรงหน้ากลายเป็นต้นท้อที่เพิ่งผลิใบเขียวของมันออกมา สวีฮุ่ยก็หัวเราะอย่างพอใจ ที่แท้นางสามารถเข้าออกมิติของนางได้อย่างตามใจชอบนี่เอง !

“ท่านย่า ข้าอยู่นี่ !” สวีฮุ่ยเดินออกมาจากต้นท้อ แล้วหันไปโบกมือเรียกเติ้งอาเหลียนด้วยรอยยิ้ม

“ฮุ่ยฮุ่ยเอ๋ย เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ตรงนี้เล่า ! ทำเอาย่าตกใจหมดเลย พวกนางรังแกเจ้าใช่หรือไม่ ย่าจะแก้แค้นแทนเจ้าเอง” เติ้งอาเหลียนพับแขนเสื้อแล้วหันกลับมาหาสองแม่ลูกเพื่อเตรียมคิดบัญชี

สองคนนั้นอยากมารังแกนาง แต่กลับทำอะไรนางไม่ได้ อีกทั้งสวีชิวเยี่ยนก็ยังมาฟันหลุดไปสองซี่ พอนึกภาพสตรีวัยสิบกว่าปีที่ฟันห่างเวลาพูด สวีฮุ่ยก็นึกอยากขำขึ้นมา ใครใช้ให้พวกนางอำมหิตคิดจะฆ่าเด็กตัวน้อย ๆ กันล่ะ สมควรโดนแบบนี้แล้ว !

“ท่านย่า ข้าไม่ได้เป็นไร ท่านไปตลาดมาหรือ ?” สวีฮุ่ยเดาไปอย่างนั้น เพราะถึงแม้ว่าเสื้อผ้าของผู้เป็นย่าจะถูกซักจนซีดขาว แต่กลับสะอาดสะอ้าน อีกทั้งรองเท้าที่นางสวมก็ยังดูสะอาดดี ไม่เหมือนคนที่ไปทำไร่ทำนา

“ย่าไปซื้อยากับน้ำตาลทรายแดงมาให้เจ้า เจ้าไปนอนในห้องของย่าก่อนเถิด ย่าจะต้มน้ำตาลทรายแดงให้เจ้าดื่ม” ในเมื่อหลานสาวบอกไม่เป็นไร เติ้งอาเหลียนจึงไม่สนใจสองแม่ลูกจ้าวยวี่จือและสวีชิวเยี่ยนอีก นางไม่สนใจหรอกว่าฟันของสวีชิวเยี่ยนจะหลุดได้เยี่ยงไร ต่อให้ฟันของเด็กคนนั้นหลุดหมดปาก นางก็จะไม่สงสารอะไรทั้งนั้น เพราะเด็กคนนั้นและแม่ของนางมีจิตใจโหดร้าย เป็นคนไม่ดี

“เจ้ากล้าพูดไหมเล่าว่าที่ฟันของชิวเยี่ยนหลุดมันไม่เกี่ยวกับเจ้า !” จ้าวยวี่จือลุกขึ้นยืน นางปัดฝุ่นออกจากชุดของตน แล้วพุ่งตัวเข้ามา นางเด็กเหลือขอคนนี้กล้าพูดจาโกหกหน้าตาย ทำร้ายผู้อื่นแล้วอยากจะทำเฉไฉ ไม่ชดใช้งั้นหรือ ?

“ท่านย่าใหญ่ช่างตลกยิ่งนัก ท่านอาชิวเยี่ยนอายุตั้งเท่าไหร่ ข้ากระโดดยังสูงไม่ถึงคางของนางเลย ! ข้าจะไปเอาเรี่ยวแรงจากไหนมาหักฟันของนางได้ ใช้กำปั้นทุบงั้นหรือ ?”  สวีฮุ่ยทำเป็นแอบอิงผู้เป็นย่าของตนเอง แล้วหันไปถามจ้าวยวี่จือด้วยสีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ไร้ซึ่งความร้ายกาจ รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏขึ้น ดูงดงามกว่าเด็กน้อยในภาพวาดตั้งสามส่วน ช่างแตกต่างจากเด็กน้อยที่พึ่งอ้าปากด่า “นางปีศาจเฒ่า”

“ไม่จริง นางจะต้องใช้บางอย่างตีข้าแน่นอน พวกท่านดูปากของข้าสิ ไหนจะฟันของข้าอีก !” สวีชิวเยี่ยนเอามือออกจากปาก เพื่อให้จ้าวยวี่จือและเติ้งอาเหลียนเห็นริมฝีปากที่บวมฉึ่งและเลือดที่กลบปากอยู่ ช่างเป็นภาพที่คล้ายกับหนังผีก็ไม่ปาน

“อาเล็ก หากท่านไม่ใส่ร้ายข้าจะไม่ยอมจบใช่หรือไม่ ? เช่นนั้นเราเอาเรื่องนี้ไปให้หัวหน้าหมู่บ้านตัดสินเถิด หรือจะไปที่ศาลของทางการก็ย่อมได้ หากพวกเขาตัดสินว่าข้าผิดจริง ข้าจะยอมคุกเข่าอยู่ในคุกเลยดีไหม ?”

ใครจะไปเชื่อว่าเด็กน้อยอายุหกขวบจะทำร้ายสตรีวัยสิบกว่าปีจนฟันหลุดได้ มีหลักฐานไหมล่ะ ?

ขอเพียงแค่นางไม่เป็นฝ่ายเอาหลักฐานออกมาก่อน ก็อย่าหวังว่าสองแม่ลูกจะหาเจอเลย

จบบทที่ ตอนที่ 2 : ไม่จบไม่สิ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว