เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่49: ชื่อของชั้นก็คือ....(2)

ตอนที่49: ชื่อของชั้นก็คือ....(2)

ตอนที่49: ชื่อของชั้นก็คือ....(2)


“เจ้าตัวเล็ก...ช่วยพูดอีกรอบได้มั้ย?”

“เห. นี่นายคิดว่าชั้นอายเรื่องความสูงตัวเองเหรอ? ดูชั้นสิ. ชั้นนี่แหละคือความหมายของคำว่าน่ารักและเซ็กซี่รวมกัน”

“เพ้ออะไรอยู่, มีแค่พวกโลลิค่อนเท่านั้นแหละที่จะชอบเธอ”

“ฮ่าๆๆๆ~! ให้ชั้นพูดอีกรอบไหมว่าชั้นเกิดมาจากวิญญาณของนาย? คงไม่ต้องให้อธิบายเพิ่มเนอะ?”

แม้ว่าพวกเขาจะเถียงกันไม่ตกฟาก แต่รอยยิ้มบนใบหน้าก็ไม่เคยหายไปเลย. ถ้าใครมาเห็นก็คงว่าพิลึกสุดๆ.

“เหอะ. ชั้นว่าเธอน่าจะโดนตีบ้าง”

“ย๊า~! กลัวจังเลย” เธอแกล้งทำหน้ากลัวจากนั้นก็โบกมือแล้วก็มีดาบปรากฎออกมา “ก็มาสิ. บางทีถ้าอัดนายอีกหน่อยคงจะได้ยินชื่อชั้นแน่, เพราะกว่าจะมานี่ได้ก็คงโดนมาบ้างแล้วสินะ?”

ดาบในมือของเธอนั้นแตกต่างจากของโกโจ. มันเป็นดาบโค้งยาวโดยมีด้ามจับเป็นสีขาวและดำ.

พวกเขาจ้องตากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนโกโจจะค่อยๆใจเย็นลง.

คำพูดของเธอนั้นไม่ได้จะดูหมิ่นแต่ดูเหมือนมีความขมขื่นซ่อนอยู่.

“อะไร? ไม่สู้แล้วเหรอ?”

โกโจจ้องเธอไปพักหนึ่งก่อนจะส่ายหน้าหนีแล้วมองไปรอบๆแทน.

ขาว. สีขาวโพลนไปหมด.

ถึงเขาเพิ่งจะเข้ามาที่นี่ได้ไม่นาน แต่ก็เริ่มรู้สึกว่าจะเป็นบ้าแล้ว.

แล้วถ้าเป็นเธอล่ะ?

ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็จำคำพูดก่อนหน้าของเธอได้.

“นายยังไม่ได้ยินชื่อของชั้นสินะ”

การที่มีคนเรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่คนคนนั้นไม่สนใจมันจะรู้สึกยังไงกันนะ?

จะรู้สึกแย่แค่ไหนถ้าคนที่เมินนั้นเป็นคนที่ทำให้มีตัวตนขึ้นมา คนที่สนิทกันมากที่สุด?

เธอจะรู้สึกเจ็บปวด, เศร้าโศรก, โมโหและสิ้นหวังขณะที่อยู่คนเดียวในโลกนี้แค่ไหนกันนะ?

พอคิดมาถึงข้อนี้แล้ว ความโกรธในหัวของโกโจก็หายไปและถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกผิดแทน.

“พอที!”

เขาหลุดจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงตะโกนนั้น.

เขาก้มมามองเด็กผู้หญิงตรงหน้าอีกครั้ง.

ดาบในมือของเธอได้หายไปแล้วและเธอกำลังหันหลังให้เขาอยู่.

“ชั้นไม่ได้ต้องการให้นายสงสาร. ชั้นไม่ได้ตกต่ำขนาดนั้น”

“เธออ่านใจชั้นได้หรอ?” โกโจถามออกไปเบาๆ.

“อ่านใจ? ไม่, แค่นายกับชั้นเราแบ่งปันความรู้สึกแบบเดียวกัน. ก็ครั้งหนึ่งเราเคยเป็นหนึ่งเดียวกันนี่นะ. แต่เสียดายที่ดูเหมือนว่าตอนนี้มีแค่ชั้นเท่านั้นที่แบ่งปันคนเดียว”

เธอส่ายหัวแล้วเดินกลับไปทางบัลลังก์จากนั้นก็นั่งลง.

“เอาล่ะ, โกโจ ซาโตรุ. ในเมื่อเราจะไม่สู้กัน นายช่วยออกไปได้ไหมคะ? ชั้นเบื่อที่จะต้องคอยตะโกนให้คนที่ไม่อยากฟังชั้นอีกต่อไปแล้ว.

เธอเอามือไปเท้าศีรษะ.

โกโจไม่ตอบอะไรกลับ แม้ว่าเขาจะไม่รู้สึกแบบเดียวกับเธอในตอนนี้แต่เขาก็เข้าใจโดยสัญชาติญาณ.

ถ้าเขาออกไปจากที่นี่ล่ะก็...เขาจะไม่มีวันได้ปลุกชิไคอีก.

“ให้ตายสิ. ผมรู้สึกเหมือนพ่อแย่ๆที่เอาแต่รังแกลูกเลยแหะ”

เขาเกาหัวแล้วเดินไปทางบัลลังก์นั้น. เขานั่งลงเพื่อมองหน้าของเด็กผู้หญิงคนนั้น.

เขาเอามือไปลูบหัวเธอแล้วยิ้มให้,

“ดูเหมือนว่าผมมีเรื่องต้องจัดการกับการใช้ดาบฟันวิญญาณนะ”

เขาไม่ขอโทษใดๆ. เขาพอจะเข้าใจนิสัยของเธอแล้ว.

เด็กคนนี้ก็มีเกียรติของตัวเอง. เธอไม่ต้องการความสงสารจากเขา. เพราะมีแต่พวกอ่อนแอเท่านั้นที่ต้องการความสงสาร.

“คือว่านะ. โลกนี้น่ะมีแต่คนแกร่งๆเต็มไปหมด. แกร่งเสียจนพวกเราอาจจะท้อไปเลยล่ะ....น่าสนุกเลยว่ามั้ย?”

“…”

“สู้ไปเรื่อยๆ, เติบโตไปเรื่อยๆ, ไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ, ถึงจะช้าแต่ผมมั่นใจว่าวันหนึ่ง ผมจะได้ยืนอยู่จุดที่สูงที่สุดและสามารถพูดได้อีกครั้งว่าเป็นคนที่แกร่งที่สุดด้วย”

“..”

“ผมน่ะแข็งแกร่ง, แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป. แต่แล้วยังไงล่ะ? ทำไมผมต้องเอาตัวเองไปเทียบกับคนทั่วไปด้วย? จุดจุดเดียวที่ผมคู่ควรก็คือจุดที่สูงที่สุด”

สายตาของเขาลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความทะเยอทะยาน. ความเย่อหยิ่งและทะนงตัวเห็นได้ชัดในโลกนี้.

ไม่สนว่าเขาจะเจอกับอะไรและจะใช้เวลานานแค่ไหน.

“แต่ตอนนี้ นั่นมันก็แค่ความฝันเท่านั้นแหละนะ”

“แล้วยังไงล่ะ?”

เด็กผู้หญิงผมสีเงินเอ่ยปากออกมาในที่สุด. เสียงของเธอแฝงไปด้วยความสั่นกลัว เธอรู้สึกมีหวังแต่ก็หวาดกลัวว่าจะผิดหวังอีกครั้ง.

“การยืนอยู่จุดสูงสุดคนเดียวมันเหงา รู้มั้ย? ถ้ามีคนมาแบ่งปันวิวด้วยก็คงดี?นอกจากครึ่งหนึ่งของผมแล้วจะมีใครเหมาะอีกล่ะ?”

เธอเริ่มยิ้มออกมา,

“แล้วถ้าสุดท้ายแล้ว, นายทำไม่ได้ล่ะ?”

“ทำไม่ได้? เธอคิดว่าผมเป็นใครกัน? ผมคือโกโจ ซาโตรุ. ผู้ใช้ไสยเวทย์ที่แกร่งที่สุดและอีกไม่นาน, ก็จะเป็นยมทูตที่แกร่งที่สุดด้วย. ทำไม่ได้ ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของผมหรอกนะ”

โกโจยิ้มด้วยความมั่นใจอยู่เสมอขณะที่กล่าว.

“ฮ่าฮ่าฮ่า~!”

เธอหัวเราะออกมาด้วยความดีใจ.

เมื่อเธอหยุดหัวเราะ เธอก็ปัดมือเขาออกแล้วลุกขึ้น.

เธอลดผ้าปิดตาลงจนเห็นนัยตาสีชาดดั่งอัญมณี.

“ถ้างั้น, ราชินีคนนี้จะมอบโอกาสสุดท้ายให้นายเอง.”

เธอเอามือไปทาบอกแล้วผายอย่างภาคภูมิ “ชั้นคือดาบที่แกร่งที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย, และผู้ใช้ของชั้นก็คู่ควรที่จะเป็นยมทูตที่แกร่งที่สุดด้วยเช่นกัน”

“ไม่มีใครคู่ควรอีกแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้น, จำไว้ให้ดีล่ะ. ชื่อของชั้นคือ...”

---

ตั้งแต่ที่โกโจหลับตาลง เวลาก็ผ่านไปแค่ชั่วครู่เท่านั้น.

รังสีของเขาที่ปกติก็อยู่ในระดับรองหัวหน้าอยู่แล้ว ค่อยๆขยายขึ้นจนอัดแน่นไปทั่วทุกมุมของห้อง.

แรงดันวิญญาณของเขาเริ่มหนักขึ้นจนขนาดอุโนะฮานะเองก็เริ่มรู้สึกไม่สบายตัวหน่อยๆ.

แต่ยิ่งเธอรู้สึกแบบนั้น รอยยิ้มที่ใบหน้าเธอก็เริ่มน่ากลัวมากขึ้นจนเธอเกือบจะหัวเราะด้วยความบ้าคลั่งออกมา.

ถึงเธอจะไม่ได้ใช้ชิไคและบังไค แต่ความรู้สึกนี้แปลว่าโกโจได้ทำลายขีดจำกัดและสามารถทัดเทียมกับหัวหน้าได้แล้ว. แถมเขายังไม่ได้ปลดปล่อยชิไคเลยด้วย.

เมื่อเขาลืมตาขึ้นมา อุโนะฮานะก็รู้สึกแปล๊บไปทั่วตัว.

“ขอโทษที่ทำให้รอครับ”

หัวใจของอุโนะฮานะเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง.

เธอกลืนน้ำลายแล้วพยายามรั้งใจไม่ให้เข้าไปฟันเขา

ตอนนี้เธอเหมือนกับคนที่กำลังหลงทางอยู่ในทะเลทราย และเจอโอเอซิสเข้าแล้วแต่พยายามรั้งตัวเองไว้ไม่ให้ดื่มน้ำ.

“ปลุกได้รึป่าวคะ?”

โกโจไม่ตอบแต่กำดาบแน่นขึ้น.

“ต่อเลยไหมครับ?”

มันคือสิ่งเดียวที่อุโนะฮานะต้องการจะได้ยิน.

เธอพุ่งเข้าใส่เขาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าที่ผ่านมาจากนั้นก็เหวี่ยงดาบออกไป.

แต่ขณะที่ดาบจะถึงตัวเขานั้น เธอก็หยุดชะงักไปจากนั้นก็ถอยออกมาอย่างรวดเร็ว.

เธอไม่รู้ว่าทำไม แต่สัญชาติญาณของเธอบอกเธอว่าไม่ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น มันคือภัยต่อเธอ.

โกโจไม่ได้มองไปหาเธอ เขากำลังนึกถึงชื่อของเด็กผู้หญิงผมสีเงินและประโยคประโยคหนึ่ง.

ประโยคในวันวานที่ชวนให้เขายิ้มได้. เพียงแค่ครั้งนี้ต่างไปนิดหน่อยเท่านั้น.

“เหนือฟ้า ใต้หล้า, เราสองประเสริฐสุด, เท็นโกคุ โนะ โคโก!”

*เท็นโกคุ โนะ โคโก = จักรพรรดินีแห่งสวรรค์/ราชินีแห่งสวรรค์*

*หากจำตอนที่โกโจสู้กับพ่อของเมงุมิได้ นี่คือประโยคที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ตอนประสูติ*

จบบทที่ ตอนที่49: ชื่อของชั้นก็คือ....(2)

คัดลอกลิงก์แล้ว