เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่30: ปวดหลังมั้ย

ตอนที่30: ปวดหลังมั้ย

ตอนที่30: ปวดหลังมั้ย


“จงสถิตเหนือฟ้าเหมันต์ เฮียวรินมารุ!”

ทันทีที่โทชิโร่กล่าวออกมา อุณหภูมิรอบๆก็ลดลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับหิมะและน้ำแข็งที่ปรากฏออกมารอบๆ.

ในมือเขานั้นดาบเปลี่ยนรูปร่างไป, มันยาวขึ้นและมีกั้นดาบเป็นรูปดาวพร้อมกับโซ่อยู่ตรงปลาย.

พลังที่เพิ่มขึ้นของเขาทำให้ฮอลโล่วสองตัวตกใจ แต่พวกมันก็ยังพุ่งเข้ามาจะกินเขา.

สำหรับยมทูตธรรมดาแล้ว การได้ชิไคมาก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรมากมายนอกจากรูปร่างดาบและแรงดันวิญญาณที่เพิ่มขึ้น.

แค่รู้ชื่อดาบก็ไม่ได้หมายความว่าจะเอาพลังของมันออกมาใช้ได้หมด.

แต่โชคไม่ดีสำหรับฮอลโล่วพวกนั้น เพราะฮึสึกายะ โทชิโร่ไม่ใช่ยมทูตธรรมดา.

เขารู้ได้เลยว่าดาบของเขานั้นสามารถควบคุมน้ำและเปลี่ยนให้มันเป็นน้ำแข็งได้.

เขาคือผู้ปกครองสรวงสวรรค์เหมันต์ตัวจริง.

พอมองดูพวกฮอลโล่วที่ช้าลงนั่นแล้ว โทชิโร่เหวี่ยงดาบออกไปเบาๆแล้วพวกมันก็ถูกขังอยู่ในน้ำแข็ง.

พวกมันพยายามสู้กลับและหนีออกมา

“เปล่าประโยชน์”

เขายกดาบขึ้นมาแล้วเหวี่ยงลงในครั้งเดียว “แสดงพลังให้พวกมันเห็น!”

โฮฮกกกกก!

เสียงคำรามของมังกรน้ำแข็งขานรับเขาแล้วพุ่งตรงไปยังฮอลโล่วสองตัวนั้นจนพวกมันแตกสลายไป.

*แฮ่ก**แฮ่ก**แฮ่ก*

“เห็นไหมครับพี่? ผมทำได้แล้ว”

โทชิโร่พึมพำออกมาขณะที่เหงื่อท่วมตัวและดาบที่จางหายไป. ดาบนั้นไม่ได้มีรูปร่างเหมือนอาซาอุจิทั่วไปแล้ว. มันคือดาบที่เป็นของเขาตลอดไป.

ขณะที่เขากำลังจะหมดสตินั้น ชายผมสีเงินก็โผล่มาข้างๆเขาแล้วรับตัวเขาไว้ก่อนจะนำไปวางบนพื้นเบาๆ.

“โย่!”

“พี่ครับ!?”

“ฮ่าๆ. ผมเห็นทุกอย่างแล้วล่ะ. ต้องพูดว่าเยี่ยมมากสินะ. เอาล่ะที่เหลือขอผมจัดการกับเจ้าพวกขยะนี่เอง”

โทชิโร่พยักหน้าแล้วหมดสติไป.

พอมองเด็กผู้ชายที่หมดสติไปแล้ว โกโจก็ยิ้มแบบที่ไม่ใช่ยิ้มที่น่าหมั่นไส้ของเขา.

พอเขาลุกขึ้นมารอยยิ้มนั้นก็หายไปกลายเป็นรอยยิ้มที่เย็นชาแทน.

เขาเอามือล้วงกระเป๋าแล้วพุ่งไปทางเจ้าฮอลโล่วที่ชูเฮย์กำลังสู้ด้วยความลำบากอยู่.

“ฮ่ะ, ผมคงต้องชมนายด้วยสินะ? ถึงจะไม่มีประโยชน์แต่อย่างน้อยก็ยังมีความรับผิดชอบอยู่”

เขาหัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะเดินผ่านชูเฮยืไปแล้วยืนอยู่ข้างหน้าฮอลโล่วที่ไม่ขยับเขยื้อน.

ไม่ว่าจะชูเฮย์หรือเจ้าฮอลโล่ว พวกเขาก็ขยับตัวไม่ได้เลย. พวกเขารู้สึกราวกับว่ามีปีศาจกำลังกดดันพวกเขาอยู่.

โกโจเอามือไปแตะหน้ากากของฮอลโล่วแล้วกล่าว “ชั้นเล่นมากไปจนโทชิโร่เกือบตาย. แต่ก็นะ เพราะแก, เขาถึงได้รู้ชื่อดาบฟันวิญญาณ. ขอบใจมั้ง? <วิถีทำลายที่4 เบียคุไร>”

สายฟ้าก่อขึ้นบนนิ้วของโกโจก่อนจะทะลุผ่านไปยังหน้ากากของฮอลโล่วจนมันสลายไป.

ขณะมองฮอลโล่วกำลังสลายไป ชูเฮย์ก็ล้มลงกับพื้นจากแรงกดดันมหาศาลของโกโจ.

เขาไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตัวเองเห็นเลย.

นอกจากนักเรียนปีหนึ่งที่ปลุกดาบฟันวิญญาณของตัวเองได้ภายในหนึ่งเดือนหลังจากเข้าเรียนแล้ว ก็ยังมีเจ้าบ้าที่ทำให้เขาขยับตัวไม่ได้ด้วยแรงดันวิญญาณของมันอยู่.

โกโจมองไปที่ชูเฮย์แล้วกล่าว “เอาล่ะชั้นต้องไปจัดการที่เหลือแล้ว. ถ้าโมโมะเป็นอะไรไปคงไม่ดีแน่. ส่วนนายอยู่ดูแลชิโระตรงนี้แล้วกัน ไปล่ะ!”

โกโจโบกมือให้แล้วหายไปด้วยก้าวพริบตา. มันเร็วเกินกว่าชูเฮย์จะเข้าใจได้อีกแล้ว.

ชูเฮย์ยิ้มออกมาอย่างขมขื่นแล้วส่ายหัว “6ปีมานี้ชั้นทำอะไรอยู่เนี่ย?”

แม้เขาจะไม่ใช่อัจฉริยะ แต่เขาก็ไม่ได้เป็นขี้เกียจ. บางทีชื่อเสียงอาจจะทำให้เขาขึ้นสนิมก็ได้?

เขาก้มหน้าลงมามองดาบตัวเอง “ถ้ากลับไปโซลโซไซตี้แล้ว ชั้นจะพยายามมากขึ้นจะได้รู้ชื่อของนาย”

ขณะเดียวกันบนท้องฟ้านั้นก็มีแมวสีดำพุ่งผ่านชูเฮย์ไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว.

“นายพูดแรงไปนะ”

โกโจยักไหล่ “ผมไม่สนใจพวกอ่อนแอหรอก. ผมแค่เกลียดคนที่แกร่งขึ้นได้แต่ไม่ทำ. ถ้าเขาปลุกดาบตัวเองไม่ได้หลังจากนี้ เขาก็คงไม่มีความสามารถแล้ว”

“..งั้นเหรอ...”

‘เรานึกว่าหมอนี่เป็นแค่พวกขี้โม้ สงสัยต้องมองใหม่แล้ว’

เจ้าแมวเคยเห็นอัจฉริยะมาแล้วหลายคน.

ตัวของมันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น, คิสุเกะและหัวหน้าคนอื่นๆเองก็อาจเรียกได้เช่นกัน.

แต่ชายคนนี้กลับแปลกไป.

เขาไม่เย็นชาหรืออบอุ่นเลย. เขาไม่สนใจโลกใบนี้และจะดูหมิ่นทุกๆอย่างยกเว้นคนที่เขาเลือก.

เป็นครั้งแรกที่เจ้าแมวเจอคนที่แปลกแบบนี้.

‘หมอนี่น่าสนใจดี’

คนแบบนี้จะยอมก้มหัวให้กับวังกลาง46ห้องหรือพวกชั้นสูงไหมนะ?

พอเห็นเขาแล้วเจ้าแมวดำก็เข้าใจบางอย่างขึ้นมา

‘ขอแค่เขาไม่ชิงตายไปก่อน โซลโซไซตี้ก็จะได้เจอกับพายุแน่’

---

ไม่กี่นาทีต่อมา ขณะที่เขากำลังจะกำจัดฮอลโล่วสองตัวสุดท้ายไป โกโจก็หยุดลงแล้วมองผู้หญิงผมบลอนด์ที่ยืนอยู่หน้าเหยื่อสองตัวของเขานั้น.

เจ้าแมวที่อยู่ข้างๆเขานั้นหายตัวไปทันที แต่โกโจก็ไม่สนใจ.

“จงคร่ำครวญ ไฮเนโกะ!”

ดาบของเธอสลายกลายเป็นธุลีก่อนมันจะเฉือนฮอลโล่วสองตัวเป็นชิ้นๆ.

พอเธอหันกลับมา ตาของเธอก็เบิกกว้างออกเมื่อเห็นชายหน้าตาหล่อเหลาที่ยืนอยู่ต่อหน้าเธอ.

โชคดีที่เธอรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นใครจากรายงาน.

“เธอคงเป็นโกโจ ซาโตรุสินะ. ชั้นชื่อว่ามัตสึโมโตะ รันงิคุ. รองหัวหน้าหน่วยที่10. เธอเป็นอะไรไหม?”

โกโจหัวเราะเล็กน้อยก่อนถาม “คือ ผมมีคำถามที่อยากรู้น่ะ”

มัตสึโมโต้เอียงหัวเล็กน้อย “สถานการณ์คับขันนะ. แต่ก็ว่ามาสิ”

“คือผมสงสัยน่ะครับ - คุณไม่ปวดหลังแย่เหรอ?”

มัตสึโมโต้ไม่เข้าใจคำถามในตอนแรก แต่พอเห็นจุดที่เขามองแล้ว เธอจึงปัดผมออกก่อนจะเชิดอกขึ้นแล้วหัวเราะ.

“ฮ่าๆๆๆ~! เธอไม่รู้หรอกว่าเจ้าพวกนี้มันหนักและร้อนขนาดไหน”

ครั้งนี้โกโจเป็นฝ่ายตกใจแทน.

‘นี่เราเจอคนใจกล้ากว่าเรางั้นเหรอ?’

จบบทที่ ตอนที่30: ปวดหลังมั้ย

คัดลอกลิงก์แล้ว