เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่1: ชั้นต้องเป็นยมทูตให้ได้

ตอนที่1: ชั้นต้องเป็นยมทูตให้ได้

ตอนที่1: ชั้นต้องเป็นยมทูตให้ได้


[ณ โซลโซไซตี้]

“นายว่าเค้าตายยัง?”

ในที่โล่งแห่งหนึ่ง, เด็กสองคนกำลังมองไปที่ชายผมขาวที่นอนอยู่บนพื้น, ตาของเขามีผ้าสีดำปิดไว้อยู่.

“ถามอะไรของนายเนี่ย? เขาก็ต้องตายแล้วสิ ไม่งั้นจะมาอยู่นี่ได้ยังไง?”

“เอ่อ~ ไม่ใช่แบบนั้น, นายว่าเขาตายจริงๆรึป่าว?”

“จะรู้ไหมล่ะ? เขาจะตายหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับเราแล้ว. อีกไม่กี่วันโรงเรียนก็จะเปิดแล้ว พวกเราต้องรีบเตรียมตัว.”

“ก็จริง. ไปกันเถอะ!”

จากนั้นเด็กทั้งสองคนก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองเลย.

“ให้ตายสิ โลกนี้มันโหดจริง. ขนาดเด็กๆยังไม่มีน้ำใจเลย.”

ทันทีที่พวกเด็กๆจากไป ชายผมสีขาวโกโจ ซาโตรุก็ลืมตาขึ้นมา.

เขาเข้ามาที่โลกนี้ได้ซักพักแล้ว. ตอนแรกเขาเริ่มจะหมดความอดทนแต่ก็ยังแกล้งตายต่อไปอีกหลายชั่วโมงเพื่อแอบฟังคนอื่นๆ. เขาจำเป็นต้องเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้.

นี่คือโลกหลังความตาย.

ถึงมันจะน่าตกใจมากก็ตามแต่โกโจก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย. ขนาดก่อนตายเขายังอัดคำสาปที่แกร่งที่สุดไปสวรรค์ได้เลย.

“ฮ่าๆ~ เด็กพวกนั้นต้องทำรูปปั้นสรรเสริญเราแล้วล่ะ. บางทีโนบาระอาจจะเขียนหนังสือเราก็ได้นะ?”

พอนึกถึงศิษย์ตัวเองขึ้นมาเขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย. เขาต้องยอมรับว่าการที่จากพวกเขามาทำให้รู้สึกเศร้าเล็กน้อย แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ตายกัน.

“ช่างเถอะ. นึกไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา.”

สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือต้องรู้ว่าจะทำอะไรต่อ.

เขายกแขนขึ้นมาแล้วขมวดคิ้ว.

“รู้สึกได้ถึงพลังแปลกๆที่ไหลผ่านตัวตั้งแต่เมื่อกี๊แล้ว มันไม่ใช่พลังไสย์เวทย์ด้วย”

เขาไม่รู้ว่าจะอธิบายมันยังไง แต่มันรู้สึกว่าบริสุทธิ์กว่า.

พลังไสย์เวทย์นั้นก็ตามชื่อของมัน. มันเกิดจากความอำมหิตในใจของมนุษย์. เหตุนี้คำสาปต่างๆจึงมีตัวตนขึ้นมา และกลุ่มคนที่รู้จักกันในนามผู้ใช้ไสย์เวทย์จึงต้องใช้พลังนี้กำจัดพวกมันไป.

“จะว่าไปแล้ว, เราตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมยังรู้สึกง่วง, เหนื่อยแล้วก็หิวล่ะ?”

นี่คืออีกปัญหาที่เขาไม่เข้าใจเลย.

“แต่ที่แย่สุดก็คือ...”

เขาขมวดคิ้วขึ้นมาแล้วตั้งสมาธิ. จากนั้นไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็ถอนหายใจ.

“เรายังมีเนตรที่หกอยู่แต่ดันเสีย ‘ไร้ขอบเขต’ ไปแล้ว”

นี่คือสิ่งที่เลวร้ายที่สุด. ตอนนี้เขายังไม่รู้วิธีใช้พลังใหม่นี้ เขาทำอะไรไม่ได้เลย. แม้ว่าเนตรที่หกจะช่วยให้เขาควบคุมพลังใหม่นี้ได้ดีก็ตาม, การเสียไร้ขอบเขตไปก็หมายความว่าพลังเขาหายไป80%เลยทีเดียว.

ยังดีที่ตอนนี้เขาไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายหรืออะไร.

“ไม่มีข้อมูลเพียงพอ. ไม่มีเงิน, ไม่มีบ้านแถมยังใส่ชุดกิโมโนแปลกๆนี่ด้วย. เยี่ยมจริงๆ รู้สึกเหมือนเป็นพระเอกเกมRPG เลย”

ถึงแม้สถานการณ์จะเลวร้าย แต่เขาก็ยังหัวเราะออกมาได้.

มันไม่ใช่เพราะเขาคิดว่าทุกอย่างจะค่อยๆดีขึ้น. เขาก็แค่ไม่อยากยอมแพ้ให้กับโชคชะตาก็เท่านั้น.

เขาลุกขึ้นมาแล้วเดินตามทางเด็กสองคนนั้นไป. เขารู้สึกได้ถึงพลังขนาดใหญ่เหมือนกับในร่างของเขา.

นั่นคือก้าวแรกสู่โซลโซไซตี้ของเขา.

----

ไม่นานเขาก็พบสิ่งที่ดูเหมือนกับเมืองใหญ่ๆ แต่พอเข้าไปแล้วเรียกว่าหมู่บ้านไม่ก็สลัมจะเหมาะมากกว่า.

พอไปเดินถามคนอื่นๆ เขาก็ประหลาดใจว่าตัวเองได้คำตอบมาง่ายๆเลย. เกือบจะทุกคนเคยอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกันกับเขามาก่อน.

“ที่นี่คือโลกหลังความตายจริงๆสินะ”

ขณะนั่งอยู่บนหินของอีกฝั่งของเมือง, โกโจถอนหายใจออกมา. ตอนแรกนั้นเขายังรู้สึกไม่เชื่ออยู่เล็กน้อย แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องสงสัยอีกแล้ว. สิ่งที่ทำให้เขาสงสัยมากที่สุดตอนนี้ไม่ใช่เรื่องที่เขาตายแล้วมาเกิดในโลกนี้.

“ชั้นสู้เพื่อปกป้องโลกสุดท้ายกลับต้องมาลงเอยที่สลัมนี่นะ? หรือเพราะเราโกงมาเยอะหว่า? ก็ไม่น่าจะทำให้เรามาอยู่แบบนี้หรอกมั้ง?”

เขาล้อตัวเองเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง.

หากข้อมูลที่เขาได้มาถูกต้องหมดแล้วล่ะก็ แสดงว่าตอนนี้เขากำลังอยู่ในโซลโซไซตี้. เขตที่80ของทางเหนือหรือเรียกอีกชื่อว่า รุคงไก. เป็นเขตที่ที่วิญญาณหลงทางโผล่มาบ่อยมาก.

แต่ข้อมูลที่ทำให้เขาสนใจมากที่สุดก็คือ,

“ยมฑูตและฮอลโล่ว”

หลังจากตายแล้ว มนุษย์มีจุดจบอยู่สองอย่างตามดวงของตัวเอง.

ถ้าไม่ถูกเหล่ายมทูตนำทางไปเข้าโซลโซตี้ก็กลายเป็นฮอลโล่วแล้วเข้าไปในฮูเอโก มุนโด้แทน.

“เหมือนกับผู้ใช้ไสย์เวทย์และพวกคำสาปจริงๆ. ฮอลโล่วเกิดมาจากวิญญาณ ส่วนยมทูตก็คือวิญญาณที่พัฒนาไป. พูดง่ายๆก็คือพวกนั้นมีพลังงานแบบเดียวกัน. เหมือนกับผู้ใช้ไสย์เวทย์และคำสาปที่ใช้พลังคำสาปเหมือนกัน”

ยิ่งไปกว่านั้นคือ,

“ยมฑูตสามารถลงไปบนโลกเพื่อฆ่าฮอลโล่วได้”

นี่คือจุดสำคัญมาก. เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากเขาตายไปแล้ว. ต่อให้เขากำจัดสุคุนะออกจากร่างยูจิไปแล้วก็ตาม ใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก?

ถ้าเขากลับไปที่โลกได้ล่ะก็...

“ก็นะ. ถ้าเวลาทั้งสองโลกมันเดินเหมือนกัน.”

อย่างน้อยดูจากชุดและท่าทางของคนอื่นๆแล้ว, เขาก็มั่นใจว่า ‘สวรรค์’ นี่มีวัฒนธรรมญี่ปุ่นอยู่บ้าง. แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่รู้.

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มีทางออกแล้ว,

“ชั้นต้องเป็นยมทูตให้ได้”

จบบทที่ ตอนที่1: ชั้นต้องเป็นยมทูตให้ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว