เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 615 : เรดาร์ป้องกันภัยทางอากาศของฐาน

ตอนที่ 615 : เรดาร์ป้องกันภัยทางอากาศของฐาน

ตอนที่ 615 : เรดาร์ป้องกันภัยทางอากาศของฐาน


ตอนที่ 615 : เรดาร์ป้องกันภัยทางอากาศของฐาน

หนึ่งวันผ่านไป

สถานการณ์ภายในฐานหลักก็ยังคงดำเนินไปอย่างสงบเรียบร้อย ไร้ซึ่งสิ่งผิดปกติใดๆ กองกำลังที่ถูกเรียกตัวกลับมาต่างก็เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพการผลิตและพัฒนาฐานอย่างแข็งขัน พวกเขาเปลี่ยนทรัพยากรที่เพิ่งแลกเปลี่ยนมาได้ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมาให้กลายเป็นความแข็งแกร่งของฐานอย่างต่อเนื่อง

การเปิดจุดรับแลกเปลี่ยนทรัพยากรในหลายเมืองแม้จะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพียงแค่ครึ่งเดือน แต่นั่นก็ทำให้ฐานลวี่หยวนได้รับทรัพยากรที่ต้องการเป็นจำนวนมหาศาล ซึ่งเหล่าผู้รอดชีวิตภายนอกก็ยังคงสามารถหาทรัพยากรเหล่านั้นตามที่ฐานต้องการได้อย่างไม่ยากเย็น

“ไอ้พวกผู้รอดชีวิตข้างนอกนั่นมันบ้ากันไปแล้วหรือยังไง? มีโอกาสแลกเปลี่ยนเสบียงดีๆ ไม่ชอบ แต่ดันหันมาทำลายจุดแลกเปลี่ยนทิ้งซะอย่างนั้น?”

“นั่นสิ ตอนนี้เป็นยังไงล่ะ? พอจุดแลกเปลี่ยนถูกยุบไปหมด ต่อให้คนพวกนั้นจะหาของที่เราต้องการมาได้ แต่หลังจากนี้พวกมันคงทำได้แค่เอาไปรองขาโต๊ะแก้ขัดแล้วล่ะมั้ง”

ในฐานย่อย... บรรดาทีมสนับสนุนภายนอกจำนวนไม่น้อยต่างก็พากันจับกลุ่มพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ระหว่างพักจากการฝึกซ้อม พวกเขาหลายคนเคยถูกส่งไปประจำการตามจุดแลกเปลี่ยนด้านนอกมาแล้ว แต่พวกเขากลับต้องเผชิญกับการโจมตีและการต่อต้านครั้งใหญ่หลายครั้ง จนทำให้สูญเสียคนไปส่วนหนึ่ง

ด้วยเหตุนี้ ทางฐานหลักจึงตัดสินใจปิดการแลกเปลี่ยนและเรียกตัวคนทั้งหมดกลับมาทันที

“ใครจะไปรู้ว่าคนข้างนอกกำลังคิดอะไรกันอยู่ พวกมันคงจะอิจฉาพวกเราล่ะมั้ง แต่เอาเถอะ... ใครที่กล้าโจมตีพวกเราก็ถูกบันทึกชื่อไว้หมดแล้ว ได้ยินมาว่าคนของฐานกำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ ในอนาคตพวกเราต้องได้ไปเอาคืนพวกมันอย่างแน่นอน!”

“ใช่แล้ว ฐานไม่มีทางปล่อยพวกที่มาทำร้ายคนของฐานได้ลอยหน้าลอยตาใช้ชีวิตต่อไปอยู่แล้ว!”

พวกเขาทุกคนต่างก็อยากจะแก้แค้นเช่นกัน เพียงแต่การแก้แค้นในครั้งนี้ดูเหมือนจะเริ่มดำเนินการช้าไปเล็กน้อย เพราะจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวเรื่องการส่งกำลังคนออกไปกำจัดศัตรูที่ไหนเลย

“อาจจะเป็นเพราะศัตรูมีจำนวนมากเกินไปหรือเปล่า? ทางฐานก็เลยกำลังคัดเลือกอยู่ว่าจะเริ่มเช็คบิลที่ไหนก่อนดี” ใครคนหนึ่งก็พูดขึ้นมาอย่างไม่แน่ใจนัก แต่เขาเองก็ไร้คำตอบที่ชัดเจนเช่นกัน

“ทุกคนเลิกคุยกันได้แล้ว! พักเสร็จแล้วก็รีบมาฝึกซ้อมกันต่อ ช่วงนี้พวกนายก็เห็นแล้วว่ามีคนกล้ามาท้าทายพวกเราและพวกเราก็จะต้องตอบโต้กลับไปให้สาสมอย่างแน่นอน!”

“ช่วงนี้มีเพื่อนของพวกเราที่ต้องสังเวยชีวิตไปหลายคน ถ้าพวกนายยังไม่อยากเป็นรายต่อไปในอนาคต ก็จงพยายามทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นซะ!”

หวังเวยตะโกนใส่ลูกน้องที่กำลังกระซิบกระซาบกัน เขาไม่ได้ตั้งใจจะดุด่าเพียงเพราะความโกรธ แต่เขาต้องการให้คนเหล่านี้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อลดโอกาสสูญเสียในวันข้างหน้า ในยุคสมัยแบบนี้ที่มีแต่ความป่าเถื่อน สิ่งเดียวที่จะเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตของพวกเขาก็คือการทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น

เมื่อเห็นครูฝึกหวังเริ่มโมโห บรรดาคนที่พักอยู่ก็ไม่กล้าเกียจคร้านอีกต่อไปและรีบกลับเข้าสู่โหมดการฝึกซ้อมในทันที

บนกำแพงของฐานย่อย กลุ่มคนสำคัญของฐานลวี่หยวนก็กำลังยืนพูดคุยกันอย่างเคร่งเครียดในนั้นก็มีตั้งแต่ ฉินจิ้น หลี่ซู่ ลุงฉินกั๋วเฉียง หลี่ปั๋วเหวิน พร้อมกับบุคลากรจากฝ่ายพัฒนา ฝ่ายต่อสู้และฝ่ายรักษาความปลอดภัย

“การติดตั้งเรดาร์เป็นยังไงบ้าง? ตอนนี้สามารถทำงานได้ตามปกติหรือยัง?” ฉินจิ้นยืนกอดอกพลางเงยหน้ามองดูอุปกรณ์รูปร่างแปลกประหลาดสองสามเครื่องที่เพิ่งจะถูกติดตั้งบนกำแพง

ทั้งในฐานหลักและฐานย่อย อุปกรณ์เหล่านี้คือสิ่งที่ฉินจิ้นมอบหมายให้หลี่ปั๋วเหวินพาหม่านอู่ออกไปนำมันกลับมาจากสถานที่แห่งหนึ่งที่อยู่ไกลออกไปมากๆ ตามคำพูดของหม่านอู่ในตอนที่เขาเพิ่งจะเข้าร่วมฐาน เขาอ้างว่าตัวเองนั้นเคยเป็นบุคลากรคนสำคัญในบริษัทอุตสาหกรรมทางการทหารของจีน และเขาเคยยังเคยเป็นผู้นำในการวิจัยโครงการสำคัญๆ มาแล้วมากมาย!

“ระบบเรดาร์ของฐานติดตั้งเสร็จแล้วครับ 2 วันที่ผ่านมาหลังจากที่ทำการปรับจูนแล้ว มันน่าจะตรวจพบเฮลิคอปเตอร์ได้จากระยะไม่น้อยกว่า 70 กิโลเมตรครับ!”

“ฐานของเราในตอนนี้ สามารถประกาศได้อย่างมั่นใจแล้วว่าพวกเรามีความสามารถในการตรวจจับอากาศยานก่อนที่มันจะมาถึงตัวของพวกเราแล้วครับ!”

หม่านอู่อธิบายพลางชี้ไปยังอุปกรณ์บนจุดสูงสุดของกำแพง “ชุดเรดาร์ที่พวกเราใช้เป็นเรดาร์ตรวจจับวัตถุในอากาศที่ถูกลดสเปกลงมา ในตอนนี้เนื่องจากมันถูกขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟต่ำสุด มันจึงมีระยะการตรวจจับที่ 50-70 กิโลเมตรเท่านั้น แต่ในอนาคตถ้าเราทำการปรับปรุงและอัปเกรดระบบของมันแล้ว ก็มีโอกาสสูงที่มันจะตรวจจับได้ไกลเกินกว่า 300 กิโลเมตรขึ้นไปเลยครับ!”

เขายังได้แนะนำถึงส่วนประกอบต่างๆ ทั้งเครื่องส่งสัญญาณ เครื่องรับสัญญาณ เสาอากาศและอุปกรณ์ประมวลผล ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างได้เชื่อมต่อกับห้องเฝ้าระวังในฐานหลักเรียบร้อยแล้ว ทำให้พวกเขาสามารถเฝ้าระวังน่านฟ้าในรัศมี 70 กิโลเมตรได้ตลอดเวลา

“นอกจากนี้ สำหรับวัตถุบินได้ขนาดเล็กอย่างโดรน พวกเราก็ยังมีเรดาร์ขนาดเล็กอีกชุดที่สามารถตรวจจับได้ในรัศมี 10 กิโลเมตรครับ!” หม่านอู่ชี้ไปยังอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็กกว่ามาก

นี่คือความก้าวหน้าครั้งสำคัญ! เพราะในสงครามสมัยใหม่ วัตถุบินได้ขนาดเล็กอย่างโดรนนั้นสามารถสร้างอานุภาพที่น่าทึ่งในสมรภูมิได้และมันอาจถึงขั้นกำหนดทิศทางของสงครามได้เลยทีเดียว ปกติแล้วฐานลวี่หยวนก็มักจะใช้โดรนในการสร้างผลงานต่างๆ แต่หากศัตรูนำยุทธวิธีเดียวกันมาใช้ มันก็ย่อมเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะรับมือ

ดังนั้น ตอนที่หม่านอู่นำความรู้นี้มาเข้าร่วมกับฐานลวี่หยวน ฉินจิ้นจึงดีใจมากที่สุดเพราะจุดอ่อนในการป้องกันภัยทางอากาศกำลังจะถูกเติมเต็มเสียที!

“เนื่องจากโดรนแตกต่างจากเครื่องบิน ความเร็วของมันจึงมักจะไม่สูงนักและสามารถบินในระดับที่ต่ำมากได้ ดังนั้นเราจึงต้องใช้เรดาร์ตรวจจับระดับต่ำสำหรับอากาศยานชนิดนี้และในอนาคตพวกเราก็เตรียมที่จะติดตั้งมันเพิ่มอีกหลายจุดในเขตลวี่หยวน”

“นอกจากระบบตรวจจับแล้ว เรายังมีอาวุธแม่เหล็กไฟฟ้าที่ใช้โจมตีโดรนโดยเฉพาะด้วย ขอเพียงมันบินเข้ามาในระยะยิงประมาณ 300 เมตรจากเครื่องส่งสัญญาณ โดรนทุกรุ่นในท้องตลาดก็น่าจะถูกระบบต่อต้านโดรนยิงตกในทันที!”

หม่านอู่เอ่ยถึงระบบต่อต้านโดรนที่มีประสิทธิภาพรุนแรงและตรงไปตรงมามากกว่าระบบรบกวนสัญญาณที่ฉินจิ้นเคยใช้ ระบบนี้จะยิงคลื่นความถี่สูงเพื่อทำลายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในโดรนโดยตรงแบบขุดรากถอนโคน ดังนั้นต่อให้เป็นโดรนเกรดทหารก็อย่าหวังว่าจะเข้าใกล้ฐานหลักได้ง่ายๆ! นี่คือผลงานชิ้นเอกของหม่านอู่ที่สร้างเสร็จในเวลาเพียงสิบกว่าวัน

“ไม่เลว! ทำการทดสอบต่อไป!”

“หากไม่มีอะไรผิดพลาด อีกไม่นานเราคงจะได้เจอกับศัตรูที่จะมาช่วยเราทดสอบอานุภาพของอาวุธเหล่านี้แน่!”

ฉินจิ้นตบไหล่ของหม่านอู่อย่างพึงพอใจ เขาประทับใจในตัวของอีกฝ่ายมากจริงๆ หม่านอู่คนนี้คือยอดฝีมือตัวจริง เพราะลำพังแค่การส่งคนไปหาอุปกรณ์นั้นมา แต่ถ้ายังขาดความรู้เฉพาะทางที่ลึกซึ้งแล้วการจะติดตั้งและวางระบบก็จะต้องใช้เวลานานกว่านี้มาก

คนเก่งระดับนี้... ฉินจิ้นแทบไม่อยากจะปล่อยให้ห่างตัวเลยด้วยซ้ำ เขาแทบจะอยากเอาตัวของอีกฝ่ายไปซ่อนไว้ในฐานหลัก แถมอยากจะส่งคนมาดูแลอีกฝ่ายตลอดทั้งวันอีก แต่นี่ก็เป็นเพียงการคิดเล่นๆ เท่านั้น เพราะที่นี่แม้จะอยู่ในเขตฐานย่อยแต่มันก็ปลอดภัยมาก เพราะถ้ายังมีศัตรูลอบเข้ามาได้ถึงที่นี่ งั้นฐานหลักก็คงจะใกล้ล่มสลายเต็มทีแล้ว

ฉินจิ้นก็วางแผนจะให้หม่านอู่ได้ใช้ชีวิตตามปกติไปก่อนเพื่อรอจังหวะให้มีคนได้เลื่อนขั้นเป็นบุคลากรระดับ 5 เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้เลื่อนระดับไปพร้อมๆ กันจะได้ดูไม่โดดเด่นจนเกินไป

จบบทที่ ตอนที่ 615 : เรดาร์ป้องกันภัยทางอากาศของฐาน

คัดลอกลิงก์แล้ว