- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 610 : กิจกรรมภายนอกหยุดชะงัก
ตอนที่ 610 : กิจกรรมภายนอกหยุดชะงัก
ตอนที่ 610 : กิจกรรมภายนอกหยุดชะงัก
ตอนที่ 610 : กิจกรรมภายนอกหยุดชะงัก
น้องชายของจ้าวหลิง!
จ้าวซิน!
ภาพจากกล้องวงจรปิดปรากฏใบหน้าของชายคนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่เขากำลังเดินสายชักชวนบุคลากรในเขตที่พักอาศัยอย่างต่อเนื่อง เขาอาจไม่รู้ตัวเลยว่า ในเขตที่พักอาศัยขนาดเล็กเหล่านั้น นอกจากกล้องวงจรปิดที่เห็นได้อย่างชัดเจนแล้ว ก็ยังมีกล้องรูเข็มที่ซ่อนไว้อย่างมิดชิดอีกหลายตัว!
มิหนำซ้ำ ในบรรดาเป้าหมายที่เขาพยายามยุยงให้ทรยศฐานลวี่หยวนนั้น ในจำนวนนั้นก็มีถึง 2 คนที่เป็นสายลับที่พ่อฉินส่งไปแฝงตัวอยู่ด้วย! และการที่เขาวิ่งเข้าหาคนกลุ่มนี้...ก็เรียกได้ว่าเป็นการแกว่งเท้าหาเสี้ยนหรือเดินเข้าปากกระบอกปืนเลยทีเดียว
ในขณะที่เขากำลังคิดว่าตัวเองนั้นถือไพ่ที่เหนือกว่าและกำลังทำภารกิจที่ฐานความหวังใหม่มอบหมายให้จนสำเร็จ เขากลับไม่รู้ตัวเลยว่าชื่อของเขาได้ถูกจัดเข้าไปอยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังสูงสุดของฐานลวี่หยวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว... แถมยังถูกไฮไลท์ไว้เป็นพิเศษเสียด้วย!
“จ้าวหลิงน่าจะไม่มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่น้องชายของเธอ!”
“อาจิ้น ลูกคิดว่าเราควรจะลงมือตอนนี้เลยไหม?”
“พวกเราสามารถล้อมจับพวกมันได้ทุกเมื่อ จับไอ้พวกหนอนบ่อนไส้พวกนี้มาให้หมด ทำให้พวกมันต้องเสียใจที่กล้ามาเหยียบฐานลวี่หยวนและเสียใจที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้!” พ่อฉินเอ่ยคำพูดที่เย็นเยียบออกมา
เขารู้สึกโกรธเคืองไม่น้อย ฐานที่ลูกชายของเขาสร้างขึ้นมาแม้จะไม่ได้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย แต่มันก็สร้างขึ้นมาเพื่อให้คนที่ยอมรับกฎเกณฑ์ของที่นี่ได้มีโอกาสมีชีวิตรอดต่อไปได้มากขึ้น แน่นอนว่าการจะรับคนเข้ามาอย่างมั่วซั่วหรือปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันหมดนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้และสำหรับ "หนอน" ที่คิดจะขุดรากถอนโคนกำแพงฐานเหล่านี้ พ่อฉินย่อมไม่มีความเมตตาให้พวกมันเลยแม้แต่น้อย
“พ่อครับ เรื่องนี้ไม่ต้องรีบ”
“ผมมีความคิดที่ดีกว่านั้น... ปล่อยให้คนพวกนี้ได้กระโดดโลดเต้นต่อไปก่อนจะดีกว่า! ให้พวกมันพยายามชักชวนคนให้ได้มากที่สุด” ฉินจิ้นปฏิเสธข้อเสนอที่จะลงมือทันทีของพ่ออย่างไม่ลังเล
เพราะเขามีแผนการที่ลึกซึ้งกว่า นั่นคือการปล่อยให้คนพวกนี้ตายใจและดีใจไปกับความสำเร็จจอมปลอมต่อไปก่อน!
“ฐานของเราพัฒนามาจนใหญ่โตขนาดนี้ แม้หลายตำแหน่งจะยังขาดคน แต่เราก็ไม่มีทางรับใครเข้ามามั่วๆ เพราะตำแหน่งอันล้ำค่าพวกนี้ควรตกเป็นของคนที่คู่ควรกับมันจริงๆ”
“ดังนั้นปล่อยให้พวกมันดึงเอาคนที่มีความคิดไม่ดีหรือไม่พอใจเราให้ออกมาให้หมดก่อนจะดีกว่า เราแค่ต้องคอยจับตาเฝ้าระวังพวกมันให้ดีและอย่าให้พวกมันทำลายความมั่นคงของฐานได้ก็พอ”
ฉินจิ้นหารือกับพ่อฉินถึงวิธีที่จะปล่อยให้สายลับของฐานความหวังใหม่เหล่านี้ดำเนินแผนการของตัวเองต่อไป ภายใต้การควบคุมความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของฐานลวี่หยวน เพราะเขาต้องการที่จะเปลี่ยนวิกฤตนี้ให้กลายเป็นตาข่ายมหึมาที่จะใช้ล้อมจับพวกมันทั้งหมดในเวลาที่เหมาะสมในครั้งเดียว!
“แล้วน้องชายของจ้าวหลิงคนนี้ ลูกจะจัดการยังไง?” พ่อฉินถามต่อ
จ้าวซินนั้น เดิมทีก็ได้รับสิทธิในการเป็นบุคลากรระดับ 2 อยู่แล้วเพราะความสัมพันธ์พิเศษ แต่พวกเขากลับไม่ทะนุถนอมมันและสร้างเรื่องวุ่นวายจนถูกลดระดับให้ไปอยู่ในเขตที่พักอาศัยขนาดเล็ก ขณะที่พ่อแม่ของเขายังคงได้ใช้ชีวิตอยู่ในเขตที่พักอาศัยขนาดใหญ่ตามปกติ แถมพ่อของเขาก็ยังมีผลงานที่โดดเด่นอีกด้วย
หากพวกเขาทำงานตามปกติและไม่ได้สร้างปัญหาอะไร ด้วยสถานะญาติของผู้จัดการฐาน ต่อให้จ้าวหลิงจะไม่เอ่ยปากขอ แต่พวกเขาก็จะมีโอกาสได้เลื่อนขั้นเป็นบุคลากรระดับ 3 อย่างรวดเร็วอยู่ดี เพียงแต่บางคนกลับใจร้อนเกินไปหรืออาจจะต้องพูดว่าไม่พอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่และต้องการมีมากกว่าที่มีอยู่ในตอนนี้
แต่เขากลับไม่รู้เลยว่า ทุกการกระทำของเขาล้วนอยู่ในสายตาของฐานลวี่หยวนโดยตลอดและชายคนนั้นก็ได้เลือกเดินบนเส้นทางที่จะพาเขาไปสู่ความตายเรียบร้อยแล้ว แต่หลังจากนี้เขาจะยังต้องสวมบทบาทต่อไป เพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีจิตใจไม่บริสุทธิ์ออกมาให้มากขึ้น และเมื่อประโยชน์สุดท้ายของเขาหมดลงเขาก็จะถูกกำจัดทิ้งทันที
“ปล่อยให้เขาทำต่อไปครับ เฝ้าระวังไว้ให้ดีก็พอ แล้วสุดท้ายผมจะเป็นคนจัดการเขาเอง!” ฉินจิ้นหรี่ตามองภาพของจ้าวซินที่กำลังแสดงท่าทางภาคภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองทำ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองนั้นได้ถูกขึ้นบัญชีดำที่ต้องถูกกำจัดโดยผู้นำของฐานลวี่หยวนคนนี้แล้ว!
กลางดึก ในอาคารสำนักงานในฐานหลัก
การประชุมระดับสูงก็ถูกจัดขึ้นอย่างลับๆ ภายในอาคารสำนักงานแห่งนี้ เพื่อวางแผนจัดการกับปัญหาที่ฐานความหวังใหม่เริ่มรุกล้ำเข้ามา
“ทุกคนมีความเห็นอย่างไรก็เสนอมาได้เลย สถานที่แห่งนี้ไม่ว่ายังไงเราก็จะต้องกำจัดทิ้งให้ได้! แต่จะใช้วิธีไหนหรือจะบดขยี้พวกมันอย่างไรพวกเราจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ”
“ตามข้อมูลที่ได้มา ฐานหลักของกองกำลังที่มีชื่อว่า ฐานความหวังใหม่ นั้นตั้งอยู่ที่เมืองอู๋ มณฑลกวางสี! ห่างจากเราไปถึง 800-900 กิโลเมตร!”
“และฐานของพวกมันก็ใช้ภูมิประเทศที่เป็นภูเขาเป็นฐานหลัก ทำให้ระเบิดและปืนใหญ่ธรรมดาทำอะไรพวกมันไม่ได้ง่ายๆ”
“เมื่อถึงเวลาที่พวกเราต้องลงมือ พวกเราก็จะต้องไม่เปิดโอกาสให้พวกมันได้ตั้งตัว ตอบโต้หรือย้ายหนีโดยเด็ดขาด พวกเราจะต้องฆ่าพวกมันให้ตายในครั้งเดียว!”
เมื่อได้รับฟังการบรรยายถึงขีดความสามารถและพฤติการณ์ของฐานความหวังใหม่ ทุกคนที่เข้าร่วมประชุมต่างก็ตระหนักได้ทันทีว่าสงครามครั้งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมกำลังจะอุบัติขึ้นแล้ว! แม้ฐานลวี่หยวนจะมีการต่อสู้มาโดยตลอดนับตั้งแต่วันสิ้นโลกเริ่มต้นขึ้น แต่ศัตรูในครั้งนี้เรียกได้ว่าแข็งแกร่งมากที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเจอมาเลย แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนต่างก็มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า....พวกเขาจะต้องสู้ในสงครามนี้! และจะต้องคว้าชัยชนะที่สมบูรณ์แบบมาให้ได้!
ทว่า ความแข็งแกร่งของฐานความหวังใหม่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่จะล้อเล่นได้ เพราะมีรายงานว่าพวกมันได้ครอบครองทั้งปืนกลหนัก ปืนครก ปืนใหญ่หนัก เครื่องยิงลูกจรวด ระเบิดอานุภาพสูงและอาวุธหนักอื่นๆ อีกมากมาย! มิหนำซ้ำพวกมันยังมีรถถังและเฮลิคอปเตอร์ไว้ในครอบครองด้วย!! สิ่งนี้ทำให้แผนการส่งกำลังทางบกหรือการใช้เฮลิคอปเตอร์ไปทิ้งระเบิดมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดความสูญเสียอย่างหนัก
ฉินจิ้นไม่ต้องการสูญเสียลูกน้องที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากไปในสงครามครั้งนี้ ดังนั้นเขาจึงต้องการใช้วิธีการอื่นในการจัดการกับพวกมันแทน
“กองกำลังไหนที่มีส่วนในการโจมตีพวกเราในครั้งนี้ก็ให้ทำเครื่องหมายไว้ให้หมด! หลังจากจัดการกับฐานความหวังใหม่เสร็จแล้ว พวกเราจะตามไปคิดบัญชีกับพวกมันทีละแห่ง!” ฉินจิ้นไม่คิดที่จะปล่อยกองกำลังที่ถูกฐานความหวังใหม่เกณฑ์มาหรือพวกพันธมิตรของพวกมันให้รอยนวล
“พรุ่งนี้ เราจะเริ่มทยอยถอนกำลังคนจากภายนอกกลับมาให้หมด เพื่อป้องกันความสูญเสียที่ไม่จำเป็น ขณะเดียวกันพวกเราก็จะเริ่มการแสดงละครให้ฐานความหวังใหม่ได้ดู...”
“ละครฉากที่พวกมันอยากเห็นมากที่สุด!”
ทุกคนในห้องประชุมต่างก็เผยรอยยิ้มออกมา บนโต๊ะประชุมนั้นมีแผนการที่ฉินจิ้นเพิ่งจะสรุปเสร็จสิ้นวางอยู่ นั่นคือแผนการ "แสร้งทำเป็นอ่อนแอ" ฐานลวี่หยวนจะแสร้งทำเป็นอ่อนแอและกำลังเกิดความวุ่นวาย เพื่อหลอกล่อให้ศัตรูมาติดกับดัก!
วันรุ่งขึ้น ยามเช้าตรู่
เฮลิคอปเตอร์หลายลำก็ทะยานออกจากฐานลวี่หยวน มุ่งหน้าไปยังเมืองต่างๆ เพื่อรับบุคลากรประจำจุดแลกเปลี่ยนกลับมายังฐานหลัก โดยทิ้งคำบอกเล่าแก่ผู้รอดชีวิตที่มารอแลกเปลี่ยนแค่ว่า
“เมื่อเร็วๆ นี้ จุดแลกเปลี่ยนของฐานลวี่หยวนต้องเผชิญกับการถูกโจมตีอย่างหนัก จนทำให้มีคนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก นั่นจึงทำให้พวกเขาไม่สามารถรักษาจุดแลกเปลี่ยนเหล่านี้ไว้ได้อีกต่อไป และฐานหลักก็มีคำสั่งให้พวกเขาถอนตัวกลับทั้งหมด”
คำพูดที่กึ่งจริงกึ่งเท็จเหล่านี้ก็ส่งผลของมันในทันที เพราะช่วงนี้ก็เกิดเหตุการณ์โจมตีจุดแลกเปลี่ยนเหล่านี้จริงๆ ไม่ว่าจะจากทั้งพวกที่ถูกฐานความหวังใหม่เป่าหูหรือพวกผู้รอดชีวิตที่หิวโหยเองจริงๆ แต่สาเหตุที่แท้จริงนั้นก็มีเพียงแค่คนของฐานลวี่หยวนเท่านั้นที่รู้
เมื่อเห็นคนของฐานลวี่หยวนนั่งเฮลิคอปเตอร์จากไปแล้ว ผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่ต่างก็งงงวย พวกเขาแค่ต้องการที่จะพึ่งพิงการแลกธัญพืชเพื่อประทังชีวิต แต่ทำไมเรื่องราวถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้? แล้วในอนาคตคนของฐานลวี่หยวนจะยังกลับมาอีกไหม? ไม่มีใครให้คำตอบนี้กับพวกเขาได้เลย
“ไอ้พวกที่ไปล้อมโจมตีจุดแลกเปลี่ยนมันน่ารังเกียจจริงๆ! นี่มันเป็นการตัดหนทางรอดของทุกคนชัดๆ!!”
คนจำนวนมากเริ่มระบายความโกรธแค้นไปที่กลุ่มผู้รอดชีวิตที่ก่อเรื่องโจมตีจุดแลกเปลี่ยน พวกเขาไม่เคยเกลียดคนที่คิดจะชุบมือเปิบโดยไม่ลงแรงมากขนาดนี้มาก่อนเลย
ในวันนี้ กิจกรรมภายนอกของฐานลวี่หยวนเกือบทั้งหมดก็หยุดชะงักลง ฐานน้ำมันถูกยกระดับการป้องกันขึ้นสู่ระดับสูงสุด ขณะที่งานภายในเขตลวี่หยวนก็ยังคงดำเนินไปตามปกติ การแลกเปลี่ยนทรัพยากรและการขนส่งพลังงานภายนอกก็ถูกระงับไว้ทั้งหมด และตามแผนการปกติแล้ว...วันนี้ก็จะเป็นวันที่ทีมขนส่งถ่านหินต้องมุ่งหน้าไปยังเมืองชานพอดี!