- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 605 : มีการซุ่มโจมตี!
ตอนที่ 605 : มีการซุ่มโจมตี!
ตอนที่ 605 : มีการซุ่มโจมตี!
ตอนที่ 605 : มีการซุ่มโจมตี!
ห่างจากฐานน้ำมันไปไม่ไกลนัก ภายในอาคารหลังหนึ่ง... กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังหอบหายใจอย่างรุนแรง พลางนึกดีใจที่ตัวเองเพิ่งจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของมัจจุราชมาได้อย่างหวุดหวิด เพราะก่อนหน้านี้ พวกเขาคือกลุ่มคนที่คอยยุยงให้ผู้รอดชีวิตภายนอกไปรวมตัวกันบุกโจมตีฐานน้ำมัน!
แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับน่าสยดสยอง...กลุ่มคนติดอาวุธบนกำแพงนั่นไม่แม้แต่จะยอมเจรจาด้วยเลยแม้แต่คำเดียว หลังจากที่พูดคุยกันได้เพียงไม่กี่ประโยค อีกฝ่ายก็เปิดฉากยิงสังหารหมู่ในทันที!!
ให้ตายเถอะ! ทำไมพวกมันถึงไม่ทำตามธรรมเนียมกันเลย?? ตามปกติแล้วมันควรจะต้องมีการพูดคุยเจรจากันก่อนไม่ใช่หรือไง หรืออย่างน้อยที่สุดก็ควรจะลองพยายามขับไล่พวกเขาให้กลับไปก่อนก็ยังดี! แต่นี่อะไร... ยังไม่ทันได้พูดอะไรกันให้รู้เรื่องก็สาดกระสุนใส่กันแล้ว?
โชคดีที่คนกลุ่มนี้เลือกที่จะยืนดูสถานการณ์อยู่ด้านหลังสุดและส่งคนเข้าไปปะปนกลางฝูงชนเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นเพื่อคอยตะโกนยุยงปลุกปั่น เพื่อนของพวกเขาที่ไปอยู่กลางฝูงชนก็โชคร้ายไม่ได้กลับออกมาและถูกลูกกระสุนปลิดชีพส่งขึ้นสวรรค์ไปเรียบร้อยแล้ว
“ดูเหมือนว่าแผนการนี้จะใช้ไม่ได้ผล!”
“ไม่เป็นไร ยังไงเบื้องบนก็เตรียมแผนการอื่นสำรองไว้แล้ว! พวกเราก็แค่รอดูละครฉากต่อไปก็พอ!”
พวกเขาพูดคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลังจากที่รอดตายมาได้อย่างยากลำบาก การจะให้พวกเขากลับไปโจมตีฐานน้ำมันอีกครั้งย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้และแน่นอนว่ากองกำลังที่บงการอยู่เบื้องหลังพวกเขาก็ย่อมไม่มีทางยอมปล่อยสถานที่สำคัญแห่งนี้ไปง่ายๆ เช่นกัน
เมืองชาน ศูนย์พักพิงเหมืองถ่านหิน หลังจากขับไล่กลุ่มผู้รอดชีวิตที่ยกพวกมาล้อมโจมตีออกไปได้สำเร็จ หลี่หงเหวินก็ได้เร่งจัดวางเวรยามป้องกันบนกำแพงใหม่ทันที จากนั้นเขาจึงยอมกลับไปพักผ่อนตามขอของหลี่ไฉ
“พ่อคะ!”
“พ่อจะฝืนแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้วนะ! ถ้าพ่อยังฝืนร่างกายต่อไปแบบนี้ พ่อจะไม่ไหวเอาจริงๆ แล้วนะ!”
ในฐานะลูกสาว หลี่ไฉย่อมสังเกตเห็นสภาพร่างกายของพ่อที่ฝืนทนมาโดยตลอด เหตุระเบิดเมื่อคืนประกอบกับเรื่องต่างๆ ที่ทำให้เขาต้องคอยจัดการอยู่ตลอดจนไม่ได้พักผ่อนเลยนั้นส่งผลกระทบต่อเขามากเกินไป จนกระทั่งตอนเช้าก็ยังมีกลุ่มผู้รอดชีวิตที่เข้ามาโจมตีศูนย์พักพิงของเขาอย่างบ้าคลั่งอีก มันจึงยิ่งทำให้เขาเดือดดาลจนเกือบจะหมดสติคากำแพงไปแล้ว
หากไม่ใช่เพราะหลี่ไฉมีปฏิกิริยาที่รวดเร็วเข้าไปประคองเขาไว้ได้ทัน ผู้นำของศูนย์พักพิงคนนี้ก็อาจจะพลัดตกลงมาจากกำแพงจนถึงเสียชีวิตไปแล้วก็ได้!
“พ่อไม่เป็นไร... ในศูนย์พักพิงยังมีงานที่พ่อต้องจัดการอีกมาก พ่อยังพักไม่ได้ ไหนจะแม่ของลูกอีก ถึงตอนนี้อาการของแม่จะคงที่แล้ว แต่พวกเราก็ยังต้องหายาหรือหมอจริงๆ มาดูแล พ่อถึงจะวางใจได้”
ในตอนนี้ใบหน้าของหลี่หงเหวินซีดเผือดจนไร้สีเลือด เขาเพิ่งจะฝืนกินโจ๊กไปได้เพียงเล็กน้อยเพื่อให้มีพละกำลังกลับขึ้นมาบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงยืนกรานที่จะกลับไปทำงานต่อ ในตอนนี้เขายังไม่อาจวางใจได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
เพราะเหตุไฟไหม้เมื่อคืนนี้ได้เผาผลาญเสบียงของศูนย์พักพิงไปจนเกือบหมดสิ้น แม้แต่คนในศูนย์พักพิงเองก็ยังได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก มิหนำซ้ำพอถึงช่วงเช้าก็ยังมีผู้รอดชีวิตกลุ่มใหญ่บุกเข้ามาโจมตีอีก ต่อให้ไม่ใช่คนฉลาดก็คงจะพอมองออกว่าทุกอย่างนี้คือแผนการที่มีคนวางหมากไว้ล่วงหน้า เขาจึงต้องเร่งหาวิธีการรับมือกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาให้ได้
“ไม่ได้ค่ะ!”
“หนูจะคอยดูแลทุกอย่างให้เอง พ่อเชื่อใจลูกสาวคนนี้หน่อยได้ไหม? พ่อจะฝืนต่อไปแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ! อย่างน้อยก็พักผ่อนสัก 2-3 ชั่วโมงก็ยังดี เพราะตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ พ่อยังไม่ได้หลับตาลงสักครั้งเลยนะ!”
เมื่อเห็นสภาพที่อ่อนแอจนน่าเป็นห่วงของพ่อ หลี่ไฉก็ยืนกรานไม่ยอมให้เขาไปจัดการเรื่องใดๆ อีก แม้ศูนย์พักพิงในตอนนี้จะตกอยู่ในสภาพที่ยากลำบากอย่างไม่เคยพบเจอมาก่อน แต่ขอเพียงแค่พ่อกับแม่ของเธอยังอยู่ที่นี่ ที่แห่งนี้ก็คือบ้านของเธอเสมอ แต่หากพ่อกับแม่ของเธอเป็นอะไรไป ศูนย์พักพิงเหมืองถ่านหินแห่งนี้จะยังมีความหมายอะไรสำหรับเธออีก?
เมื่อถูกลูกสาวบังคับอย่างหนักแน่น หลี่หงเหวินจึงไม่ดื้อดึงอีกต่อไปและยอมนั่งลงพักผ่อนแต่โดยดี เขาย่อมเข้าใจในความหวังดีของลูกสาว เพียงแต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มันทำให้เขาวางใจไม่ได้เลยจริงๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้รอดชีวิตที่มาโจมตีพวกเขาเมื่อเช้านี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเกิดจากการปั่นหัวโดยฝีมือของพวกจางโซ่วเซิง!
คนพวกนี้ที่เคยทรยศเขาเมื่อปีที่แล้ว กลับมาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งท่ามกลางผู้รอดชีวิตเหล่านั้น มันยิ่งตอกย้ำความเป็นไปได้สูงว่าพวกเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการยุยงปลุกปั่นในครั้งนี้!
“ไฉ... คอยระวังคนข้างนอกพวกนั้นให้ดี โดยเฉพาะพวกของจางโซ่วเซิง! เมื่อกี้นี้พวกเรายิงพวกมันไม่ตาย ดังนั้นมันจึงมีความเป็นไปได้สูงที่พวกมันจะย้อนกลับมาแก้แค้นพวกเรา!”
หลังจากกำชับลูกสาวอีกเล็กน้อย หลี่หงเหวินจึงยอมเอนกายพักผ่อนอยู่ข้างภรรยาของเขาหวงไฉ่หลานอย่างไม่เต็มใจนัก เมื่อเห็นว่าพ่อกับแม่หลับไปแล้ว หลี่ไฉจึงปลีกตัวออกมาเพื่อจัดการเรื่องต่างๆ ภายในศูนย์พักพิงต่อ
เหตุเพลิงไหม้เมื่อคืนนี้พรากทุกสิ่งทุกอย่างที่ทุกคนพยายามสะสมมาอย่างยากลำบากไปจนเกือบหมด แม้แต่ธัญพืชซึ่งเป็นเสบียงที่สำคัญที่สุดก็ยังเหลืออยู่น้อยเต็มที ในตอนนี้ทุกคนจึงทำได้เพียงฝากความหวังไว้ว่า เมื่อขบวนรถขนส่งของฐานลวี่หยวนมาถึงในวันพรุ่งนี้ พวกเขาจะยอมเมตตาหยิบยื่นความช่วยเหลือให้
คนที่มีอาการบาดเจ็บก็ถูกทิ้งไว้ในพื้นที่พักฟื้น ส่วนคนที่ยังพอเคลื่อนไหวได้ก็ย่อมถูกส่งไปเก็บกวาดซากปรักหักพังจากเพลิงไหม้และคอยระวังภัยจากภายนอก ในตอนนี้ศูนย์พักพิงเหมืองถ่านหินอ่อนแอลงไปมากจริงๆ
เมื่อเดินขึ้นมาถึงบนกำแพง หลี่ไฉก็ทอดสายตามองดูความวุ่นวายเบื้องล่าง ผ่านไปเพียงไม่ถึงชั่วโมง ศพที่เคยล้มตายไปส่วนใหญ่ก็ได้กลายพันธุ์เป็นซอมบี้หรือไม่ก็ถูกซอมบี้ลากไปกินที่ไหนสักแห่งจนหมดแล้ว นอกจากคราบเลือดบนพื้นดินและรอยแตกบนกำแพงซึ่งเกิดจากแรงปะทะของรถยนต์แล้ว ก็ดูเหมือนว่าที่แห่งนี้ไม่เคยเกิดเหตุการณ์นองเลือดขึ้นเลย
“เฝ้าระวังต่อไป!”
“พวกเราต้องรักษาที่นี่ไว้ให้ถึงวันพรุ่งนี้ให้ได้ พวกเราจะต้องอดทนจนกว่าขบวนรถจากฐานลวี่หยวนจะมาถึง!”
ทุกคนบนกำแพงต่างก็รับคำด้วยความมุ่งมั่น ที่แห่งนี้คือบ้านที่พวกเขาใช้ชีวิตร่วมกันมา ดังนั้นจึงไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้นกับมันอีก
“คุณหลี่ครับ! เมื่อครู่นี้พวกเราเห็นเงาคนแวบๆ อยู่ในอาคารที่อยู่ห่างออกไปครับ ดูเหมือนว่าพวกมันกำลังสังเกตการณ์พวกเราอยู่ครับ!” ในตอนนี้เองก็มีคนรีบมารายงานหลี่ไฉ
เธอมองไปยังอาคารที่ตั้งอยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร ก่อนจะพบว่าที่นั่นมีคนที่คอยแอบมองมาทางนี้อยู่จริงๆ ดูเหมือนว่าพวกมันจะยังไม่ยอมแพ้!
“พวกเราอย่าเพิ่งผลีผลามออกไป ป้องกันที่นี่ไว้ให้ดีที่สุด! คอยระวังบนท้องฟ้าตลอดเวลาด้วย อย่าปล่อยให้มีอะไรแปลกปลอมบินเข้ามาได้อีกเด็ดขาด!” หลี่ไฉออกคำสั่งอย่างเฉียบขาด
พวกเขาที่ขาดแคลนอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พวกเขาจึงไม่กล้าที่จะเสี่ยงบุกออกไปจัดการกับกลุ่มคนที่ซุ่มดูอยู่นั้น ต่อให้หลี่ไฉจะเป็นผู้วิวัฒนาการ แต่เธอก็ยังไม่กล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับอาวุธปืนในพื้นที่โล่งแจ้งเช่นนี้ เพราะร่างกายของมนุษย์ย่อมไม่มีทางต้านทานอานุภาพของอาวุธร้อนได้!
เมืองตงกว่าน บนทางด่วนสายหนึ่ง ขบวนรถขนส่งขนาดใหญ่ขบวนหนึ่งก็กำลังพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่คงที่ บนตัวรถก็มีสัญลักษณ์เฉพาะตัวของฐานลวี่หยวนปรากฏอยู่อย่างเด่นชัด! เห็นได้ชัดว่านี่คือขบวนรถขนส่งที่ออกมาจากฐานน้ำมันในเมืองจูไห่ที่กำลังขนส่งเชื้อเพลิงกลับไปยังฐานหลักในเมืองเหมินถัง!
ฐานน้ำมันในตอนนี้สามารถผลิตเชื้อเพลิงออกมาได้อย่างต่อเนื่อง โดยปกติแล้วพวกเขามักจะส่งเชื้อเพลิงกลับไปยังฐานหลักทุกๆ 2 วัน และหลังจากที่ส่งมอบเสร็จสิ้น พวกเขาก็จะขับรถกลับไปยังเมืองจูไห่ในวันรุ่งขึ้น แต่ด้วยระยะทางที่ไกลพอสมควร ปกติแล้วพวกเขาจึงต้องใช้เวลาเดินทางถึงครึ่งวันเต็มๆ
ขบวนรถนี้ได้ออกเดินทางจากฐานน้ำมันก่อนที่ฐานน้ำมันจะถูกกลุ่มผู้รอดชีวิตบุกโจมตี ดังนั้นพวกเขาจึงยังไม่รู้เลยว่าในตอนนี้ฐานน้ำมันได้เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นแล้ว ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงจะเพิ่มความระมัดระวังมากกว่านี้หลายเท่าตัว
ในขณะนี้ ผู้ที่นั่งอยู่ในรถหุ้มเกราะคันหน้าสุดก็คือหนึ่งในบุคลากรหลักของฐานหลักอย่าง ซุนเสี่ยวหลง! สองพี่น้องที่เคยได้รับความช่วยเหลือและรับเข้ามาในฐานหลักตั้งแต่ช่วงต้นของวันสิ้นโลก ในตอนนี้พวกเขาก็ได้กลายเป็นหัวหน้าทีมขนาดเล็กแล้ว และตามปกติแล้วภารกิจขนส่งเช่นนี้ก็มักจะถูกมอบให้บุคลากรหลักเช่นพวกเขาเป็นผู้จัดการ
“ทุกคน ตื่นตัวกันหน่อย! แม้เส้นทางนี้พวกเราจะวิ่งกันมาบ่อยแล้ว แต่ในวันสิ้นโลกอันตรายก็ยังมีอยู่ทั่วทุกที่ ดังนั้นอย่าได้วอกแวกกันเด็ดขาด!” เขาตะโกนสั่งการผ่านวิทยุสื่อสารตามความเคยชิน
ในฐานะหัวหน้าทีม มันย่อมเป็นเรื่องปกติที่เขาจะต้องคอยย้ำเตือนลูกน้องอยู่เสมอ เพียงแต่ว่า... วันนี้คำเตือนของเขากลับกลายเป็นจริงขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน
“ตูม——!”
แรงระเบิดมหาศาลปะทุขึ้นใต้รถหุ้มเกราะที่เขานั่งอยู่ขณะที่กำลังวิ่งไปบนถนนอย่างรวดเร็ว!
มีการซุ่มโจมตีเกิดขึ้นแล้ว!