- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 595 : พวกมันจะทำอะไร?
ตอนที่ 595 : พวกมันจะทำอะไร?
ตอนที่ 595 : พวกมันจะทำอะไร?
ตอนที่ 595 : พวกมันจะทำอะไร?
เมื่อมองดูศูนย์พักพิงเหมืองถ่านหินเมืองชานที่มีเงาคนเดินไปมา กลุ่มผู้ชายบนอาคารหลังนี้ก็มองดูด้วยสายตาที่มืดมน
พวกเขาใช้กล้องส่องทางไกลกำลังขยายสูงในการเฝ้าติดตามอีกฝ่ายจากระยะที่ไกลเกือบ 500 เมตรมันจึงไม่แปลกที่ทางนั้นจะไม่สังเกตเห็นพวกเขา
หรือต่อให้เห็นก็ไม่เป็นไร
เพราะในตอนนี้ศูนย์พักพิงเหมืองถ่านหินแห่งนี้ก็ได้กลายเป็นกองกำลังที่มีชื่อเสียงในพื้นที่รอบๆ นี้อยู่แล้ว
พวกเขาไม่เพียงแต่จะมีกำแพงที่สูงใหญ่ แต่พวกเขายังควบคุมเหมืองถ่านหินเพียงแห่งเดียวของที่นี่ด้วย
นอกจากนั้นพวกเขาก็ยังมีความสัมพันธ์กับกองกำลังขนาดใหญ่ทางทิศตะวันตกและสามารถใช้ทรัพยากรถ่านหินแลกเปลี่ยนเป็นเสบียงต่างๆ ได้ด้วย
สำหรับผู้รอดชีวิตข้างนอกสิ่งเหล่านี้มันน่าอิจฉาจริงๆ
ดังนั้นมันจึงไม่แปลกที่สถานที่แห่งนี้จะถูกจับตามองโดยผู้รอดชีวิตข้างนอกเพื่อที่จะหาช่องทางในการเข้าร่วมกับพวกเขา
ซึ่งนั่นก็รวมถึงผู้รอดชีวิตที่ไม่หวังดีบางคนที่คิดจะหาผลประโยชน์บางอย่างจากที่นี่เช่นกัน
แต่ที่พวกเขายังไม่ลงมือก็เพราะพวกเขาสู้คนในนั้นไม่ได้
ศูนย์พักพิงเหมืองถ่านหินแห่งนี้มีอาวุธอยู่จำนวนหนึ่ง ผู้รอดชีวิตทั่วไปจึงไม่สามารถสู้กับพวกเขาได้เลย
ส่วนกองกำลังอื่นๆ ในเมืองชานก็ไม่คิดที่จะยุ่งกับกองกำลังที่พึ่งพาฐานลวี่หยวนโดยไม่มีเหตุผลอยู่แล้ว
เพราะชื่อเสียงของฐานลวี่หยวนก็ได้แพร่กระจายมาถึงทางฝั่งของเมืองชานนานแล้วเช่นกัน
ขอแค่สมองไม่ได้มีแต่น้ำ คนที่ยังมีชีวิตรอดจนมาถึงตอนนี้ต่างก็รู้ดีว่าพวกเขาไม่ควรเข้ามาสร้างปัญหาให้กับที่นี่
เพราะชื่อเสียงของฐานลวี่หยวนนั้นดังเกินไป พวกนั้นคือคนประเภทที่ฆ่าล้างโคตรอย่างเดียวไม่สนใจอย่างอื่น!
“รอให้ถึงเวลากลางคืนพวกเราค่อยลงมือ! ครั้งนี้เบื้องบนได้แจกจ่ายของดีมาไม่น้อย ดังนั้นขอแค่สร้างปัญหาให้กับศูนย์พักพิงแห่งนี้ได้ก็เพียงพอแล้ว!”
ชายที่มีอายุ 30 กว่าปีที่แต่งตัวเรียบร้อยและดูไม่เหมือนกับผู้รอดชีวิตในวันสิ้นโลกเลยก็พูดกับคนที่อยู่ตรงนี้อย่างสบายๆ
เขาคือคนที่มาจากมณฑลกวางสีเพื่อมาทำภารกิจบางอย่าง!
พวกเขามาพร้อมกับอาวุธปืนจำนวนไม่น้อยและพวกเขาก็ไม่ได้กลัวผู้รอดชีวิตบ้านนอกพวกนี้เลย ที่สำคัญก็คือภารกิจของเขาคือการลดทอนกำลังของฐานลวี่หยวน!
“ขอแค่พวกนายฟังคำสั่งของฉันและทำงานให้สำเร็จ ในอนาคตสถานที่แห่งนี้ก็จะตกเป็นของนาย! และพวกนายก็จะเป็นผู้ดูแลของศูนย์พักพิงเหมืองถ่านหินเมืองชานแห่งนี้!”
ชายคนนี้ก็วาดฝันให้เหล่าผู้รอดชีวิตเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่เห็นศูนย์พักพิงตรงหน้าอยู่ในสายตาเลย
เพราะเขามั่นใจอย่างมากว่าของที่ตัวเองนำมานั้นมากเพียงพอที่จะเข้ายึดศูนย์พักพิงตรงหน้าได้
ยังไงซะวันสิ้นโลกก็มาถึงจนเกือบจะครบหนึ่งปีแล้ว
หลังจากที่ผ่านลมฝนมานับไม่ถ้วน ผลึกแห่งอารยธรรมทางเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมก็ถูกทำลายไปจนเกือบหมดแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่เชื่อว่าศูนย์พักพิงเหมืองถ่านหินนั้นจะสามารถต้านทานการโจมตีของเขาได้!
“ขอบคุณประธานควง! พวกเราจะพยายามอย่างเต็มที่!”
ชายที่เคยไล่หลี่หงเหวินไปและพรรคพวกอีกสองสามคนก็ตอบรับชายตรงหน้าที่ชื่อว่าประธานควงด้วยความตื่นเต้น
ในอนาคตพวกเขามีโอกาสที่จะได้เข้าควบคุมศูนย์พักพิงเหมืองถ่านหินนี้แล้ว!
นี่คือสิ่งล่อใจที่ใหญ่เกินไปจริงๆ
แถมมันยังเป็นสถานที่ที่ถูกสร้างและควบคุมโดยหลี่หงเหวินอีกด้วย!
ชายที่ถูกพวกเขาไล่ออกไปเมื่อปีที่แล้ว กลับสามารถสร้างกองกำลังขนาดไม่เล็กแบบนี้ขึ้นมาอีกครั้งได้ในระยะเวลาแค่ครึ่งปีเท่านั้น!
ความอิจฉานี้แทบจะทำให้ใบหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยว!
แต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะวิ่งเข้าไปขอร้อง
หลังจากที่ผ่านภัยหนาวเมื่อปีที่แล้วมาได้อย่างยากลำบาก พวกเขาก็ใช้เสบียงส่วนใหญ่ไปจนหมด นั่นจึงทำให้พวกเขากลายเป็นเพียงผู้รอดชีวิตธรรมดาที่ต้องหาเสบียงเพื่อประทังชีวิตไปวันๆ
และนั่นก็ทำให้คำว่าความตกต่ำนั้นไม่เพียงพอที่จะใช้อธิบายชีวิตของพวกเขาในช่วงเวลานี้ได้เลย
โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นครอบครัวของหลี่หงเหวินอยู่ดีกินดีขึ้น ในขณะที่ตัวเองยิ่งตกต่ำลง ความอิจฉาที่กลืนกินจิตใจก็แทบจะทำให้พวกเขาเป็นบ้า!
พวกเขาจะต้องดึงอีกฝ่ายกลับลงมาสู่โลกมนุษย์ให้ได้!
นี่คือความคิดที่พวกเขาเห็นพ้องต้องกัน!
ในอาคารหลังนี้ก็มีคนอยู่ 20-30 คน พวกเขาบางคนมาจากมณฑลกวางสีที่ไกลออกไปและบางคนก็เป็นผู้รอดชีวิตทั่วไปในพื้นที่นี้
แต่เป้าหมายของทุกคนกลับเหมือนกันคือ คืนนี้พวกเขาจะต้องฆ่าคนทั้งหมดที่อยู่ในศูนย์พักพิงเหมืองถ่านหินที่ฐานลวี่หยวนควบคุมอยู่นี้ให้ได้!
แต่ตอนนี้มันยังไม่ใช่เวลา
เพราะของที่พวกเขานำมามันจะแสดงอานุภาพที่แข็งแกร่งที่สุดได้ก็แค่ในเวลากลางคืนเท่านั้น
ในศูนย์พักพิงเหมืองถ่านหิน
หลังจากที่ผ่านภัยแล้งมาได้แล้ว แน่นอนว่าที่นี่ก็กลับมาทำการแลกเปลี่ยนกับฐานลวี่หยวนอีกครั้ง
โดยเฉพาะเมื่อฐานหลักลวี่หยวนเข้าสู่การพัฒนาครั้งใหญ่ ความต้องการพลังงานของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก แม้แต่ความต้องการทรัพยากรหลักที่ใช้สำหรับการผลิตไฟฟ้าอย่างถ่านหินก็ยังเพิ่มขึ้นเช่นกัน
หลังจากที่ได้รับความต้องการของฐานลวี่หยวนแล้ว หลี่หงเหวินก็ได้ตัดสินใจขยายจำนวนประชากรในศูนย์พักพิงอีกครั้งและตั้งใจที่จะแสดงฝีมือของเขาอย่างเต็มที่!
การพัฒนาครั้งใหญ่ของฐานลวี่หยวน ก็ทำให้ศูนย์พักพิงเหมืองถ่านหินของพวกเขาขึ้นสู่จุดสูงสุดเช่นกัน
“ทุกคนพยายามเข้า! อีกไม่นานก็จะถึงเวลาเลิกงานกันแล้ว! คืนนี้ทุกคนจะได้อาหารเพิ่มขึ้น 10%!”
หลี่หงเหวินก็ตะโกนบอกคนในเหมืองด้วยอารมณ์ที่ดี
เช้านี้ขบวนรถขนถ่านหินของฐานลวี่หยวนก็เพิ่งจะออกจากเมืองชานไปและขนถ่านหินที่บรรทุกจนเต็มคันรถกลับไปที่ฐานหลัก
ทางนั้นได้บอกกับหลี่หงเหวินว่า ในอนาคตความต้องการถ่านหินของฐานหลักจะเพิ่มขึ้น ดังนั้นเสบียงธัญพืชที่จะมอบให้กับพวกเขาจึงจะเพิ่มขึ้นตามเช่นกัน!
ในตอนนี้จำนวนคนในศูนย์พักพิงเหมืองถ่านหินก็ได้เพิ่มเป็น 130 คนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ดังนั้นในฐานะผู้นำของที่นี่ หลี่หงเหวินจึงเหนื่อยแต่ก็มีความสุขมาก
การนำคนมากมายขนาดนี้ให้อยู่รอดในวันสิ้นโลกได้นั้นไม่ง่ายเลย
แต่เมื่อทำได้ มันกลับให้ความรู้สึกถึงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าการได้เป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในอดีตมาก
เพราะตัวเขาแทบจะควบคุมชีวิตของคนส่วนใหญ่ในศูนย์พักพิงทั้งหมด
นี่คือความรู้สึกของอำนาจ
ส่วนภายในศูนย์พักพิง
กลุ่มผู้หญิงและเด็กจำนวนหนึ่งก็กำลังทำงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานฝีมือ การทำอาหาร การดัดแปลงและซ่อมแซมอาวุธ การเสริมความแข็งแกร่งและการป้องกันศูนย์พักพิงและอื่นๆ
พวกเขาทุกคนต่างก็ต้องมีงานเป็นของตัวเอง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเอาชีวิตรอดไปด้วยกันของที่นี่
หลี่ไฉก็นำคนส่วนหนึ่งออกไปล่าสัตว์และค้นหาพืชที่กินได้
ภัยแล้งก่อนหน้านี้ทำให้พวกเขาต้องใช้เสบียงที่เคยสะสมมาจนหมดและแน่นอนว่าน้ำก็ได้ถูกเติมเต็มจนมีเหลือเฟือแล้วหลังจากที่ภัยแล้งจบลง
แต่ถึงอย่างนั้นจำนวนของธัญพืชกลับมีไม่มาก ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นส่วนที่เพิ่งจะทำการแลกเปลี่ยนกับฐานลวี่หยวนเมื่อไม่นานมานี้
ดังนั้นแรงกดดันในการเอาชีวิตรอดของพวกเขาจึงยังค่อนข้างสูง
เพียงแต่ทุกคนที่นี่กลับยังเชื่อว่าพวกเขายังคงมีความหวัง
ขอแค่ไม่มีภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือการโจมตีจากมนุษย์ด้วยกัน พวกเขาก็มั่นใจว่าพวกเขาจะอยู่รอดต่อไปได้อย่างแน่นอน
เวลากลางคืนก็มาถึงอย่างรวดเร็ว
คนที่ทำงานมาตลอดทั้งวันก็กลับเข้ามาพักผ่อนในศูนย์พักพิงกันแล้ว
หลี่ไฉที่นำคนออกไปหาอาหารก็กลับมานานแล้วเช่นกัน
ในตอนนี้ทุกคนต่างก็กำลังล้อมวงอยู่ในโรงอาหารใหญ่ของศูนย์พักพิงและรับโจ๊กในส่วนของตัวเองก่อนจะกินมันอย่างระมัดระวัง
“วันนี้ปริมาณเยอะกว่าปกติจริงๆ ด้วย! ขอบคุณประธานหลี่!”
มีคนลองชั่งน้ำหนักโจ๊กที่ทำมาจากธัญพืชหยาบและธัญพืชต่างๆ ที่ค่อนข้างข้นกว่าปกติในมือแล้ว พวกเขาก็รีบยกย่องหลี่หงเหวินผู้นำในนามของศูนย์พักพิงคนนี้ทันที
หลังจากนั้นเสียงของเขาก็ได้รับการเห็นด้วยจากทุกคนอย่างรวดเร็ว
คนส่วนใหญ่ในนี้คือกลุ่มผู้รอดชีวิตที่ถูกรับเข้ามาตั้งแต่ก่อนภัยแล้ง จะมีก็เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เพิ่งจะเข้ามาเมื่อไม่นานมานี้
แต่ทุกคนต่างก็อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข
สำหรับผู้รอดชีวิตทั่วไปที่อยู่ข้างนอก การได้เข้ามาในศูนย์พักพิงเหมืองถ่านหินนั้นเป็นเรื่องที่น่าอิจฉาเกินไป
หลังจากที่กินอาหารเย็นเสร็จ ทุกคนก็กลับไปที่พักของตัวเองเพื่อพักผ่อน
ทุกวันพวกเขาต้องทำงานหนักและยังกินไม่อิ่ม แถมตอนกลางคืนก็ไม่ได้มีกิจกรรมบันเทิงอะไร
แต่แน่นอนว่าทุกคืนก็จะต้องมีการจัดคนมาเฝ้ายาม เพื่อป้องกันซอมบี้ที่อาจจะปรากฏตัวขึ้นในตอนกลางคืน
โดยเฉพาะในตอนนี้ที่ประชากรในศูนย์พักพิงเหมืองถ่านหินได้ทะลุหลักร้อยคนไปแล้ว ดังนั้นทุกคืนจึงมีซอมบี้ที่หิวโหยเข้ามาล้อมพวกเขาไว้ถึงหลายสิบตัว ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลย
เวลาผ่านมาถึงประมาณเที่ยงคืน
บนกำแพงก็มีคนเฝ้ายาม 7-8 คน บางครั้งพวกเขาก็จะเดินหาวไปมาอยู่บนกำแพงแล้วมองออกไปไกลๆ
“หืม?”
“พวกนายได้ยินเสียงอะไรไหม?”
ทันใดนั้น
หนึ่งในนั้นก็รู้สึกสงสัยและมองไปรอบๆ เขาเหมือนจะได้ยินอะไรบางอย่างและอดไม่ได้ที่จะถามเพื่อนของเขาที่อยู่เฝ้ายามด้วยกันข้างๆ
“ฉันก็ได้ยินเหมือนกัน มันเหมือนจะมีเสียงหึ่งหึ่งอะไรสักอย่าง! มันเหมือนกับเสียงโดรนที่ฉันเคยได้ยินเมื่อก่อนเลย??”
เมื่อพูดจบคนๆ นั้นก็เงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้าและไม่นานพวกเขาก็พบว่าบนท้องฟ้าเหนือศูนย์พักพิงเหมืองถ่านหินได้มีจุดสีแดงเล็กๆ ปรากฏขึ้นหลายจุด!!
เป็นโดรนจริงๆ!?
พวกมันมาจากไหน!?
พวกมันจะทำอะไร?