- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 585 : เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้น
ตอนที่ 585 : เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้น
ตอนที่ 585 : เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้น
ตอนที่ 585 : เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้น
เมืองกว่างโจว
เมืองนี้หลังจากที่ภัยแล้งสิ้นสุดลง
ผู้รอดชีวิตที่เอาชีวิตรอดจนผ่านพ้นช่วงภัยแล้งมาได้ก็เริ่มก้าวออกมาจากที่พักของตัวเองในช่วงกลางวันเพื่อออกหาอาหารหรือของที่มีประโยชน์
และในวันนี้ในสถานที่ที่เคยเป็นฐานเมืองกว่างโจวใหม่ในอดีตกลับมีคนเข้ามาไม่น้อยเลย
เพราะในวันนี้ได้มีเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางลำหนึ่งมาลงจอดที่นี่!
และคนที่มาก็คือจงอวี่และลูกน้องที่ฐานลวี่หยวนส่งมาเพื่อรับช่วงต่อฐานสาขาเมืองกว่างโจว!
ตามการจัดแจงของฉินจิ้น
วันนี้พวกเขามาที่นี่เพื่อปลุกพื้นที่ที่พวกเขาเคยยึดมาได้และเปิดการแลกเปลี่ยนกับที่นี่!
ในครั้งก่อนเพราะเวลาที่เร่งรีบ ในตอนนั้นจงอวี่ก็ได้มองว่าพวกเขาไม่ควรที่จะอยู่ที่นี่ต่อ
ในตอนนั้นเขาจึงได้ปล่อยให้ผู้รอดชีวิตในฐานเมืองกว่างโจวใหม่ได้จัดการที่นี่กันเองไปก่อน
หลังจากนั้นภัยแล้งก็มาถึง
ดังนั้นมันจึงเป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้วที่พวกเขาไม่ได้มาที่นี่เลย แต่ถึงอย่างนั้นที่นี่ก็ยังคงดูเหมือนเดิม
เมื่อเห็นกลุ่มคนติดอาวุธที่ลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ คนของฐานสาขาเมืองกว่างโจวก็ดูเหมือนจะตื่นเต้นมาก
และในตอนที่จงอวี่เผยใบหน้าของเขาออกมา ผู้รอดชีวิตสองสามคนที่ดูเหมือนจะเคยถูกจัดแจงไว้ก่อนหน้านี้ก็จำเขาได้ทันที!
“พวกเรามาแล้ว!”
“ก็เหมือนกับที่เคยพูดไว้ครั้งก้อน จากนี้เป็นต้นไปที่นี่จะอยู่ภายใต้การปกครองของฐานลวี่หยวน ในอนาคตเราจะเปิดให้มีการแลกเปลี่ยนเสบียงและรับคนเข้ามา รวมถึงเราจะส่งคนมาประจำการที่นี่ด้วย!”
จงอวี่เมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย เขาก็รู้ว่าคนเหล่านี้ไม่ได้เสียชีวิตไปในช่วงภัยแล้ง
ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะหลังจากที่พวกเขากำจัดคนของฐานเมืองกว่างโจวใหม่เสร็จ พวกเขาก็เอาแค่ธัญพืช รวมถึงอาวุธและกระสุนกลับไปเท่านั้น โดยไม่ได้ยุ่งกับน้ำที่ถูกเก็บไว้ที่นี่เลย
นั่นจึงทำให้ผู้รอดชีวิตเหล่านี้สามารถใช้น้ำที่ถูกฐานเมืองกว่างโจวใหม่เก็บสะสมไว้ได้โดยตรงและใช้ชีวิตในช่วงภัยแล้งได้อย่างไม่ลำบากนัก
ผู้รอดชีวิตกลุ่มนั้นก็มองหน้ากัน
ก่อนหน้านี้ฐานเมืองกว่างโจวใหม่ก็ถูกคนเหล่านี้ทำลายมาแล้วหนึ่งครั้ง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีความคิดที่จะต่อต้านคนเหล่านี้เลย
ล้อเล่นอะไรกัน?
คนที่มาจากฐานลวี่หยวนเหล่านี้กลับนำเรื่องดีๆ อย่างการแลกเปลี่ยนเสบียงมาด้วนะ!
ขอแค่รับใช้พวกเขาให้ดี ยังไงก็ย่อมต้องมีผลประโยชน์ตอบแทนกลับมาบ้างใช่ไหม!?
“พวกเราไม่มีปัญหาอะไรแน่นอนครับ คุณให้พวกเราทำอย่างไรพวกเราก็จะทำอย่างนั้นแน่นอน! ถ้าพวกคุณให้เราไปทางทิศตะวันออกพวกเราก็จะไม่มีทางไปทางทิศตะวันตกแน่นอนครับ!”
ในตอนนี้เองชายที่ดูเหมือนจะถูกผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่เลือกให้ขึ้นมาเป็นผู้นำของพวกเขาก็เดินหน้าออกมาตบหน้าอกรับประกัน
เขามีชื่อว่าฟ่านกั๋วชิ่ง เขาเคยเป็นผู้รอดชีวิตที่เช่าบ้านอยู่ในฐานเมืองกว่างโจวใหม่
หลังจากที่เจ้าของบ้านเดิมของพวกเขาตายไปหมดแล้ว เจ้าของบ้านใหม่กลุ่มนี้ก็เพียงแค่เก็บเสบียงของพวกเขาไปครึ่งหนึ่ง เท่านั้นแถมยังเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ทำการแลกเปลี่ยนอีกด้วย
และหลังจากที่คนจากฐานลวี่หยวนจากไป เหล่าผู้รอดชีวิตที่ยังคงเหลืออยู่ก็ได้คัดเลือกคนที่มีบารมีมากที่สุดสองสามคนขึ้นมาเป็นตัวแทนของพวกเขาในการติดต่อกับคนจากฐานลวี่หยวน
ซึ่งฟ่านกั๋วชิ่งก็เป็นหนึ่งในนั้น
ส่วนเรื่องหลังจากนี้ก็ง่ายแล้ว
จงอวี่ก็ได้แนะนำบุคลากรระดับ 2-3 สิบกว่าคนที่เขานำมาด้วยให้กับผู้รอดชีวิตในฐานสาขาเมืองกว่างโจวเหล่านี้ได้รู้จัก
หลังจากนั้นเขาก็ได้ประกาศกฎเกณฑ์ในการอยู่ร่วมกัน รวมถึงรายละเอียดการแลกเปลี่ยนในอนาคต
ใน 10 คนที่ถูกจงอวี่พามาด้วยนั้นมี 2-3 คนที่เป็นบุคลากรระดับ 3 ของฐานย่อยและยังเป็นสมาชิกทีมสนับสนุนภายนอก ซึ่งพวกเขาจะทำหน้าที่เป็นหัวหน้าของกลุ่มบุคลากรระดับ 2 ในการดูแลฐานสาขาเมืองกว่างโจวใหม่แห่งนี้
และในครั้งนี้ฐานก็ยังได้มอบอาวุธให้พวกเขาไว้ติดตัวเป็นจำนวนหนึ่งด้วย
สำหรับผู้รอดชีวิตในฐานสาขาเมืองกว่างโจว พวกเขาจะยังไม่ถือว่าเป็นคนของฐานลวี่หยวน
ในอนาคตพวกเขาบางคนอาจจะมีคุณสมบัติในการเข้าร่วม
เพียงแต่มันยังไม่ใช่ในตอนนี้
กฎเกณฑ์การแลกเปลี่ยนก็แทบจะลอกมาจากชุดเดิมที่กำลังใช้อยู่นอกเขตลวี่หยวน
เพียงแต่ที่นี่จะเป็นการนำทรัพยากรมาให้ก่อนแล้วค่อยกลับมาเอาธัญพืชกลับไปในภายหลัง
และการแลกเปลี่ยนก็ไม่ได้ถูกจำกัดไว้ให้แค่คนของฐานสาขาเมืองกว่างโจวใหม่ แค่ผู้รอดชีวิตข้างนอกหากต้องการแลกเปลี่ยนพวกเขาก็สามารถเข้ามาลงทะเบียนแล้วจึงทำการแลกเปลี่ยนด้วยได้
หลังจากนี้ทุกๆ 2 วันฐานหลักก็จะส่งขบวนรถหรือเฮลิคอปเตอร์มาที่นี่เพื่อมาลาดตระเวน
ซึ่งพวกเขาก็จะมาพร้อมกับธัญพืชและยาหรือเสบียงอื่นๆ ที่จำเป็นต้องจ่ายให้กับผู้รอดชีวิต
จงอวี่ก็จัดการเรื่องทางนี้เสร็จอย่างรวดเร็วและเขาก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ต่ออีก
ฉินจิ้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับฐานสาขาเหล่านี้มากนัก ขอแค่ไม่เกิดเรื่องอะไรและในอนาคตพวกเขายังคงสามารถทำการแลกเปลี่ยนทรัพยากรต่างๆ กลับมาที่ฐานหลักได้อย่างต่อเนื่องก็พอ
แล้วถ้าหากบุคลากรในฐานสาขาเกิดเรื่องจนตาย?
ตายก็ตายไปสิ
คนเหล่านี้สามารถฝึกขึ้นมาใหม่ได้อยู่แล้ว
วันสิ้นโลกที่ไหนจะไม่มีคนตาย?
ขอแค่ไม่ใช่ญาติพี่น้องที่เขาให้ความสำคัญ คนอื่นๆ เขาก็ไม่จำเป็นต้องสนใจมากนัก
แต่แน่นอนว่า
หากในอนาคตมีใครกล้าเข้ามายุ่งกับคนของฐานลวี่หยวน คนพวกนั้นก็จะต้องเตรียมพร้อมรับความโกรธของฐานลวี่หยวนไว้ด้วย!
บุคลากรที่ถูกส่งออกไปจะต้องไม่ตายเปล่า
หลังจากที่ทิ้งรายการทรัพยากรที่ฐานลวี่หยวนรับแลกเปลี่ยนไว้แล้ว รวมถึงข้อควรระวังในอนาคต จงอวี่ก็นำทีมคุ้มกันของเขาบินออกไปทางเมืองเซินเจิ้นทันที
เมืองเซินเจิ้น
ทางฝั่งของฐานหงอวิ๋น
ก่อนที่จงอวี่จะไปที่ฐานสาขาเมืองกว่างโจวเขาก็ได้แวะมาที่นี่ก่อนแล้ว
“สงเซิน ทำตามที่หัวหน้าทีมจงพูดเถอะ!”
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเราต้องรวบรวมเสบียงที่ฐานหลักต้องการเป็นจำนวนมาก!”
“และยังมีข่าวสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องรอบๆ ด้วย!”
“ขณะเดียวกันก็ส่งคนไปช่วยจัดการฐานสาขาเมืองกว่างโจวด้วย หากทางนั้นมีปัญหาอะไรเราก็ต้องรีบรายงานให้ฐานหลักทราบทันที!”
วันนี้พี่หงอารมณ์ดีมาก
หลังจากที่ภัยแล้งผ่านพ้นไปฐานหลักลวี่หยวนก็ได้เข้าสู่ช่วงของการพัฒนาครั้งใหญ่
ดังนั้นฐานหงอวิ๋นของเธอจะอยู่เฉยได้ยังไง?
เธอเองก็ต้องเริ่มพัฒนาให้ฐานของเธอแข็งแกร่งและปลอดภัยขึ้นเช่นกัน!
อย่าลืมว่าที่นี่อยู่ในเมืองเซินเจิ้น!
แม้จะเป็นแค่พื้นที่ชานเมือง แต่ทุกครั้งที่เข้าสู่ช่วงกลางคืนพวกเขาก็จะต้องเผชิญกับการรบกวนจากซอมบี้ซึ่งสร้างแรงกดดันไม่น้อยเลย
นี่ยังไม่พูดถึงเวลาที่หมอกสีม่วงนั้นปรากฏขึ้นหรือก็คือภัยพิบัติวันหมอกศพมาถึง
ในช่วงเวลาแบบนั้นมันแทบจะทำให้ฐานหงอวิ๋นล่มสลายได้อย่างง่ายดายตลอดทุกเมื่อ!
ความรู้สึกไม่มั่นคงนี้ทำให้เธอนั้นกังวลมาก!
เธอจะต้องเพิ่มความสูงและความแข็งแรงของกำแพงอีกครั้ง!
นอกจากนั้นเธอก็ยังต้องหาทางเสริมอาวุธที่ดีกว่านี้ให้กับคนของเธอด้วย
หรือเรื่องนี้เธอจะขอความช่วยเหลือจากฐานหลักดี?
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหาที่อาจจะคุกคามชีวิตของคนในฐานของเธอ พี่หงก็รู้สึกว่าหน้าตาของตัวเองนั้นไม่ได้สำคัญเลย
เพราะการมีชีวิตอยู่คือสิ่งที่สำคัญกว่า
“รับทราบครับ! คุณเหยียนรอดูได้เลย! ในอนาคตทุกการเจรจาในเมืองเซินเจิ้น...! ถุย! ไม่ใช่ๆ! ทุกข่าวสารในเมืองเซินเจิ้นแห่งนี้จะต้องไม่มีแม้แต่ข่าวเดียวที่ผมไม่รู้! ผมจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อล้วงเอาทุกข่าวออกมาให้ได้!”
สงเซินก็ตบหน้าอกของตัวเองดังปังๆ เพื่อรับประกัน
เรื่องแบบนี้เขาไม่ได้รังเกียจเลย แถมยังค่อนข้างยินดีด้วย
เพราะนับตั้งแต่เมื่อสองสามเดือนก่อนที่เขาติดตามพี่หงไปที่ฐานลวี่หยวนและได้เปิดหูเปิดตาเป็นอย่างมาก ในตอนนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเขาได้ปลุกคุณสมบัติที่ไม่ธรรมดาขึ้นมา
ลองคิดดูว่าในอนาคตผู้คนจะตกใจกันขนาดไหนถ้าพวกเรารู้ว่าทรัพยากรต่างๆ สามารถนำมาแลกเป็นอาหารได้
และในอนาคถ้าฐานหงอวิ๋นได้เพิ่มความสูงและความแข็งแรงของกำแพงเสร็จ แขกที่ได้เข้ามาจะต้องแสดงอาการตกตะลึงกันขนาดไหน
แค่คิดก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว
สดชื่นจริงๆ!
เมื่อคิดว่าในอนาคตตัวเองก็อาจจะทำให้คนอื่นตกใจแบบที่ตัวเองเคยตกใจได้ เขาก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นทันที!
พี่หงมองดูรองผู้นำของตัวเองอย่างงงๆ และไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นบ้าอะไรอีก
แต่ขอแค่เขาไม่ทำให้เรื่องสำคัญต้องพังก็พอแล้ว
ในเรื่องนี้เธอเองก็ยังคงเชื่อใจสงเซินอย่างมาก
เพราะรองผู้นำคนนี้ก็สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเธอมาตั้งแต่ช่วงต้นวันสิ้นโลกและจัดการฐานหงอวิ๋นได้อย่างเป็นระเบียบมาโดยตลอด
หากไม่มีความช่วยเหลือของเขา เธอเพียงคนเดียวก็อาจจะไม่สามารถเลี้ยงคนได้มากมายขนาดนี้
“พยายามเข้าล่ะ! พวกเราก็ต้องพยายามที่จะตามการพัฒนาของฐานหลักให้ได้! เพื่อให้ทุกคนที่นี่ได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้น!”
สงเซินและคนอื่นๆ ก็ยิ้มออกมาและพูดอย่างเห็นด้วยว่า
“ใช่แล้ว! เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้น!”