เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 555 : บุคลากรมากความสามารถ

ตอนที่ 555 : บุคลากรมากความสามารถ

ตอนที่ 555 : บุคลากรมากความสามารถ


ตอนที่ 555 : บุคลากรมากความสามารถ

หลังจากอยู่ในเขตกักกันจนครบเวลาแล้ว ในที่สุดหม่านอู่ก็ได้เข้าสู่ฐานย่อยของฐานลวี่หยวนอย่างแท้จริง

และทันทีที่ก้าวเข้ามาที่นี่

เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองได้ถูกย้ายไปอีกมิติหนึ่ง

เพราะที่นี่ไม่มีผู้รอดชีวิตที่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งและผมยุ่งเหยิง ไม่มีอาคารที่เก่าและดำ

ที่นี่มีเพียงความเงียบสงบ

เงียบสงบจริงๆ

บางทีนั่นอาจจะเป็นเพราะตอนนี้เป็นเวลากลางวัน แสงแดดข้างนอกก็ร้อนจัดจนไม่มีใครอยากจะออกมา หม่านอู่จึงรู้สึกว่าที่นี่เต็มไปด้วยความเงียบสงบแบบที่เขาคุ้นเคย

มันไม่ใช่ความเงียบสงบแบบที่ไม่มีใครพูด แต่มันเป็นเสน่ห์ที่ออกมาจากสภาพแวดล้อมโดยรอบ

มันเหมือนกับ?

สนามกีฬาในโรงเรียนตอนที่เด็กๆ กำลังเรียนหนังสืออยู่ในห้องเรียนในสมัยที่โลกยังคงสงบสุขอยู่?

หรือจะเป็นสวนสาธารณะที่ไม่มีคนในฤดูร้อน?

หม่านอู่กำลังนึกย้อนถึงบรรยากาศในอดีต

แล้วทันใดนั้นเขาก็เบิกตากว้าง เพราะเขารู้แล้วว่าทำไมเขาถึงได้รู้สึกถึงความเงียบสงบแบบนี้!

เพราะมันคือความสงบสุข!

ที่นี่เต็มไปด้วยความสงบสุข!

ที่นี่เหมือนกับได้หลุดพ้นออกจากวันสิ้นโลกไปแล้ว มันราวกับว่าพวกเขาได้กลับเข้าไปอยู่ในยุคที่โลกยังคงสงบสุขอีกครั้ง โลกที่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีซอมบี้โผล่ออกมาเมื่อไหร่

โลกที่ไม่มีผู้รอดชีวิตที่ชั่วร้ายที่คอยออกมาปล้นเสบียงและฆ่าคน!

“ที่นี่เป็นแบบนี้มาตลอดเลยเหรอ?”

เขาอดไม่ได้ที่จะถามเจ้าหน้าที่ที่นำทางเขาอยู่ข้างๆ

เขาอยากจะรู้คำตอบนี้มาก

“แน่นอน!”

โดยไม่มีการลังเลแม้แต่น้อย เจ้าหน้าที่คนนั้นก็ตอบออกมา

เขาไม่ได้โกหก เพราะฐานย่อยแห่งนี้หลังจากที่มันถูกสร้างจนเสร็จสมบูรณ์ มันก็เป็นแบบนี้มาโดยตลอดและไม่เคยมีปัญหาอะไร

หม่านอู่ที่ได้คำตอบแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

เขารู้แล้ว

ที่นี่

บางทีมันอาจจะเป็นสถานที่ที่เขาตามหามาตลอดการเดินทางของเขาก็ได้

มันไม่ใช่เพราะการรับเขาเข้ามาอยู่ที่นี่และไม่ใช่เพราะอาหารมื้อนั้น

แต่เป็นเพราะเขาอยากจะอยู่ที่นี่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของที่นี่

ในอนาคตที่ไม่รู้ว่าวันสิ้นโลกจะอยู่ต่อไปอีกนานแค่ไหน บางทีที่นี่อาจจะฟื้นคืนสังคมของมนุษย์ในอดีตขึ้นมาได้ก็ได้

เมื่อตัดสินใจในใจแล้ว เขาก็ตั้งใจว่าอีกเดี๋ยวตอนที่เขาได้พบกับผู้บริหารของฐานลวี่หยวนที่จะมาพบเขา เขาจะต้องแสดงความสามารถที่แท้จริงของเขาออกมา

เมื่อวานคนจากกลุ่มแชทวันสิ้นโลกที่ชื่อหลี่ซู่ได้มาหาเขา

ในตอนนั้นเพื่อแสดงความจริงใจ เขาจึงได้บอกเล่างานที่เขาเคยทำในอดีตออกไป

แม้ในตอนนั้นอีกฝ่ายดูเหมือนจะสนใจไม่น้อย แต่เขาก็ยังไม่ได้เปิดเผยความลับออกไปมากกว่านี้

เพราะเขายังคงอยากที่จะสังเกตการณ์ที่นี่อยู่

เพื่อทำการตัดสินใจอีกที

ในตอนนี้เอง เขาก็ได้เห็นเจ้าหน้าที่ที่ดูกระตือรือร้นคนหนึ่งเดินเข้ามา

“สวัสดี ฉันคือหวังหยาง เป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลของที่นี่ ก่อนที่จะไปพบกับผู้นำของพวกเรา ฉันอยากจะสอบถามอะไรบางอย่างก่อน”

“ถ้าไม่รังเกียจ เชิญทางนี้ได้เลย”

หวังหยางก็ทำท่า “เชิญ” ให้หม่านอู่ตามปกติ

ถ้าเป็นแค่คนทั่วไปที่เข้ามาในฐานแน่นอนว่าหวังหยางคงไม่ต้องมาต้อนรับด้วยตัวเองแบบนี้ แต่คนๆ นี้เป็นคนที่ถูกผู้นำของเขาระบุตัวให้พาเข้ามาเป็นพิเศษดังนั้น หวังหยางจึงคิดว่าเขาควรที่จะเข้ามาดูแลด้วยตัวเองจะดีกว่า

หม่านอู่ที่ตัดสินใจในใจได้แล้วก็ย่อมไม่มีปัญหาอะไร

และเขาก็ยังได้ยินแล้วด้วยว่า

ผู้นำของฐานลวี่หยวน

คนที่มีชื่อในเน็ตว่า “เฉียนจิ้น”

ชื่อจริงของเขาก็คือฉินจิ้น!

————————————

ในห้องรับรองของฐานย่อย

ฉินจิ้นได้มาที่นี่ครั้งล่าสุดก็ตอนที่เขามาต้อนรับพี่หง สงเซินและคนอื่นๆ จากฐานหงอวิ๋น

และในตอนนี้เขาเองก็กำลังรอคนอยู่ที่นี่

เขากำลังรอชายที่เดินทางมาไกลเพื่อมาหาเขาถึงที่นี่

หม่านอู่

เป็นนามสกุลและชื่อที่ไม่ค่อยจะได้ยินบ่อยนัก มันฟังดูคล้ายกับคำขวัญบางอย่างที่ใช้ในกองทัพมากกว่าด้วยซ้ำ

เมื่อวานหลังจากที่เขาได้หารือกับหลี่ซู่แล้ว เขาก็ได้ตัดสินใจที่จะมาพบกับผู้รอดชีวิตที่หลี่ซู่บอกว่าไม่ธรรมดาคนนี้ด้วยตัวเอง

การตรวจสอบและยืนยันของหวังหยางเป็นเพียงแค่การทำตามขั้นตอนปกติเท่านั้น เพราะสุดท้ายขอแค่เขาพยักหน้าอนุมัติ ปัญหาทุกอย่างก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

แน่นอนว่า

ไม่นาน หวังหยางก็นำชายคนหนึ่งเดินเข้ามาก่อนจะรีบถอยออกไปหลังจากที่พาคนเข้ามาแล้ว

ในห้องจึงเหลือเพียงฉินจิ้น หลี่ซู่และชายที่ถูกพามาที่ชื่อหม่านอู่เท่านั้น

ชายคนนี้สูงประมาณ 1 เมตร 75 เซนติเมตร อายุประมาณ 40 ปี

อาจจะเป็นเพราะอีกฝ่ายผ่านความยากลำบากและอุปสรรคมาไม่น้อย ใบหน้าของเขาจึงดูผอมแห้งและทรุดโทรมกว่าที่ควรจะเป็นเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นดวงตาทั้งสองข้างกลับมีประกายอย่างมาก

ออร่าที่แสดงออกมานั้นแตกต่างจากผู้รอดชีวิตทั่วไปข้างนอกโดยสิ้นเชิง

“ขอแนะนำตัวหน่อย ฉันคือผู้นำของฐานนี้ ฉินจิ้น”

“ขณะเดียวกัน ฉันก็คือ ‘เฉียนจิ้น’ ที่เคยประกาศรับเพื่อนร่วมกลุ่มแชทเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกให้เข้ามาอยู่ที่นี่เมื่อปีที่แล้ว”

ฉินจิ้นเป็นฝ่ายเปิดปากแนะนำตัวเองก่อน

เพราะเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยจากคนคนนี้

มันคือความหยิ่งทะนง

หม่านอู่เมื่อเห็นว่าบอสใหญ่ของฐานลวี่หยวนสุภาพกับเขาขนาดนี้ เขาเองก็ไม่ได้ทำตัวไม่รู้มารยาทอีก เขาแนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงที่สงบเช่นกันว่า

“ชื่อจริงของผมก็คือหม่านอู่”

“ส่วนชื่อของผมในกลุ่มแชทเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกก็คือ ‘จวนเจีย’ เมื่อก่อนผมแอบดูแชทในกลุ่มอยู่อย่างเดียว ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงไม่น่าจะรู้จักผม”

“ผมขอขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือของพวกคุณที่นี่ รวมถึงอาหารที่มอบให้ผมด้วย”

พูดถึงตรงนี้เขาก็หยุดไป ก่อนจะมองหลี่ซู่ที่อยู่ข้างๆ ที่ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรและกำลังตั้งใจฟังอยู่เงียบๆ

จากนั้นเขาก็เห็นฉินจิ้นที่กำลังจ้องมองเขาและส่งสัญญาณให้เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ แล้วค่อยพูดต่อ เห็นแบบนั้นแล้วเขาก็ยิ้มให้และไม่ปฏิเสธ

เขาเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องรับรอง แล้วค่อยพูดสิ่งที่เขาเคยพูดกับหลี่ซู่เมื่อวานนี้อีกครั้ง

“เมื่อก่อนผมเคยทำงานวิจัยในหน่วยงานลับ ผมสามารถนับได้ว่าเป็นผู้นำการพัฒนาและสร้างความคืบหน้าให้กับโครงการต่างๆ มาไม่น้อย ดังนั้นผมจึงค่อนข้างที่จะคุ้นเคยกับอุปกรณ์ทางทหารไม่น้อยเลย”

เขายังคงแนะนำสิ่งที่เขาเคยทำในหน่วยงานลับอย่างคร่าวๆ ต่อไป

เขาเล่าตั้งแต่การก่อตั้งโครงการไปจนถึงการทดสอบ จากนั้นก็เป็นการวางแผนการทดสอบ การแก้ไขปัญหา การผลิตจำนวนมากและอื่นๆ อีกมากมาย

เมื่อพูดถึงตอนท้าย เขาก็ได้พูดสิ่งที่เขาตัดสินใจที่จะเปิดเผยระหว่างทางมาที่นี่ออกมา

“นอกจากนี้ ผมยังสามารถออกแบบและสร้างอุปกรณ์ระบุตำแหน่งที่สามารถใช้งานได้ทั่วประเทศหรือแม้แต่ทั่วโลกแบบง่ายๆ ให้กับพวกคุณได้ และยังมีระบบตรวจจับด้วยเรดาร์ภาคพื้นดินด้วย! เพราะผมรู้ว่าในสถานที่แห่งหนึ่งมีอุปกรณ์ที่สามารถใช้สร้างสิ่งเหล่านี้ได้อยู่ ขอแค่ได้มันมาผมก็สามารถทำการสร้างและทดสอบมันด้วยตัวเองได้!”

“ขณะเดียวกันผมยังสามารถสร้างชุดเอ็กโซสเกเลตันสำหรับใช้กับกองกำลังของฐานของพวกคุณได้ด้วย! ผมรู้ว่าที่ไหนมีอุปกรณ์และข้อมูลที่จำเป็น ขอแค่ได้มันมาผมก็จะสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการต่อสู้ของกองกำลังของคุณได้!”

“และยังมีพาหนะทางบกและทางอากาศบางอย่างอีก ซึ่งพวกมันทั้งหมดล้วนเป็นของดีทางทหารที่ไม่มีวางขายในตลาด”

!!!

ฉินจิ้นยิ่งฟังคำพูดของผู้ชายคนนี้แล้วดวงตาของเขาก็ยิ่งเบิกกว้าง

ภายนอกแม้เขาจะดูสงบ แต่ภายในใจของเขากลับไม่สงบเลย!

ผู้ชายคนนี้กลับรู้เรื่องมากมายขนาดนี้!?

การป้องกันภัยทางอากาศของฐานก็เป็นสิ่งที่เขากังวลอย่างมากมาโดยตลอด

ฐานลวี่หยวนในตอนนี้เรียกได้ว่าแทบจะไม่ต้องกลัวการโจมตีของกองกำลังทางภาคพื้นอีกต่อไปแล้ว เพราะอาวุธหนักต่างๆ ที่เขามีสามารถทำการโจมตีแบบครอบคลุมก่อนที่พวกซอมบี้หรือศัตรูจะมาถึงได้

แต่ทางอากาศนั้นยังคงเป็นจุดอ่อนของเขา!

แต่อย่าได้ดูถูกปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานสองสามกระบอกที่เขาได้มาจากเมืองอวี๋เฉิงเมื่อก่อนหน้านี้ เพราะปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานพวกนั้นยังเพียงพอสำหรับการรับมือกับเฮลิคอปเตอร์ทั่วไปได้

แต่ถ้าต้องรับมือกับเครื่องบินรบหรือขีปนาวุธความเร็วสูง มันก็ไม่ต่างอะไรกับไม้จิ้มฟันเลย

ถ้าถามว่าทำไมเขาถึงยังต้องกังวลว่าจะมีคนเอาเครื่องบินรบหรือขีปนาวุธมาถล่มฐานลวี่หยวนด้วย?

ขอเถอะ!

ตอนนี้ฐานลวี่หยวนกำลังแสดงท่าทีว่าจะขยายอาณาเขตออกไปข้างนอกอย่างต่อเนื่องถูกไหม?

และเมื่อฐานลวี่หยวนขยายและพัฒนาไปทีละขั้น ในไม่ช้าก็เร็วฐานลวี่หยวนก็จะต้องเข้าไปส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของฐานและศูนย์พักพิงบางแห่งเข้า

ถึงตอนนั้นสิ่งที่ฐานลวี่หยวนจะต้องเผชิญหน้าก็อาจจะเป็นการโจมตีจากกองกำลังนับไม่ถ้วนที่มารวมตัวกันเพื่อกำจัดฐานลวี่หยวนโดยเฉพาะก็ได้

แล้วเขาจะรับประกันได้อย่างไรว่าคนพวกนี้จะไม่มีอาวุธพวกนั้น??

เพราะเมื่ออำนาจของฐานลวี่หยวนแผ่ขยายไปทั่วทั้งมณฑลกวางตุ้ง หรือแม้แต่ในที่ที่ไกลออกไป ชื่อเสียงของฐานลวี่หยวนก็ย่อมไม่สามารถซ่อนไว้ได้อีก

ถึงตอนนั้นก็จะต้องมีกลุ่มคนที่ถือพวกเขาเป็นศัตรู

เพราะคนพวกนั้นไม่รู้ว่าตัวเองจะถูกฐานลวี่หยวนกำจัดในอนาคตหรือไม่

ดังนั้นการมีวิธีหลีกเลี่ยงการโจมตีจากอาวุธที่ล้ำสมัยพวกนี้ จึงเป็นสิ่งที่เขาต้องการมาโดยตลอด!

จบบทที่ ตอนที่ 555 : บุคลากรมากความสามารถ

คัดลอกลิงก์แล้ว