- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 535 : มันสำปะหลังที่สามารถเติบโตได้ในดินกรด!
ตอนที่ 535 : มันสำปะหลังที่สามารถเติบโตได้ในดินกรด!
ตอนที่ 535 : มันสำปะหลังที่สามารถเติบโตได้ในดินกรด!
ตอนที่ 535 : มันสำปะหลังที่สามารถเติบโตได้ในดินกรด!
“ฟู่วๆๆ——”
เสียงไดร์เป่าผมดังขึ้น
หลังจากเสร็จสิ้นกิจวัตรประจำวันของหนุ่มโสดที่แช่น้ำอย่างสบายใจแล้ว ฉินจิ้นก็กำลังเป่าผมของตัวเองให้แห้ง เขาตั้งใจว่าหลังจากนี้เขาจะแวะไปดูฝ่ายเพาะปลูกด้วยตัวเองสักหน่อย
ตั้งแต่ที่ได้สุดยอดพันธุ์ข้าวกลับมาที่ฐาน ทางฝั่งของหยวนมู่ก็ได้คำตอบที่แน่นอนแล้วว่าพวกเขาสามารถใช้สุดยอดข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งจะนำกลับมาไปปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวแบบทวีคูณได้
เพียงแต่น่าเสียดายที่ต้นกล้าสำหรับปลูกยังมีไม่เพียงพอ พวกเขาจึงต้องทำการเพาะกล้าเป็นจำนวนมากก่อนถึงจะสามารถปลูกเป็นจำนวนมากได้
ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย
แต่ก็ไม่เป็นไร สำหรับสภาพแวดล้อมการปลูกในฐานที่สามารถควบคุมอุณหภูมิและความชื้นได้ตลอดทั้งปีแถมยังไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงต้นทุนเลย ขอแค่เพาะต้นกล้าให้เสร็จ ภายในหนึ่งถึงสองเดือนข้างหน้าพวกเขาก็จะสามารถเริ่มปลูกได้แล้ว
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ฉินจิ้นก็มาถึงศูนย์เพาะปลูกพืชที่ฐานหลักอย่างรวดเร็ว
ทางฝั่งของฐานย่อยก็มีโรงเรือนเพาะปลูกพืชเช่นกัน ขณะเดียวกันพื้นที่เพาะปลูกชั้นใต้ดินของฐานย่อยก็ยังคงอยู่ระหว่างการก่อสร้างและการตกแต่ง ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยถึงจะเสร็จสมบูรณ์
แต่กว่ามันจะเสร็จต้นกลายสุดยอดพันธุ์ข้าวก็น่าจะพร้อมพอดี เมื่อเวลานั้นมาถึงพวกเขาก็น่าจะเริ่มการเพาะปลูกได้ทันที
เมื่อฉินจิ้นมาถึงสถานที่สำหรับเพาะปลูกพืชในฐานหลัก เขาก็เห็นคนหลายคนกำลังก้มตัวทำอะไรบางอย่างกันอยู่
ในตอนนี้เองก็มีคนๆ หนึ่งที่เห็นว่าผู้นำของพวกเขามา เขาจึงหยุดงานในมือแล้วรีบไปแจ้งให้หยวนมู่ทราบทันที
แต่ในตอนนี้เองก็มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉินจิ้นเคยเห็นและรู้ชื่อเดินเข้ามา
“สวัสดีค่ะประธานฉิน อาจารย์ของพวกเรากำลังยุ่งอยู่ โปรดรอสักครู่นะคะ”
ฉินจิ้นมองดูหญิงสาวคนนี้ เขาจำได้ว่าเธอมีชื่อว่าอันเสี่ยวหร่าน เธอเป็นหนึ่งในทีมที่ถูกส่งไปที่มณฑลไห่หนานเพื่อค้นหาตัวอย่างสุดยอดพันธุ์ข้าวเมื่อไม่นานมานี้
เขายิ้มให้เธออย่างเป็นมิตรแล้วพยักหน้า ก่อนจะไปยืนรออยู่ข้างๆ
เขาให้ความสำคัญกับบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการปลูกพืชเหล่านี้มาก เพราะพวกเขาคือความหวังในการเติบโตของทุกกองกำลังในวันสิ้นโลก
หากไม่มีพวกเขา เขาก็อาจจะปลูกธัญพืชไม่ได้เลย แถมดินกรดข้างนอกมันก็น่ากลัวเกินไป
ระหว่างรอ เขาก็มองไปรอบๆ สถานที่เพาะปลูกพืช
ที่นี่คือโรงเรือนบนดิน เพดานถูกคลุมไปด้วยแผ่นโพลีคาร์บอเนตที่แข็งแรง ขณะเดียวกันก็มีการติดตั้งม่านที่สามารถเปิดปิดได้ตามต้องการ เพื่อความสะดวกในการควบคุมความแรงของแสงแดด
ช่วงนี้แสงแดดข้างนอกเกิดความผิดปกติ เจ้าหน้าที่ในฝ่ายเพาะปลูกพืชจึงไม่กล้าให้พืชได้รับแสงโดยตรง
ใต้ม่าน ก็ยังมีไฟสำหรับพืชที่ฐานติดตั้งไว้เพิ่มเติมอยู่ มันสามารถให้แสงที่จำเป็นแก่พืชในวันที่มีเมฆมากหรือตอนกลางคืนได้
ขณะเดียวกันอุณหภูมิในโรงเรือนก็จะถูกคุมให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม ที่นี่มีการติดตั้งเครื่องควบคุมอุณหภูมิและความชื้นขนาดใหญ่หลายเครื่องซึ่งตอนนี้ก็กำลังทำงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้อุณหภูมิของที่นี่อยู่ในระดับที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการปลูกพืช
ระหว่างแปลงพืชที่แบ่งเป็นส่วนๆ ก็ยังมีการสร้างท่อยางยาวๆ ขึ้นมาซึ่งนานๆ ครั้งก็จะมีหยดน้ำหยดลงมาทำให้ดินในโรงเรือนชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา
สิ่งนี้ก็คือเทคโนโลยีการให้น้ำแบบหยด
เทคโนโลยีที่ประหยัดน้ำอย่างยิ่งนี้ ไม่มีทางที่ฐานจะไม่นำมาใช้
บวกกับดินที่ใช้ในการเพาะปลูกในฐานทั้งหมดล้วนเป็นดินที่มีสารอาหารและเป็นดินที่ฉินจิ้นสั่งให้คนนำมาเก็บไว้ตั้งแต่ก่อนวันสิ้นโลก
ทั้งโรงเรือนก็เป็นระเบียบเรียบร้อย ทุกอย่างล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของบรรดาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ภายใต้การจัดการอย่างใส่ใจแบบนี้มีเหรอที่ผลผลิตที่พวกเขาจะได้รับจะมีปริมาณน้อย?
ไม่นาน หลังจากที่ฉินจิ้นมองไปรอบๆ อยู่พักหนึ่งหยวนมู่ก็มาถึง
“ผู้จัดการหยวน ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ? การปลูกพืชมีความคืบหน้าอะไรบ้างไหม?”
ยังไม่ทันที่หยวนมู่จะถามถึงสาเหตุที่เขามา ฉินจิ้นก็ชิงถามขึ้นมาก่อน
หลังจากหายใจหอบเล็กน้อย อีกฝ่ายก็เริ่มแนะนำทันที
“ความคืบหน้าเรื่องพันธุ์ข้าว ตอนนี้พวกเราคาดว่าอีกประมาณ 1 เดือนเราก็จะสามารถเพาะต้นกล้าชุดแรกออกมาได้ แล้วครับ ถึงตอนนั้นพื้นที่เพาะปลูกที่ฐานย่อยก็น่าจะสร้างเสร็จและพร้อมใช้งานแล้ว ซึ่งนั่นก็จะทำให้เราสามารถลงต้นกล้าได้ทั้งฐานหลักและฐานย่อยพร้อมกันครับ!”
“ส่วนพืชอื่นๆ อย่าง มันฝรั่ง ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี ช่วงนี้ก็มีความคืบหน้าอยู่บ้างครับ พวกเราสามารถลองเริ่มปลูกพืชพวกนี้ได้แล้ว ส่วนหนึ่งก็เพราะพืชเหล่านี้ไม่ได้ต้องการพื้นที่มากนัก พวกเราเลยแค่ต้องแบ่งพื้นที่ให้พวกมันไม่กี่ไร่ก็พอ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเพิ่มความหลากหลายของอาหารของเราพอดีครับ”
สิ่งที่หยวนมู่พูดถึงในภายหลังนี้ก็เป็นสิ่งที่ฉินจิ้นต้องการเช่นกัน
ธัญพืชอื่นๆ ที่เขาเก็บไว้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นข้าวสาร ข้าวฟ่าง ข้าวสาลีและอื่นๆ ก็มีอยู่บ้าง แต่จำนวนนั้นก็ต่างกันมาก สำหรับธัญพืชที่พวกเขาขนกลับมาจากมณฑลหูหนานกว่าพันตันนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นข้าวสารและมีเพียงส่วนน้อยที่เป็นธัญพืชอื่นๆ
ดังนั้นคลังธัญพืชในฐานลวี่หยวนส่วนใหญ่จึงเป็นข้าวสารและมีธัญพืชชนิดอื่นๆ อีกเล็กน้อยเท่านั้น
แต่นั่นก็ยังเป็นข่าวดีเพราะ ข้าวเป็นอาหารหลักของคนภาคใต้ แต่ถึงอย่างนั้นฉินจิ้นก็ยังต้องการเพิ่มความหลากหลายของพืชพวกนี้อยู่ดี
เพราะความหลากหลายของอาหารจะช่วยให้พวกเขาสร้างสรรค์อาหารอร่อยๆ ได้มากขึ้น
“แล้วก็ยังมีเรื่องผักบางชนิด ตอนนี้พวกเราได้ทำการปรับปรุงสายพันธุ์ของพวกมันบางส่วน ทำให้ตอนนี้พวกมันให้ผลผลิตต่อต้นเพิ่มขึ้นอย่างมากครับ!”
หยวนมู่พูดอยู่นานพอสมควร เขาแนะนำสถานการณ์และความคืบหน้าด้านต่างๆ ของที่นี่ให้ฉินจิ้นฟังอย่างต่อเนื่อง
ฉินจิ้นที่ฟังแล้วก็พยักหน้าไม่หยุด
ไม่เลวเลย
ในฐานะส่วนที่สำคัญอย่างมากของฐานและเป็นส่วนที่ห้ามเกิดปัญหาโดยเด็ดขาด การปลูกพืชอาหารคือสิ่งที่ต้องมั่นคงมากที่สุด
“จริงสิท่านประธาน ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมต้องรายงาน”
“เมื่อกี้ผมก็กำลังยุ่งอยู่กับเรื่องนี้พอดี จนผมเกือบจะลืมบอกคุณไปแล้ว!”
หยวนมู่ที่เพิ่งจะรายงานเสร็จ จู่ๆ ก็หยุดพูดไป แล้วบอกเรื่องที่ทำให้ฉินจิ้นประหลาดใจเล็กน้อย
“ในบรรดาตัวอย่างพันธุ์พืชที่พวกเราหามาได้จากมณฑลไห่หนานครั้งล่าสุด พวกเราพบพืชที่ดูแปลกมากต้นหนึ่งครับ!”
“มันคือต้นมันสำปะหลัง!”
“มันสำปะหลังที่เราพบมันสามารถหยั่งรากและเติบโตได้ในดินที่เป็นกรดครับ! ตัวอย่างนี้หลังจากที่พวกเรานำกลับมาจากที่นั่นแล้ว พวกเราก็ได้ทำการขยายพันธุ์มันด้วยการปักชำ ตอนนี้พวกเรามีมันสำปะหลังสิบกว่าต้นแล้วครับ! แล้วก็พวกเราได้ลองนำไปปลูกในดินที่เป็นกรดที่นำมาจากข้างนอกและสิ่งที่น่าทึ่งก็คือพวกมันรอดทุกต้นครับ! และตอนนี้พวกมันก็กำลังออกหัวแล้วด้วยครับ!”
“ดูเหมือนว่าพวกเราจะค้นพบพืชที่ไม่ธรรมดาแล้วครับ!”
อะไรนะ!?
ฉินจิ้นหรี่ตาลงเล็กน้อย เขามองดูหยวนมู่อย่างไม่อยากเชื่อสายตาและรู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด
ปรากฎว่ามีพืชที่สามารถอยู่รอดและออกผลได้เป็นจำนวนมากในดินที่เป็นกรด?
ข้างนอกแม้จะมีพืชบางชนิดที่สามารถเติบโตได้ในดินที่เป็นกรด แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ยากที่จะออกผลหรือหัวที่นำมากินได้
ไม่อย่างนั้นผู้รอดชีวิตข้างนอกก็คงจะไม่ลำบากขนาดนี้
เพราะดินข้างนอกมีความเป็นกรด-ด่างที่แตกต่างกัน บางทีดินบางจุดอาจจะไม่ได้เป็นกรดมากนัก ก็เลยสามารถปลูกพืชได้พอดี
แต่ดินที่เป็นกรดสูงเกินไปก็จะสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ไปจนแทบไม่สามารถปลูกพืชได้เลย
และในกรณีนั้นแม้แต่หญ้าก็แทบจะไม่ขึ้นให้เห็นด้วยซ้ำ
เรื่องความเป็นกรดนั้นก็เป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญกว่าคือตอนที่ฝนกรดมานั้นมันได้นำพาสารบางอย่างมาด้วย ทำให้ดินที่ปนเปื้อนสารนั้นยากที่จะมีพืชอยู่รอดได้
มันก็เหมือนกับหมอกสีม่วงที่ต้องการจะกำจัดมนุษย์ ฝนกรดเองก็ต้องการจะกำจัดพืชเช่นกัน
“ตอนนี้มันสำปะหลังชนิดนั้นพวกเรายังคงทำการวิจัยอยู่ พวกเราอยากจะรู้สาเหตุที่ทำให้มันสำปะหลังชนิดนี้สามารถเติบโตและออกผลได้ในดินข้างนอก หากพวกเราหาเจอ บางทีพวกเราก็อาจจะปลูกพืชอาหารได้มากกว่าเดิมครับ!”
เมื่อหยวนมู่พูดถึงตรงนี้เขาก็เริ่มตื่นเต้น เพราะนี่เป็นการค้นพบที่น่าทึ่งมาก หากมันเป็นจริง สิ่งนี้จะมีประโยชน์มากกว่าสุดยอดพันธุ์ข้าวเสียอีก!
เมื่อได้ยินมาถึงตรงนี้ ฉินจิ้นก็อดใจไม่ไหวแล้วเช่นกัน
“พาผมไปดูหน่อย!!”