- หน้าแรก
- กลับมาเกิดใหม่ในวันสิ้นโลก : เริ่มต้นด้วยการสร้างฐานที่แข็งแกร่งที่สุด
- ตอนที่ 530 : ฉันกลับมาบ้านแล้ว
ตอนที่ 530 : ฉันกลับมาบ้านแล้ว
ตอนที่ 530 : ฉันกลับมาบ้านแล้ว
ตอนที่ 530 : ฉันกลับมาบ้านแล้ว
จากเมืองเหมินถังมุ่งหน้าสู่เมืองเซินเจิ้นบนท้องฟ้าที่สูงลิ่ว
เรือเหาะขนาดมหึมากำลังบินไปอย่างรวดเร็ว
มันคือเรือเหาะหมายเลข 1 ที่กำลังพาผู้นำฐานหงอวิ๋นกลับ!
พี่หงนั่งอยู่ในห้องโดยสาร จ้องมองผืนแผ่นดินที่มืดมิดนอกหน้าต่างและดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับบนท้องฟ้าอย่างเลือนลาง ดวงตาทั้งสองนั้นดูเหมือนกับจะว่างเปล่า
ในห้องโดยสาร ยังมีธัญพืช น้ำ อาหารและยาที่ฉินจิ้นมอบให้เธอด้วย
ของเหล่านี้คือสิ่งที่ฉินจิ้นสัญญาว่าจะมอบให้
และเขาก็เตรียมไว้ให้ทั้งหมดจริงๆ
พี่หงนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้และใบหน้าที่สวยงามของเธอก็อดไม่ได้ที่จะแดงระเรื่อขึ้นมา
น่าอายจริงๆ!
เธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงทำแบบนั้น
แต่หลังจากที่ประธานฉินคนนั้นพูดจบ เธอก็เหมือนกับถูกมนต์สะกด พุ่งเข้าไปหาร่างนั้น แล้วกอดเขาก่อนจะจูบไปหนึ่งที!!
เหยียนหงเอ๋ย เหยียนหง!
ความสง่างามของเธอหายไปไหนหมดแล้ว!?
บารมีของผู้นำฐานของเธอหายไปไหน!?
เมื่อกี้ทำไมเธอถึงได้คลั่งเหมือนกับเด็กสาวที่กำลังไล่ตามดาราแบบนั้น!?
ไม่รู้จักอายบ้างเลยเหรอ!?
“เฮ้อ เฮ้อ เฮ้อ————!”
เธอใช้มือปิดหน้าแล้วส่ายหัว พยายามไล่ความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดออกจากหัว
ไม่คิดแล้ว!
เดี๋ยวพอกลับถึงฐานหงอวิ๋น ฉันต้องกลับไปเป็นผู้นำฐานหงอวิ๋นที่สง่างามและมีบารมี แบบเหยียนหงคนเดิมให้ได้!
เรื่องในคืนนี้ นอกจากประธานฉินกับเธอแล้ว คงไม่มีทางที่จะมีคนที่สามที่รู้ได้!
......ล่ะมั้ง?
ช่างมันเถอะ
ยังไงซะในอนาคตเธอที่อยู่ไกลถึงเมืองเซินเจิ้นก็คงจะไม่ต้องไปเจอประธานฉินคนนั้นบ่อยๆ อยู่แล้ว ดังนั้นความอับอายทั้งหมดก็คงจะหายไปเอง!
เธอหันไปมองอาหารค่ำที่เอามาจากฐานลวี่หยวนซึ่งกำลังวางอยู่ข้างๆ เธอ
แม้ว่าประธานฉินคนนั้นจะบอกให้เธอกินให้อิ่มท้องตั้งแต่อยู่บนเรือเหาะ แต่เมื่อเธอนึกถึงแม่ที่อยู่ในฐานหงอวิ๋นและลูกน้องที่เธอสนิทด้วย พี่หงก็รู้สึกว่าความหิวนั้นไม่นับเป็นอะไรเลย
เพราะอีกเดี๋ยว เธอจะแบ่งปันมันกับคนในฐาน!
คืนนี้ฐานหงอวิ๋นก็ได้รับผลประโยชน์จากฐานลวี่หยวนด้วย เพราะพวกเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของฐานลวี่หยวนแล้ว!
เมืองเหมินถัง
งานเลี้ยงฉลองในคืนนี้ได้เข้าสู่ช่วงท้ายแล้ว
คนในเขตที่พักอาศัยขนาดเล็กและใหญ่ต่างก็กลับไปพักผ่อนตามที่พักของตัวเองหลังจากกินข้าวเสร็จ
พวกเขาส่วนใหญ่ไม่ได้กินอาหารค่ำที่ถูกแจกจ่ายให้จนหมด
พวกเขากินแค่พอทำให้ตัวเองอิ่มหรือพอใจแล้วก็หยุดทันที
เพราะที่เหลือพวกเขายังต้องเก็บไว้กินทีหลังอีก
นี่คือสัญชาตญาณที่ถูกสลักอยู่ในร่างกายของผู้รอดชีวิตทุกคนหลังจากผ่านความทุกข์ยากและความหิวโหยในวันสิ้นโลกมาแล้ว
พวกเขาที่ยังไม่หลุดพ้นจากความหิวโหย พวกเขาจึงต้องประหยัดอาหารเพื่อให้ตัวเองผ่านพ้นวันพรุ่งนี้ที่ยังไม่แน่นอนให้ได้ก่อน
ชีวิตของพวกเขายังคงต้องพยายามต่อไป
แต่อย่างน้อยการอยู่ที่นี่พวกเขาก็ได้เห็นความหวังที่จะได้กินอิ่มในอนาคต
ขอแค่พวกเขายังพยายามต่อไปแล้วค่อยๆ เลื่อนระดับของตัวเอง สักวันหนึ่งพวกเขาก็จะได้เป็นคนของฐานลวี่หยวนที่สามารถกินอิ่มได้ทุกมื้อและไม่ต้องทนกับความหิวโหยอีกต่อไป!
ทางฝั่งของฐานย่อย
คนที่กินอาหารค่ำเสร็จแล้วก็กลับไปพักผ่อนที่หอพักของตัวเองนานแล้ว
ในวันนี้หลายคนต่างก็ส่งเสียงโอดโอยออกมา
เช่น ในหอพักแห่งหนึ่ง
“โอ๊ย——”
“ท้องฉันไม่สบายเลย!”
“นี่คือความรู้สึกที่กินอิ่มเกินไปงั้นเหรอ? ทำไมมันไม่เหมือนกับที่ฉันคิดไว้เลย? ฉันไม่อยากเป็นผีอิ่มตายนะ ฉันแค่อยากจะเป็นคนธรรมดา ถ้าให้โอกาสฉันอีกครั้ง ฉันจะขอกินข้าวน้อยลงสักสองชาม”
“ไม่สิ!”
“กินน้อยลงแค่หนึ่งชามก็พอแล้ว!”
เสี่ยวฉงนอนอยู่บนเตียงพร้อมกับส่งเสียงครางอย่างเจ็บปวด
เขาไม่ได้ป่วย
แต่มันคืออาการของคนที่กินจนจุกเกินไป......
“ก็บอกแล้วว่าอย่าฝืนกิน ตอนนี้รู้สึกไม่สบายแล้วใช่ไหมล่ะ!? ฮ่าๆ เสี่ยวฉงทำไมนายถึงได้โชคร้ายแบบนี้ตลอดเลยนะ นายอย่าได้เป็นคนแรกในฐานของเราที่กินอิ่มจนตายนะ ไม่งั้นนายจะถูกผู้คนจดจำไปตลอดชีวิตแน่!”
เพื่อนของเขาก็อดไม่ได้ที่จะหยอกล้อเขาอย่างสนุกสนาน
ในคืนนี้มีใครบ้างที่ไม่กินจนจุก
เพียงแต่บางคนจุกในระดับที่รับได้ บางคนจุกเกินไป
คนที่เคยผ่านความหิวโหยมาแล้ว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับข้าวสวยที่มีไม่อั้นก็คงไม่มีใครสามารถปฏิเสธมันได้
“ใครว่าฉันโชคร้าย? ต่อให้วันนี้ฉันจะจุกตายก็ถือว่าเป็นการตายอย่างมีเกียรติต่างหาก! ต่อไปเวลาที่ผู้คนพูดถึงคนๆ แรกในฐานลวี่หยวนที่กินข้าวจนอิ่มตาย พวกเขาก็จะนึกถึงฉันหวังเสี่ยวฉงทันที!”
“นี่ไม่ใช่เกียรติยศที่แท้จริงหรอกเหรอ!”
เอ่อ...
ผู้ชายคนอื่นๆ ในกลุ่มเมื่อได้ยินเสี่ยวฉงพูดแบบนี้ พวกเขาก็รู้สึกว่ามันมีเหตุผลอยู่บ้าง...
เมื่อเทียบกับผู้รอดชีวิตที่ต้องอดตาย การที่เสี่ยวฉงที่กินข้าวจนอิ่มตาย มันไม่ใช่ความฝันที่พวกเขาปรารถนาหรอกหรือ?
เอาเถอะ...
ไม่นานในหอพักก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้น คืนนี้เสี่ยวฉงเองก็ไม่น่าจะจุกตาย ด้วยกระเพาะที่แข็งแกร่งของเขา แค่ให้เวลาสักหน่อยก็น่าจะดีขึ้นแล้ว
พัดลมที่หมุนอยู่บนเพดาน ก็เหมือนกับกงล้อแห่งโชคชะตาที่หมุนไปไม่หยุด
เรื่องราวของพวกเขายังคงดำเนินต่อไป
ฐานหลัก
งานเลี้ยงที่นี่ก็เพิ่งจะเลิกรา สมาชิกทีมขนส่งที่มาเพลิดเพลินกับรางวัลก็กลับไปพักผ่อนกันแล้ว
พวกเขาจากไปด้วยความพึงพอใจ
หลายคนตอนเดินจากไปก็ยังคงมีน้ำตาที่คลอเบ้า
นับจากวันนี้พวกเขาจะขอภักดีต่อฐานอย่างสุดหัวใจ
หากในอนาคตมีคนมายืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้วดูถูกฐานลวี่หยวน คนพวกนั้นก็รอรับความโกรธจากพวกเขาได้เลย
และก่อนจะจากไป หลายคนก็ยังคงพูดประโยคเดิมๆ ว่า
“การตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดที่ฉันทำหลังวันสิ้นโลกมาถึงก็คือการเข้าร่วมฐานลวี่หยวน!”
“ไม่มีอย่างอื่นอีกแล้ว!”
ฉินจิ้นที่ได้ยินก็ยิ้มออกมา
งานเลี้ยงมื้อนี้ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
หลังจากส่งพี่หงกลับไปแล้ว ฉินจิ้นก็ได้กลับมาที่ห้องจัดเลี้ยงเพื่อร่วมดื่มต่อ
แน่นอนว่าฉากที่เกิดขึ้นในฐานย่อยนั้นเขาย่อมไม่บอกใคร
แม้ตอนที่ถูกกอด เขาจะสัมผัสได้ถึงรูปร่างที่น่าทึ่งของผู้นำเหยียนคนนั้นรวมถึงจูบที่หอมหวานนั้น แต่เขาก็ไม่ได้คิดว่าอีกฝ่ายจะตกหลุมรักเขา
เพราะมันอาจจะเป็นแค่ความประทับใจก็ได้
มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ
หลังจากงานเลี้ยงจบลง เขาที่ดื่มไปไม่น้อยก็เริ่มรู้สึกมึน
หลังจากยืนยันกับผู้จัดการฐานว่างานเลี้ยงที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งฐานในครั้งนี้ประสบความสำเร็จไปด้วยดี งานรักษาความปลอดภัยก็ไม่ได้บกพร่อง เขาก็กลับไปนอนที่บ้านหลังเล็กๆ ของเขา
คืนนี้เขานอนหลับสบายเป็นพิเศษ
เพราะวันนี้การพัฒนาของฐานได้ก้าวไปอีกขั้นแล้ว พวกเขามีทั้งอาวุธ ธัญพืช อุปกรณ์มากมายและบุคลากรอีกมากกว่าสองพันคน รวมถึงแนวป้องกันฐานลวี่หยวนที่กำลังถูกสร้างขึ้นอีก
ในตอนนี้เขาก็แทบจะพูดได้เต็มปากแล้วว่าคนที่นี่ล้วนนอนหลับได้อย่างสนิมแล้ว
เมืองเซินเจิ้น
ฐานหงอวิ๋น
คนที่เข้าเวรยามบนกำแพงก็กำลังหาวอย่างเบื่อหน่าย
ช่วงนี้อากาศร้อนเกินไป แม้แต่ตอนกลางคืนก็ยังร้อนถึง 40 กว่าองศา ซอมบี้ที่ซ่อนตัวอยู่ก็แทบจะไม่ออกมาเดินเล่นในตอนกลางคืนเลย เรียกได้ว่ามันเป็นค่ำคืนที่ปลอดภัยจริงๆ
ขณะที่เจ้าหน้าที่บนกำแพงกำลังง่วงงุน วิทยุสื่อสารที่พวกเขาพกติดตัวก็ดังขึ้น
ในตอนนี้เองเจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็สะดุ้งแล้วรับสาย และเสียงที่ไม่มีใครคาดคิดก็ดังขึ้น!
“ฉันคือเหยียนหง!”
“รีบปลุกทุกคนในฐานทันที!”
“บอกพวกเขาว่า ฉันนำธัญพืชกับอาหารค่ำกลับมาบ้านแล้ว!”